เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 59 หน่วยราตรีกาลรุ่นที่สอง
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ดูแลก็ได้นำทาสชายจำนวน
หนึ่งพันคนเข้ามาให้เปั่ยจินและหยางคงเลือก ครั้งละ
หนึ่งร้อยคน ถามว่าเลือกอย่างไร วิธีการเลือกของนางก็
ง่ายดาย นางไม่อยากเสียเวลาในการทดสอบจิตใจคน
หรืออันใดมากมาย หากมีวิธีใดหรือหนทางใดลัดได้นาง
ก็จะทำ
ส่วนวิธีลัดของนางก็คือ จินหลงและเจี่ยฉงนั้นเอง
ฮ่าๆๆ ตอนนี้ทั้งคู่ออกมาช่วยนางเลือกโดยตรง เมื่อมี
คนเข้ามา ทั้งคู่ก็จะใช้พลังในการตรวจสอบจิตใจของคน
นั้น ๆ หากคนใดผ่าน นางก็จะให้เข้าไปรออีกห้องทันที
เรียกได้ว่าเวลามีน้อยใช้สอยอย่างประหยัดนั้นเอง
จนในที่สุดทาสจำนวนหนึ่งพันคนในตอนนี้ มีทั้งสิ้น
ที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งมีมากถึงห้าร้อยคนเลยทีเดียว
“หยางคง…ท่านว่า เยอะไปหรือไม่” เปั่ยจินเมื่อ
เห็นว่า จำนวนคนที่นางคัดเลือกได้ตอนนี้นั้น อัดแน่น
กันอยู่ภายในห้องมากมายกว่าที่คิด เอ่ยถามออกมา
“ตอบตามจริงนะขอรับ เยอะมากกกกก” หยาง
คงที่มัวแต่สนุกและเพลิดเพลินกับการคัดเลือก เมื่อเงย
หน้าขึ้นไปมองอีกทีถึงกับนิ่งค้างไปเช่นกัน
“อือออ จินหลงง เจี่ยฉงงงงงงง” เปั่ยจินตะโกน
ออกมาทันที เมื่อเห็นว่าสองสหายได้สร้างงานให้แก่นาง
อีกแล้ว
“เจ้าก็แยกคนไปให้ท่านแม่ของเจ้าด้วยเช่นไรล่ะ”
จินหลงเอ่ยแนะนำออกมา พร้อมกับทำท่าทางไม่หยีระ
ใดๆ
“อืมมม ความคิดดีเจ้ากระต่าย เพียงแต่เช่นนั้นข้า
ก็ควรเลือกทาสหญิงไปด้วยเลยดีหรือไม่”
“อืมม ดีเจ้าค่ะ” เจี่ยฉงที่กำลังบินไปมา เอ่ยสำทับ
ไป
“เช่นนั้นหยางคงเจ้าไปตามผู้ดูแล แล้วบอกว่าขอ
เลือกทาสหญิงอีกหนึ่งร้อยนางเถิด”
“ขอรับคุณหนู”
ในขณะที่เปั่ยจินได้เพลิดเพลินไปกับการคัดเลือก
คนงานใหม่ อีกฝังหนึ่งของพระจันทร์ เอ้ย ไม่ใช่ อีกฝัง
หนึ่งของใครบางคน ก็กำลังช่วยดูแลอย่างลับๆ โดยที่ไม่
รู้ตัวเลยว่าในอนาคต หากอีฝั่ายพบว่าตลอดเวลาที่มีคน
อยู่ข้างกาย จะไม่ใช่เพียงแค่คนของนางเพียงคนเดียวจะ
เกิดอันใดขึ้น เพียงแต่นั้นก็เป็นเรื่องที่ไกลแสนไกลกว่า
จะเกิดขึ้น
“เรียนนายท่านขอรับ ข้าได้มอบคนแฝงตัวไปกับ
คนของคุณหนูแล้วขอรับ”
“ดี กี่คน”
“หนึ่งร้อยคนขอรับ เพียงแต่ข้าไม่มั่นใจว่าทั้งหนึ่ง
ร้อยคนจะผ่านการคัดเลือกจากคุณหนูหรือไม่”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ เจ้าจินหลง
หึ”
“ส่งจดหมายไปถึงขุมอำนาจต่างๆ เรื่องการเปิด
กิจการคุ้มภัยหลังจากนี้ของคนตระกูลใหม่ที่จะเกิดขึ้น
