สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 130 การไลฟ์สไตล์ก่อนมุ่งหน้าสู่ดาวโดแลน
- Home
- สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
- บทที่ 130 การไลฟ์สไตล์ก่อนมุ่งหน้าสู่ดาวโดแลน
บทที่ 130 การไลฟ์สไตล์ก่อนมุ่งหน้าสู่ดาวโดแลน
เมิ่งหนานซวี่ปิสมุดบันทึกเล่มนั้นลงพลางทอดถอนใจยาวจากบันทึกของหรงเยี่ย เธอพอจะปะติดปะต่อความจริงในตอนนั้นได้คร่าว ๆ ว่า
‘หลี่หยวนจง’ ผู้ช่วยของเมิ่งซือซิ่ง แท้จริงแล้วก็คือ ‘หลี่สุยซิน’ ผู้นำตระกูลหลี่ในเวลาต่อมา เพื่อที่จะขโมยผลงานวิจัยของเมิ่งซือซิ่ง เขาจึงเป็นคนบงการให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ในคราวนั้น
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังใช้ยาบรรเทาอาการเป็นเครื่องต่อรอง และใช้ข้ออ้างเรื่อง ‘การตายของพี่ชาย’ เพื่อลบตัวตนและร่องรอยของเมิ่งซือซิ่งออกไปจากประวัติศาสตร์ของสหพันธรัฐอย่างสิ้นเชิง
โชคดีที่เมิ่งซือซิ่งไม่ได้ตายในกองเพลิงครั้งนั้น เขาได้สลับตัวตนกับโจรสลัดอวกาศคนหนึ่ง ทั้งคู่พกสมาร์ทเบรนของอีกฝ่ายแล้วแยกย้ายกันเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ
โจรสลัดคนนั้นไปปรากฏตัวที่ดาวโดแลนด้วยเหตุผลบางอย่าง และเพราะพกสมาร์ทเบรนของเมิ่งซือซิ่งติดตัว จึงถูกคนตระกูลหลี่เข้าใจผิดและตามล่าจนเสียชีวิต ส่วนเมิ่งซือซิ่งตัวจริงนั้นนับแต่นั้นมาก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
ส่วนเรื่องชื่อ ‘จีโฉว’ ที่ระบุไว้ท้ายบันทึก
สายตาของเว่ยเชิงโม่เลื่อนไปตกอยู่ที่สร้อยคอตรงหน้าอกของเมิ่งหนานซวี่ “แม่ของคุณนามสกุล ‘จี’ ใช่ไหมครับ?”
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า “ใช่ค่ะ สร้อยเส้นนี้เป็นของสืบทอดประจำตระกูลฝั่งแม่ฉันเอง”
“จีโฉว… จีหรูเสวี่ย” เว่ยเชิงโม่เอ่ยทีละคำอย่างหนักแน่น “ผมคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“จีโฉว มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะคือเมิ่งซือซิ่ง”
ตัวเธอช่างมีวาสนากับนามสกุล ‘เมิ่ง’ จริง ๆ นะเนี่ย เว่ยเชิงโม่ลูบเส้นผมที่นุ่มสลวยของเธอ “ส่งบันทึกมาให้ผมดูหน่อยครับ”
“คุณพบอะไรเหรอคะ?” เมิ่งหนานซวี่ถามด้วยความอยากรู้
เว่ยเชิงโม่รับบันทึกไป เขาแกะปกสมุดออกอย่างชำนาญ แล้วดึงชิปบาง ๆ อันหนึ่งออกมาจากข้างใน
เมิ่งหนานซวี่เบิกตากว้างทันที!
ในสมุดบันทึกยังมีของอย่างอื่นซ่อนอยู่ด้วยเหรอเนี่ย!
“เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ” เว่ยเชิงโม่ดูไม่แปลกใจนัก
“คุณรู้ได้ยังไงคะ?” เมิ่งหนานซวี่โผเข้ากอดเว่ยเชิงโม่พลางมองเขาด้วยตาเป็นประกาย
เว่ยเชิงโม่บีบแก้มเธอเบา ๆ พลางยิ้ม “ของที่ทำให้ตระกูลหลี่เฝ้าคะนึงหามานานหลายปี ย่อมไม่มีทางเรียบง่ายขนาดนั้นหรอกครับ”
“ถ้าผมเดาไม่ผิด สิ่งที่อยู่ในชิปนี่แหละคือหัวใจสำคัญของเรื่องทั้งหมด”
“งั้นพวกเราเปิดดูตอนนี้เลยไหมคะ?” เมิ่งหนานซวี่กระตือรือร้น
แต่เว่ยเชิงโม่กลับส่ายหน้า “อายุของชิปตัวนี้มันเก่าแก่เกินไป เพื่อความปลอดภัย ต้องให้คนซ่อมแซมก่อนค่อยเปิดจะดีกว่าครับ”
เมิ่งหนานซวี่เอ่ยอย่างเสียดาย “งั้นก็ได้ค่ะ”
ยังไงเรื่องความปลอดภัยของชิปก็ต้องมาก่อน ราตรีเริ่มลึก เมิ่งหนานซวี่อดไม่ได้ที่จะหาวออกมาคำหนึ่ง
เว่ยเชิงโม่จึงเร่งเร้า “รีบไปนอนเถอะครับ ถ้ามีข่าวคราวอะไรผมจะรีบบอกคุณเป็นคนแรกเลย”
เมิ่งหนานซวี่ขยี้ตา เดินไปส่งเขาที่หน้าประตู “อาโม่ ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”
เสียงของเว่ยเชิงโม่นั้นช่างไพเราะ ราวกับแสงจันทร์ที่ละลายอยู่ในสายลมยามค่ำคืน อ่อนโยนจนแทบไม่อยากเชื่อ
เมิ่งหนานซวี่เงยหน้าขึ้น แล้วประทับจูบลงไปเบา ๆ
“เกือบลืมไปเลย พวกเรายังขาด… จูบราตรีสวัสดิ์”
เรื่องฉวยโอกาสแบบนี้ จะขาดไปแม้แต่ครั้งเดียวไม่ได้เด็ดขาด!
