สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 12 แมวไม่กินปลา
บทที่ 12 แมวไม่กินปลา
ช่องคอมเมนต์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง
[น่าอิจฉาที่สุด! ได้เจอพี่สาวในชีวิตจริงด้วย ฮืออออ]
[เขาหน้าคุ้นมากจริง ๆ ฉันเคยเห็นที่ไหนนะ?]
[เขาคือ ‘แมวไม่กินปลา’ ไงล่ะ!]
คำพูดนี้เหมือนช่วยดึงสติทุกคนให้ตื่นจากภวังค์!
[ว่าแล้วเชียว! ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง!]
[บังเอิญเจอในชีวิตจริงเนี่ยนะ โชคดีเกินไปแล้ว!]
[ไม่อยากพูดอะไรนอกจากคำว่า อิจฉา อิจฉา แล้วก็อิจฉา!]
เมิ่งหนานซวี่ได้ยินเสียง 521 แนะนำในหัว
[โฮสต์ครับ ไอดีดาราจักรของคนคนนี้คือ ‘แมวไม่กินปลา’ เขาเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณเลยนะ! ตอนที่คุณทำน้ำเลมอนครั้งแรก คนคนนี้แหละที่เป็นคนช่วยแชร์คลิปของคุณจนเป็นกระแส!]
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ! ขอบคุณที่คอยสนับสนุนกันค่ะ”
บนโลกก่อนวันสิ้นโลกเคยมีคำกล่าวว่า
“ในที่สุดฉันก็ได้เห็นไอดอลตัวเป็น ๆ สักที” ตอนนี้ความรู้สึกของเมิ่งหนานซวี่ก็คือ
“ในที่สุดฉันก็ได้เห็นแฟนคลับตัวเป็น ๆ สักที!”
จนถึงตอนนี้ เมิ่งหนานซวี่ถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวจริง ๆ ว่าเธอนั้นเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างแล้ว ตลอด 15 ปีในวันสิ้นโลก
แม้ชื่อเสียงของเธอจะขจรขจายไปทั่วสารทิศ แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เลย นี่เป็นครั้งแรกที่มี ‘แฟนคลับ’ มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความตื่นเต้นทำให้หัวใจของเธออ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว
หลูซานเสวี่ยที่ได้ยินเสียงนุ่มนวลของเธอถึงกับตื่นเต้นจนเนื้อเต้น!เขาขอประกาศเลยว่า วันนี้คือวันโชคดีที่สุดในชีวิตของเขา!
เจ้าหมาป่าน้อยเอียงคอสะบัดเลือดบนกรงเล็บออกจนสะอาด ก่อนจะกระโดดเข้าหาอ้อมกอดของเมิ่งหนานซวี่
เมิ่งหนานซวี่รับเจ้าหมาป่าน้อยไว้ในอ้อมแขนโดยสัญชาตญาณ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาด ๆ ออกมาเช็ดเท้าให้เขา
“โฮ่ง!”
เจ้าหมาป่าน้อยคลอเคลียเมิ่งหนานซวี่ เหมือนกำลังพยายามจะสื่อสารอะไรบางอย่าง เมิ่งหนานซวี่เข้าใจได้ทันที
“ชางชางบอกว่า จะแบ่งสัตว์อสูรไห้ให้คุณครึ่งหนึ่งค่ะ เมื่อกี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะเหยียบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไรเลย”
หลูซานเสวี่ยมองดูเจ้าหมาป่าน้อยพลางยิ้มกว้างที่เขาคิดว่าดูเป็นมิตรที่สุด
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ เขาเก่งมากเลย”
เจ้าหมาป่าน้อยเริ่มหงุดหงิด
‘ทำไมมีแต่คนมาจ้องจะแย่งความสนใจจากคุณอาของเขานะ? น่ารำคาญชะมัด!’ ในเมื่อพบกันแล้ว เมิ่งหนานซวี่จึงชวนหลูซานเสวี่ยไปล่าสัตว์และทานข้าวด้วยกัน ผู้ชมในห้องสตรีมเห็นดังนั้น ความอิจฉาริษยาก็พุ่งปรี๊ดจนแทบจะทะลุจอออกมา
[แงงง ฉันจะไม่เป็นแฟนคลับไอ้คนขี้เหร่ที่เอาแต่ยิ้มโง่ ๆ คนนี้แล้ว!]
