สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 151 ตัวอย่างทดลอง
เรือนจำแห่งดาวเมืองหลวงตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของเขตชิงหลง ทันทีที่เมิ่งหนานซวี่ก้าวลงจากรถ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกลุ่มอาคารสีเงินยวงที่ทอดยาวสลับซับซ้อน
กำแพงที่สูงตระหง่านให้ความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก ประกอบกับอาวุธเทคโนโลยีสูงที่ติดตั้งอยู่ทุกอณู ยิ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
“ที่นี่แหละครับ” เว่ยเชิงโม่แววตาหม่นลง “มอร์ริสันบอกว่าเขาจะรอเราอยู่ที่ประตู”
ทั้งคู่เดินไปยังจุดนัดพบตามที่ตกลงกันไว้ จนเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยโบกมือให้ “บอส! พี่สะใภ้! ผมอยู่นี่!”
เสียงของเขาถูกส่งผ่านพลังจิต ต่อให้มีระยะห่างอยู่บ้าง ทั้งคู่ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
“สถานการณ์ข้างในเป็นยังไงบ้าง?” เว่ยเชิงโม่ชายตามองเรือนจำตรงหน้า
มอร์ริสันถอนหายใจ “ซับซ้อนมากครับ เราเดินไปคุยไปดีกว่า เฮอร์แมนรออยู่ข้างในแล้ว”
ระหว่างทางไปยังห้องคุมขัง มอร์ริสันเล่าเหตุการณ์ที่พวกเขาเจอตอนอยู่ดาวออสเวย์ให้ฟังคร่าว ๆ
นักฆ่าที่ร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้รับยา M ทัศนคติของหัวหน้านักฆ่าเริ่มอ่อนลง แต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรเลย
จนกระทั่งคืนก่อนที่จะถูกคุมตัวมายังดาวเมืองหลวง หัวหน้านักฆ่าเป็นฝ่ายเอ่ยปากเองว่า “ฉันต้องการพบเว่ยเชิงโม่”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ทางที่ดีควรจะรีบหน่อย… ก่อนที่ฉันจะตาย”
มอร์ริสันถอนหายใจซ้ำ “ผมเคยสอบปากคำคนมาเยอะนะ แต่คนเขี้ยวลากดินแบบหมอนี่ หาได้น้อยจริง ๆ ”
“พวกลูกน้องมันก็เหมือนกัน หัวแข็งกันทุกคน แถมดูเหมือนจะจงเกลียดจงชังทุกคนบนโลกนี้ไปหมด”
เมิ่งหนานซวี่ก็สังเกตเห็นจุดนี้เช่นกัน
“เป้าหมายแรกของนักฆ่าคือเด็ก” เธอหวนนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น “ความมุ่งร้ายในตัวเขามันรุนแรงมาก”
“เรื่องนี้ผมได้ยินมาแล้วครับ” มอร์ริสันพยักหน้า “ผมแยกสอบปากคำนักฆ่าคนนั้นเป็นการส่วนตัว สภาพจิตใจของเขาแย่มาก”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งหนานซวี่ก็อดสงสัยไม่ได้ “แย่ยังไงเหรอ?”
“เขาเชื่อว่าการดำรงอยู่คือความเจ็บปวด การเกิดคือบาป การฆ่าเด็ก ๆ จึงเป็นการช่วยปลดปล่อยพวกเขา”
เมิ่งหนานซวี่แค่นหัวเราะ “ไร้สาระ!”
ชีวิตของคนอื่น ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะมาตัดสินหรือพิพากษา
“อ้อ ยังมีอีกเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ” มอร์ริสันกล่าวเสริม “ยา M พวกนั้น ให้ผลกับพวกเขาได้จำกัดมาก”
“ความเสื่อมโทรมของร่างกายทำได้เพียงแค่ชะลอไว้ แต่ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ พูดง่าย ๆ คือ พวกเขาเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว”
ประตูเรือนจำถูกเปิดออกทีละชั้น จนกระทั่งทั้งสามมาถึงสถานที่คุมขังนักฆ่าเฮอร์แมนรออยู่ที่นั่นแล้ว “รุ่นพี่คุณเมิ่ง เราเจอกันอีกแล้วนะครับ”
เว่ยเชิงโม่พยักหน้าให้ “ลำบากนายแล้ว”
เฮอร์แมนยิ้ม “ผมเองก็สนใจเรื่องนี้เหมือนกัน รุ่นพี่ไม่ต้องเกรงใจครับ”
เขาชี้ไปทางห้องสอบสวนด้านหลัง “เขารออยู่ข้างในแล้ว”
เมื่อเว่ยเชิงโม่เดินเข้าไป เสียงแหบพร่าก็ดังขึ้น
“ในที่สุดนายก็มา”
หัวหน้านักฆ่าก็คือชายในชุดคลุมที่เคยปะทะกับเว่ยเชิงโม่นั่นเอง
“นายอยากเจอฉัน มีเรื่องอะไรจะพูด?” เว่ยเชิงโม่เอ่ยด้วยท่าทีเย็นชา
หัวหน้านักฆ่าหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ “นายไม่อยากรู้เหรอว่าใครเป็นคนบงการฉัน?”
