สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 127 เยือนยามวิกาล
บทที่ 127 เยือนยามวิกาล
สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ใช่แค่แมวยักษ์ที่เอาแต่ขายความน่ารักสินะ ราชาแห่งสรรพสัตว์ที่จู่โจมครั้งเดียวปลิดชีพต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของเขา
เมิ่งหนานซวี่จ้องมองเว่ยเชิงโม่พลางใช้ความคิดอยู่นาน
“มีอะไรเหรอครับ?” เว่ยเชิงโม่มองเธออย่างไม่เข้าใจ
จู่ ๆ เมิ่งหนานซวี่ก็ยื่นมือไปขยี้แก้มเขาอย่างมันเขี้ยว: “คุณนี่น่ารักจริง ๆ เลยนะ!”
เว่ยเชิงโม่: ……
เขาก็ได้แต่ปล่อยให้เธอ “รุกราน” ร่างกายตามใจชอบ
คำกล่าวที่ว่า “ยอมให้ลูบ ยอมให้กอด ยอมให้จูบ คือแมวที่ดี”… ไม่ใช่สิ คือ “แฟนที่ดี” ต่างหาก
เมิ่งหนานซวี่ขยี้จนพอใจ ส่วนเว่ยเชิงโม่นั้นโดนเธอปั่นป่วนจนเริ่มมีอารมณ์พลุ่งพล่าน
เมื่อหนำใจแล้ว เมิ่งหนานซวี่จึงเอ่ยขึ้นว่า: “ดูท่าพวกชนชั้นสูงบนดาวเมืองหลวงคงต้องวุ่นวายไปอีกสักพักแน่ ๆ”
“ต้องให้วุ่นวายครับ ถึงจะลากพวกแมลงเม่าที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดออกมาได้” ดวงตาของเว่ยเชิงโม่ฉายแววเย็นเยียบ
ไม่แน่ว่า ในการกวาดล้างครั้งใหญ่นี้ เขาอาจจะพบเบาะแสเรื่องการหายตัวไปของพี่ชายก็เป็นได้
“จะว่าไป คืนนี้ฉันต้องไปที่บ้านตระกูลหรงอีกรอบค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ยกชาผลไม้บนโต๊ะขึ้นมาจิบสองคำ
“คุณเจอคุณหรงแล้วเหรอครับ?” เว่ยเชิงโม่ถาม
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า: “ค่ะ แถมยังได้ข้อมูลมาไม่น้อยเลยด้วย”
เธอเล่ารายละเอียดสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อตอนบ่ายให้เขาฟังอย่างครบถ้วน
เว่ยเชิงโม่นิ่งคิดครู่หนึ่ง: “ความคิดของผมกับคุณตรงกันครับ หลี่หยวนจงกับหลี่สุยซิน มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นคนเดียวกัน”
“ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นในปีนั้นคืออะไรจึงสำคัญมากค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด “ฉันอยากหาจังหวะกลับไปที่ดาวโดแลน สักรอบค่ะ”
ในเมื่อเว่ยเชิงโม่ทำให้กระแสน้ำในดาวเมืองหลวงปั่นป่วนแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เธอจะไปสืบค้น
“หมายเลข 9 อยู่ที่ดาวโดแลนครับ ถ้าพวกเราไปก็สามารถติดต่อเขาได้เลย” เว่ยเชิงโม่เห็นด้วยกับแผนการของเธออย่างยิ่ง
ก่อนจะกลับมาดาวเมืองหลวง เขาได้ไหว้วานให้หมายเลข 9 ล่วงหน้าไปที่ดาวโดแลนแล้ว ในเมื่อจะไป การไปสมทบกับเขาก่อนย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด
“นั่นเยี่ยมไปเลยค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ดวงตาเป็นประกาย
ชื่อเสียงของหมายเลข 9 นั้นเมิ่งหนานซวี่เคยได้ยินมานาน เขาเปรียบเสมือนเงาภูตผีที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป และเขาปฏิเสธที่จะให้บริการข้อมูลแก่ทุกคน ยกเว้นเพียง “ลูกพี่” ที่เขาให้การยอมรับอย่างเว่ยเชิงโม่เท่านั้น
มีสุดยอดฝีมือแบบนี้อยู่ด้วย พวกเขาต้องหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้นแน่!
“แต่ว่า… แล้วเจ้าก้อนแป้งล่ะคะ?” เมิ่งหนานซวี่มองขึ้นไปชั้นบนด้วยความกังวล
เว่ยเชิงโม่ตอบอย่างใจเย็น: “ก็ยังมีเสี่ยวลิ่ว (อาหก) กับเสี่ยวปา (อาแปด) อยู่ไม่ใช่เหรอครับ?”
จริงด้วย! ยังมีเว่ยเชิงหลีกับเว่ยเชิงเหยา สองพี่น้องนั่นอยู่นี่นา!
“ช่วงนี้ฉู่ชื่อกับมอริสันไม่มีภารกิจ ผมจะสั่งให้พวกเขาคอยจับตาดูด้วยครับ” เว่ยเชิงโม่เสริม
ความปลอดภัยของเด็ก ๆ สำคัญที่สุด พวกเขาเคยพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จะปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไม่ได้เด็ดขาด!
