เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว - บทที่ 148 แผลบนใบหน้า (3)
อวัยวะบนศีรษะซ้ายที่ดูน่ากลัวนั้นมีผิวตะปุ่มตะป่ำ เว้าแหว่งสามส่วนและปูดนูนหนึ่งส่วน แผลนั่นเบิกตาขึ้น พร้อมอ้าปากกว้างจนน้ำลายไหล และเริ่มทำตัวเหมือนมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ
หลิ่วจินไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติ แล้วยัดของกินเข้าปากอย่างหิวโหย
เฟิงกู่เซียงตกใจมากจนถอยไปสองสามก้าว “ทำไมมันถึงลืมตาขึ้นมาล่ะ? มันมีชีวิตเหรอ?”
หลิ่วหลีหมิงปลอบใจเฟิงกู่เซียง และมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างขอความช่วยเหลือ “คุณเฝ่ย มันไม่เคยลืมตาแบบนี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“สถานการณ์ไม่ดีแล้ว เจ้านี่คือปรสิตบนตัวเด็ก มันจะเริ่มดูดพลังชีวิตออกจากร่างกายเขาเรื่อย ๆ หากมันลืมตาก็แสดงว่าโตเต็มที่แล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่ลดเสียงลง เมื่อแผลใบหน้าโตเต็มที่ หลิ่วจินจะต้องตาย
ถ้าอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ แผลใบหน้ามนุษย์เกิดจากตัวอ่อนปรสิตจากภายนอก แผลขนาดเล็กจะมีรูปร่างคล้ายเหรียญทองแดง แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถรักษาพวกมันได้แล้ว
แต่ตัวอ่อนปรสิตที่สิงสู่อยู่ในตัวหลิ่วจินไม่ใช่แผลธรรมดา พลังหยินบนนั้นหนาแน่น และมันกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของเขาไป
เฝ่ยไป๋ลู่จับมือหลิ่วจินแล้วบอกว่า “เธอกินเบอร์เกอร์ไปเจ็ดชิ้นแล้ว ฉะนั้นคงอิ่มได้แล้วเนอะ?”
คำพูดของหญิงสาวราวกับมีพลังเวทมนตร์ ทำให้ปากที่กำลังเคี้ยวของหลิ่วจินหยุดลงทันที
แต่เฟิงกู่เซียงไม่ได้มองความสามารถของไป๋ลู่ในแง่ดีนัก หล่อนจึงกล่าวว่า “เขากินเยอะมาตั้งแต่เด็ก และมักบ่นว่าหิวตลอดเวลา ถ้าไม่ได้กินเขาจะรู้สึกอึดอัด ปล่อยให้เขากินเถอะ”
เฝ่ยไป๋ลู่มองแขนขาที่เรียวบางของหลิ่วจิน จากนั้นจึงหันมองแผลใบหน้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก่อนจะส่ายหัว
“ถ้าเขากินอีก เขาจะตาย”
แผลใบหน้าเกิดขึ้นบนศีรษะ มันได้สร้างภาพลวงตาสะกดจิตหลิ่วจิน ทำให้เขารู้สึกหิวและต้องกินไปเรื่อย ๆ เพื่อที่มันจะได้อาศัย ดูดกลืนชีวิตของเขา
ด้วยเหตุนี้ หลิ่วจินอาจพบความตายได้สองรูปแบบ
หนึ่งคือกลั้นใจตาย
สองคือ ถูกแผลใบหน้ามนุษย์ยึดร่าง
เฟิงกู่เซียงทนฟังคำว่า ‘ตาย’ ไม่ได้ พลันรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา หล่อนสัมผัสได้ราง ๆ ว่าศีรษะซีกซ้ายของลูกชายมีบางอย่างผิดปกติที่ต้องกำจัด แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
“นี่ไม่ใช่ตัวอ่อนปรสิตหรอกเหรอ? คนอื่น ๆ ที่มีแผลใบหน้าก็อยู่ดีมีสุขกัน แล้วลูกฉันจะตายได้ยังไงกัน?”