“เจ้าแมวขี้เซา! ตื่นได้แล้ว!”
เมิ่งซางลู่เขย่าตัวน้องชายตัวแสบ
เว่ยเชิงไป๋งึมงำในลำคอเหมือนลูกหมูที่ยังนอนไม่อิ่ม “พี่ครับ ขอผมช้อนอีกแป๊บนึงนะ แป๊บเดียวเอง!”
“นายพูดคำนี้มาสิบนาทีแล้ว” เมิ่งซางลู่เลิกผ้าห่มออกอย่างเย็นชาไร้ความปรานี “ถ้ายังไม่ตื่น พวกเราจะไปโรงเรียนสายแล้วนะ!”
เว่ยเชิงไป๋จำต้องลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าด้วยใบหน้าที่อมทุกข์สุดขีด ไปโรงเรียนมันน่าเบื่อจริง ๆ เลย!
วันนี้ เพื่อนร่วมชั้นเว่ยเชิงไป๋ ก็ยังคงเกลียดการเรียนเหมือนเดิม
ภายใต้การเร่งเร้าของพี่ชายปีศาจ เว่ยเชิงไป๋ค่อย ๆ เดินลงบันทึกมาอย่างเฉื่อยชา ทันใดนั้น กลิ่นหอมกรุ่นสายหนึ่งก็ลอยมาปะทะจมูก ปลุกสมองที่ง่วงงุนของเขาให้ตื่นตัวทันที
“วันนี้มีแซนด์วิชนะจ๊ะ” เมิ่งหนานซวี่ยิ้มพลางโบกมือให้เด็กน้อยทั้งสอง “แล้วก็มีนมสตรอว์เบอร์รีของโปรดพวกหนูด้วย”
เว่ยเชิงไป๋ดวงตาเป็นประกาย คว้ามือเมิ่งซางลู่แล้วพุ่งตัวลงไปข้างล่างทันที
“คุณอาหนานซวี่ พวกเรามาแล้วครับ!”
เฮอะ ๆ ๆ กลิ่นหอมชื่นใจจังเลย! คุณอาหนานซวี่จงเจริญ!
แซนด์วิชหลากหลายรูปแบบทำเอาเจ้าก้อนแป้งทั้งสองเลือกไม่ถูก อยากจะชิมให้ครบทุกชิ้นเลยทีเดียว
“กินกันก่อนนะจ๊ะ ชิ้นไหนกินไม่หมดก็เอาไปแบ่งให้เพื่อนที่โรงเรียนกินได้” เมิ่งหนานซวี่กำชับพลางรินนมให้พวกเขา
สองวายร้ายน้อยสบตากัน
งั้นพวกเขาก็จะเก็บไว้กินเองทั้งหมดนี่แหละ!
เด็กน้อยทั้งสองกินจนพุงกาง ก่อนจะถูกเว่ยเชิงโม่หิ้วปีกขึ้นรถไปคนละข้าง
“ผมไปส่งพวกเขาเองครับ” ชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่อาบไล้ด้วยแสงตะวันยามเช้า ดูหล่อเหลาเหนือคำบรรยาย
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มร่า “เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ!”
หลังจากส่งทั้งสามคนแล้ว เมิ่งหนานซวี่ก็เริ่มเตรียมทำอาหารของวันนี้ก่อนจะไปดาวโดแลน เธอต้องเคลียร์ธุระที่ค้างอยู่ให้เสร็จ
อย่างเช่น… การไลฟ์สดที่เธอผิดนัดแฟนคลับมาหลายวัน
[ติ๊งด่อง! ทุกท่านคะ ‘คนเลี้ยงเด็กผู้ขยันขันแข็ง’ ออนไลน์แล้วค่ะ! การไลฟ์สดกำลังจะเริ่มขึ้น โปรดเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ!]