·
เมิ่งหนานซวี่ในชุดปฏิบัติการสีดำสนิท กลมกลืนไปกับความมืดมิดยามค่ำคืน
ท่าทางของเธอแคล่วคล่องว่องไวดั่งนก พุ่งผ่านท้องฟ้าไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่ทำให้พวกที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์รู้ตัวแม้แต่น้อย
ระบบ 521 รายงานสิ่งที่ค้นพบข้างหูเธอ: [รหัสชุดนั้นฝังอยู่ในอุปกรณ์อัจฉริยะแทบทุกชิ้นของตระกูลหรงเลยค่ะ ฉันกับ 1314 ไล่ตรวจสอบย้อนกลับไป พบว่าตามเวลาของสหพันธรัฐ มันย้อนไปได้ไกลถึงหนึ่งพันปีก่อนเลยค่ะ!]
หนึ่งพันปีก่อน!
เมิ่งหนานซวี่ตกใจ นั่นมันช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ไม่ใช่เหรอ?
เสียงโลลิของ 521 ดังต่อ: [ข้อมูลชุดนี้ถูกอัปเกรดและเสริมความแข็งแกร่งมานับครั้งไม่ถ้วนเวลาต่อมา จากการคำนวณของ 1314 ความถี่ในการอัปเกรดแทบจะตรงกับช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านผู้นำตระกูลหลี่พอดิบพอดีเลยค่ะ]
[ดังนั้น พวกเราจึงสันนิษฐานว่า มีโอกาสถึง 70% ที่ข้อมูลชุดนี้จะมาจากหลี่สุยซินในปีนั้นค่ะ]
เมื่อได้ยินข้อสันนิษฐานนี้ เมิ่งหนานซวี่ก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที
การเฝ้าติดตามที่ยาวนานนับพันปี… คนตระกูลหลี่เนี่ย คงจะเป็นพวกวิกลจริตกันหมดแล้วแน่ ๆ!
เสียงเด็กผู้ชายของ 1314 ดังขึ้นบ้าง: [ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือเมื่อหนึ่งเดือนก่อนครับ]
มันเว้นจังหวะเล็กน้อย: [พวกเราตรวจพบว่า การแก้ไขข้อมูลครั้งล่าสุดนี้ ไม่ใช่ฝีมือของตระกูลหลี่ครับ]
“โมเสสเหรอ?” เมิ่งหนานซวี่นึกถึงคำตอบได้ทันที
[ไม่ใช่ครับ แต่เป็นสมาคมพรานดารา ครับ] 1314 ตอบ
สมาคมพรานดาราที่แยกตัวเป็นอิสระจากระบบของสหพันธรัฐงั้นเหรอ…
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มบาง ๆ
ช่างน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ
“พวกเธอสามารถบล็อกรหัสชุดนั้นได้ไหม?”
[แน่นอนค่ะ!] 521 มั่นใจสุดขีด [ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะค่ะ!]
บ้านของตระกูลหรงอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เมิ่งหนานซวี่หรี่ตามอง และพบว่าแถวนี้ก็มีคนคอยซุ่มดูอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
[โฮสต์คะ การบล็อกข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว แต่พวกเราสามารถถ่วงเวลาให้คุณได้มากที่สุดแค่สามชั่วโมงนะคะ]
“แค่นั้นก็พอแล้ว!”
ดวงตาสีอำพันของเมิ่งหนานซวี่ส่องประกาย พลังจิตที่แข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาในพริบตา ทำให้ทุกคนที่ซุ่มอยู่แถวนี้เกิดอาการเหม่อลอยไปชั่วขณะ
อาศัยช่องโหว่ความทรงจำที่ว่างเปล่าเพียงเสี้ยววินาทีของพวกคนเฝ้า เมิ่งหนานซวี่ก็ลอบเข้าไปในตัวบ้านของตระกูลหรงได้สำเร็จ ต้องขอบคุณวิชาฝึกพลังจิตที่ระบบมอบให้จริง ๆ มันมีประโยชน์มาก!
“พี่สาวเมิ่ง?”
เสียงใสซื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นกะทันหัน เมิ่งหนานซวี่หันไปมองตามเสียง ปรากฏว่าเป็น “หรงจือจือ” เพื่อนตัวน้อยที่เพิ่งเจอกันเมื่อตอนบ่ายนั่นเอง
เห็นเด็กหญิงตัวน้อยในชุดนอนมองเธอด้วยตาปรือ ๆ พลางพึมพำอย่างคนละเมอว่า: “วันนี้เป็นฝันดีจังแฮะ ฝันว่าพี่สาวเมิ่งมาที่บ้านด้วย!”
เธอจ๊อบแจ๊บปากทีหนึ่ง แล้วก็หลับปุ๋ยลงไปอีกรอบ
“อื้ม… ลูกพี่ครับ ขอขนมถั่วเขียวอีกชิ้นได้ไหม? หนูสัญญาว่าจะเชื่อฟังมากกว่าเหวินเหรินฮ่าวอีกนะ…”
เมิ่งหนานซวี่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้มิออก
แต่ว่า… “ลูกพี่” คือใครกันล่ะ?
แต่ความสงสัยนั้นก็ผุดขึ้นมาเพียงแวบเดียวเท่านั้น ตอนนี้เธอมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำเธอแปลงร่างเป็นนกสีขาวตัวน้อย แทรกตัวผ่านช่องว่างใต้ประตูออกไปราวกับเป็นของเหลว ห้องหนังสือของคุณอาหรงอยู่ที่ชั้นสาม เธอต้องรีบทำเวลาแล้ว
“เอ๊ะ! เจ้านกขาวนี่มาจากไหนกันเนี่ย?”
หรงหลี่จือที่มีผมสีแดงเพลิงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตานกขาวตัวน้อยเอียงคอ ดวงตาสีอำพันกะพริบปริบ ๆ งานนี้… ความลับจะแตกหรือไม่แตกดีนะ?