สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 11 การพบกันโดยบังเอิญ
บทที่ 11 การพบกันโดยบังเอิญ
หญิงสาวในวิดีโอแม้จะดูมีอายุแล้ว แต่กลับดูมีความรู้และสง่างาม เธอเอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า
“ต้องขอขอบคุณทุกคนจริง ๆ ค่ะที่ชื่นชอบผลงานวิจัยของแผนกเกษตรกรรมของเรา และที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษคือสตรีมเมอร์ท่านหนึ่ง นั่นคือ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ ถ้าไม่มีเธอ การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้คงไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ค่ะ”
ในช่องคอมเมนต์มีคนตั้งคำถามขึ้นมา
[‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ คือสตรีมเมอร์คนไหนเหรอครับ ผมจะได้ไปกดติดตามบ้าง?]
[อ๊ะ! นี่มันพี่สาวน้ำเลมอนของเราไม่ใช่เหรอ?]
[ตอนนี้กำลังจะกลายเป็น ‘แม่นางโจ๊กฟักทอง’ แล้วล่ะ!]
[??? อะไรคือแม่นางโจ๊กฟักทองน่ะ?]
[เมนท์บน เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟัง สตรีมเมอร์ที่ชื่อ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งฯ’ เคยทำน้ำเลมอนจนระเบิดไปทั่ววงการอาหาร เลยได้ฉายาว่าพี่สาวน้ำเลมอน ต่อมาเธอก็ทำโจ๊กฟักทองข้าวฟ่างจนดึงดูดแฟนคลับรุ่นลุงป้าน้าอาปู่ย่าตายายมาเพียบ ก็เลยได้ฉายาแม่นางโจ๊กฟักทองมาอีกอันไงล่ะ]
[สุดยอดไปเลย]
[ตามคห.บนครับ สุดยอดจริง ๆ ]
[สตรีมเมอร์ที่โดนศาสตราจารย์จากสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณเอ่ยชมออกสื่อเนี่ย คงมีแค่คนเดียวละมั้ง?]
[แล้วสตรีมเมอร์คนนี้อยู่แพลตฟอร์มไหนล่ะ?]
[ซิงซู่ หมวดอาหารครับ รีบไปติดตามด่วนเลย!]
เมิ่งหนานซวี่ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
เธอนึกถึงสมัยที่เธอยังโลดแล่นอยู่ในยุควันสิ้นโลก ผู้คนพากันเรียกเธอว่า ‘ประทีปแห่งแสงสว่าง’ เธอยังไม่ชอบใจเลยเพราะคิดว่ามันดูเชย แต่ไม่นึกเลยว่าพอมาอยู่ยุคดาราจักร ฉายาเธอมันจะยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ชื่อพวกนี้มันอะไรกันเนี่ย?
พี่สาวน้ำเลมอน แม่นางโจ๊กฟักทอง… ให้ตายเถอะ ทำไมไม่มีใครเรียกฉันว่า ‘น้องสาวหมูน้ำแดง’ บ้างล่ะ? เมิ่งหนานซวี่รู้สึกอยากจะบ้าตายอยู่ข้างในทางด้านชวี่เซียวเสี่ยวยังคงพูดด้วยความตื่นเต้น
“คุณเมิ่งคะ ครั้งนี้คุณดังเป็นพลุแตกจริง ๆ แล้วค่ะ!”
เมิ่งหนานซวี่ทำหน้าตาย
“…”
ไม่ได้ดังหรอกค่ะ แต่ขายหน้าจนคนเขารู้กันทั้งดาราจักรแล้วต่างหากแฟนคลับพวกนี้มันช่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่น่าปวดหัวจริง ๆ !
“ทางเราตั้งใจจะฉวยโอกาสตอนที่กระแสยังดีอยู่ ปล่อยผลการตรวจสอบข้อมูลออกไป เพื่อเป็นแรงผลักดันให้คุณอีกทางค่ะ!”
ไม่ต้องผลักดันอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ช่วยผลักดันให้ฉันหายไปจากดาราจักรนี้ทีเถอะ! เมิ่งหนานซวี่วางสายโทรศัพท์ด้วยความเหนื่อยหน่าย
เจ้าหมาป่าน้อยใช้ดวงตาสีเขียวเข้มมองมาที่เธอ หางนุ่มฟูสะบัดผ่านแขนของเมิ่งหนานซวี่ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ค่อยมีความสุข เขาก็เขยิบเข้าไปใกล้และเลียที่นิ้วของเธอเบา ๆ
เมิ่งหนานซวี่
“!!!”
ฉันคืนชีพแล้ว!
ใครจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ ยังไงฉันก็ไม่ยอมรับอยู่ดี!
