สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 7 เสน่ห์ของหมูสามชั้นน้ำแดง
บทที่ 7 เสน่ห์ของหมูสามชั้นน้ำแดง
เมิ่งหนานซวี่ใช้เท้าถีบสัตว์อสูรออกไปให้พ้นทาง พลางกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ “ขอโทษทีนะคะทุกคน พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”
[เฮ้อ ตกใจหมดเลย]
[ที่นี่ที่ไหนน่ะ? ดูเหมือนไม่ใช่ห้องครัวเลยนะ?]
[นี่มันลานล่าสัตว์ชัด ๆ !]
[เอ๊ะ? นี่ไม่ใช่ห้องสตรีมอาหารเหรอ? ฉันเข้าผิดห้องหรือเปล่าเนี่ย?]
[เมนท์บน นายก็มาตามหา ‘พี่สาวน้ำเลมอน’ เหมือนกันเหรอ?]
[ไม่ผิดหรอก ห้องนี้แหละ แต่ทำไมสภาพเป็นงี้ล่ะ?]
เมื่อเห็นข้อความเด้งผ่านหน้าจอโฮโลแกรม เมิ่งหนานซวี่ถึงกับหน้ามืดไปครึ่งแถบ
พี่สาวน้ำเลมอนงั้นเหรอ? ฉายาบ้าอะไรเนี่ย!
[โฮสต์ มัวยืนบื้ออะไรอยู่ครับ] 521 รีบเตือนสติ
เมิ่งหนานซวี่รีบดึงสมาธิกลับมา “สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคือ ‘คนเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งผู้ขยันขันแข็ง’ ตอนนี้ฉันอยู่ในลานล่าสัตว์ระดับต่ำค่ะ”
[เป็นลานล่าสัตว์จริง ๆ ด้วย!]
[สตรีมเมอร์อาหารมาทำอะไรที่ลานล่าสัตว์น่ะ?]
[อืม… น่าจะมาหาวัตถุดิบมั้ง?]
[ห๊า? วัตถุดิบ? ปกติเขาไม่ได้สั่งซื้อทางเน็ตกันเหรอ?]
“ใช่ค่ะ ฉันมาหาวัตถุดิบ” เมิ่งหนานซวี่พยักหน้า พลางหิ้วสัตว์อสูรที่เพิ่ง ‘ฟื้นคืนชีพ’ ขึ้นมาโชว์หน้ากล้อง
“วัตถุดิบครั้งนี้ค่อนข้างพิเศษ ในเน็ตไม่มีขาย ฉันเลยต้องมาจับเองค่ะ เมื่อกี้ตอนมันพยายามหนี มันดันพุ่งชนกล้องสตรีมจนกระเด็นน่ะค่ะ”
[ฮ่า ๆ ๆ พี่สาวสตรีมเมอร์สู้ชีวิตมาก]
[จับวัตถุดิบเองเนี่ยนะ ขำจนท้องแข็งแล้ว]
[ตัวเมื่อกี้เหมือนจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 1 เลยนะนั่น]
[ชื่อสตรีมไม่ตรงปกเลย ฉันจะรีพอร์ต!]
[ประหลาดเกินไปแล้ว ไปดีกว่า]
คอมเมนต์เริ่มมีเสียงแตก แต่เมิ่งหนานซวี่ไม่ได้สนใจ เธอจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อยแล้วหิ้วสัตว์อสูรเดินตรงไปข้างหน้า โดยมีกล้องสตรีมลอยตามหลังไปติด ๆ
ผู้ชมมองผ่านมุมมองของเมิ่งหนานซวี่เข้าไปในบ้านพักไม้หลังเล็ก เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็น เมิ่งซางลู่ นั่งอ่านหนังสือจำลองอยู่บนเก้าอี้ ทันทีที่เจ้าตัวร้ายตัวน้อยเห็นเมิ่งหนานซวี่ ดวงตาก็เป็นประกายและรีบวิ่งเข้ามาช่วยทันที
[เด็กน้อยน่ารักจัง!]
[หลานชายตัวน้อยก็มาด้วยจริง ๆ ด้วย]
[น้องดูว่าง่ายและรู้ความมากเลย! สตรีมเมอร์ช่วยเขียนคู่มือการเลี้ยงเด็กขายทีเถอะ]
ลานล่าสัตว์ระดับต่ำมีลักษณะคล้ายกับ ‘ฟาร์มสเตย์’ บนโลกเก่า หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมแล้วก็สามารถเข้าพักเพื่อสัมผัสชีวิตกลางแจ้ง เรียนรู้วิธีการล่าสัตว์อสูร และใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนยุคดาราจักร และเพื่อความปลอดภัย สัตว์อสูรที่นี่จึงมีระดับต่ำมาก
เมิ่งหนานซวี่จึงพาทั้งหลานชายและหุ่นยนต์แม่บ้าน มอส มาด้วย โดยตั้งใจจะสอนวิธีป้องกันตัวให้เด็กน้อยนอกเวลาสตรีม
เมิ่งหนานซวี่โยนสัตว์อสูรให้มอสไปจัดการ ส่วนเธอก็เริ่มหยิบอุปกรณ์ครัวออกมาจากอุปกรณ์เก็บของมิติ พลางกล่าวว่า “เมนูที่อาจะสอนทุกคนทำวันนี้ก็คือ หมูสามชั้นน้ำแดงค่ะ”
[หมูน้ำแดง? มันคืออะไรน่ะ?]