หลิ่วหลีหมิงคอยปลอบโยนเฟิงกู่เซียง ตอนนี้เขาทำได้เพียงเชื่อใจเฝ่ยไป๋ลู่เท่านั้น
“เขาจะไม่ตาย ถ้าฉันยังอยู่ที่นี่” เฝ่ยไป๋ลู่หยิบยันต์ออกมาแปะไว้บนหน้าผากของหลิ่วจิน
สีหน้าของหลิ่วจินซีดลง เขากุมท้องและอาเจียนออกมาทันที
อาหารที่ยังไม่ได้ย่อยถูกคายออกมาเลอะพื้น และปริมาณของอาเจียนก็น่าตกใจมาก เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ปริมาณอาหารปกติสำหรับเด็ก
ตอนนั้นเอง แผลใบหน้าก็ทำท่าจะอาเจียน มันยื่นลิ้นแดงออกมาจากปาก น้ำลายไหลย้อย จ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยท่าทางไม่พอใจ
ขณะนี้พลังหยินพลันล้นทะลักออกมา ทำให้หลิ่วหลีหมิงกับเฟิงกู่เซียงรู้สึกถึงลมหนาวเย็นซึ่งพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้าของพวกเขา จนอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา
พลังชีวิตที่หลั่งไหลออกมาพลันกลับเข้าสู่ร่างของหลิ่วจิน ใบหน้าของเขาซีดเหมือนกระดาษ ราวกับว่าเขาถูกโยนเข้าไปในถ้ำเย็นที่มีอายุนับพันปี
ริมฝีปากของเขาเป็นสีฟ้าออกม่วงคล้ำจากความหนาวเย็น ร่างกายสั่นสะท้าน
ขณะเดียวกันลมหายใจก็เริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเทา “หนาวจัง…อึดอัดด้วย…”
การเปลี่ยนแปลงที่อยู่เหนือหลักการทางวิทยาศาสตร์ทำให้จิตใจของเฟิงกู้เซียงว่างเปล่า และราวกับเสียงในสมองกำลังนำทางให้เธอไปข้างหน้า และบังคับให้เธอกอดหลิ่วจินไว้แนบแน่น
“อย่าแตะต้องเขา!” เพราะแผลบนใบหน้าจะดูดพลังชีวิตของเฟิงกู่เซียงไปด้วย
เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวไปดึงหลิ่วจินออกมา เวลาเดียวกัน เธอก็ยกมือขวาขึ้น แล้วขว้างยันต์ออกไป
จากนั้นแผ่นยันต์ก็ดูดกลืนพลังหยินซึ่งปกคลุมห้องเข้าไป
เมื่อกลิ่นอายสุดท้ายของพลังหยินหายวับ อุณหภูมิที่ชวนหนาวสั่นในห้องก็เริ่มอุ่นขึ้น หลิ่วหลีหมิงรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มผ่อนคลายลง และเฟิงกู่เซียงก็ได้รู้กระจ่างแจ้งแล้วตอนนี้ เธอตกใจมาก และไม่กล้าดูถูกเฝ่ยไป๋ลู่อีกต่อไป
เมื่อไร้พลังหยิน ความแข็งแกร่งของแผลใบหน้ามนุษย์ก็ลดฮวบ กอปรกับมันสิงสู่อยู่ในร่างเด็กธรรมดา จึงไม่อาจเทียบกับเฝ่ยไป๋ลู่ได้ มันจึงได้แต่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวระคนไม่ยินยอมพร้อมใจ
สีหน้าของมันดุร้ายขึ้น และกระหายจะกลืนกินพลังชีวิตจากร่างกายของหลิ่วจิน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของตัวเอง
ดวงตาที่ว่างเปล่าจ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างตะกละตะกลาม
เธอคือเป้าหมายถัดไปของมัน!
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้ปลายนิ้วคีบยันต์สามแผ่นไว้ อักขระสีดำปรากฏบนกระดาษยันต์สีเหลืองทองพร้อมกับแสงสีทองไหลผ่านบนผิวยันต์
“หลิงเป่าเทียนจุน*[1] โปรดปลอบประโลมกายา จิตวิญญาณของศิษย์ และอวัยวะภายในทั้งห้า…”
เมื่อการร่ายอาคมสงบลง ยันต์ทั้งสามแผ่นก็ถูกโยนออกมาพร้อมกัน และประทับลงบนตำแหน่งบ่าและหัวใจของหลิ่วจินตามลำดับ ก่อตัวเป็นค่ายกลที่มองไม่เห็น โดยมียันต์บนหน้าผากปกป้องพลังชีวิตและพลังหยางไว้
เมื่อประจันหน้ากับดวงตาที่น่าเกลียดเหล่านั้น สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เคร่งขรึม เธอตวัดนิ้วขึ้น ควบคุมตราประทับหยินมุ่งตรงสู่แผลใบหน้ามนุษย์
ตอนนั้นเอง ราวกับว่ามีบางอย่างพังทลาย อากาศที่พองตัวพัดเสื้อผ้า และผมของเธอจนปลิวไหว
พลังที่มองไม่เห็นสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง ทำให้หลิ่วหลีหมิงและเฟิงกู่เซียงรู้สึกแสบตา จนต้องยกมือขึ้นปิดตาตัวเองโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าใด แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้เห็นเฝ่ยไป๋ลู่อุ้มหลิ่วจินที่หมดสติไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง และเดินมาหาพวกเขาแล้ว
ดวงตาของเฟิงกู่เซียงเบิกกว้าง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ และเต็มไปด้วยความคาดหวัง “หาย… หายแล้วใช่ไหม?”
