วาฬน้อยผู้ป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ - บทที่ 105 ประมาทเกินไป
บทที่ 105 ประมาทเกินไป
เหล่าผู้ใหญ่และเด็กตระกูลฉินต่างก็ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
ถ้าคนที่ให้ผู้ช่วยเจียงไปส่งรถไม่ใช่ฉินอี้หานคงถูกล้อมเอาไว้นานแล้ว
ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ฉินอี้ซิงจึงอดไม่ได้ที่จะซุบซิบกับน้องรอง
“ดูออกไหมว่าพวกเขาสองพ่อลูกคิดจะทำอะไร?”
ฉินอี้เฉินส่ายหน้า “ไม่รู้! แต่มันไม่สำคัญ! มีน้องสามอยู่ ตระกูลมู่หรงไม่มีทางเอาเปรียบเราได้หรอก!”
เหล่าเด็กตระกูลมู่หรงคิดทำให้อิงอิงน้อยบาดเจ็บ จากนิสัยของน้องสามยังไงเขาก็ไม่ปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ แน่
ดังนั้น… เรื่องสนุกจะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว
เรื่องสนุกเริ่มขึ้นแล้วจริง ๆ
ฉินอิงอิงนั่งบนรถวิทยุบังคับสีชมพูหวานแหววที่พ่อผู้ให้อาหารให้คนนำมาส่งให้ ลูกวาฬน้อยยิ้มตาหยีโบกมือเล็ก ๆ ให้ผู้เป็นพ่อ
“พ่อคะ อีกเดี๋ยวเจอกันนะคะ”
ฉินอี้หานไม่มั่นใจนัก แต่สีหน้าท่าทางบนใบหน้าหล่อเหลายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
แววตาของเขามีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูและการตามอกตามใจ
“อิงอิงน้อย แค่สนุกกับมันก็พอ!”
ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง พ่ออย่างเขาก็จะรับไว้เอง!
เยี่ยนลี่เฉิงกำลังจะพูดแต่ก็หยุดไปเพราะฉินอี้หานตบไหล่ของเขา
“วางใจเถอะ ถึงอิงอิงน้อยจะยังเด็ก แต่เวลาจะทำอะไรก็มั่นคงแน่วแน่มาโดยตลอด!”
เขารู้ดี แต่พอได้เห็นเด็กสองคนของตระกูลมู่หลงที่หัวเราะจนยืดหลังตรงไม่ได้ เหมือนทั้งสองคนเห็นอิงอิงน้อยเป็นตัวตลก ดวงตาของฉินอี้หานก็เปลี่ยนไปเป็นเย็นชา
ฉินอี้หานพูดเสียงเรียบ “อิงอิงน้อยไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเปรียบหรอก!”
“ครับ อาฉิน”
ฉินอิงอิงยิ้มตาหยีมองไปที่พี่ชายผู้ให้อาหารและถามด้วยเสียงเล็กแหลมของเด็ก “พี่ลี่เฉิง เริ่มได้หรือยังคะ?”
เธอเห็นพี่ห้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว แถมยังใส่หมวกกันน็อคแล้วด้วย พร้อมออกเดินทางตลอดเวลา
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นเจ้าตัวเล็กไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคก็เตรียมเดินไปที่รถเพื่อใส่หมวกกันน็อคให้ แต่อิงอิงน้อยกลับปฏิเสธ
“พี่ลี่เฉิง อิงอิงไม่ต้องใส่ไอ้นี่หรอก ตอนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ใส่!”
ตอนที่เยี่ยนลี่เฉิงเตรียมตัวจะโน้มน้าว มู่หรงเซี่ยงเจิ้งที่ทนรอไม่ไหวก็ตะโกนออกมา
“รีบเริ่มหน่อยได้ไหม? ถ้ายังไม่เริ่ม ฟ้ามืดแล้วจะเล่นกันอีกได้ยังไง?”
เยี่ยนลี่เฉิงหันไปมอง ผมหน้าม้าบาง ๆ หล่นลงมาบดบังสายตา แต่ฉินอิงอิงอ่านเขาออกในทันที
มืออ้วน ๆ จับมือของพี่ชายพร้อมพูดปลอบด้วยเสียงนุ่ม
“พี่ลี่เฉิงอย่าโกรธเลยนะคะ อีกเดี๋ยวตอนที่พวกเขาร้องไห้ พี่ลี่เฉิงคอยดูให้ดีเลยนะ!”