[ดวงดีอะไรขนาดนั้นน่ะ ฉันอิจฉาจนจะบ้าอยู่แล้ว]
[เทพเจ้าทั้งสี่โปรดประทานพร ขอให้ฉันโชคดีได้เจอพี่สาวสตรีมเมอร์บ้างเถอะ]
หลูซานเสวี่ยพอได้ยินว่าเมิ่งหนานซวี่จะเลี้ยงข้าวเขาก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
“งั้นวันนี้พวกเราจะกินอะไรกันดีครับ?”
เมิ่งหนานซวี่โปรยยิ้มที่มีเลศนัย
“ปลาค่ะ!”
เป็นแมวจะมาไม่กินปลาได้ยังไง? วันนี้ฉันจะทำให้ทุกคนได้รู้เองว่า ของขวัญจากทะเลสาบน่ะเป็นยังไง!
หลูซานเสวี่ย: “…”
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ฉันหายอิจฉาแล้ว ปล่อยให้มันลำพองใจไปเถอะ!]
[ไม่ชอบกินปลาแต่โดนเลี้ยงด้วยปลา ฮ่า ๆ ๆ]
[แต่จะว่าไป ปลามันไม่อร่อยไม่ใช่เหรอ? ในวิชาสรีรวิทยาพวกเราเคยชำแหละพวกมัน กระดูกมันเยอะมากเลยนะ]
[เมนท์บน คราวก่อนแกะกับหมู ทุกคนก็ไม่เชื่อมั่นไม่ใช่เหรอ ผลสุดท้ายเป็นไงล่ะ กินกันจนโงหัวไม่ขึ้นเลย]
[พี่สาวสตรีมเมอร์มักจะสร้างปาฏิหาริย์เสมอ สนับสนุนพี่สาวค่ะ!]
หลูซานเสวี่ยจำต้องเดินตามเมิ่งหนานซวี่เข้าไปในส่วนลึกของป่าในลานล่าสัตว์ด้วยใบหน้าขมขื่น ทะเลสาบในลานล่าสัตว์อาร์ทิมิสนั้นใหญ่มาก มันเหมือนกับอัญมณีสีน้ำเงินใสที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของป่า
พวกเขาเดินตามทางเดินเล็ก ๆ ที่สร้างผ่านพืนป่า ผืนดินที่แทบไม่มีร่องรอยของผู้คนแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทันที เหล่านกพากันส่งเสียงร้องจิ๊บจั๊บไม่หยุด
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพรรณไม้ทำให้เมิ่งหนานซวี่รู้สึกสบายใจอย่างมาก ต้องรู้ก่อนว่าพลังพิเศษของเธอในวันสิ้นโลกคือธาตุไม้ ไม่มีสภาพแวดล้อมไหนที่ทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระได้เท่ากับป่าไม้ และป่าไม้ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตนี้ก็ได้ปรากฏสู่สายตาของทุกคนในห้องสตรีม
ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ เถาวัลย์ที่เติบโตอย่างอิสระเชื่อมโยงพื้นที่เข้าด้วยกัน
พรรณไม้แปลกตามากมายแผ่กิ่งก้านสาขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สลัว ๆ ท่ามกลางภาพป่าลึกที่ดูลึกลับนั้น มีเพียงลำแสงที่ลอดผ่านแมกไม้อย่างเป็นจุด ๆ เท่านั้นที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น
เหมือนกับว่าจู่ ๆ ทุกคนก็ได้หลุดเข้าไปในโลกโบราณที่แปลกประหลาด ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนได้หายใจเอาอากาศที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
[ที่นี่ที่ไหนน่ะ? สวยมากจริง ๆ !]
[สีเขียวทำให้รู้สึกสบายใจขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย สงสัยต้องหาเวลาไปเที่ยวบ้างแล้ว]
[จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าพลังจิตดูสงบนิ่งและมั่นคงขึ้นมาเลย]
หลูซานเสวี่ยสลัดความขุ่นมัวเมื่อครู่ทิ้งไปและเริ่มชื่นชมทัศนียภาพที่แสนพิเศษนี้ แม้แต่เจ้าก้อนแป้งที่มักจะทำตัวสุขุมเยือกเย็น ดวงตาก็ยังฉายแววสั่นสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
ลานล่าสัตว์ทั่วไปไม่มีป่าขนาดใหญ่แบบนี้ มีเพียงสถานที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อย่างดาวดอแรนเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เห็นฉากเช่นนี้
[ที่แท้ป่าไม้เป็นแบบนี้เองเหรอ คราวก่อนตอนฉันไปลานล่าสัตว์ ฉันดันเดินเลี่ยงทางนี้ไปซะได้ เจ็บใจนัก!]
