Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 967 งามที่สุดในแคว้น

  1. Home
  2. สามีข้าคือขุนนางใหญ่
  3. บทที่ 967 งามที่สุดในแคว้น
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 967 งามที่สุดในแคว้น

……….

ซ่างกวานเยี่ยนกำชับให้พวกเขาช่วยกันจับตาดูเจ้าเด็กแฝดให้ดี หลังเห็นว่าเด็กๆ ออกอาการตกใจ

ขณะที่กู้เจียวกลับมองเจ้าสองหน่อที่นอนอยู่ในเปลอย่างกระตือรือร้นยิ่งกว่านกน้อยที่ตื่นเช้าเสียอีก พลางนึกในใจ นี่มันใช่อาการตกใจเสียที่ไหนกันละ

เรียกว่าดีใจออกนอกหน้ายังจะแม่นกว่า

“ข้าขอตัวไปค่ายทหารก่อนนะ” กู้เจียวกล่าว

เด็กแฝดได้ยินดังนั้นก็เริ่มเบะปากทันที

“ไม่เอา ไม่ร้องไห้นะ” กู้เจียวเอ่ยเบาๆ

พวกเขากลั้นน้ำตาไว้อย่างเชื่อฟัง

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์อย่างอู๋ซื่อสี่ได้แต่เป็นกังวล คุณหนูกับนายน้อยเพิ่งจะอายุได้ห้าเดือนเอง ไยคนเป็นแม่ถึงไม่เอาใจใส่เลย ไม่เห็นหรือว่าลูกของตัวเองกำลังขวัญเสียอยู่น่ะ

ทว่ามีหรือที่กู้เจียวจะดูไม่ออก

ขวัญสงขวัญเสียอะไรกัน เจ้าเด็กพวกนี้แค่อยากทำตัวให้น่าสงสารก็เท่านั้นเอง

สงสัยสองเดือนที่ผ่านมาเจ้าแฝดเรียนรู้วิชาการละครจากในวังไปไม่น้อยเลยสินะ

กู้เจียวรีบตัดบท แล้วเดินทางไปยังค่ายทหาร

ช่วงที่นางกลับมายังแคว้นเจาเพื่อจัดการเรื่องงานแต่ง ค่ายทหารมีกองพลเพิ่มขึ้นห้าหมื่นนาย ส่วนเหวินเหรินชงและจ้าวเติงเฟิงยังคงประจำอยู่ที่ค่ายทหาร พวกเขาคือคนแรกๆ ที่รู้เรื่องที่กู้เจียวเป็นสตรี และเคยได้พบเจอกู้เจียวในร่างที่แท้จริงแล้ว

ยังมีหลี่เซินอีกคนที่รู้เรื่องนี้

ขณะที่คนอื่นๆ ยังไม่รู้

หลังจากหลี่เซินเสร็จจากออกรบ ก็เดินทางกลับไปเยี่ยมมารดาแก่ชราของเขาทันที ตามหลักแล้วเขาต้องเดินทางกลับไปแคว้นเจาพร้อมกันกับกู้เจียว แต่เขาเลือกที่จะอยู่ที่เซิ่งตูเพื่อดูแลมารดา

ทันทีที่กู้เจียวมาถึงหน้าค่าย หลี่เซินก็ควบม้าออกมาต้อนรับแขกทันที

วันนี้กู้เจียวปรากฏตัวในร่างสตรี สวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวพร้อมทั้งผมมวยที่ถูกมัดอย่างเรียบง่าย ผ้าผูกผมและแขนเสื้อโบกสะบัดตามลมยามรุ่งอรุณ ให้ความรู้สึกสงบและเยือกเย็น

ค่ายทหารหาใช่สถานที่สำหรับสตรี

ขณะที่หลี่เซินเตรียมจะไล่แขกให้กลับ แต่ก็ดันสะดุดตากับใบหน้าอันคุ้นเคย

เป็นความคุ้นเคยที่งดงามยากจะบรรยาย เต็มไปด้วยความสดใสแบบสาวน้อย แต่ก็ไม่ขาดความองอาจแบบเด็กหนุ่ม ที่ทั้งดูโดดเด่นและไม่เหมือนใคร