ห้ามยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากเกิดอัน
ใดขึ้น อย่ากล่าวว่าข้าไร้เมตตา”
“ขอรับนายท่าน”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะเติบโตขึ้นมาอย่างดีนะจินเออร์”
จวินเทียงหลงเอ่ยออกมาเบาๆ ไปตามสายลม
“ฮัดชิ้ว” เปั่ยจินจามออกมาขณะที่กำลังนั่งรอการ
คัดเลือกสตรี
“ใครนินทาข้าหรือเปล่าเนี่ย เจ้าหรือเปล่าจินหลง
หึยย” อย่าให้ข้ารู้นะหึยยย
“หืมม เจ้าไม่สบายหรือเปล่า คิดมากหน่า” หืมม
ข้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้นะไอ้คนโรคจิต หึ
“คงงั้นแหละ งั้นเจ้าช่วยจัดการให้ข้าหน่อยนะ เจี่ย
ฉง ข้าขอคนที่ภักดีเช่นเดียวกัน” เมื่อเช็ดจมูกของตน
เสร็จแล้วเปั่ยจินจึงหันไปคุยกับเจี่ยฉงต่อ
“เจ้าค่ะนายหญิง” เจี่ยฉงรับปากออกไป
เมื่อผู้ดูแลกลับมาอีกครั้งก็ได้ทำการนำทาสสตรี
จำนวน สามร้อยนางเข้ามา เจี่ยฉงที่ได้รับคำสั่งให้ทำ
การคัดเลือกตั้งแต่แรกอยู่แล้วนั้นจึงจัดการใน
ทันทีทันใด
เพียงไม่นานทาสสตรีจำนวนห้าสิบนางก็เป็นอัน
เสร็จเรียบร้อย รวมกับทาสชายก็เป็นจำนวน ห้าร้อยห้า
สิบคน จึงได้จัดการจ่ายเงินและทำทีเป็นขบวนเดินทาง
ออกนอกเมืองในทันที เพื่อปั้องกันการถูกตั้งข้อสงสัย
เรื่องการขนคนหรือการกบฏ
“จินหลง เจี่ยฉงออกมา” เปั่ยจินเอ่ยเรียกจินหลง
ออกมาเพื่อหาทางปรึกษาเรื่องจำนวนคนและแผนการ
“มีอะไรเจ้าเด็กหน้าเหม็น” จินหลงที่กำลังนอน
แทะโสมเล่มในมิติ เพลินๆ แล้วก็ต้องออกมาทั้งๆ ที่
กำลังอร่อยๆ แท้ๆ เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดพร้อมกับ
มือซ้ายที่กำลังถือโสมแทะไปด้วย
“มีอะไรหรือเจ้าค่ะนายหญิง” เจี่ยฉงที่เห็นนาย
ท่านและท่านจินหลงต่อปากต่อคำกันไม่หยุด จึงเอ่ย
แทรกออกไปทันที สมกับประโยคที่ว่า ยามศึกเรารบ
ยามสงบเรารบกันเองจริงๆ เลยเชียว นายบ่าวคู่นี้
“ชิชะ ทำไมเจ้าไม่น่ารักเช่นเจี่ยฉงบ้างเจ้ากระต่าย
ตัวเหม็น หึ ข้าอยากถามว่าระหว่างที่ข้าจะให้พวกเค้า
เข้าไปรักษาตนเองในมิติ กับการส่งไปที่ค่ายแล้วรักษา
ตัวแบบไหนที่ดีกว่ากัน”
“อืม เรื่องนั้นก็แล้วแต่เจ้า ว่าต้องการใช้งานคน
ตอนไหน อบ่างไรและเท่าไหร่” จินหลงเอ่ยออกไป
“อืม นั้นสินะ เช่นนั้นทุกคนข้ามีเรื่องจะถามเจ้า
ค่ะ” เมื่อได้ฟังที่จินหลงเสนอมา เอ๊ะ เสนอแหละ เปั่ยจิ
นจึงคิดได้ว่าควรถามความคิดเห็นของคนเหล่านี้ไปด้วย
เลยดีกว่า จะได้ไม่เป็นการบังคับจิตใจเขาเช่นทาสกับ
นายจ้างเช่นเดิม เพียงแต่อย่างไรก็ต้องทำงานละนะ
เหล่าทาสที่ได้ฟังคำถามในตอนนี้นั้นถึงกับเงียบ
เสียงลงทันที
“ใครต้องการไปกับข้าบ้างเจ้าค่ะ”อเอ่ยออกไปแล้ว
คงต้องมาสังเกตท่าทีกันแล้วสินะ
