ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 893 รู้สึกขยะแขยง / ตอนที่ 894 เทพเซียนปลอมๆ ผู้งดงามก็สามารถหลอกคนได้
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 893 รู้สึกขยะแขยง / ตอนที่ 894 เทพเซียนปลอมๆ ผู้งดงามก็สามารถหลอกคนได้
ตอนที่ 893 รู้สึกขยะแขยง / ตอนที่ 894 เทพเซียนปลอมๆ ผู้งดงามก็สามารถหลอกคนได้
ตอนที่ 893 รู้สึกขยะแขยง
วิญญาณตนนั้นน่าจะเบื่อมากจริงๆ จึงไม่ยอมปล่อยจอกเหล้าใบนั้น
เขาจ้องไปที่จอกเหล้าจนลูกตาเหนียวๆ แทบจะหล่นลงไปในจอกอยู่แล้ว ส่วนร่างที่โปร่งแสงนั้นก็แทบจะฝังแนบไปกับโต๊ะ
เจียงจิ้นลู่ได้ยินที่เซี่ยเฉียวพูดก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่กลับยิ้มออกมาทันที “ศิษย์พี่เมาแล้วหรือ”
“จมูกของเจ้าคงไม่ได้ถูกหญ้าแฝกอุดไว้หรอกนะ? หากข้าดื่มเหล้า เจ้าจะไม่ได้กลิ่นเลยหรือ” เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยท่าทางรังเกียจ แต่กลับมีท่าทางสง่างามไปหมด
“…” หัวใจของเจียงจิ้นลู่เต้นผิดจังหวะ ร่างกายของเขาตึงเครียด
นี่ศิษย์พี่กำลังโกรธอยู่หรือ
เจียงจิ้นลู่หันไปมองนางฝั่งอาจารย์อย่างระมัดระวัง พอเขาเห็นว่าอาจารย์กำลังพูดคุยอยู่กับนายท่านผู้เฒ่าเหมิงก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย แต่เมื่อเขาพูดกับเซี่ยเฉียวในเวลานี้กลับเบาเสียงลงมาก “ศิษย์พี่ ไม่ใช่ว่าศิษย์น้องจะเยาะศิษย์พี่ แต่คำพูดของท่าน…”
แคร้ง
ก่อนที่เขาจะพูดจบ เจียงจิ้นลู่ก็เห็นจอกเหล้าหล่นลงมา และเสียงพากย์ก็ดังขึ้นในหัวเขาอย่างอัตโนมัติ
“…” เจียงจิ้นลู่เม้มริมฝีปากของเขา สีหน้าเขาแปลกๆ เล็กน้อย
เซี่ยเฉียวยกยิ้มน้อยๆ “ศิษย์น้อง เจ้ายังต้องฟังคำสอนของศิษย์พี่อยู่ดี เด็กน้อยอย่าได้ทำตัวไม่รู้ความเช่นนี้ ข้ากินเกลือมามากกว่าทางที่เจ้าเคยเดินผ่านมาเสียอีก ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไม”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็เทเหล้าที่วิญญาณยังไม่ได้เคยแตะต้องให้ตนเองหนึ่งจอก แล้วยกดื่มจนหมดในคราวเดียว
“ศิษย์พี่ บนโต๊ะวุ่นวายออกอย่างนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ไหนเลยจะไม่มีเหล้าหกบ้าง” เจียงจิ้นลู่แค่รู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่โชคดีเท่านั้น พอนางพูดออกมาก็เกิดเหตุการณ์นั้นทันที
แต่เรื่องแบบนี้อย่างมากก็นับได้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญมิใช่หรือ
หากไม่ใช่เพราะเซี่ยเฉียวเสียดายน้ำตาวัว เวลานี้นางจะต้องให้เขาได้สัมผัสความสนุกของพวกวิญญาณที่อยู่กันเต็มไปหมดเหล่านี้แน่!