เธอซุกหน้าลงบนพุงนุ่มนิ่มของเจ้าหมาป่าน้อยพลางสูดดมด้วยความเคลิบเคลิ้มและดึงกำลังใจกลับมาได้ในทันที
เจ้าหมาป่าน้อย: “…”
หมาป่าน้อยที่ถูก ‘ลวนลาม’ ซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของเธอ พลางนึกขอบคุณพระเจ้าที่ตอนนี้เขาอยู่ในร่างสัตว์ เธอเลยมองไม่เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของเขา
ชวี่เซียวเสี่ยวทำงานเร็วมาก ไม่นานหน้าเพจทางการของซิงซู่ก็ลงประกาศแถลงการณ์
มีใบรับรองจากหน่วยงานฐานข้อมูลสหพันธ์ดาราจักรยืนยันว่า สตรีมเมอร์ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ ไม่มีการปลอมแปลงข้อมูลยอดคนดูใด ๆ ทั้งสิ้น
[บอกแล้วไง ฝีมือระดับพี่สาวฉันน่ะ ไม่ต้องจ้างหน้าม้าหรอก]
[แล้วพวกแอนตี้ในห้องสตรีมล่ะ ได้สืบไหมว่าพวกนั้นเป็นใคร?]
ข้อความในคอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ผ่านไปไม่นาน ซิงซู่ก็ประกาศอีกครั้ง
“ตามคำเรียกร้องของชาวเน็ต เราจะตรวจสอบข้อมูลสตรีมเมอร์ทุกคนในระบบ และขอให้ผู้ชมทุกท่านช่วยเป็นหูเป็นตาด้วยครับ” ทันทีที่ประกาศนี้ออกไป เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังระงม
[จริง! ดูซิงซู่เป็นตัวอย่างซะ ถ้าไม่มีฝีมือจริงอย่ามาทำสตรีมมิ่งเลย!]
[ฉันชอบความดื้อรั้นที่ไม่ยอมก้มหัวให้อิทธิพลเงินทองแบบนี้จริง ๆ ]
[ควรจะจัดการแบบนี้ตั้งนานแล้ว!]
ในวันนั้น ชาวดาราจักรจำนวนมากได้รู้จักสตรีมเมอร์อาหารฝีมือฉกาจที่ชื่อ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ ส่วนคนที่ไปดูย้อนหลังแล้วโดนตกเข้าด้อมน่ะ มีจนนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว
และในวันเดียวกันนั้น สตรีมเมอร์จำนวนมากในซิงซู่ต่างพากันด่าทอมีมี่อ้ายในใจ… ยัยตัวแสบ เธอหาเรื่องใส่ตัวคนเดียวไม่พอ ทำไมต้องลากพวกเราลงน้ำไปด้วย!
หลูซานเสวี่ย เป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านการวิจัยเกษตรโบราณของมหาวิทยาลัยแห่งสหพันธ์ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาถูกอาจารย์เร่งวิทยานิพนธ์จนผมร่วงเป็นกระจุก ในที่สุดพอส่งวิทยานิพนธ์เสร็จ เขาก็ตกอยู่ในสภาวะ ‘คลั่งทางจิต’ เพราะความเครียดสะสม
มนุษย์ในยุคดาราจักรมีสองร่าง คือร่างมนุษย์และร่างสัตว์ การดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการอยู่รอดในอดีตนั้นขัดต่อกฎธรรมชาติ
ส่งผลให้เกิดอาการคลั่งทางจิตซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนที่ยังไม่มีทางรักษาหายขาดมานานนับพันปี
อาการนี้เกิดจากยีนสัตว์ในตัวมนุษย์ สัญชาตญาณสัตว์ที่ป่าเถื่อนและฝึกยากส่งผลกระทบต่อสติปัญญา
ยิ่งร่างสัตว์แข็งแกร่งเท่าไหร่ ผลกระทบก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น เกือบจะไม่มีทางเยียวยาได้ จนครั้งหนึ่งชาวดาราจักรเกือบจะหมดสิ้นความหวัง
จนกระทั่งมีชายหนุ่มนามว่า ‘หลี่’ ปรากฏตัวขึ้น เขาได้ผลิตยาบรรเทาอาการ แม้จะรักษาไม่หายขาด
แต่ก็ช่วยลดความเจ็บปวดจากการคลั่งทางจิตได้มหาศาล และตระกูลหลี่ก็ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของสหพันธ์จากความสำเร็จของยานี้
หลูซานเสวี่ยดื่มยาบรรเทาไปแล้วแต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว หมอจึงแนะนำให้เขาไปพักผ่อน และจุดหมายปลายทางของเขาก็คือ ดาวดอแรน
ดาวดอแรนอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของดาวเศรษฐกิจในสหพันธ์ มีสภาพค่อนข้างดั้งเดิม แต่เพราะเหตุนี้เอง ธุรกิจการท่องเที่ยวของที่นี่จึงรุ่งเรืองมาก
บนยานอวกาศ หลูซานเสวี่ยเปิดดูสตรีมของเมิ่งหนานซวี่ซ้ำไปมา เมื่อได้ยินเสียงประกาศลงจอด
เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจและรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ทะเลแห่งจิตวิญญาณก็เริ่มมั่นคง จริงด้วย… คงเพราะเหนื่อยเกินไป การพักผ่อนนี่แหละคือยาวิเศษ
เมื่อนึกถึงรสชาติหมูน้ำแดงที่หอมหวานนุ่มลิ้น เขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังลานล่าสัตว์ระดับต่ำทันที
ก็แค่สัตว์อสูรไห้นี่นา เดิมพันด้วยเกียรติของนักวิจารณ์อันดับหนึ่งในวงการอาหารอย่างหลูซานเสวี่ยเลย เขาต้องจับมันได้แน่นอน!