[บอกมาคำเดียวพอว่าอร่อยไหม!]
[‘น้ำแดง’ (หงเซา) เหมือนจะเป็นเทคนิคการปรุงพิเศษในวัฒนธรรมอาหารโบราณใช่ไหมนะ?]
เมิ่งหนานซวี่รับเนื้อที่มอสจัดการเสร็จแล้วมาแนะนำให้ทุกคนดู “นี่คือเนื้อของ ‘สัตว์อสูรไห้’ ค่ะ”
คำพูดนี้ทำให้ห้องแชทระเบิดอีกรอบ
[นี่มันสัตว์อสูรระดับ 1 ไม่ใช่เหรอ?]
[หน้าตาน่าเกลียดขนาดนั้น กินได้จริงดิ?]
[เมนท์บนใจเย็น ๆ ก่อน ครั้งที่แล้วเนื้อเมี๊ยะเมี๊ยะที่พี่สาวทำฉันลองแล้ว อร่อยมาก ครั้งนี้ก็น่าจะเหมือนกันนั่นแหละ]
[พวกมาใหม่ล่ะสิ พี่สาวคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดานะจ๊ะ อดทนดูหน่อยสิ]
ไม่เหมือนสตรีมครั้งแรกที่โดนด่ายับ ครั้งนี้เริ่มมีแฟนคลับออกมาช่วยแก้ต่างให้เธอแล้ว
“การทำหมูน้ำแดงให้อร่อยที่สุด ต้องใช้เนื้อส่วนพุงของสัตว์อสูรไห้ค่ะ” เมิ่งหนานซวี่ลงมีดอย่างรวดเร็ว แล่ส่วนที่ต้องการออกมาโชว์หน้ากล้อง “ในวัฒนธรรมอาหารโบราณ เราเรียกเนื้อส่วนนี้ว่า ‘เนื้อห้าชั้น’ ค่ะ”
[ทำไมต้องเรียกว่าเนื้อห้าชั้นล่ะ?]
[เห็นมันเป็นชั้น ๆ สลับกันไปมา เกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมนะ?]
[มี 5 ชั้นพอดี! เลยเรียกว่าเนื้อห้าชั้นเหรอ?]
[ฮ่า ๆ ๆ ตั้งชื่อเห็นภาพชัดเจนมาก!]
“ยินดีด้วยค่ะคุณ ‘อันอันอันอัน’ คุณทายถูกแล้ว!”
เมิ่งหนานซวี่แย้มยิ้ม ดวงตาเป็นประกายสดใสจนผู้ชมบางคนถึงกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ
“หมูน้ำแดงถือเป็นเมนูจานใหญ่ในวัฒนธรรมโบราณ วิธีทำค่อนข้างยากนิดหน่อย แต่รสชาติยอดเยี่ยมมาก ใครชอบลองทำตามดูนะคะ!”
[ฮือออ พี่สาวสวยสังหารมาก สวยจนลืมหายใจ]
[สารภาพเลย นอกจากเป็นแฟนคลับฝีมือแล้ว ฉันยังเป็นแฟนคลับหน้าตาพี่สาวด้วย]
“อันดับแรก เราต้องล้างเนื้อให้สะอาด ใส่ลงไปต้มในน้ำเดือดทั้งชิ้นแบบนี้ค่ะ” เธอใส่เนื้อลงในหม้อน้ำที่กำลังเดือดปุด ๆ
“พอเนื้อเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีขาวก็ตักขึ้นมา ล้างน้ำเย็นให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอเหมาะค่ะ”
เธอหยิบเนื้อที่หั่นแล้วมาโชว์ให้กล้องดูชัด ๆ “จากนั้นก็นำไปลวกน้ำเดือดอีกรอบค่ะ”
ท่วงท่าที่คล่องแคล่วดูเพลินตา ทำให้กระบวนการที่ดูน่าเบื่อกลับกลายเป็นเรื่องน่าสนใจ ผู้ชมดูอย่างจดจ่อ
[สอนละเอียดมาก! ฉันเคยดูสตรีมของ ‘มีมี่อ้าย’ ดูเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ แต่สตรีมเมอร์คนนี้ใส่ใจมาก ในที่สุดฉันก็ได้ลองทำจริง ๆ เสียที]
[อิอิ พี่สาวสายนี้อยู่แล้วจ้า]
[เมนท์บนอย่าแซะสิ มีมี่อ้ายเขาก็เก่งของเขาเหมือนกันนะ!]