“ศิษย์น้องไม่มีความเป็นสุภาพชนเลยสักนิด ข้าทายถูกแล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่เชื่อ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างหงุดหงิด พอนางพูดจบก็มองลงไปใต้โต๊ะ “เท้าของศิษย์น้องเจียงชาอยู่ใช่หรือไม่”
เจียงจิ้นลู่ขยับปลายเท้าเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “อาจจะเป็นเพราะนั่งนานไปหน่อย”
มุมปากของเซี่ยเฉียวยกขึ้นเล็กน้อย “นั่งนานก็ทำให้ชาได้จริงๆ แต่…สถานการณ์ของน้องชายนั้นไม่ใช่อย่างนั้น มีวิญญาณสาวงามนั่งอยู่บนตักของเจ้า”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็ไม่สนใจเขาอีกต่อไป
คำพูดนี้ไม่เป็นความจริง
จะมีวิญญาณสาวงามมาจากไหน ต่อให้มี นางก็คงคิดที่จะนั่งบนตักจ้าวเสวียนจิ่งหรือเซียวอวี้หรงมากกว่า เสน่ห์ของหนุ่มน้อยหน้าตาอ่อนวัยเช่นเจียงจิ้นลู่ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
นางมองออกว่าเท้าของศิษย์น้องเจียงชาได้จากสีหน้าของเขาเท่านั้น
เซี่ยเฉียวโยนคำพูดนั้นออกไปแล้วก็กลับไปนั่งที่เดิม
พอจ้าวเสวียนจิ่งเห็นนางกลับมา สีหน้าของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย “ศิษย์น้องห้ามีปัญหาเล็กน้อย ศิษย์พี่ต้องการจะฟังหรือไม่”
เซี่ยเฉียวสนใจ
ศิษย์น้องที่สงสัยในความสามารถของนางนั้นไม่น่ารัก และจำเป็นต้องได้รับการสั่งสอนเสียหน่อย
“ศิษย์น้องห้ามีปัญหาเป็นลมเมื่อเห็นเลือด” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีกครั้ง
เซี่ยเฉียวได้ยินแล้วก็ยกยิ้มมุมปากและเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ศิษย์น้องรองช่างรู้ความ”
เวลานี้จ้าวเสวียนจิ่งกำลังเล่นบทเป็นศิษย์น้อง เขาทุ่มเทกับมันมากเช่นกัน เขาดูสุภาพและให้เกียรติโดยไม่ทำให้ศิษย์พี่ขุ่นเคืองแม้แต่น้อย ตอนที่เขาเพิ่งรู้ตัวตนของนางก่อนหน้านี้ เขายังมีความคิดที่จะหลอกล้อนาง แต่เมื่อเห็นนางตั้งใจแสดงอย่างจริงจังขนาดนี้ เขาจึงไม่อยากให้นางลำบากไปอย่างเปล่าประโยชน์
เซี่ยเฉียวนั่งนิ่งทำตัวเรียบร้อยอยู่สักพัก ส่วนฝั่งเจียงจิ้นลู่นั้นกลับรู้สึกแปลกๆ ไปทั้งร่าง
คำพูดของศิษย์พี่ใหญ่จะต้องไม่จริง แต่…มันน่ากลัวและทำให้เขารู้สึกอึดอัดมาก หลังจากนั่งได้ครู่หนึ่ง เขาก็รู้สึกขยะแขยงก็เลยหาเหตุผลที่จะลุกขึ้นขยับตัวสักหน่อย
เซียวอวี้หรงรู้สึกงุนงงกับท่าทางนั่งไม่สบายของเขามาก ดังนั้นเขาจึงต้องอธิบายว่า “แม้ว่าศิษย์พี่จะอายุมากกว่าพวกเรา แต่นางเหมือนเด็ก ซุกซนมากจริงๆ นางยังเอาวิญญาณมาหลอกข้า ข้าไม่กลัวหรอกแต่รู้สึกขยะแขยง”
ตอนที่ 894 เทพเซียนปลอมๆ ผู้งดงามก็สามารถหลอกคนได้
เซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าทันทีด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง “ตลอดทางที่มานี้ศิษย์พี่ก็เป็นอย่างนั้น จริงเท็จจนข้ายากจะแยกแยะได้ ในวันสารทข้าได้เห็นศิษย์เปิดแท่นทำพิธีเรียกลมเรียกฝนกับตา ตอนนั้นลมพัดมาอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศมืดมน สิ่งที่เห็นเหมือนกับไม่ใช่โลกมนุษย์…ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงศิษย์น้องสาม แต่บางทีศิษย์พี่อาจจะมีความสามารถจริงๆ ก็ได้”
เซียวอวี้หรงนึกถึงฉากที่เขาเห็นในขณะนั้นก็ยังรู้สึกอัศจรรย์ใจ
เจียงจิ้นลู่ยิ้มเยาะ “ความสามารเรียกลมและเรียกฝนเช่นนั้น ข้าเองก็ใช่ว่าจะไม่มีนี่?”
เซียวอวี้หรงชะงักไปทันที
เจ้าทำได้?