[เจ้าหน้าที่เสี่ยวเจี่ยพร้อมให้บริการเสมอค่า~]
เสียงแจ้งเตือนยังไม่ทันสิ้นสุด แฟนคลับจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้องไลฟ์ทันที
[คนเลี้ยงเด็ก! คุณมันไร้หัวใจ! คุณหายไปตั้งกี่วันแล้วเนี่ย!]
[ใช่! พวกเรายังเป็นแก้วตาดวงใจของคุณอยู่ไหม!]
[ตอนนี้ฉันมีเหตุผลที่จะสงสัยแล้วว่า ร่างสัตว์ของพี่สาวเมิ่งคือ ‘นกพิราบ’*[1]]
[นกพิราบเหรอ? นี่มันระดับ ‘ราชาแห่งการนัดเก้อ’ ชัด ๆ!]
ราชาแห่งการนัดเก้อ ตัวจริงที่เพิ่งเปิดกล้อง “……”
เมิ่งหนานซวี่กระแอมไอแก้เขินสองที “สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคือ”
[คนปล่อยนกพิราบผู้ขยันขันแข็ง]
[คนปล่อยนกพิราบผู้ขยันขันแข็ง]
[คนปล่อยนกพิราบผู้ขยันขันแข็ง]
คอมเมนต์ในแชทไหลผ่านหน้าเธอไปราวกับกดคัดลอกและวางอย่างพร้อมเพรียง
เมิ่งหนานซวี่ “……”
ฉันรู้สำนึกผิดแล้วจริง ๆ ค่ะ!
“ฉันคือคนเลี้ยงเด็กผู้ขยันขันแข็งค่ะ วันนี้เมนูที่จะนำมาฝากทุกคนก็คือ”
“เมี่ยนผี”
เมิ่งหนานซวี่ไม่อ้อมค้อม บอกชื่อเมนูของวันนี้ทันที และเป็นไปตามคาด ความสนใจของแฟนคลับพุ่งเป้าไปที่ ‘เมี่ยนผี’ ทันที
[เมี่ยนผีเหรอ? หนังกำพร้าของแป้งเหรอ?]
[น่าจะทำมาจากแป้งนะคะ ฉันสังเกตว่าชื่ออาหารส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหรือวิธีทำ]
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มพลางกล่าว “เพื่อนท่านนี้พูดถูกค่ะ แป้งคือวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดของเราในวันนี้”
เธอนำถุงแป้งออกมาจากตะกร้าวัตถุดิบที่มอสเตรียมไว้ให้ทุกคนดู “สังเกตนะคะ ต้องเป็น ‘แป้งสาลีโปรตีนสูง’ ค่ะ!”
[มีศัพท์ใหม่โผล่มาอีกแล้ว!]
[ที่บ้านฉันเหมือนจะเป็นแป้งโปรตีนปานกลาง มันต่างกันยังไงเหรอคะ?]
[ใช้แป้งโปรตีนปานกลางทำไม่ได้เหรอคะ?]
เมื่อต้องเผชิญกับคำถามมากมาย เมิ่งหนานซวี่ก็ตอบอย่างใจเย็น “แป้งโปรตีนสูงจะมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นมากกว่า ทำให้ทำแผ่นแป้งได้ง่ายกว่าเล็กน้อยค่ะ”
เธอพูดไปพลางเทแป้งและน้ำลงในชามผสม “ขั้นตอนแรกง่ายมากค่ะ เรามานวดแป้งให้เป็นก้อนกันก่อน”
“ถ้าอยากให้เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จสูงขึ้น สามารถเติมเกลือลงไปเล็กน้อยได้นะคะ”
วัตถุดิบในมือของเธอราวกับถูกเติมเต็มด้วยชีวิต มันเชื่อฟังและค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามรูปทรงที่เธอต้องการ เพียงไม่นาน ก้อนแป้งสีขาวนวลก็น่ารักก็น่าเอ็นดูก็ถือกำเนิดขึ้น
[ฉันมองดูเศษแป้งเละ ๆ ตรงหน้า แล้วก็เริ่มตกอยู่ในภวังค์]
[สัดส่วนของแป้งกับน้ำต้องกะยังไงกันแน่เนี่ยยย]
[มือเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมมือพี่สาวกับมือฉันถึงต่างกันขนาดนี้ล่ะ?]
[จะว่าไป นวดแป้งนี่ก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ]
เมิ่งหนานซวี่มองคอมเมนต์แล้วให้กำลังใจ “อาหารเมนูนี้ไม่ยากเลยค่ะ ทุกคนลองทำตามดูได้นะ”
“ฉันจะลงสูตรที่แม่นยำระดับกรัมไว้ให้ ใครที่ต้องการสามารถไปกดดูได้ที่ช่องคอมเมนต์หลังจบไลฟ์นะคะ”
ในฐานะที่เป็นอาหารยอดนิยมของมวลชนอย่างแท้จริง เธอเชื่อว่า ‘เมี่ยนผี’ จะทำให้ผู้คนได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอาหารได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น!
[1]สำนวนจีน ปล่อยนกพิราบ แปลว่า ผิดนัด