[ฉันก็เหมือนกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ท่ามกลางพืชพรรณมากมายขนาดนี้ รู้สึกดีมากจริง ๆ ]
[ฉันยังอยู่ในช่วงคลั่งทางจิต แต่พอมาอยู่ที่นี่กลับรู้สึกดีขึ้นมากเลย]
หลังจากเมิ่งหนานซวี่เกิดใหม่ เธอไปเพียงสองที่ คือดาวร้าง D9027 และดาวดอแรน ซึ่งทั้งสองที่ต่างก็มีทรัพยากรพืชอุดมสมบูรณ์มาก เธอจึงยังไม่รู้ว่าความจริงแล้ว ดาวเศรษฐกิจส่วนใหญ่นั้นแทบไม่มีพืชพรรณธรรมชาติเลย
เดินตามทางเล็ก ๆ มาเรื่อย ๆ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ทะเลสาบกลางป่าลึกที่แทบไม่มีใครย่างกรายเข้ามา ทัศนียภาพที่สว่างวาบขึ้นมาทันทีทำให้ทุกคนตะลึงงัน ทะเลสาบสีน้ำเงินใสสะอาดสะกดสายตาของทุกคนไว้
[โทษทีที่ฉันเรียนมาน้อย นอกจากคำว่าสวยมากก็พูดคำอื่นไม่ออกแล้ว]
[สรุปนี่คือที่ไหนคะ รบกวนสตรีมเมอร์ช่วยบอกที ฉันจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยว!]
[ฉันยังไปไม่ได้ตอนนี้ แต่ฉันจะไปหาซื้อต้นไม้ได้จากที่ไหนบ้างเนี่ย?]
เมิ่งหนานซวี่พาหลูซานเสวี่ยเข้าไปใกล้ทะเลสาบ ชี้ไปที่ปลาหลายชนิดที่กำลังว่ายวนอยู่ในน้ำแล้วพูดว่า
“นี่แหละค่ะคือวัตถุดิบของพวกเราในวันนี้!”
เจ้าหมาป่าน้อยกระโดดออกจากอ้อมแขนเมิ่งหนานซวี่ ยื่นอุ้งเท้าลงไปแตะน้ำเบา ๆ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้รู้สึกสบายตัวอย่างมากท่ามกลางฤดูร้อนที่อบอ้าว
“หนูลงไปไม่ได้นะลูก น้ำตรงนี้ลึกเกินไป รอพวกเราอยู่ตรงนี้นะคะเด็กดี” เมิ่งหนานซวี่อุ้มเจ้าก้อนแป้งไปวางไว้บนโขดหินใหญ่
เมิ่งซางลู่คืนร่างมนุษย์ เสื้อผ้าเรียบง่ายที่เกิดจากขนสีขาวทำให้เขาดูน่ารักเป็นพิเศษ เขามองดูทะเลสาบตรงหน้า และจู่ ๆ ก็เข้าใจคำพูดที่คุณอาเคยบอกกับเขา
“โลกใบนี้กว้างใหญ่มาก ดังนั้นอย่าเอาความรักความเกลียดชังไปลงกับคนหรือเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเลย หนูควรจะมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ยิ่งใหญ่จนเมื่อหันกลับมามอง เรื่องและคนในอดีตจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าที่จะเอ่ยถึงอีกต่อไป”
หลูซานเสวี่ยพยายามจะลงไปงมปลา
ทว่าปลาในทะเลสาบนี้แต่ละตัวกลับใหญ่โตมโหฬาร พอพวกมันสะบัดหางทีหนึ่ง น้ำก็กระเด็นใส่เขาจนเปียกโชก หลูซานเสวี่ยที่ดูสะบักสะบอมเริ่มโมโหจนหน้าแดง เขาคำรามเบา ๆ แล้วคืนร่างเดิมทันที
“เมี๊ยว!”
เมิ่งหนานซวี่ถูกเสียงนั้นดึงดูดความสนใจ เธอหันไปมองทันที
แมวตุ๊กตา!
