เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 30 คลี่คลาย
ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวหันหน้ามามองกันไปมา
โดยที่ท่านตาและท่านยายต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม แววตา
ปรากฏไปด้วยร่องรอยแห่งความสับสน และเหนื่อยล้า
ส่วนท่านพ่อท่านแม่นั้น อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่
อาจจบจำเรื่องราวแต่หนหลังได้ชัดเจนนัก จึงไม่ได้มี
ความคิดเคร่งเครียดเท่านท่านตาท่านยาย แต่สีหน้า
นั้นก้ยังปรากฏไปด้วย ร่องรอยแห่งความกังวลและ
ห่วงใย
ส่วนตัวข้านั้นบอกได้เลยว่า ในคราแรกของ
ความรู้สึกที่ได้รับรู้ถึงฐานะของตนเอง และครอบครัว
ข้าโคตรตื่นเต้น ไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร ก็ข้านะได้
โอกาสย้อนภพ มาเกิดใหม่ทั้งทีเลยนะ ตอนแรกก็คิดว่า
ชีวิตนี้จะดำเนินไปด้วยความ…เอ่อ ยากจน ข้นแค้น ดิน
รนแบบลูกสาวชาวบ้านทั่วๆ ไปที่เคยอ่านมา แต่นี่กลับ
มีทั้งเรื่องชาติกำเนิด พลังปราณ ความแฟนตาซีของ
สัตว์วิเศษ ไหนจะการแบ่งระหว่าง โลกมนุษย์ สวรรค์
ปีศาจต่างๆ อีก โหย พูดเลยว่าข้านะตื่นเต้นสุดๆ
แต่นอกเหนือจากตวามตื่นเต้นแล้วนั้น พอมานั่งคิด
ดีๆ ข้ากลับมีความกังวลใจในเรื่องของชีวิตมากกว่า ยิ่ง
นั่งคิดเงียบๆ แบบนี้ หลังจากเหตุการณ์ต่างๆ ความ
ปลอดภัยของชีวิตและครอบครัวข้า มันเริ่มพลิกผันขึ้น
เรื่อย ๆ ความตื่นเต้นที่มีเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความ
ตระหนก วิตกกังวล อันตรายต่างๆ รวมถึงปัญหาความ
ยุ่งเหยิงที่จะตามมาในอนาคต อนาคตอันใกล้นะ ใกล้
มาก อืมมม น่าจะตอนนี้แหละ หึหึ
“ท่านพ่อท่านแม่ หากท่านว่าอย่างไร ข้าก็ว่า
ตามนั้นเจ้าค่ะ” ท่านแม่หันไปถามท่านตาท่านยาย ส่วน
ท่านพ่อนั้นเนื่องจากสรุปภายในใจกับตนเองได้แล้วว่า
ตอนนี้ตนเองคือใครและควรทำเช่นไร จึงเปิดโอกาสให้
ท่านแม่ได้แสดงความคิดเห็นและให้เกีรติท่านแม่ไปด้วย
“โถ่ องค์หญิงเพคะ” ท่านยายเมื่อได้ยินคำเรียกอัน
คุ้นหูแต่ไม่คุ้นใจในตอนนี้ จึงหันไปท่านแม่ของข้าพร้อม
ด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายที่ไม่สามารถทำให้องค์หญิง
เรียกตนเองตามขั้นของบ่าวรับใช้ได้
“ก่อนอื่น ในเมื่อเราต่างทราบความจริงกันแล้ว
หม่อมฉันอยากให้เราตกลงกันเรื่องฐานะก่อนเพคะ
หลังจากนี้อาจจะมีปัญหายุ่งยากตามมา โปรดเรียก
หม่อมฉันว่าตาเฒ่าเปั่ยและฮูหยินเปั่ยเถิดเพคะ หม่อม
ฉันละอายใจเหลือเกิน” เปั่ยฮูหยินเอ่ยออกมา ด้วย
น้ำเสียงสั่นเครือแต่แววตาแน่วแน่ ด้วยเพราะความ
ละอายใจและต้องการเชิดชูเกียรติขององค์หญิงน้อย
ของตนเอง คุณชายซี และท่านหญิงน้อยของพวกเขา
“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ เราคุยกันแล้วมิใช่หรือ งั้น
เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ต่อหน้าบุคคลอื่นที่รับรู้เรื่องราวของ
พวกเรา ข้ายินยอมให้พวกท่านทำตัวหมางเมินพวกข้า
แต่หากมีแค่ครอบครัวเราแล้วนั้น ท่านพ่อและท่านแม่
ยังเป็นเป็นผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูและให้การช่วยเหลือพวก
ข้าทั้งสอง รวมทั้งจินเออร์ตัวน้อยตรงหน้านะเจ้าคะ”
ท่านแม่กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจในคำพูดของ
ท่านยาย อีกทั้งยังมีน้ำเสียงแง่งอนติดปลายตลก เพื่อ
ทำให้ท่านตาท่ายไม่เครียดและเข้าใจในความต้องการ
ของตนเองจริงๆ
“อาซาน อาหลิน ขอบใจพวกเจ้ามากจริงๆ ที่ไม่
โกรธพ่อกับแม่อีกทั้งยังให้ความรักแก่ข้าทั้งสองขนาด
นี้” ท่านยายหันไปยิ้มให้กับท่านตาและจับมือท่านแม่
พร้อมกับหันมากล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจจนปิดไม่มิด ที่ลูก
ทั้งสองคนถึงแม้จะทราบฐานะที่แท้จริงแล้วยังไม่
ทอดทิ้งตนเอง
“ท่านตาท่านยายเจ้าขา หลานว่า เราควรเริ่มต้น
ปลุกพลังและถอนผนึกในตัวท่านพ่อท่านแม่กันก่อนเจ้า
ค่ะ” หลังจากที่ทุกคนปรับความเข้าใจกันไปอีกขั้นแล้ว
ข้าในส่วนของคนมองนั้นจึงเอ่ยถามออกไป
“นั้นสินะจินเออร์ ต้องให้เจ้าเตือนตาแล้ว” ท่านตา
เมื่อได้ยินข้าเสนอความคิดออกไป จึงหันมามองทางข้า
พร้อมกับลูบหัวข้าไปด้วย
“แต่ท่านพ่อขอรับ เราจะถอนผนึกพลังกันอย่างไร
ละขอรับ”
“นั้นสินะ ข้าเองก็พอจะรู้วิธี แต่คงไม่สามารถ ถอน
ผนึกให้เจ้าได้อาซาน”
“ข้ามีวิธีเจ้าค่ะ ท่านตา”ข้ารีบเอ่ยออกมาทันที
เพราะเจ้าตัวเล็กข้างๆ ได้เอ่ยออกมาว่าสามารถถอน
ผนึกพลังให้แก่ท่านพ่อท่านแม่ได้
“อย่างไรหรือจินเออร์” ท่านตาเอ่ยถามข้าออกมา
พร้อมสายตาสงสัย
“การถอนผนึกในตัวท่านพ่อท่านแม่นั้น ไม่ยากเลย
เจ้าค่ะ จินหลงบอกว่า เนื่องจากในอดีตผู้ที่ผนึกพลัง
ให้แก่ท่านพ่อท่านแม่นั้นอาจจะเป็นผู้ที่มีพลังปราณ
สูงส่งก็จริง เพียงแต่ มันคือสัตว์วิเศษระดับสูงกว่านั้น
เพียงแค่รอให้พระจันทร์เต็มดวงอีกครา
แล้วใช้เลือดของจินหลงผสมกับสมุนไพรหายากอีก
5 ชนิด อันได้แก่ หญ้าน้ำค้าง ดอกเดือนหนาว เกสร
เหมันต์ ตะวันพฤกษา และแช่ในอ่าง ไว้สามชั่วยาม โดย
นับเริ่มหลังจากพระจันทร์เต็มดวง ณ เวลานั้น ไปสาม
ชั่วยาม หลังจากนั้นท่านพ่อกับท่านแม่จะมีอาการ
เจ็บปวด เพียงแต่จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับพลังที่โดน
ผนึกในร่างกายเจ้าค่ะ”
“พ่อและแม่ทนได้จินเออร์ หากต้องทำเพื่อปกปั้อง
ครอบครัวของเรา” ท่านพ่อจับมือท่านแม่ไว้หลวมๆ
พร้อมกับหันไปส่งสายตาเรียกความมั่นใจจากท่านแม่
“ขอบใจเจ้ามากอาซาน” ท่านตาเมื่อได้ยินว่าท่าน
พ่อหรือในตอนนี้สถานะของแต่ละคนจะเปลี่ยนไปแล้ว
แต่ยังยินดีปกปั้องตนเองและยายแก่คนหนึ่งด้วยจึงเอ่อ
ยออกมาอย่างยินดี
“ทุกคนเจ้าค่ะ จินหลงยังบอกอีกว่า มีโอสถ
รวบรวมพลังปราณที่โดนทำลายไป แต่เป็นโอสถเทวะ
เจ้าค่ะ ท่านตาท่านยาย เชื่อใจหลานนะเจ้าค่ะ เมื่อเวลา
นั้นมาถึงหลานจะช่วยรวบคืนพลังปราณให้แก่ท่านตา
ท่านยายเองเจ้าค่ะ”
เมื่อท่านตาท่านยายได้ยินดังนั้นจึงยิ้มอย่างดีใจ
เนื่องจากการที่คนๆ หนึ่งต้องยอมเสียสละพลังปราณ
อันมีค่าของตนเองในสังคม ที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ
นั้น เปรียบเท่าเสมือนการทำลายศักดิ์และศรีในยุคนี้
หลังจากนั้น ทุกคนจึงคุยกันต่อเรื่องการบำรุง
ร่างกายและเตรียมตัวถอนผนึกพลังสำหรับท่านพ่อท่าน
แม่ไปด้วย
“ส่วนเจ้าจินเออร์ รู้หรือไม่ เมื่อเจ้าอายุครบเจ็ด
หนาว พลังของเจ้าจะตื่นขึ้นมา”
“หลานทราบเจ้าค่ะ ท่านตา” ทำไมข้าจะไม่รู้ละ
ในเมื่อสัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ เป็นคนพร่ำบอกเสมอมา
“เพียงแต่ ตาเองก็ไม่รู้หรอก ว่าเจ้าจะเป็นดั่งในคำ
ทำนายหรือไม่”
“เอ๋ เช่นนั้นหรือเจ้าค่ะ แล้วคำทำนายว่าอย่างไร
หรือเจ้าค่ะ”
“ทำนายหรือ กล่าวไว้ว่าเจ้าจะกำเนิดมาพร้อมกับ
พลังปราณและพลังธาตุในตำนาน เจ้าจะพาให้แคว้น
เจริญรุ่งเรือง”
“เพียงแค่นั้น ถึงกับตามทำลายกันเลยหรือเจ้าคะ”
ข้าเอ่ยออกไปอย่างพึมพำ ถึงจะเข้าใจเพราะอ่านินยาย
มาเยอะก็เถอะ เพียงแต่ก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกัน
“เพียงเพื่ออำนาจจินเออร์ ไม่ว่าใครก็อยาก
ครอบครอง ในเมื่อมิอาจได้มาหนทางเดียวก็ทำลาย
เพื่อปั้องกันไม่ให้สิ่งนั้นย้อนกลับมาทำร้ายได้”
“อย่างนั้นเลยหรือเจ้าคะ”
“อืม เช่นนั้นยายว่าคืนนี้เราแยกกันไปพักผ่อนก่อน
ดีหรือไม่ ในเมื่อทุกคนต่างเข้าใจและรับรู้แล้วว่า
สถานะการณ์ในตอนนี้เป็นเยี่ยงไร และจะดำเนินไป
เยี่ยงไรต่อ”
“ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่”
หลังจากนั้นคนในตระกูลเปั่ยต่างแยกย้ายกันไปเข้า
นอนและเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะตามมาใน
อนาคต
เช้าวันถัดมาคนบ้านเปั่ยต่างโดนปลุกตั้งแต่ยาม
เหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.) โดยฝาแฝดน้อยอวี้หลิว
อวี้เหมย
“ท่านตา ท่านยาย เจ้าขา พวกข้ามาแล้วขอรับ”
“เอ๋ ไม่มีใครตอบเลยเจ้าค่ะท่านพี่”
“งั้นหรือ งั้นพวกเราไปเก็บผักไว้รอกันเถอะ จิน
เออร์ตื่นมาจะได้ดีใจ”
“ได้เจ้าค่ะท่านพี่”
หลังจากนั้นท่านตาท่านยาย ท่านพ่อท่านแม่ก็ได้
ตื่นขึ้นมาก็พบว่า ฝาแฝดได้ทำการเก็บผักรอไปได้หลาย
แปลงแล้ว จึงลงไปช่วยกันเก็บเพื่อจะได้นำผักไปเตรียม
รอโรงเตี๊ยมมารับสำหรับนัดในวันนี้
“ท่านพ่อเจ้าขา ลูกว่าเราควรซื้อหาทาสเพิ่มดี
หรือไม่ ตอนนี้แปลงผักของเราเริ่มมีผลผลิตมากมายจน
พวกเราทำกันไม่ทันแล้ว อีกอย่างข้าอยากให้ครอบครัว
เรามีกิจการเจ้าค่ะ”
“ทาสอย่างนั้นหรือ เดี๋ยวเราไปคุยกันข้างในเถิด”
“อวี้หลิว อวี้เหมย พวกเจ้าไปนั่งพักก่อนเถิด เสร็จ
แล้วประเดี๋ยวลุงมาเรียกไปทานข้าวเช้าด้วยกัน”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
หลังจากนั้น ท่านพ่อและข้า จึงเดินไปพบท่านตา
และพูดคุยเกี่ยวกับการซื้อทาสและขยายกิจการภายใน
ตระกูลเพิ่มเติม เพราะจินหลงบอกกับข้าว่า นอกจาก
เราจะมีพลังแล้ว เราต้องมีอำนาจ ซึ่งอำนาจที่ว่านั้นจะ
ได้มาจากสิ่งใดไม่ได้เลย หากเราไม่มีเงินตรา
“ซื้อทาสงั้นหรือจินเออร์”
“เจ้าค่ะท่านตา หลานต้องการซื้อทาส เพิ่มเพื่อจะ
ขยับขายกิจการของเราเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้าคิดไว้หรือยังว่าเราจะทำกิจการอันใด”
“ข้าคิดว่าเราจะทำกิจการค้าขายผักเป็นหลักเจ้าค่ะ
เพียงแต่เราจะไม่เพียงขายให้แก่โรงเตี๊ยมเท่านั้น แต่เรา
จะทำผลผลิตจากผักเหล่านั้นออกมาด้วยเจ้าค่ะ”