สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 150 วิธีแสดงออกซึ่งความรัก
เช้าอันแสนวุ่นวาย เริ่มต้นด้วยความกระอักกระอ่วน
ขณะที่ทานมื้อเช้า เว่ยเชิงไป๋ ก็กระซิบถามพี่ชายเบา ๆ “คุณอาหนุ่มกับอาสะใภ้เป็นอะไรไปเหรอครับ?”
เมิ่งซางลู่ กะพริบตาสีเขียวเข้ม “พวกเขา… น่าจะกำลังเขินกันอยู่น่ะ”
เว่ยเชิงไป๋งุนงง
นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ?
หลังมื้อเช้า เว่ยเชิงโม่เตรียมตัวไปส่งเด็ก ๆ ที่โรงเรียน
“คุณอาเว่ยครับ รอผมแป๊บหนึ่งนะ” เมิ่งซางลู่มองกระเป๋าตัวเอง “เหมือนผมจะลืมหยิบของมาน่ะครับ”
“กลับไปเอาเถอะ ยังพอมีเวลา ไม่ต้องรีบ” เว่ยเชิงโม่ลูบหัวเขา “อาจะไปรอที่รถนะ”
เว่ยเชิงไป๋เอียงคอสงสัย
พี่ชาย… ลืมอะไรกันแน่นะ?
“ซางซาง ทำไมกลับมาล่ะจ๊ะ?” เมิ่งหนานซวี่มองตัวร้ายน้อยตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
เมิ่งซางลู่เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ “อาหญิงครับ ผมมีเรื่องอยากจะบอก”
เมิ่งหนานซวี่โน้มตัวลงฟังตามสัญชาตญาณ
“การจูบคือวิธีแสดงออกซึ่งความรัก เพราะฉะนั้นอาหญิงกับคุณอาเว่ยไม่ต้องเขินหรอกครับ” ใบหน้าไร้เดียงสาของเมิ่งซางลู่เผยรอยยิ้มจาง ๆ
“คุณอาเว่ยชอบอาหญิง และอาหญิงก็ชอบคุณอาเว่ย แบบนี้ดีที่สุดแล้วครับ”
อย่าเป็นเหมือนคุณพ่อเลย… อาหญิงต้องได้อยู่กับคนที่รัก และมีความสุขด้วยกันนะ
เมิ่งซางลู่อาจจะดูเย็นชา แต่ต่อหน้าครอบครัว เขาละเอียดอ่อนและอ่อนไหวมากกว่าใคร
เมื่อมองเข้าไปในดวงตาใสซื่อของเจ้าก้อนแป้ง เมิ่งหนานซวี่ก็หลุดหัวเราะออกมา
“การจูบคือวิธีแสดงออกซึ่งความรักสินะ” เธออุ้มเมิ่งซางลู่ขึ้นมา แล้วระดมจูบลงบนแก้มหลายฟอดใหญ่
“งั้นอาหญิงต้องจูบให้เยอะกว่านี้ซะแล้ว!”
เมิ่งซางลู่หูแดงก่ำ แต่ก็ยอมปล่อยให้เธอจูบซ้ายจูบขวาตามใจชอบเขาก็… รักอาหญิงมากเหมือนกันนะ
‘ซางซางเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย!’
521 ตะโกนก้อง [เสี่ยวไป๋ก็น่ารักเหมือนกัน!]
วันนี้ระบบก็ยังคงถูกความน่ารักของเด็ก ๆ ครอบงำ!
1314 [……]
ถ้าฉันจำไม่ผิด สองคนนี้คือมหาตัวร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ไม่ใช่เหรอ?
“521 พวกเราช่างมีความคิดเห็นที่ตรงกันจริง ๆ !” เมิ่งหนานซวี่อมยิ้มที่มุมปาก
1314 ที่กำลังจะเตือน [……]
โฮสต์ของฉันมัวแต่หมกมุ่นกับการเป็นปลาเค็ม*[1] ส่วนพวกนายก็ดัน ‘แปรพักตร์’ ไปเข้าพวกศัตรูซะงั้น!
[โฮสต์ค่ะ พวกเราตรวจสอบเจออะไรที่น่าสนใจเข้าแล้ว] ในที่สุด 521 ก็เข้าเรื่องเสียที [ฉันกับ 1314 แกะรอยตลาดมืดของดาวโอวเวย์ และพบว่าสิ่งที่หรงซิ่นจือพูดเป็นความจริงค่ะ!]
[กล่องที่เขาเห็น คือของเลียนแบบกล่องตระกูลเมิ่งจริง ๆ !]
