สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 129 จีโฉว
บทที่ 129 จีโฉว
กล่อง… ถูกเปิดออกง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?
“คุณทำได้ยังไง?” หรงอี้ แสดงความประหลาดใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
เมิ่งหนานซวี่หยิบบันทึกออกมาอย่างระมัดระวังแล้วกอดไว้ในอ้อมอก “พี่ชายของฉันทิ้งกล่องที่เหมือนกันเปี๊ยบไว้ให้ใบหนึ่งค่ะ”
เธอหยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ดูเหมือนว่ามันจะจดจำเลือดของฉันได้”
“ผมเคย… เห็นกล่องที่คล้ายกันนี้มาก่อน”
เสียงที่ดูลังเลดังขึ้น เป็นเสียงของหรงซิ่นจือ
“แล้วทำไมแกไม่รีบบอก!” หรงหนิงเยี่ยนฟาดแขนลูกชายคนโตไปหนึ่งปึก
เจ้าเด็กคนนี้ มัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงเพิ่งมาพูดเอาป่านนี้!
ซี้ด…
หรงซิ่นจือคลึงไหล่ตัวเองพลางทำหน้าละห้อย “ก็พวกคุณไม่เคยบอกผมเลยนี่ครับว่าที่บ้านเรามีของแบบนี้อยู่ด้วย”
หรงหนิงเยี่ยน “……”
เออจริง… ลืมไปเลยแฮะ
“แม่ผิดเองจ้ะ มา ๆ เดี๋ยวแม่นวดให้นะ” หรงหนิงเยี่ยนเอื้อมมือไปจับไหล่ลูกชาย
หรงซิ่นจือ “QAQ”
แม่ครับ บทลงโทษมีตั้งหลายวิธี แม่ช่วยเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นเถอะครับ แรงมือขนาดนี้ ลูกชายแม่รับไม่ไหวจริง ๆ!
“พี่ครับ พี่ไปเห็นกล่องที่คล้ายกันนี้ที่ไหนเหรอ?” หรงหลี่จือรีบเสนอหน้าเข้าไปช่วยชีวิตพี่ชายผู้เลอโฉม
หรงอี้และเมิ่งหนานซวี่ต่างก็หันมามองอย่างสนใจ
“ตอนที่ผมไปหาแรงบันดาลใจที่ดาวโอวเวย์ ผมบังเอิญได้เข้างานประมูลตลาดมืดครั้งหนึ่ง ที่นั่นผมเห็นกล่องที่คล้ายแบบนี้ครับ”
หรงซิ่นจือย้อนความหลัง “พิธีกรบอกว่า เดิมทีกล่องนี้มีไว้สำหรับเก็บข้อมูลของดาวแม่ครับ”
ในฐานะที่หรงเยี่ยเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์คลังความรู้ของดาวแม่ การมีกล่องแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พี่ชายของเจ้าของร่างเดิมไปเอาของสิ่งนี้มาได้ยังไง?
[โฮสต์คะ เวลาเหลือน้อยแล้ว รีบหน่อยค่ะ!] เสียงของ 521 ดังขึ้นด้วยความร้อนรน
เมื่อได้ยินคำเร่งเร้าของระบบ เมิ่งหนานซวี่จึงต้องเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อน เธอหันไปมองหรงอี้แล้วกล่าวอย่างเกรงใจ “คุณอาหรงคะ บันทึกเล่มนี้… ฉันขอขอยืมไปสักพักได้ไหมคะ?”
แม้เธอจะเป็นคนเปิดกล่อง แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นของดูต่างหน้าของบรรพบุรุษตระกูลหรง
“เอาไปเถอะจ้ะ” หรงอี้มองบันทึกในมือเธอด้วยความอาลัยเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “นี่เป็นของที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้คนตระกูลเมิ่ง มันควรจะเป็นของคุณแต่แรกอยู่แล้ว”
หรงหนิงเยี่ยนมองเมิ่งหนานซวี่ด้วยสายตาอ่อนโยน “เอาติดตัวไปเถอะจ้ะ มันอยู่ที่นี่ต่อไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี”
เมิ่งหนานซวี่รู้สึกอบอุ่นในใจ เธอโค้งคำนับขอบคุณสามีภรรยาตระกูลหรงอย่างสุดซึ้ง
“คุณอาคุณน้าคะ ขอบคุณมากค่ะ”
บุญคุณครั้งนี้ เมิ่งหนานซวี่จะจดจำไว้ไม่มีวันลืม!
หลังจากออกจากบ้านตระกูลหรง เมิ่งหนานซวี่ก็มุ่งหน้ากลับบ้านอย่างรวดเร็ว
“521 ช่วยฉันสืบเรื่องงานประมูลในตลาดมืดนั่นที”
[รับทราบค่ะ! โฮสต์วางใจได้เลย เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ของฉันเอง]
521 ตอบกลับอย่างกระฉับกระเฉง
ก่อนจะจากมา หรงซิ่นจือได้บอกข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับตลาดมืดดาวโอวเวย์ให้เธอทราบแล้วในสมุดบันทึกของบรรพบุรุษตระกูลหรงจะมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
แล้วทำไมตระกูลหลี่กับสมาคมนักล่าดวงดาวถึงต้องจับตาดูพวกเขา?