“ท่านกับข้าเล่าเรียนกับอาจารย์มาตั้งนานขนาดนี้ ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรมาไม่น้อย มีหลายสิ่งที่คนรุ่นก่อนเขียนเอาไว้เกี่ยวกับฤดูกาลลมฝน สังเกตต้นไม้ใบหญ้าและนกมดแมลงล่วงหน้าก็สามารถบอกได้เหมือนกันว่าจะมีลมฝนเมื่อไรไม่ใช่หรือ”
เซียวอวี้หรงตระหนักในทันใด “เป็นอย่างนั้นจริงๆ หากอย่างที่เจ้าพูด การทำพิธีของศิษย์พี่ในวันนั้นก็มีแนวโน้มมากที่จะเกิดจากการคำนวณสภาพอากาศล่วงหน้า…”
“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ไม่เช่นนั้นศิษย์พี่จะไม่กลายเป็นเซียนเดินดินไปหรอกหรือ อาจารย์ยังเป็นเพียงบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แม้แต่นักบุญด้วยซ้ำ แล้วศิษย์พี่ใหญ่จะก้าวล้ำหน้าอาจารย์ไปหนึ่งก้าวได้อย่างไร” คำพูดของเจียงจิ้นลู่มีเหตุผลมาก
เซียวอวี้หรงขบคิดมาหลายวันเรื่องที่เซี่ยเฉียวเรียกลมเรียกฝนได้
เขาคิดไม่ออกทุกครั้งว่าศิษย์พี่ทำได้อย่างไร
พอเขาได้ยินที่เจียงลิ่นลู่พูดในเวลานี้ก็รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้มากทีเดียว
แต่…
“ศิษย์น้อง ข้ายังมีอีกเรื่อง…” เซียวอวี้หรงแอบหยิบยันต์สีเหลืองออกมา ““นี่คือยันต์ศิลปะวิชาการที่ศิษย์พี่เป็นผู้วาด ข้าซื้อมาเก็บไว้มากมาย สิ่งนี้ดูเหมือนจะมีประโยชน์จริงๆ เมื่อไรก็ตามที่ข้าสมองตีบตัน ไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาอย่างไรดี หากวางสิ่งนี้เอาไว้รอบๆ ข้าก็จะเขียนออกมาได้อย่างพรั่งพรู…”
เจียงจิ้นลู่รู้สึกขบขันมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเกือบจะหัวเราะเสียงดังออกมาเลยทีเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวอวี้หรงเป็นศิษย์พี่ เขาก็อยากจะเคาะหัวดูว่าข้างในนั้นมีหญ้าอยู่หรือไม่!
“ศิษย์พี่เซียว ท่านเลอะเลือนไปแล้ว!” เจียงจิ้นลู่ที่หน้าเด็กอย่างนั้นกลับวางมาดเป็นผู้ใหญ่มองเซียวอวี้หรง
พลางถอนหายใจ “เดิมทีท่านก็เป็นบัณฑิตที่ฉลาดหลักแหลมอยู่แล้ว เมื่อก่อนที่ยังไม่มีของสิ่งนี้ ท่านก็ยังเขียนบทความบทกวีออกมาได้ไม่ขาดมิใช่หรือ ทั้งๆ ที่มันเป็นความสามารถของศิษย์ ทำไมท่านต้องไปชมว่ายันต์คาถานี่ใช้ได้ดีด้วยเล่า”
เขาไม่เข้าใจ!
คนที่เก่งกาจอย่างศิษย์พี่จะถูกหลอกด้วยของเล็กน้อยเช่นนี้ พวกเทพเซียนต้มตุ๋นหลอกลวงบนโลกใบนี้ช่างหลอกลวงเก่งเหมือนกันไปหมดจริงๆ และศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขาคือคนที่โดดเด่นที่สุด!
“แต่…ข้าเคยพยายามไม่ใช้ยันต์นี้หลายครั้งแล้ว ความคิดของข้าก็กระจัดกระจายมากกว่าตอนที่ใช้มันจริงๆ…” เซียวอวี้หรงสับสนมาก
“ศิษย์พี่เชื่อในสิ่งนี้ พอไม่มีมันแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจและไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้เท่านั้น เมื่อก่อนที่ที่ไม่เคยมียันต์ของศิษย์พี่ใหญ่ สิ่งที่ศิษย์พี่เขียนไว้ก็ดีเหมือนกันไม่ใช่หรือ” เจียงจิ้นลู่กังวลมากและรู้สึกว่าตนเองจะต้องโน้มน้าวให้ศิษย์พี่ของเขากลับไปในทางที่ถูกต้องให้ได้ “ศิษย์พี่รอง ท่านไม่ควรพึ่งพาสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เป็นเวลานานๆ หากอาจารย์รู้เข้าก็คงคิดว่าไม่เหมาะสมเหมือนกัน”
เซียวอวี้หรงรู้สึกสูญเสียความมั่นใจเล็กน้อย ในสายตาของอาจารย์ การศึกษาเล่าเรียนจะต้องตั้งอยู่บนความเป็นจริง หลายปีที่ผ่านมาเขาเองก็ทำได้ดีมาก
แต่ตั้งแต่ที่เขาซื้อยันต์ศิลปะวิชาการของศิษย์พี่ใหญ่มา เขาก็ต้องรู้สึกมีที่พึ่ง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องจริงๆ
เซียวอวี้หรงเป็นอาจารย์มาสามสี่ปีแล้ว แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาไม่เคยลดน้อยลง
ในเวลานี้เขารู้สึกละอายใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของเจียงจิ้นลู่ “ศิษย์น้องพูดถูก ต่อไปข้าจะพยายามยับยั้งตัวเองและใช้ยันต์คาถาน้อยที่สุด”