ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 897 ปีศาจชราจากเขาเทียนซาน / ตอนที่ 898 ยากที่จะบอกได้ว่าจริงหรือปลอม
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 897 ปีศาจชราจากเขาเทียนซาน / ตอนที่ 898 ยากที่จะบอกได้ว่าจริงหรือปลอม
ตอนที่ 897 ปีศาจชราจากเขาเทียนซาน / ตอนที่ 898 ยากที่จะบอกได้ว่าจริงหรือปลอม
ตอนที่ 897 ปีศาจชราจากเขาเทียนซาน
เซี่ยเฉียวรู้สึกสนใจเหมิงหยินคนนี้มาจริงๆ
เจียงจิ้นลู่ถอนหายใจทันทีที่ได้ยินเซี่ยเฉียวพูด “ศิษย์พี่ ท่านสนใจเรื่องนี้ไปทำไม มันเป็นเรื่องของคนอื่น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วยเล่า”
“มีเรื่องผิดปกติจริงๆ” จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า เอ่ยอย่างครุ่นคิด “ปกติแล้วหากปู่ย่าตายายมีหลานที่น่าภูมิใจก็จะพยายามพาเด็กคนนี้ไปสังสรรค์และทำความรู้จักกับคนที่มีชื่อเสียงและอำนาจ อาจารย์ของพวกเราเป็นที่รู้จักไปทั่วหล้า นายท่านสิบสามตระกูลเหมิงรู้จักให้ความเคารพอาจารย์ ย่อมต้องรู้ว่าท่านมีความสามารถอะไรบ้าง…ในสถานการณ์เช่นนี้ก็น่าจะต้องให้เขาออกมาพบอาจารย์สักหน่อยสิ”
“เจ้าห้า เจ้าอาศัยอยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือนแล้ว เคยเห็นบ้างไหม” จ้าวเสวียนจิ่งถาม
เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าการสื่อสารกับจ้าวเสวียนจิ่งเป็นเรื่องง่าย ไม่เปลืองพลังเลยสักนิด
ไม่เหมือนศิษย์น้องห้าคนนี้ที่ในหัวสมองมีแต่ตะกั่ว โง่นัก
แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่จริงๆ แต่ทัศนคติของเขาในตอนนี้มันผิด สมองของเขาจึงตามไม่ทัน!
เจียงจิ้นลู่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับคำพูดของรัชทายาท
เดิมทีหน้าของเขาก็เด็กอยู่แล้ว พอทำหน้าตาน่าสงสารเข้าไปอีกก็ยิ่งเหมือนเด็กน้อยอายุสิบสามสิบสี่ขึ้นไปทุกที
หน้าตาของเขาเป็นเช่นนี้ พอถึงตอนที่เขาอายุเจ็ดสิบแปดสิบปีก็จะต้องดูเหมือนปีศาจชราจากเขาเทียนซานแน่ๆ
“ไม่เห็นหรอก…อาจารย์ก็เคยถามก่อนหน้านี้ แต่นายท่านผู้เฒ่าเหมิงบอกว่าหลานชายกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่เรือนรับรอง และบอกว่าเขาจะกักตัวหนึ่งปีถึงจะออกมา เขาผู้เป็นปู่เองก็ไม่กล้าไปรบกวน ดังนั้นเราจึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก” เจียงจิ้นลู่ว่าง่ายขึ้นมาก
เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขา
เวลาเขาพูดกับรัชทายาทก็ทำตัวเรียบร้อยดีนี่ แต่เวลาพูดกับศิษย์พี่ใหญ่อย่างนาง เขาถึงกับกล้าใส่อารมณ์!
เด็กบ้า! ปลาหมึกน้อยหน้าทารก!
“ปัญหาอยู่ที่นี่แหละ” เซี่ยเฉียวถอนหายใจและเอ่ยกับเซียวอวี้หรง “ศิษย์น้องใหญ่ หากลูกชายของเจ้าจะต้องกักตน แต่ที่บ้านมีคนอย่างอาจารย์มา เจ้าจะเลือกให้เขากักตนต่อไปหรือว่าให้เขาออกมามาพบแขก?!”
“ย่อมต้องให้เขา…ออกมาพบแขก…” เซียวอวี้หรงค่อนข้างละอายใจ
ถึงแม้การกักตนคือให้คำมั่นที่ต้องรักษาคำพูด แต่สำหรับคนอย่างอาจารย์ หากพลาดไปแล้วก็คือพลาดไปตลอดชีวิต!