คำถามมากมายผุดขึ้นในใจ เมิ่งหนานซวี่สังหรณ์ใจว่าบันทึกเล่มนี้จะนำพาเบาะแสที่สำคัญยิ่งมาให้เธอหลบหลีกพวกที่คอยดักซุ่มอย่างช่ำชอง แล้วปีนระเบียงชั้นสองที่เต็มไปด้วยดอกไฮเดรนเยียกลับเข้าบ้านไป
“เป็นยังไงบ้าง?”
ไม่ผิดจากที่คิด เว่ยเชิงโม่กำลังรอเธออยู่ที่นั่น
เมิ่งหนานซวี่ขยิบตาให้เขา “ฉันออกโรงเองทั้งที ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ”
เว่ยเชิงโม่โดนท่าทางน่ารักนั่นตกเข้าเต็มเปา เขาอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปจูบเธอเบา ๆ
แค่นี้เองเหรอ?
เมิ่งหนานซวี่ไม่พอใจ เธอเอื้อมมือไปคล้องคอเขาแล้วบดจูบกลับไปอย่างเร่าร้อน
เว่ยเชิงโม่ไม่ยอมแพ้ เขาโอบเอวเธอไว้แล้วออกแรงกระชับอ้อมกอดเพื่อจูบตอบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความรู้สึกยามริมฝีปากและฟันสัมผัสกันนั้นช่างแสนวิเศษ ทั้งคู่ต่างโหยหาความอบอุ่นจากกันและกันจนไม่อยากแยกจาก
คู่รักที่กำลังหวานชื่นพิงกายเข้าหากัน ปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่าง
“กล่องใบนั่น เหมือนกับที่พี่ชายทิ้งไว้ให้ไม่มีผิดเลยค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ลูบปกสมุดบันทึกพลางรำพึงออกมา
คำพูดของเธอปลุกความทรงจำของเว่ยเชิงโม่ “ของสิ่งนั้น… น่าจะเป็นของเฉพาะตัวสำหรับผู้พิทักษ์คลังความรู้ครับ”
เมิ่งหนานซวี่มองเขา ดวงตาดอกท้อเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณเคยเห็นเหรอคะ?”
เว่ยเชิงโม่พยักหน้า “ในของดูต่างหน้าของแม่ผม ก็มีของแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่ผมกับพี่ชายเปิดมันไม่ออก”
“ตระกูลเว่ยเคยมีผู้พิทักษ์คลังความรู้ด้วยเหรอคะ?” เมิ่งหนานซวี่ไม่เข้าใจ
“ไม่ครับ” เว่ยเชิงโม่ส่ายหน้า “เพราะงั้นพี่ชายผมเลยตามสืบเรื่องนี้มาตลอด”
เขาไม่ได้พูดต่อ แต่หันไปมองสมุดบันทึกเก่าคร่ำคร่าในมือเธอ “ลองเปิดดูเถอะครับ ในนั้นอาจจะมีเบาะแสอะไรบางอย่าง”
เมิ่งหนานซวี่ค่อย ๆ เปิดบันทึกออกอย่างระมัดระวัง เว่ยเชิงโม่เปิดโคมไฟรูปดาวบนระเบียง แล้วเริ่มอ่านไปพร้อมกับเธอ
·
ปีดาราศักราช 1035 วันที่ 12 พฤศจิกายน
วันนี้เสี่ยวซิ่งซิ่ง รับผู้ช่วยใหม่มาคนหนึ่ง หน้าตาก็ดูใช้ได้อยู่หรอก แต่ทำไมท่าทางดูมืดมนจัง เห็นแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลยแฮะ
ปีดาราศักราช 1035 วันที่ 5 ธันวาคม
ไม่จริงน่า! ไม่จริงใช่ไหม!
ไอ้ผู้ช่วยคนนั้นขยันเคี่ยวเข็ญให้เสี่ยวซิ่งซิ่งทำงานวิจัยทุกวันเลยเหรอ?
เสี่ยวซิ่งซิ่งก็เป็นพวกติดบ้านจะแย่อยู่แล้ว ขืนติดบ้านมากกว่านี้มีหวังขึ้นราแน่ ๆ! ไอ้ผู้ช่วยคนนี้มันน่ารำคาญจริง ๆ!
ไม่ได้การละ ฉันต้องไปช่วยเสี่ยวซิ่งซิ่งออกมาให้ได้!
·
ปีดาราศักราช 1036 วันที่ 21 กุมภาพันธ์
ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดฉันก็ส่งสร้อยคอที่หน้าตาพิลึกนั่นออกไปได้เสียที!