หลี่เซินอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

ทหารคนอื่นๆ ในค่ายที่เห็นภาพนี้ก็เช่นกัน

พลางคิดในใจ สตรีท่านนี้ เป็นคุณหนูจากตระกูลใดกัน

นี่คือนางฟ้าชัดๆ

ไยถึงมาปรากฏตัวหน้าค่ายทหารได้

“หลี่เซิน” กู้เจียวเอ่ยทักทายเขาขณะที่นั่งอยู่บนตัวเจ้าเฮยเฟิง

“เจ้า รู้ชื่อข้าได้อย่างไร” หลี่เซินผู้ซึ่งไม่เคยได้สดับเสียงที่แท้จริงของกู้เจียว จึงได้แต่จดจ้องอีกฝ่ายด้วยความสงสัยจนอดรู้สึกเสียมารยาทไม่ได้เพราะเขาเริ่มรู้ตัวเองว่าการจ้องสตรีนานๆ นั้นเป็นเรื่องมิควร

กู้เจียวเห็นดังนั้นจึงแปลกเสียงให้เป็นเสียงเด็กหนุ่มแบบที่อีกฝ่ายคุ้นเคย “ข้าเอง”

หลี่เซินตกใจสุดขีดจนร่วงลงจากหลังม้าหน้าคะมำลงกับพื้น!

น่ากลัวชะมัด ร่างเป็นหญิงสาว แต่น้ำเสียงเป็นผู้ชาย

แต่เอ๊ะ ไยเสียงนี้มันช่างคุ้นหูซะเหลือเกินล่ะ

เขารีบหันไปทางกู้เจียวอีกครั้ง

แต่คราวนี้สายตาของเขาหาได้จับจ้องไปที่ใบหน้าของกู้เจียว แต่เป็นเจ้าม้าที่นางขี่อยู่

“เจ้าเฮยเฟิง…” สีหน้าของเขาเจื่อนลงทันที ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลูกตาขึ้นไปทางเจ้าของใบหน้าอันสะสวย “ท่านคือ…ผู้บัญชาการน้อยรึ”

ทหารที่อยู่รอบๆ ต่างพากันอ้าปากค้าง

อันที่จริง ข่าวลือที่ว่าผู้บัญชาการน้อยแท้จริงแล้วเป็นสตรีนั้นได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งค่ายทหารเป็นเวลานานมาแล้ว แม้จะได้ข่าวมาอีกว่านางไม่มีปานบนใบหน้าแล้ว แต่พอได้มาเจอตัวเป็นๆ แบบนี้ก็อดสะพรึงมิได้เช่นกัน!

ผู้บัญชาการน้อยผู้น่าชัง ไยถึงกลายร่างเป็นนางฟ้าน้อยไปได้ล่ะ

การมาเยือนของกู้เจียวครั้งนี้ทำเอาทั้งค่ายทหารแตกตื่นกันไปหมด อย่าว่าแต่พวกทหารเลย ฝูงม้าในค่ายเองก็วุ่นวายไม่แพ้กัน

จากนั้น กู้เจียวก็สังเกตเห็นว่าค่ายทหารวันนี้เงียบกว่าปกติ ทุกคนเดินไม่ค่อยแข็งแรงและพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก เมื่อคืนฝนตก เช้านี้อากาศไม่ร้อน แต่ใบหน้าของทุกคนกลับแดงระเรื่อ

“เอ๋” กู้เจียวอุทานด้วยความสงสัยพร้อมกับเอียงศีรษะ

…

ที่กู้เจียวมาค่ายทหารในวันนี้ หนึ่งก็เพื่อมาเยี่ยมเยียนสหายเก่า สองคือมาจัดกองพลเพื่อเตรียมบุกสำนักถัง

แล้วเรื่องชวนให้ประหลาดใจก็เกิดขึ้น

กู้เจียวต้องการกองพลแค่สามพันนายเท่านั้น จึงให้ผู้บังคับบัญชาคัดเลือกมาตามจำนวนที่ต้องการ

แต่พออมาดูอีกที ก็พบว่าพวกเขามีจำนวนมากกว่านั้น มากถึงห้าพันคนเลยทีเดียว

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ” กู้เจียวถามด้วยความสงสัย

จ้าวเติงเฟิง ผู้บัญชาการฝั่งซ้ายคนใหม่ได้ยินดังนั้นก็กระแอมเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะตะโกน “กองพันที่สาม ยินดีอาสาออกรบ!”

ตามมาด้วยเสียงของเหวินเหรินชง “กองพันที่สอง ยินดีอาสาออกรบ!”

แค่ไปจัดการสำนักอันธพาลแค่นี้ ถึงกับต้องใช้กองกำลังจำนวนห้าหมื่นนายเลยรึ

กู้เจียวกระพริบตาปริบๆ ก่อนถาม “พวกเจ้าอยากบุกโจมตีสำนักถังขนาดนั้นเชียว”

“ขอรับ!”

ทุกคนยืดหลังตรงแล้วเอ่ยพร้อมกันด้วยเสียงอันดังกึกก้องอย่างเป็นเอกฉันท์!

“เอาละ เข้าใจแล้ว ในเมื่อพวกเจ้าต้องการเช่นนั้นก็ย่อมได้ ระหว่างทางอย่าลืมหาที่กบดานของพวกโจรแล้วทำลายทิ้งด้วยล่ะ พวกมันจะได้ไม่ไปรังแกราษฎรอีก”

“ท่านผู้บัญชาการน้อย เราออกเดินทางเมื่อไหร่ดีขอรับ” เฉิงฟู่กุ้ยถาม

“รอคำสั่งจากท่านแม่ทัพใหญ่”

เฉิงฟู่กุ้ยทำหน้าฉงน “ไยต้องรอแม่ทัพใหญ่…ท่านผู้บัญชาการน้อยจะไม่ไปหรือ”

กู้เจียวตอบด้วยท่าทีจริงจัง “ข้าไม่ไปหรอก ยังมีธุระต้องจัดการที่เกาะอั้นเย่อีก ข้ากะว่าจะมาคัดกองพันสักจำนวนหนึ่งให้ติดตามข้าไปด้วย แต่ในเมื่อพวกเจ้าอยากไปทลายรังโจรขนาดนั้น เช่นนั้นข้าไปคัดเลือกผู้ติดตามกับที่หน่วยเงามืดดีกว่า”

เฉิงฟู่กุ้ยฟังจบก็อึ้งทันที

อุตส่าห์เสียเวลาเตรียมการตั้งนาน สรุปแล้วผู้บัญชาการน้อยไม่ได้ไปกับพวกเขาหรือนี่

แม่ทัพใหญ่ไม่ได้หน้าตาดีเหมือนกับผู้บัญชาการน้อยนี่นา

ท่านผู้บัญชาการน้อยออกจะน่ารักน่าเอ็นดู!

ทหารห้าหมื่นนายต่างพากันร้องโหยหวนด้วยความทรมาน!

…

กู้เจียวและเซียวเหิงมาอยู่ที่เซิ่งตูเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน

ระหว่างนั้นพวกเขาได้ไปเยี่ยมเยียนญาติสนิทมิตรสหายของพวกเขา ทั้งเจ้าสำนักบัณฑิตเทียนฉงและอาจารย์หวู่ รวมถึงเพื่อนร่วมห้องของพวกเขา

ทุกคนไม่อยากเชื่อว่าเซียวลิ่วหลังผู้กล้าหาญยิ่งกว่าชายหนุ่มคนใด จะเป็นผู้หญิง แถมยังงดงามดุจดอกไม้

“ปานบนหน้าอันนั้นเจ้าจงใจวาดมันขึ้นมาเองใช่ไหมล่ะ เพื่อที่จะได้ปลอมตัวเป็นผู้ชาย” มู่ชวนถามขณะที่จับจ้องไปยังใบหน้าของนาง

โดยมีหยวนเซียวและจ้าวเวยนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตามเคย

สหายที่เคยร่วมแข่งตีคลีด้วยกันล้วนอยู่กันพร้อมหน้า เว้นเสียแต่มู่ชิงเฉิน

“เจ้าจะคิดแบบนั้นก็ย่อมได้”