ดูขนที่นุ่มสลวยนั่นสิ ดูดวงตาที่แสนสูงส่งนั่นสิ ฟังเสียงร้องที่แสนหวานนั่นอีก เมิ่งหนานซวี่ตื่นเต้นจนตัวสั่น หนึ่งในความฝันในชีวิตของเธอก็คือการได้เลี้ยงเจ้าเหมียวตัวโต ๆ สักตัว! หลูซานเสวี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ยกอุ้งเท้าขึ้นมาแล้วตบลงไปอย่างแรง!
ตูม!
ปลาแฉลบข้ามหัวเขาไป ตกลงน้ำแล้วยังไม่วายสะบัดน้ำใส่เขาอย่างไม่แยแส
หลูซานเสวี่ย: “…”
เมิ่งหนานซวี่: “…”
หรือจะช่างมันเถอะนะ… ดูเหมือนแมวตัวนี้จะไอคิวไม่ค่อยสูงเท่าไหร่
[ฮ่า ๆๆๆ พ่อหนุ่มคนนี้ทำไมตลกขนาดนี้!]
[วันนี้ฉันต้องขำตายในห้องสตรีมนี้แน่ๆ]
[สู้เขานะไอ้ชาย! ฉันเชียร์นายอยู่!]
หลูซานเสวี่ยไม่ยอมแพ้ ยื่นอุ้งเท้าออกไปตะปบ ตะปบ แล้วก็ตะปบ!
ตูม ตูม ตูม!
น้ำกระเซ็นไปทั่วสารทิศ
เมิ่งหนานซวี่: “…”
เมิ่งซางลู่ถอยหลังหนีด้วยความรำคาญไปหลายก้าว
คุณพ่อพูดถูกจริง ๆ สัตว์ตระกูลแมวนี่มันน่ารำคาญชะมัด
เมิ่งหนานซวี่ถอนสายตากลับมา ตั้งสมาธิให้นิ่ง เล็งไปที่เงาสีดำวูบหนึ่ง แล้ว… ฉับ!
ปลาสีดำตัวหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงขึ้นมานอนในถังไม้บนฝั่งทันที
ทักษะการเอาตัวรอดพวกนี้ไม่มีใครเชี่ยวชาญเท่าเธออีกแล้ว ภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของวันสิ้นโลก ผู้รอดชีวิตทุกคนต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการหาอาหารเลี้ยงชีพกันทั้งนั้น
[พี่สาวเท่มากจริง ๆ !]
[ถ้าไม่ได้เห็นความทุลักทุเลของพ่อหนุ่มข้าง ๆ ฉันคงนึกว่าการจับปลามันง่ายมากแน่ๆ]
[ขอนอกเรื่องนิดนึงนะ… เป็นไปได้ไหมว่า ปัญหามันอยู่ที่ตัวพ่อหนุ่มนั่นเองน่ะ]
ในห้องสตรีมเริ่มมีคนอยู่นิ่งไม่ได้ ลองเข้าไปในระบบโฮโลแกรมเพื่อทดลองจับปลาดูบ้าง
[สนุกมากจริง ๆ ทุกคนลองดูสิ]
[ฉันได้ 3 ตัวแล้ว]
[ฉัน 5 ตัว!]
[ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งฉันจะมาทำอะไรเด็ก ๆ แบบการเล่นจับปลาในโฮโลแกรมเนี่ยนะ ยิ่งโตยิ่งกลับไปเป็นเด็กจริง ๆ ]
เมื่อเห็นคุณอาตักปลาขึ้นมาทีละตัว ๆ เมิ่งซางลู่ก็กระโดดลงจากก้อนหิน เลือกจุดที่น้ำตื้นมากแล้วเริ่มลงมือลองดูบ้าง
ไม่นานนัก เขาก็อุ้มปลาที่มีความยาวเท่ากับแขนของเขาเดินขึ้นฝั่งมา
หลูซานเสวี่ย: “…”
ช่องคอมเมนต์ระเบิดเสียงฮ่า ๆ ๆ ๆ ออกมาเป็นการเยาะเย้ยเขาอย่างรุนแรง
เมื่อเห็นว่าได้ปลาพอสมควรแล้ว เมิ่งหนานซวี่ก็ขึ้นฝั่ง หาพื้นที่ทรายเรียบ ๆ แล้วหยิบเตาย่างออกมา
“เอาล่ะค่ะ เข้าสู่หัวข้อหลักของวันนี้กันเลย ปลาเผา ค่ะ!”