ก้อนเนื้อน่าสยดสยองที่งอกบนศีรษะของหลิ่วจินหายไป กระทั่งบาดแผลก็เลือนหายไปด้วย ราวกับว่าเขาไม่เคยมีแผลมาก่อน!
พวกเขาไล่ขอคำปรึกษาทางการแพทย์ ไปโรงพยาบาล และกินยามานับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายคนที่แก้ไขปัญหาใหญ่นี้ได้กลับเป็นผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ?
“ใช่ค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า แล้วส่งเด็กกลับสู่อ้อมอกทั้งสองคน
“พลังหยินร้ายแรงมาก ทำให้พลังหยางของเขาอ่อนแอ ดังนั้นควรมีการระบายอากาศในห้องอย่างสม่ำเสมอ พาเขาไปรับแสงแดดให้มากขึ้น และอย่าละเลยสิ่งต้องห้าม”
หลิ่วหลีหมิงก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่แวบเข้ามาในดวงตาของเขา
คนที่แนะนำให้เขาเลี้ยงปลาเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านคือเฝ่ยอวี้
เมื่อย้อนนึกถึงความสนิทสนมของเฝ่ยอวี้กับครอบครัวของเขา…
หลิ่วหลีหมิงกำหมัดแน่น พลันรู้สึกถึงคลื่นอารมณ์โกรธในหัวใจ
“น้ำเต้าครอบจักรวาลสามารถดูดซับพลังหยิน โรคภัย และช่วยสร้างสมดุลระหว่างหยินกับหยางได้ พลังหยินที่นี่ค่อนข้างหนาแน่น ดังนั้นคุณควรแขวนน้ำเต้าไว้นะคะ”
เฝ่ยไป๋ลู่หยิบยันต์หยินหยาง และอื่น ๆ ออกมา พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “เอาละ พวกคุณอยากได้เครื่องรางไหม? ชิ้นละสามพันหยวน ไม่มีราคาเหมา”
ก่อนที่หลิ่วหลีหมิงจะได้พูดอะไร เฟิงกู่เซียงก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมา “อาจารย์ ฉันจะซื้อ!”
ทันใดข้อความแจ้งเตือนจากวีแชตก็เด้งขึ้นมา [ได้รับเงินสามหมื่นสามพันหยวน]
เฝ่ยไป๋ลู่เผยยิ้มอย่างจริงใจ พร้อมเอ่ยต่อ “คุณจะพกเครื่องรางติดตัวหรือวางไว้ข้างเตียงในห้องนอนก็ได้ มันจะช่วยสร้างสมดุลพลังชีวิต และปกป้องดวงวิญญาณของคุณ ส่งเสริมมีความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง”
เฟิงกู่เซียงตั้งใจฟัง เธอพยักหน้าทุกครั้งที่เฝ่ยไป๋ลู่พูด และรีบเก็บเครื่องรางไว้ในกระเป๋าอย่างสบายใจ
ตอนนี้แผลใบหน้ามนุษย์บนศีรษะของหลิ่วจินเหมือนก้อนเนื้อเน่าๆ ที่ดิ้นอยู่บนพื้น มันก่อตัวเป็นร่องคล้ายกับสมองมนุษย์ที่เป็นโพรง
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้วเล็กน้อย และกำลังจะจุดไฟเผามัน ทันใดนั้นลมอันเย็นยะเยือกก็พัดมาปกคลุมท้องฟ้า บดบังดวงอาทิตย์
แล้วมือใหญ่มือหนึ่งที่มีพลังหยินก็ยื่นเข้ามาจากนอกหน้าต่าง หยิบก้อนแผลที่อยู่บนพื้น แล้ววิ่งหนีไป
[1] หลิงเป่าเทียนจุน คือ เทพศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสามแห่งความเชื่อเต๋า
…………………………………………………………………………………………………..
9JXPUG3M
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