กักตนเมื่อไรก็ได้ แต่สำหรับคนที่ศึกษาเล่าเรียนแล้ว แม้ว่าเขาจะเห็นคนอย่างอาจารย์จากระยะไกล ก็จะต้องพยายามพุ่งเข้าหาโดยไม่คิดชีวิต
“อีกอย่าง สาวใช้คนนั้นบอกว่าคุณชายของนางฉลาดเฉลียวเรียนเก่งมาก และยังบอกอีกว่านายท่านผู้เฒ่าเหมิงเตรียมที่จะขายทรัพย์สินเพื่อให้คุณชายผู้นี้มีโอกาสสอบจอหงวน แต่ตอนนี้คนผู้นี้ก็อายุขนาดนี้แล้วจะกดเขาไว้ต่อไปก็ไม่เหมาะสม หรือจะต้องรอจนเขาอายุสามสิบปีก่อนจึงจะปล่อยให้เขาไปสอบได้?” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เวลานี้เจียงจิ้นลู่เองก็ไม่กล้าที่จะเกรี้ยวกราดอีกแล้ว
“ถูกต้อง การสอบครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะทำแค่ครั้งเดียว หากเขาต้องการสอบจริงๆ ก็ควรไปสอบซิ่วไฉหรือจวี่เหรินก่อน” เจียงจิ้นลู่เอ่ย
“ใช่แล้ว แต่เหมิงหยินผู้นี้อย่าว่าแต่จะเป็นซิ่วไฉเลย แค่ถงเซิงก็ยังไม่ใช่” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“หรือว่าเขาจะโง่เกินไป และเพราะข้างนอกชื่นชมเขามากมาย ดังนั้นนายท่านผู้เฒ่าเหมิงจึงอายที่จะปล่อยให้เขาออกมาพบปะผู้คนด้วยกลัวว่าครอบครัวจะเสียหน้า” เจียงจินลู่เอ่ยขึ้นมาอีก
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เรื่องนั้นก็มีความเป็นไปได้ เพียงแต่แค่ปิดบังคนนอกอย่างพวกเราก็ช่างเถอะ ทำไมเขาถึงต้องปิดปังแม้แต่คนในบ้านด้วย หรือคิดจะปิดปังไปตลอดชีวิต หากเขาเป็นคนโง่จริงๆ ก็ควรที่จะปล่อยออกมาทีละนิด ปล่อยให้เขารับช่วงต่อกิจการทันทีโดยบอกกับคนภายนอกว่าไม่มีผู้สืบทอด ไม่ไปสอบจอหงวนแล้ว แบบนั้นก็ได้นี่”
เจียงจิ้นลู่นิ่งเงียบไป
ศิษย์พี่ใหญ่พูดถูก
นายท่านผู้เฒ่าเหมิงผู้นี้ปกปิดเรื่องลูกหลานเอาไว้จริงๆ
“แต่ว่า…ศิษย์พี่ พวกเราจะไปสนใจเรื่องนี้ทำไม นายท่านผู้เฒ่าเหมิงอาจจะเจอเรื่องลำบากใจอะไรอยู่บ้าง ถึงอย่างไรพวกเราที่เป็นคนนอกก็ไม่ควรที่จะไปถามอะไรมากมายอยู่ดี” เจียงจิ้นลู่พูดจบแล้วก็เหลือบมองรัชทายาท เขารู้สึกว่าน้ำเสียงของเขาน่าจะเป็นกลางแล้ว ไม่ได้ดูล่วงเกินแล้วใช่ไหม
ตอนที่ 898 ยากที่จะบอกได้ว่าจริงหรือปลอม
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่า เหมิงหยินจะสอบจอหงวนหรืออยากจะพบคนหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องยุ่ง
“ข้าแค่คิดว่ามันแปลกที่นายท่านผู้เฒ่าเหมิงโกหกเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เท่านั้น” เซี่ยเฉียวเองก็บอกไม่ถูก “หรือไม่ก็ลูกหลานของเขาเกิดเรื่องและตายไปก่อนนานแล้ว”
เซี่ยเฉียวไม่ลืมเรื่องที่วิญญาณพูด
“ศิษย์พี่ใหญ่…” เจียงจิ้นลู่เหนื่อยใจเล็กน้อย “แช่งคนอื่นอย่างนั้นไม่ดี”
“ในเมื่อคนในบ้านนี้น่าสงสัย ข้าก็จะให้โจวเว่ยจงไปตรวจสอบดูหน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้รู้สึกว่าเซี่ยเฉียวพูดอะไรไม่เหมาะสม “ศิษย์น้องป่วยหนัก สาเหตุก็ไม่แน่ชัด หลายวันมานี้เขาก็อยู่อาศัยที่บ้านตระกูลเหมิง ดังนั้นเรื่องของตระกูลเหมิงจะต้องสืบให้รู้แน่ชัด”
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ถูกต้อง นี่คือเหตุผล”
พวกเขาหลายคนจะต้องพำนักอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว แม้แต่ที่ตัวเองอาศัยอยู่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นรังกระต่ายหรือถ้ำเสือ แล้วพวกเขาจะสงบใจลงได้อย่างไร
ความคิดของเจียงจิ้นลู่และเซี่ยเฉียวไม่ค่อยเหมือนกัน
เดิมทีพวกเขาก็รบกวนนายท่านผู้เฒ่าตระกูลเหมิงมากแล้ว พวกเขาอยู่ที่นี่แล้วยังสงสัยในตัวนายท่านผู้เฒ่าอีก มันก็เหมือนกับเป็นการกระทำของคนต่ำช้าซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
แต่ฝ่าบาทบอกต้องการสืบ ดังนั้นความคิดของเขาจึงไม่สำคัญแล้ว
“ศิษย์น้องห้า ยารักษาที่เจ้าเอามาเมื่อวานนี้ใช้ได้ผลบ้างหรือไม่” เซียวอวี้หรงไม่ลืมเรื่องสำคัญ
เจียงจิ้นลู่ส่ายหน้าอย่างผิดหวังทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้
“เมื่อคืนใช้แล้ว วันนี้ตอนเช้าหมอเข้าไปดูก็ยังเห็นว่าอาการไม่ดีเหมือนเดิม ศิษย์พี่สั่นน้อยลง แต่ใบหน้าก็ยังเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งอยู่เหมือนเดิม หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปก็คงทนไม่ไหวจริงๆ…”
อย่างไรก็ตาม โรคนี้ดำเนินมาเป็นเวลานานแล้ว เจียงจิ้นลู่เองก็สามารถคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตได้
พวกเขาต่างก็นิ่งเงียบไป
ที่ป้อมเหมิงจยานี้มีหมอหลายคน ทั้งยังมีร้านขายยามากขึ้นไปอีก ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาได้พยายามอย่างดีที่สุด ซังโหยวจะหายดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของเขาเท่านั้นแล้ว
…
เมื่อวานเซี่ยเฉียวยุ่งกับเรื่องอื่นๆ และไม่ได้เอาของขวัญออกมา วันนี้หลังอาหารเย็นเซี่ยเฉียวก็เริ่มให้ของขวัญทีละชิ้น
ของที่ให้อาจารย์เพื่อแสดงความกตัญญูย่อมต้องให้ก่อนอยู่แล้ว มันคือแผนที่หนังแกะหนาๆ แผ่นหนึ่ง
ท่าทีของเซี่ยเฉียวที่มีต่อแผนที่หนังแกะในขณะนี้ดีกว่าตอนที่นางทำกับต้นฉบับในวังก่อนหน้านี้มาก ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ไม่จำเป็นจะต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักของสิ่งนี้แล้ว
นางหยิบของออกจากหีบอย่างระมัดระวังแล้วคลี่ออกต่อหน้าหลีซื่อเหยี่ยน
“อาจารย์ ท่านดูสิ นี่เป็น ‘แผนที่โลก’ ที่ข้าคัดลอกเองกับมือ หวังว่าท่านจะชอบ” สีหน้าเซี่ยเฉียวเคารพนอบน้อม “ต้นฉบับของจริงตอนนี้อยู่ในวัง ต่อไปหากท่านอยากเห็นก็ค่อยให้รัชทายาทพาไปดู แต่ถึงอย่างไรต้นฉบับนั้นก็อยู่มานานแล้ว ภาพบนหนังแกะบางแห่งจึงไม่ค่อยชัด ไม่เหมือนแผนที่ที่ข้าคัดลอกมานี้ มันคล้ายกับของจริงแต่ปรับปรุงนิดหน่อย สามารถมองเห็นบริเวณที่เสียหายได้ชัดเจนกว่าหลายจุด”
เดิมทีเซี่ยเฉียวคัดลอกไว้สองฉบับซึ่งเหมือนกับภาพต้นฉบับโดยสมบูรณ์
แต่ฉบับนี้ถูกปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลังและแตกต่างจากต้นฉบับเล็กน้อย
พอนางเอา ‘แผนที่โลก’ ปลอมนี้ออกมา ดวงตาของเซียวอวี้หรงก็จ้องเขม็งทันที
“ศิษย์พี่ใหญ่คัดลอกภาพนี้เมื่อใด ก่อนหน้านี้ศิษย์น้องเข้าวังไปทั้งวันเพื่อศึกษา ก็เพิ่งจะวาดได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น และยังมีบางส่วนที่ยังไม่เสร็จ…” เซียวอวี้หรงรีบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วเลื่อนนิ้วไปบนแผนที่นั้นอย่างระมัดระวัง “นี่เป็นสำเนาที่ศิษย์พี่คัดลอกหรือ หากศิษย์พี่ทำให้มันเก่า ข้าเกรงว่าคงยากที่จะบอกว่าได้ว่าจริงหรือปลอม!”
เซียวอวี้หรงมองมันอย่างหมกมุ่นหลงใหล
ภาพนี้วาดยาก เขาเองยังต้องฝึกทักษะอยู่หลายวันก่อนจะเริ่มคัดลอก
แม้แต่เขาก็ยังต้องจริงจังขนาดนี้ นับประสาอะไรกับคนอื่น ก่อนหน้านี้อาจารย์อย่างพวกเขาต้องรวมตัวเพื่อดูรายละเอียดภาพวาดด้วยกันอย่างระมัดระวังและตั้งใจอย่างยิ่ง