เสี่ยวซิ่งซิ่งน่ะดีไปหมดทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือลายมือห่วยแตกชะมัด! ต้องล้อเลียนให้เข็ด!
แต่เสี่ยวซิ่งซิ่งดูจะไว้ใจผู้ช่วยคนนั้นมากเกินไปหรือเปล่านะ? ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่ดี คงต้องไหว้วานให้เจ้าคนตระกูล ‘เว่ย’ นั่นช่วยสืบดูหน่อยแล้ว
·
ปีดาราศักราช 1036 วันที่ 14 เมษายน
ไฟไหม้ครั้งนั้น… มันคือฝีมือมนุษย์
·
ปีดาราศักราช 1036 วันที่ 29 พฤษภาคม
ขอเพียงละทิ้งความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนพ้อง แกก็สามารถทำตามใจปรารถนาได้ทุกอย่างสินะ…ช่างเป็น ‘หลี่หยวนจง’ ที่ดีจริง ๆ ช่างเป็น ‘หลี่สุยซิน’ ที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!
ฉันขอสาปแช่งแก ชาตินี้ ทั้งชีวิตนี้ จะไม่มีใครมอบใจจริงให้แกอีกเลย!
คนอย่างแกไม่คู่ควร!
·
ปีดาราศักราช 1037 วันที่ 21 กุมภาพันธ์
ฮ่า ๆ ๆ! เพราะเสี่ยวซิ่งซิ่งทำให้พี่ชายแกตาย แกก็เลยจะลบตัวตนของเสี่ยวซิ่งซิ่งทิ้งเพื่อแก้แค้นให้พี่ชายงั้นเหรอ?
แกมันก็แค่พวกขี้ขโมยที่อยากชิงผลงานวิจัยของเขาไปเป็นของตัวเองชัด ๆ!
แกนี่ยังมีหน้ามาเลือกวันนี้อีกนะ หลี่สุยซิน แกคอยดูเถอะ!
·
ปีดาราศักราช 1038 วันที่ 23 มีนาคม
การลอบสังหารวันนี้ล้มเหลวอีกแล้ว
แต่ ‘เว่ย’ บอกฉันว่า เป็นไปได้ว่านายอาจจะยังมีชีวิตอยู่
นาย… ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ใช่ไหม?
·
ปีดาราศักราช 1038 วันที่ 31 ธันวาคม
ที่ดาวโดแลน มีคนชื่อเดียวกับเสี่ยวซิ่งซิ่งตายไปคนหนึ่ง
·
ปีดาราศักราช 1039 วันที่ 1 มกราคม
‘เว่ย’ บอกว่าสมาร์ทเบรนที่คนคนนั้นพกอยู่เป็นของเสี่ยวซิ่งซิ่ง
แต่ตัวตนจริง ๆ ของคนคนนั้นกลับเป็นโจรสลัดอวกาศ
!
งั้นเสี่ยวซิ่งซิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะ…
ช่างเถอะ ฉันไปไหว้วานให้ ‘เว่ย’ ช่วยลบข้อมูลของโจรสลัดคนนี้ทิ้งไป ถ้าเสี่ยวซิ่งซิ่งกลายเป็นโจรสลัดจริง ๆ เขาอาจจะหนีรอดจากเคราะห์ร้ายครั้งนี้ไปได้ก็ได้
ปีดาราศักราช 1037 วันที่ 6 มกราคม
หัวหน้าห้องทำงานได้เฉียบขาดจริง ๆ!
หลี่สุยซินเอ๋ยหลี่สุยซิน ถ้าแน่จริงแกก็สืบต่อไปสิ!
……
เมื่อเวลาผ่านไป ความถี่ในการเขียนบันทึกเล่มนี้ก็ค่อย ๆ ลดน้อยลง เนื้อหาเริ่มกลายเป็นการระบายความในใจเพียงฝ่ายเดียว ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มละทิ้งความพยายามในการตามหาเมิ่งซือซิ่งไปแล้ว
เมิ่งหนานซวี่พลิกอ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่าที่เป็นเรื่องจิปาถะ จนกระทั่งหน้าสุดท้าย เธอเห็นข้อความไม่กี่บรรทัดนี้
“เสี่ยวซิ่งซิ่ง ฉันคงต้องขอตัวไปก่อนก้าวหนึ่งแล้วนะ ไม่รู้ว่านายยังสบายดีไหม แต่พวกเราคงจะได้เจอกันในอีกที่หนึ่งเร็ว ๆ นี้แหละ”
“ถึงตอนนั้นจะเรียกนายว่าอะไรดีนะ เพราะนายใช้ชื่อใหม่มานานกว่าเสียอีก”
“เฮ้อ จะ ‘เมิ่งซือซิ่ง’ หรือ ‘จีโฉว’ก็ช่างเถอะ ขอแค่นายยังเป็นนาย ฉันก็ต้องจำนายได้แน่นอน!”
จีโฉว
จีหรูเสวี่ย
โชคชะตา… ช่างมหัศจรรย์และน่าเกรงขามจริง ๆ