“ฉันจะบอกนายให้หมด”
หัวหน้านักฆ่าใบหน้าซีดเผือด เขามองเว่ยเชิงโม่ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยการล่อลวง “นายแค่ต้องช่วยฉันทำเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ไม่ขัดต่อหลักการของนาย”
เว่ยเชิงโม่หรี่ตาลง จ้องเขานิ่งอยู่นาน
เขาไม่พูดอะไรเลย ทำให้ห้องสอบสวนเงียบสงัดจนน่ากลัว
“นายไม่อยากรู้เหรอว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร?” หัวหน้านักฆ่าเริ่มทนไม่ไหว เป็นฝ่ายถามขึ้นเองในที่สุด
“ฉันไม่คิดว่าคนอย่างนายจะได้สัมผัสกับผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงหรอก” เว่ยเชิงโม่จ้องมองเขา ดวงตาสีฟ้าครามไม่มีอารมณ์ใด ๆ เจือปน
เขาดูเหมือนเทพเจ้าที่มองลงมายังโลกมนุษย์ เที่ยงธรรมและมีเหตุผลจนน่าหวาดหวั่น
“ข้อมูลที่นายมีอาจจะสำคัญ แต่มันไม่ได้มีค่ามากขนาดที่นายเข้าใจหรอก”
หัวหน้านักฆ่าอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มหยันตัวเอง
ก็จริง… มดปลวกอย่างพวกเขามันจะไปรู้อะไรได้มากมายกันเชียว?
“ดังนั้น ถ้าอยากให้ฉันช่วย ทางที่ดีนายควรแสดงความจริงใจออกมาก่อน”
เว่ยเชิงโม่กุมอำนาจในการสอบสวนไว้อย่างเบ็ดเสร็จ แม้เสียงจะต่ำแต่กลับให้ความรู้สึกกดดันมหาศาล “นายอยู่ที่นี่ ทางที่ดีคือควรสารภาพมาให้หมด”
หัวหน้านักฆ่ามองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน “ถือซะว่าฉันบ้าไปแล้ว และอยากจะฝันหวานสักตื่นแล้วกัน”
เขาไอออกมาเบา ๆ สองสามครั้ง ใบหน้ายิ่งซีดเผือดลงกว่าเดิม
“พวกเขาเรียกฉันว่า หมายเลข 078” เขาเข้าประเด็นทันที “พวกเราไม่ใช่แค่นักฆ่าธรรมดา”
“พวกเราคือ ‘ตัวอย่างทดลอง’ ที่ถูกคัดทิ้ง”
หมายเลข 078 ชี้ไปที่ตัวเอง “แถมยังเป็นตัวอย่างทดลองที่สามารถทำลายตัวเองได้ด้วย”
เขาส่งเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น เสียงแหบพร่าลงเรื่อย ๆ
“ทำไมพวกเราต้องเจอเรื่องแบบนี้? พวกเราก็แค่ต้องการจะมีชีวิตอยู่ พวกเราผิดตรงไหน?”
เมิ่งหนานซวี่ที่ดักฟังอยู่ข้างนอกคว้าประเด็นสำคัญได้ทันที ตัวอย่างทดลองตัวอย่างทดลองอะไร?
เว่ยเชิงโม่เองก็ตระหนักถึงปัญหานี้เช่นกัน “มีคนใช้พวกนายทำการทดลองในมนุษย์งั้นเหรอ?”
หมายเลข 078 หัวเราะอย่างน่าเวทนา “มันยิ่งกว่าการทดลองในมนุษย์ซะอีก!”
แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นมืดมน “คนพวกนั้น สมควรตาย! ฉันต้องการให้พวกมันตาย! ตายให้หมดทุกคน!”
เว่ยเชิงโม่สีหน้าเปลี่ยนไป
พลังจิตของชายคนนี้… เหมือนจะควบคุมไม่ได้แล้ว!
กลิ่นอายอันป่าเถื่อนเริ่มอบอวล ความคลุ้มคลั่งที่โหดเหี้ยมในแบบของ ‘สัตว์อวกาศ’ เริ่มแผ่กระจายออกมา
เว่ยเชิงโม่และคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างนอกถึงกับอึ้ง ทำไมกลิ่นอายของสัตว์อวกาศ… ถึงมาปรากฏอยู่ในตัวมนุษย์ได้?