ในตอนที่เยี่ยนลี่เฉิงรู้สึกประหลาดใจ ฉินอิงอิงก็กดปุ่มบังคับรถจากระยะไกลแล้ว
ที่จริงเธอไม่เคยขับรถบังคับของเด็กมาก่อน
แต่ลูกวาฬน้อยว่ายน้ำในทะเลกับยายและแม่วาฬเพชฌฆาตอ้วนมานานกว่าสามปีแล้ว เธอไม่คิดว่าการขี่รถแบบนึ้จะรับมือได้ยากกว่าคลื่นกับพายุ
ลูกวาฬแปซิฟิกมั่นใจในตัวเองมาก
เพื่อที่จะให้อิงอิงน้อยรู้สึกได้ถึงการขับขี่เสมือนจริง รถบังคับสำหรับเด็กคันนี้จึงได้รับการดัดแปลงอย่างสมจริงและทำความเร็วได้ไกลถึงแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตราบใดที่ความเร็วเกินอัตราปลอดภัยที่ตระกูลฉินยอมรับ หรือเกินยี่สิบไมล์ต่อชั่วโมง พ่อผู้ให้อาหารที่ถือรีโมตคอนโทรลอีกอันจะบังคับให้รถหยุดได้ตลอดเวลา
ฉินเฉิงเฟิงเป็นฝ่ายออกตัวก่อนในฐานะพี่ชาย ถึงเขาจะตัวเล็กกว่ารถ แต่เพราะเขาสูงและขาก็ยาว ไม่ต้องกังวลเรื่องขาไม่ถึงพื้น
บรื้น บรื้น…
บรื้น!!!…
รถมอเตอร์ไซค์สีเงินพุ่งตรงออกไปเหมือนกับลูกศร เริ่มจากฉินเฉิงเฟิง ตามมาด้วยฉินอิงอิง
ฉินเฉิงเฟิงเพิ่มความเร็ว แรกเริ่มฉินอิงอิงไม่คุ้นชินกับการบังคับรถ ความเร็วจึงช้ากว่ามาก
มู่หรงเซี่ยงเจิ้งกับมู่หรงเซี่ยงปัวเห็นเข้าก็ขำเสียงดัง
จนตอนที่รถมอเตอร์ไซค์ของฉินเฉิงเฟิงเข้าใกล่พวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงได้คิดจะหลบตามสัญชาตญาณ
ทว่าตอนนี้คนตระกูลฉินมองพวกเขาอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาถูกสายตาที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย การหัวเราะเยาะ การดูถูกเหยียดหยามต่าง ๆ นานา ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการกระโดดหนี
มอเตอร์ไซค์มาถึงพร้อมเสียงเครื่องยนต์ดังลั่น
“บรื้น บรื้น บรื้น!”
สองพี่น้องมู่หรงเซี่ยงเจิ้งกับมู่หรงเซี่ยงปัวไม่คิดว่าฉินเฉิงเฟิงจากตระกูลฉินจะกล้าชนเขาต่อหน้าผู้ปกครองของทั้งสองบ้านแบบนี้
นี่เป็นเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นตระกูลมู่หรงอยู่ในสายตา!
“พะ…พี่รอง มาแล้วล่ะ!” มู่หรงเซี่ยงปัวพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
เขาหลบโดยสัญชาตญาณ ผลคือฉินเฉิงเฟิงเลี้ยวรถเบี่ยงจากเส้นทางเดิมอย่างกะทันหัน สำหรับเขา ดูเหมือนกับผีร้ายที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางและโจมตีเขา
“กล้าดียังไง!”
“พ่อครับ! แม่ครับ! ช่วยด้วย…”
มู่หรงเซี่ยงเจิ้งเห็นท่าทางจริงจังของฉินเฉิงเฟิง เขาก็โกรธจนแทบเดือดดาล
แต่น้องชายของเขาตอบสนองเร็วมาก หลีกหนีการชนของฉินเฉิงเฟิงเร็วเหมือนกับสายลม
เขาหันกลับมามองรถบังคับสีชมพูน่ารักที่เข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าด้วยแววตาที่โหดเหี้ยม ใบหน้าของเขาดูดุร้ายเล็กน้อย
“ฉินอิงอิง เธอหาเรื่องเองนะ!”
มู่หรงหมิงเยว่กลัวเยี่ยนลี่เฉิงจะพาลโกรธเธอไปด้วยจึงรีบร้อนพูดออกมา
“พี่รอง อิงอิงน้อยยังเด็กมานะคะ อย่าเลยดีกว่า”
มู่หรงเซี่ยงเจิ้งไม่ได้มองเธอเลยด้วยซ้ำ เขายิ้มอย่างโหดร้ายและพูดยุฉินอิงอิงที่ขับมาหาเขาอย่างเอื่อยเฉื่อย
“ฉินอิงอิง เร็วเข้าสิ ไม่รีบเข้ามา จะโทษฉันทีหลังไม่ได้นะ!”