การเดินทางราบรื่นและปลอดภัย หลูซานเสวี่ยมาถึงลานล่าสัตว์อาร์ทิมิสก่อนเที่ยง หลังจากเก็บของเสร็จเขาก็รีบมุ่งตรงไปยังเขตเนินเขาที่สัตว์อสูรไห้อาศัยอยู่
“โฮ่ง!”
เสียงเห่าที่ดูน่ารักดึงดูดความสนใจของหลูซานเสวี่ย เขามองตามเสียงไปและพบกับลูกหมาป่าหิมะตัวน้อยที่มีดวงตาสีเขียวเข้มกำลังวิ่งตรงมาทางเขาและข้างหลังหมาป่าน้อยตัวนั้น มีสัตว์อสูรไห้ไล่ตามมา!
หลูซานเสวี่ยอึ้งไปเพราะกลัวลูกหมาป่าจะเป็นอันตราย จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย
แต่ไม่นึกเลยว่าลูกหมาป่าสีขาวตัวนั้นจะไม่ได้ลดความเร็วเลยแม้แต่นิดเดียว มันกระโดดวูบเดียวขึ้นมาบนไหล่ของเขา จากนั้นก็พลิกตัวพุ่งกลับไปหาเจ้าสัตว์อสูรไห้อีกครั้ง!
ร่างกายเล็ก ๆ ของมันคล่องแคล่วอย่างยิ่ง แรงที่ใช้กระโดดก็แม่นยำเหลือเชื่อ หมาป่าน้อยหลบการโจมตีของสัตว์อสูรได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนจะใช้กรงเล็บตะปบเข้าที่ดวงตาของมัน ท่ามกลางเสียงโหยหวน มันกระโดดขึ้นไปบนหลังสัตว์อสูรและปลิดชีวิตมันด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
หลูซานเสวี่ยลูบไหล่ที่ยังเจ็บนิด ๆ พลางมองภาพการต่อสู้แบบ ‘ผู้อ่อนแอกว่าเอาชนะผู้แข็งแกร่งกว่า’ ตรงหน้าอย่างโง่งม จนเขารู้สึกว่าตัวเองนี่มันช่างไร้ค่าจริง ๆ
ในขณะที่เขากำลังสงสัยในตัวเองอยู่นั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
“คุณคะ ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ พอดีเด็กที่บ้านกำลังหัดล่าสัตว์อยู่ เลยรบกวนคุณเข้าให้แล้ว”
หลูซานเสวี่ยที่ยังงง ๆ เงยหน้าขึ้นมอง เห็นหญิงสาวสวมชุดกีฬาเน้นคล่องตัวสีน้ำเงินยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาดอกท้อเหมือนแฝงความรู้สึก ริมฝีปากแมวเหมือนอมยิ้ม แต่บรรยากาศที่ดูเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญกลับทำให้เธอดูเท่และมีพลัง
“ไฮ? คุณโอเคไหมคะ?” เมิ่งหนานซวี่ถามด้วยความกังวล
ผู้ชมในห้องสตรีมเองก็กำลังจับจ้องชายแปลกหน้าที่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาในสตรีมเช่นกัน
[นี่คือคนสัญจรผ่านไปมาเหรอ?]
[เมื่อกี้การโจมตีของหลานชายน้อยนี่สุดยอดไปเลย อนาคตต้องเป็นเพชรเม็ดงามของโรงเรียนทหารแน่ ๆ !]
[ทำไมฉันรู้สึกคุ้น ๆ หน้าผู้ชายคนนี้จัง?]
ในขณะที่ผู้ชมกำลังคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ชายหนุ่มที่ดูมึนงงคนนั้นก็พูดออกมาในที่สุด
“‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้ง’? คุณคือ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ ใช่ไหมครับ? ผมเป็นแฟนคลับคุณนะ!”
เมิ่งหนานซวี่: “!!!”