[จะเก่งเท่าพี่สาวฉันได้ไง อย่ามาเทียบข้ามรุ่นเลย!]
[ตอนนี้กลิ่นมันยังคาว ๆ อยู่นะ ต่อไปจะทำยังไงล่ะ?]
เมิ่งหนานซวี่ทำขั้นตอนลวกเนื้อซ้ำจนพอใจ จากนั้นตักเนื้อพักไว้แล้วเริ่มตั้งกระทะเปิดไฟ!
“ต้องใช้น้ำมันเย็นและไฟอ่อนนะคะ ใส่ อบเชย, ใบกระวาน, โป๊ยกั๊ก, พริกไทยหอม และขิงกับต้นหอมลงไปผัดเร็ว ๆ ให้ส่งกลิ่นหอม แล้วค่อยใส่หมูสามชั้นที่ลวกไว้ลงไปค่ะ”
ซ่าาา
ไขมันสัตว์ที่โดนความร้อนระเบิดกลิ่นหอมออกมา เนื้อสีขาวนวลค่อย ๆ ถูกผัดจนกลายเป็นสีเหลืองทองน่ากิน
เมิ่งหนานซวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ในวัฒนธรรมอาหารโบราณ มีขั้นตอนหนึ่งที่เรียกว่า ‘การผัดสีน้ำตาล’ ค่ะ”
[ผัดสีน้ำตาล? มันคืออะไรน่ะ?]
[ต้องใส่หมูลงไปผัดกับน้ำตาลเหรอ?]
[เนื้อใส่กับน้ำตาลมันจะไปอร่อยได้ยังไง?]
[ถ้าตามที่บรรพบุรุษบอก นี่มันคือเมนูจากนรกชัด ๆ !]
ข้อสงสัยต่าง ๆ นานาพรั่งพรูออกมา แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจกวนใจเมิ่งหนานซวี่ได้เลย ในใจเธอตอนนี้มีแต่หมูน้ำแดงเท่านั้น!
ไม่ได้กินมาตั้งนาน คิดถึงรสชาตินี้ที่สุด!
“ใส่น้ำตาลกรวดลงไปนิดหน่อย ตามด้วยซีอิ๊วดำเล็กน้อย เกลือในปริมาณที่พอดี และซีอิ๊วขาวที่ไม่ค่อยเน้นเรื่องสีค่ะ”
เมิ่งหนานซวี่สะบัดกระทะเพียงครั้งเดียว เปลวไฟลุกท่วมขอบกระทะ เนื้อทุกชิ้นถูกเคลือบด้วยสีแดงน้ำตาลวาววับ ชวนให้เจริญอาหารเป็นที่สุด
“นี่แหละค่ะที่เรียกว่า ‘การผัดสีน้ำตาล’!”
ตอนนี้ กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของหมูน้ำแดงฟุ้งกระจายไปทั่ว จนผู้ชมอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผ่านระบบรับสัมผัส
[ฉันว่าเมนูนี้ไม่อร่อยน้อยกว่าเนื้อเมี๊ยะเมี๊ยะผัดพริกแน่ๆ]
[เพื่อนฉันที่ปกติขี้รำคาญ ตอนนี้จ้องหน้าจอตาไม่กระพริบเลย พี่สาวคือเจ้าแม่เสน่ห์ยาแฝดชัด ๆ ]
[หอมมากกก สารอาหารเหลวเหรอ… ฮือออ กลืนไม่ลงแล้วจ้า]
แม้แต่เมิ่งซางลู่ที่อยู่ข้างๆ ก็ยังเผลอกลืนน้ำลาย
คุณอาเก่งที่สุดเลย!
เมิ่งหนานซวี่ดำเนินการต่ออย่างเป็นระบบ “ขั้นตอนต่อไป เติมน้ำเดือดให้ท่วมวัตถุดิบ เร่งไฟแรงให้เดือดพล่าน จากนั้นช้อนฟองออกให้หมด ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ห้ามข้ามเด็ดขาดนะคะ เพราะจะมีผลต่อรสสัมผัส สุดท้ายใส่ขิงฝานลงไปแล้วลดไฟลงเป็นไฟอ่อนเพื่อตุ๋นค่ะ”
กลิ่นหอมเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำลายสอ ผู้ชมจ้องมองตาละห้อยพลางเร่งเร้า
[เสร็จยัง ๆ ?]