ฉินอิงอิงคลำหาปุ่มต่าง ๆ และเพิ่งทำความคุ้นเคยกับปุ่มเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว
เห็นมู่หรงเซี่ยงเจิ้งยุให้เธอเริ่ม เธอก็เลยยิ้มให้เขาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
“ยืนให้ดีนะ รถจะไปหาเดี๋ยวนี้แล้ว!”
“รีบ…” คำว่า ‘หน่อยล่ะ’ ยังไม่ทันออกมาจากปาก มู่หรงเซี่ยงเจิ้งก็ตกตะลึงกับรถเด็กเล่นที่เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและพุ่งตรงมาหาเขา
แต่ว่ารถเด็กเล่นสามารถเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
ทั้งสองมือของมู่หรงเซี่ยงเจิ้งกอดอกและหัวเราะเยาะ “จะขับรถบังคับเด็กเล่น เจ้าตัวน้อยก็เป็นแค่เด็กที่ยังไม่หย่านมอยู่ดี!”
“ชาตินี้ตระกูลฉินไม่เหลือใครอยู่แล้วจริง ๆ สินะ!”
“ไม่นึกเลยว่าจะให้เด็กน้อยแบบนี้ออกหน้า! หึ ๆ ๆ ๆ…”
“อีกเดี๋ยวไม่ว่าผลเป็นยังไงตระกูลฉินก็ห้ามพูดว่าตระกูลมู่หรงของเรารังแกเด็กนะ ยังไงเธอก็เป็นคนเลือกเอง ตระกูลมู่หรงอย่างเราไม่ได้ไปบังคับ…”
เขายังพูดไม่ทันจบ เขาก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันทีที่เห็นการกระทำของฉินอิงอิง
“เอ๋…ทำไมลงจากรถล่ะ?”
ฉินอิงอิงจอดรถเด็กเล่นห่างจากมู่หรงเซี่ยงเจิ้งไม่ถึงสิบเมตรและยิ้มอย่างน่ารักให้กับมู่หรงเซี่ยงเจิ้งท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของผู้คน
“อิงอิงเอาจริงแล้วนะ!”
พูดจบฉินอิงอิงก็วิ่งออกไปราวกับลูกธนูที่มุ่งหน้าตรงไปหามู่หรงเซี่ยงเจิ้งที่ยืนอยู่กลางถนนภายใต้สายตาที่งุนงงของผู้คน
เหล่าคนตระกูลฉินตกใจ “อิงอิงน้อย!”
มู่หรงเจิ้นฮุยกัยภรรยาและเยี่ยนผิงกับภรรยายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เหมือนว่าเขาได้เห็นฉากที่ฉินอิงอิงถูกมู่หรงเซี่ยงเจิ้งโยนลงไปในแม่น้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลจนสภาพไม่ต่างจากขยะเรียบร้อยแล้ว
“เหอะ!”
พวกเขาหัวเราะเยาะเย้ย
คนที่เกี่ยวข้องกับมู่หรงเซี่ยงเจิ้งไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ฉินอิงอิงตัวเล็กแบบนั้น จะมีแรงชนมหาศาลได้ยังไง?
ตอนที่ฉินอิงอิงปรากฏตัวอย่างสายฟ้าแลบข้างกายเขาพร้อมฟาดศอกเข้าที่ช่องท้องส่วนล่างจนทำให้เขาแหกปากร้องด้วยความเจ็บปวด มู่หรงเซี่ยงเจิ้งก็ตกตะลึง
“อ๊าก!”
“ตึง!”
“ตู้ม!”
มู่หรงเซี่ยงเจิ้งที่ยืนเอามือวางบนหน้าอกอยู่ที่เดิมพลันถูกกระแทกราวกับเป็นกระสอบทราย แต่เนื่องจากไม่มีเชือกลาก อีกฝ่ายจึงถูกชนจนตกลงไปในแม่น้ำอย่างแม่นยำจากระยะไกล
ผู้คนยังไม่ทันตอบสนองว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็เห็นเงาของมู่หรงเซี่ยงเจิ้งถูกชนจนกระเด็นลงสู่แม่น้ำแล้ว
เสียง “ตู้ม!” ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ก่อให้เกิดน้ำกระเซ็นขนาดมหึมา
มู่หรงเซี่ยงเจิ้งกับมู่หรงเซี่ยงปัวไม่ได้โผล่ขึ้นมาจากน้ำสักพักหนึ่งแล้ว หลังจากเกิดน้ำกระเซ็นครั้งใหญ่ น้ำในแม่น้ำก็กระเพื่อม ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก
ทุกคนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน