เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 29 ความจริงที่ตามหา
“พวกเจ้าเป็นใครตอบข้ามา” ท่านตาเอ่ยตามเหล่า
คนที่โดนจับมัดกับต้นไม้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ช้าก่อนขอรับทุกท่าน พวกข้ามิได้มาร้าย” หนึ่งใน
องครักษ์ที่ฟืนขึ้นมาแล้ว รีบตอบขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่า
เหล่าคนตรงหน้าสอบถามออกมา อยากจะรีบคลี่คลาย
สถานการณ์ตรงหน้าโดยไว
“มิได้มาร้าย แล้วมาแอบซุ่มมองพวกข้าทำไมกัน”
ท่านพ่อถามออกไปทันที
“เอ่อ จริงๆ แล้วพวกข้าคือ….” หนึ่งในองค์รักษ์
ทำท่าเหมือนจะไม่อยากตอบคำถามนี้สักเท่าใด จึงทำ
หน้าเลิ่กลัก แล้วหันไปมองกันไปมา
“คือใคร รีบพูดมาได้แล้ว ข้าง่วงละนะ” ข้าสังเกตว่า
พวกนั้นไม่พูดสักที จึงเริ่มงอแง ออกไป
“องครักษ์ขององค์ชาย… ขอรับ” เมื่อเห็นว่าข้าเริ่ม
หงุดหงิด หนึ่งในองค์รักษ์ที่ดูท่าจะตำแหน่งน้อยที่สุด
จึงกลั้นใจเอ่ยออกมา
“เอ๋…..องค์ชาย แล้วองค์ชายองค์ไหนกันเล่า ทำไม
พวกท่านไม่พูดให้ครบกัน” ข้าถามออกไปอีกครั้ง
เนื่องจากคนตรงหน้าพูดจาไม่รู้ความสักที
“เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวอันใดกับพวกข้า” ท่านพ่อที่
สงสัยในคำตอบเอ่ยถามออกไปอีกรอบ เพราะหา
คำตอบให้กับประโยคเมื่อครู่ไม่ได้
“มีรับสั่งให้ติดตามพวกท่าน เพื่อสืบหาตัวตน
ขอรับ”
“อย่างงั้นหรือ แล้วข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเจ้า
พูดความจริง” ท่านตาถามออกไป ในที่นี้ ดูเหมือนท่าน
ตาจะดูสุขุมและนิ่งเงียบมากที่สุด เหมือนท่านตาจะรับรู้
เรื่องราวต่างๆ อย่างรวดเร็ว
“เอ่ออ องครักษ์อี้ ท่านรีบเอาหยกพกให้พวกเขาดู
เร็ว” องครักษ์คนเดิมกับที่เป็นคนตอบคำถาม เมื่อครู่
รีบเอ่ยให้คนที่ดูเหมือนจะตำแหน่งใหญ่ที่สุด นำหยก
ออกมาเพื่อยืนยัน
“ได้ๆ เอ่อ ข้ารบกวนพวกท่าน หยิบหน่อยได้
หรือไม่ อยู่ตรงเอวของข้าขอรับ”
“อืม นี่เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ข้าที่เห็นหยกพกอยู่แล้ว จึง
รีบหยิบออกมายื่นให้ท่านพ่อทันที ชักช้าไม่ทันใจเด็ก
น้อยเสียจริง แต่จากการที่ให้เจ้าจินหลงตรวจสอบแล้ว
พบว่า สิ่งที่เจ้าพวกนั้นพูดออกมาคือความจริง
“เอาให้ท่านตาเถอะจินเออร์ พ่อดูไม่รู้หรอก” เมื่อ
ข้ายื่นหยกพกให้ท่านพ่อ ท่านพ่อก็รีบส่ายหัวด้วยความ
จนใจ ที่ไม่สามารถตอบได้ว่าหยกนี้เป็นของจริงหรือ
ปลอม จนใจเหลือเกินที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้
ข้องแวะหรือเกี่ยวข้องกับทางราชการเลย ทำให้ไม่
สามารถแยกแยะหยกประจำตัวเหล่านี้ได้
“ผู้เฒ่าเปั่ยรับหยกพกมาดู เนื่องจากเคยรับใช้
ราชวงศ์มาก่อน จึงมองแว็บเดียวก็ทราบแล้วว่าของจริง
หรือไม่”
“อืม ของจริงอาซาน” ท่านตาที่อาจจะมองออก
ตั้งแต่แรกเอ่ยออกมา
“งั้นพวกท่านปล่อยข้าได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับ” คน
ทั้ง 3 เบื้องหน้ารีบพยักหน้าขึ้นลงเหมือนไก่จิกข้าวสาร
“ยัง ถึงพวกเจ้าจะเป็นองครักษ์ แต่พวกข้าจะแน่ใจ
ได้อย่างไร ว่าพวกเจ้าจะไม่ทำร้ายพวกข้า”
“โถ่ นายท่านขอรับ” องครักษ์ที่ชื่ออี้ เมื่อได้ยิน
ท่านพ่อเอ่ยออกมาเช่นนั้น จึงทำหน้าละห้อย ก้มลงและ
เอ่ยอย่างน่าสงสาร
“แล้วจะทำยังไงเจ้าคะ ท่านพ่อท่านตา” เมื่อไม่
สามารถรู้วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเหล่าคนตรงหน้าได้
ว่ามา ณ ที่แห่งนี้เพื่อเหตุใด ข้าจะไม่ปล่อยกลับไปง่ายๆ
แน่ มิใช่ว่า หากคนเหล่านี้หายไป คนอื่นๆ ก็จะมาแทน
อยู่ดี มิสู้จัดการให้คนพวกนี้ พูดในสิ่งที่ข้าอยากให้พูด
ทำในสิ่งที่ข้าอยากให้ทำ มิดีกว่าหรือ
“อ่ะ นี่ โอสถสัจจะ” เหมือนสัตว์เทพคู่ใจข้า อย่าง
จินหลงจะรับรู้ได้ในทุกความคิด จึงนำโอสถออกมาให้
โดยที่ข้าไม่ต้องเอ่ยปากออกไป
“เอาไว้ทำไรอ่ะ ห้ามพูดหรอ” หูยยย ไม่ใช่ข้าไม่รู้
แต่ข้ายังไม่ได้ศึกษาโอสถจริงๆ จังๆ สักที แหะๆ ถึงแม้
จะโดนบังคับให้ศึกษาก็เถอะ มันก็เหตุการณ์ให้ข้า
หลีกเลี่ยงมาได้โดยตลอดนี่นา เจ้าจะมองข้าตาขวาง
แบบนี้ไม่ได้นะจินหลง
“ประมาณนั้น แต่โอสถนี้คำพูดจะส่งผลถึงการ
กระทำ เช่น หากเจ้าสัญญาว่าจะไม่มำร้ายใคร เมื่อใดก็
ตามที่เจ้ามีจิตคิดมุ่งร้าย ร่างกายเจ้าจะอ่อนแรงจนยืน
ไม่ได้ และจะเป็นไปเรื่อยๆ จนกว่าจิตสังหารจะหายไป”
จินหลงกรอกตาบนใส่จินเออร์ไปหนึ่งที
“เยี่ยม ขอบคุณเจ้ามากจินหลง” เมื่อจินหลง
อธิบายจบข้าก็ดึงมันเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงชั่วครู่ ให้สา
สมกับความเก่งกาจของมัน อิอิ
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ โอสถสัจจะ รบกวนท่านให้พวก
เค้าทานด้วยเจ้าค่ะ”
“หากนายท่านต้องการให้พวกกลืนมันลงไปเพื่อพิ
สูทธิ์ความบริสุทธิ์ พวกข้าก็ยินดีขอรับ หลังจากนั้น
องครักษ์ทั้งหมดจึนกลืนยาที่ท่านพ่อปั้อนลงไป เมื่อ
กลืนลงไปแล้วร่างกายขององครักษ์ต่างมีแสงแห่งตรา
ประทับเปล่งออกมา”
“ซานหลงเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่จินหลงบอก
จึงได้ปลดเชือกออก องครักษ์ทั้งหมดจึงคุกเข่าทำความ
เคารพ คนตระกูลเปั่ย”
“เนื่องจากตอนนี้ความจริงที่ได้ฟังออกมา ทำให้
ทั้งหมดอยากเร่งรีบกลับเมืองหลวง เพือนำเรื่องนี้ ไป
รายงานต่อองค์ชายแปด”
“เอ่ออ เช่นนั้นพวกข้ากลับเลยได้หรือไม่ขอรับ”
“อืม กลับไปเถอะ”
เมื่อท่านพ่อเอ่ยจบ คนที่คุกเข่าทั้งหมดต่างพากัน
หายตัวไป ว่องไวเสียจริง
“ทุกคนเจ้าคะ หากเรื่องราวเป็นเช่นนี้ เราจะทำ
เช่นไรต่อดีเจ้าคะ” จินเออร์ เบนใบหน้ามาถามคนใน
ครอบครัว เพราะตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลายเป็นเรื่องราว
ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