[หอมจริงจัง หอมกว่าเมนูที่แล้วอีก!]
[แต่ดูเหมือนจะซับซ้อนไปหน่อยนะ เครื่องปรุงบางอย่างฉันยังไม่รู้จักเลย]
[ขอร้องล่ะพี่สาว ช่วยทำชุดวัตถุดิบขายที!]
[ต้องรออีกนานแค่ไหนเนี่ยยย]
เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ไม่มีใครยอมละสายตาไปแม้แต่ก้าวเดียว เพราะกลัวจะพลาดชิมสุดยอดเมนูนี้
เมิ่งหนานซวี่เร่งไฟเพื่อเคี่ยวน้ำซอสจนงวดข้น จากนั้นจึงปิดไฟตักใส่จาน เนื้อหมูน้ำแดงวาววับราวกับหยกสีแดงชั้นดี แม้แต่เธอเองยังอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึก ๆ เธอโรยผักชีและต้นหอมซอยลงไป สีสันที่เคยโทนเดียวก็พลันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีเจ้าตัวร้ายตัวน้อยที่รอมานานรีบไปนั่งประจำที่เตรียมหม่ำเต็มที่
หลังจากจัดส่วนแบ่งให้ผู้ชมในห้องสตรีมเรียบร้อย เมิ่งหนานซวี่กับหลานชายก็เริ่มมหกรรม ‘โซ้ย’ ทันที โดยไม่ทันได้เห็นความตกตะลึงของผู้ชมหลังจากได้ชิมคำแรก
[ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว กดติดตามเลยจ้า]
[ฮือออ ต่อไปชีวิตฉันต้องพึ่งสตรีมเมอร์คนนี้แล้วล่ะ]
[ขอโทษที่เคยดูถูกอาหารโบราณ อาหารโบราณจงเจริญ!]
[นี่เป็นครั้งแรกที่แม่ไม่ด่าฉันเวลาดูสตรีม]
[เมนท์บน ฉันก็เหมือนกัน พ่อกับแม่ฉันถึงกับหยิบสมองกลขึ้นมากดติดตามสตรีมเมอร์ด้วยเลยเนี่ย]
[มัวแต่คุย รีบกินเถอะ แฟนคลับรุ่นเก่าจะบอกให้ว่าช่วงชิมของสตรีมเมอร์คนนี้ไม่ได้เปิดไว้นานหรอกนะ!]
หมูสามชั้นน้ำแดงที่มีชั้นมันและเนื้อแทรกกันอย่างพอเหมาะ รสชาติหวานเค็มละมุน นุ่มจนละลายในปาก ไม่มีกลิ่นคาวหรือความเลี่ยนเลยสักนิด! ยิ่งกินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมของข้าวก็ช่วยส่งเสริมให้รสชาติของหมูน้ำแดงเด่นชัดขึ้นไปอีก เป็นการจับคู่ที่ไร้เทียมทานจนทุกคนก้มหน้าก้มตากินไม่ยอมเงยหัว
[ฉันค้นพบว่าเอาซอสราดข้าวแล้วอร่อยมากกก]
[ฉันจะไปลองเดี๋ยวนี้!]
[ได้ยินมาว่าการแชร์สัมผัสผ่านเน็ตจะลดทอนรสชาติจริงไปบ้าง]
[ห๊ะ ขนาดนี้ยังลดทอนอีกเหรอ แล้วของจริงมันจะอร่อยขนาดไหนเนี่ย]
[อยากกินของจริงในโลกความจริงจังเลย]
ในยุควันสิ้นโลกตลอด 15 ปี รสชาติหลายอย่างได้เลือนหายไปจากชีวิตของเมิ่งหนานซวี่นานแล้ว ทันทีที่รสชาติที่คุ้นเคยระเบิดในปาก สิ่งที่หวนคืนมาไม่ใช่เพียงแค่รสสัมผัส แต่ยังรวมถึงความทรงจำเก่า ๆ ในอดีตด้วย
เธอหยิบตาปริบ ๆ รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายเข้าตา… แต่เธอรู้ดีว่าเธอกลับไปไม่ได้อีกแล้ว
521 สัมผัสได้ถึงความเศร้าของโฮสต์ จึงรีบปลอบโยน
[โฮสต์ครับ ไม่ต้องกังวลนะ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไปเอง]
“เผลออ่อนไหวไปนิดนึงน่ะ ฉันไม่เป็นไรหรอก” เมิ่งหนานซวี่รีบปรับอารมณ์ทันที
แต่ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังดี ข้อความที่ไม่เข้าพวกก็ปรากฏขึ้น:
“นี่มันอะไรกัน? มีทั้งน้ำตาลทั้งเนื้อ รสชาติมันแย่มาก!”