เงียบกริบ เงียบถึงขนาดที่ว่าได้ยินแม้กระทั่งเสียง
ดังของใบไม้ที่กระทบกันจากสายลม เสียงนกร้องในปั่า
เพียงแต่ไม่นานก็มีเสียงคุกเข่าและร่ำร้องออกมา
“คุณหนูขอรับท่านจะทิ้งพวกข้าหรือขอรับ” หนึ่ง
ในสมาชิกทั้งหมดรวบรวมความกล้าและเอ่ยออกมา
พร้อมด้วยแววตาสั่นไหว เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่
พร้อมจะไหลออกมาทัน หากคำตอบที่ได้รับนั้นคือสิ่งที่
คิดไว้
“อย่าทิ้งพวกข้าเลยได้โปรด” ทาสอีกคนที่เห็นว่าทั้ง
คุณหนูและหยางคงเงียบเสียงไปนั้น จึงเอ่ยสำทับขึ้นมา
อีกที
“เดี๋ยวเจ้าค่ะทุกคน พวกท่านกำลังเข้าใจข้าผิดเจ้า
ค่ะ ฟังข้าอธิบายก่อนนะเจ้าค่ะ ข้าเพียงต้องการแบ่งคน
ออกเป็นสองกลุ่มเจ้าค่ะ”
“โดยกลุ่มแรกข้าที่ข้าต้องการคือคนที่พร้อมทำตาม
คำสั่งของข้า หากข้าบอกว่าดี ก็คือดี แม้แต่ตายแทน
ข้า” พูดจบเปั่ยจินก็สังเกตสีหน้าของทุกคนทัน
สีหน้าทุกคนในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความกังวล
และรักตัวกลัวตาย ซึ่งเปั่ยจินก็ไม่ได้ผิดหวังอันใด หาก
ในจิตใจมนุษย์แม้นจะภักดีเพียงใด แต่ความรู้สึกและ
ความรักตัวกลัวตายนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว
เพียงแต่แค่พริบตาเดียว ร่องรอยแววตาแห่งความ
กังวลก็ได้หายไป พร้อมกับเสียงคุกเข่าที่ดังไปทั่วปั่า
“คุณหนูขอรับ ท่านได้ให้โอกาสพวกข้าออกมาจาก
โรงค้าทาส พวกข้ายินดีที่จะรับคมดาบคมหอกแทน
คุณหนูขอรับ”
“ขอบคุณมากนะเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้ามีเรื่องจะ
สารภาพเจ้าค่ะ แหะๆ”
“เรื่องอันใดหรือขอรับคุณหนู”
“ข้าคัดเลือกพวกท่านออกมา เพื่อแบ่งออกเป็น
สองกลุ่มด้วยกันด้วยกันเจ้าค่ะ โดยกลุ่มแรกข้าจะให้
พวกท่านเข้าร่วมการฝึกยุทธ์และเป็นคนรับใช้ในจวน
ของข้าเจ้าค่ะ” ถามว่าทำไมนางถึงกล้าที่จะพูดความ
ต้องการออกไป นั้นเพราะก่อนที่จะซื้อตัวพวกเขา
ออกมานางได้ทำพันธะสัญญาชีวิตเรียบร้อยแล้ว
ต่างหาก
“ฝึกยุทธ์หรือขอรับคุณหนู เพียงแต่พวกข้า ไม่มี
พลัง…”
“แค่ความภักดีที่พวกท่านมีให้ข้าก็พอแล้วเจ้าค่ะ
อีกทั้งฝั่ายสตรีนั้นข้าต้องขอโทษด้วยนะเจ้าค่ะ เพราะ
พวกท่านคงต้องรับผิดชอบในส่วนของงานเบื้องหน้า
แทน”
หลังจากนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่หนึ่งจิบชา การ
ตัดสินใจทั้งหมดจึงเสร็จสิ้นลง สรุปได้ว่าหน่วยราตรีกาล
รุ่นที่สองจะมีสมาชิกทั้งหมดสี่ร้อยนายด้วยกัน นับว่า
มากมายจริงๆ สำหรับกำลังพลในรอบนี้ ส่วนที่เหลืออีก
หนึ่งร้อยห้าสิบคน ต่างแยกย้ายกันไปตามกิจการร้านค้า
และบ้านของนางนั้นเอง