เมิ่งหนานซวี่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ทันที “งั้นของข้างในล่ะ”
ครั้งนี้เป็น 1314 ที่ตอบคำถาม [ของข้างใน เป็นของปลอมครับ]
เสียงเด็กน้อยฟังดูน่ารัก แต่โทนเสียงกลับจริงจังสุดขีด [ไม่ใช่แค่ดาวโอวเวย์ครับ พวกเราพบของแบบเดียวกันนี้ในตลาดมืดอีกหลายแห่ง]
เมิ่งหนานซวี่พลันนึกถึงคำพูดของเมิ่งหนานกุยขึ้นมา
“จนกระทั่งเมื่อ 7-8 ปีก่อน มีเบาะแสขุมทรัพย์ตระกูลเมิ่งปรากฏขึ้นตามที่ต่าง ๆ ในสหพันธรัฐ…”
เบาะแสเหล่านี้… หรือจะพูดให้ถูกคือ ของปลอมเหล่านี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?
ในใจของเมิ่งหนานซวี่เริ่มมีคำตอบหนึ่งผุดขึ้นมา
ที่เคยเห็นของจริงเท่านั้น ถึงจะสร้างของเลียนแบบที่หลอกตาคนอยู่เบื้องหลังได้
ของปลอมเหล่านี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกี่ยวข้องกับ เมิ่งหนานกุยขณะที่เมิ่งหนานซวี่กำลังตกอยู่ในภวังค์ เว่ยเชิงโม่ก็กลับมาพอดี
ต่างจากตอนที่ไป ตอนนี้เขาดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นเจ้าแมวใหญ่ที่น่ามอง เมิ่งหนานซวี่ก็ละทิ้งความสงสัยในใจชั่วคราว
เธอเอียงคอถามอย่างสงสัย “อารมณ์ดีเหรอคะ?”
เว่ยเชิงโม่พยักหน้า
จะไม่ดีได้ยังไงล่ะ? วันนี้เขาได้รับคำปลอบโยนจากซางซางเชียวนะ!
เมิ่งหนานซวี่นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเดาออกทันที “การจูบคือวิธีแสดงความรักเหรอคะ?”
ดวงตาสีฟ้าครามของเว่ยเชิงโม่ทอประกายขำขันอย่างชัดเจน “ดูเหมือนว่ากิจกรรมครอบครัวในอนาคตคงต้องมีให้มากขึ้นซะแล้ว”
เมิ่งหนานซวี่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
และแล้ว ความกระอักกระอ่วนเมื่อเช้าก็ถูกลืมเลือนไปทันทีคราวหน้าถ้าจะจูบกัน พวกเขาจะระวังให้มากกว่านี้แน่นอน!
1314 ที่เฝ้ามองอยู่ [……]
ปักหมุดความซวยใหม่เกิดขึ้นแล้ว ความหน้าแตกครั้งใหม่อยู่ไม่ไกล
เหล่าตัวร้ายน้อยในโลกนี้ พวกเธอรีบชินกับมนุษย์สองคนที่หวานกันจนเลี่ยนนี่ไว ๆ เถอะ!
เมิ่งหนานซวี่นำข้อมูลที่ 521 ส่งมาให้เว่ยเชิงโม่ดู “ฉันคิดว่าของปลอมพวกนี้เกี่ยวข้องกับพี่ชายของฉันค่ะ”
เว่ยเชิงโม่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ผมคิดว่านอกจากพี่ชายของคุณแล้ว น่าจะมีคนอื่นร่วมมือด้วย”
สหพันธรัฐกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ การจะกระจายของปลอมไปทั่วทุกแห่งหน ต้องมีคนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังแน่นอน
เมิ่งหนานซวี่นิ่งคิด “ดูเหมือนเราคงต้องไปเยือนตลาดมืดสักครั้งแล้วล่ะ”
การตามรอยของปลอมเหล่านี้ อาจทำให้พวกเขาได้ข้อมูลมากกว่าเดิม
เว่ยเชิงโม่กล่าว “ผมจะให้คนไปสืบข่าวครับ ทันทีที่มีเบาะแสที่เกี่ยวข้อง เราจะออกเดินทางกันทันที”
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
จู่ ๆ อุปกรณ์สื่อสารของเว่ยเชิงโม่ก็ดังขึ้น
“มีอะไรเหรอคะ?” เมิ่งหนานซวี่ถามเมื่อเห็นสีหน้าเข้มเครียดของเขา
“มอริสันกับเฮอร์แมนกลับมาแล้วครับ” เว่ยเชิงโม่ลุกขึ้นยืน “พวกเขาบอกว่า หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าต้องการพบพวกเรา”
นักฆ่าที่บุกยึดยานอวกาศพวกนั้นน่ะเหรอ?
เมิ่งหนานซวี่แค่นยิ้มเย็น “ไปกันค่ะ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกมันจะมีอะไรมาพูด!”
[1]ปลาเค็ม หมายถึง ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์