กู้เจียวคิดในใจ คงไม่ต้องให้อธิบายหมดเปลือกหรอกจริงไหม

ขณะเดียวกัน ทั้งหยวนเซียวและจ้าวเวยต่างก็ออกอาการกระอักกระอ่วน เหตุผลหาใช่เรื่องอื่น แต่เป็นเพราะพวกเขาเคยพาเซียวลิ่วหลังไปเที่ยวที่หอนางโลม

พอมาคิดๆ ดูแล้ว ตอนนั้นพวกเขาเคยทำตัวเหลวแหลกมากขนาดนี้เชียว

“อะแฮ่ม” จ้าวเวยพยายามหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศแปลกไปมากกว่านี้ “ได้ยินว่าจงติ่งกลับแคว้นจ้าวไปแล้ว ส่วนโจวถงย้ายที่เรียน พอเจ้าไม่ได้มาเข้าเรียน ท่านชายชิงเฉินเองก็ไม่มาเรียนด้วยเช่นกัน”

“ก็พี่สี่ของข้าเขาไปออกรบ ใช่ไหมล่ะลิ่วหลัง!” มู่ชวนหัวเราะ เขาสะดวกที่จะเรียกกู้เจียวว่าลิ่วหลังมากกว่า

“ใช่แล้ว พวกเราอยู่ที่ชายแดนตั้งหลายเดือน” กู้เจียวพยักหน้า

“สงครามก็จบแล้ว ไม่ยักกะเห็นเขากลับมาเรียนหนังสือ” จ้าวเวยถอนหายใจ “ข้าน่ะ เวลาเดินผ่านห้องหมิงซินแล้วเห็นว่าที่นั่งที่พวกเจ้าสองคนเคยนั่งนั้นไม่มีใครนั่งเลย เพื่อนร่วมชั้นในห้องหมิงซินต่างก็เก็บที่นั่งไว้ให้พวกเจ้า แต่ต่อไปนี้…พวกเจ้าคงจะไม่กลับมาเรียนอีกแล้วใช่ไหม”

ความรู้สึกเศร้าเริ่มจุกอยู่ที่กลางอกพวกเขา

หยวนเซียวเอ่ยเสริม “นึกถึงวันเก่าๆ ที่เคยแข่งตีคลีด้วยกันเนอะ ราวกับเพิ่งเกิดเมื่อวาน จำตอนที่แข่งกับพวกวัดเส้าหลินได้ไหม ที่ตอนนั้นพวกมันทำมู่ชวนแขนหัก ยังดีที่มีเซียวลิ่วหลังช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเราได้กลายเป็นคนพิการไปแล้วแน่ๆ แพ้ชนะไม่สำคัญ แต่สุขภาพนั้นเรื่องใหญ่”

มู่ชวนหัวเราะขึ้นทันที “ลิ่วหลังจงใจออมมือให้พวกสำนักบัณฑิตเจียหนานชนะ เพื่อจะได้ทองคำหนึ่งหมื่นตำลึงสำหรับอันดับสอง แล้วก็ตามคาด พวกเราได้ที่สอง แต่เสียดายที่ข้าดันเรื่องมากไปขอแลกกับรางวัลกับพวกเจียหนานเฉยเลย”

จ้าวเวยส่งสายตาเอือมระอาให้เขา “ที่แท้เจ้ารู้อยู่แต่แรกนี่ว่าลิ่วหลังอยากได้ทองคำ”

“เปล่า เรื่องนั้นข้าเพิ่งมารู้ทีหลังต่างหากล่ะ” มู่ชวนตอบ

“รางวัลนั้นมันคือทองหนึ่งพันตำลึงต่างหาก ไม่ใช่สองหมื่นตำลึง อย่ามาพูดมั่วๆ สิ” หยวนเซียวเสริม

กู้เจียวยกมือกอดอก แล้วส่งสายตาอาฆาตไปที่มู่ชวน “ข้าละอยากชกเจ้าจริงๆ ”

มู่ชวน “…”

“สุรามาแล้ว มาดื่มกันเถิด!”

ทันใดนั้น อาจารย์หวู่เดินเข้ามาพร้อมกับสุราสองไห

จากนั้นก็แหวกวงเข้ามานั่งลงข้างกู้เจียว พร้อมกับพูด “สุราไหนี้ข้าอุตส่าห์ใช้เวลาบ่มยี่สิบปี ตอนที่เจ้าแต่งงาน ข้าไม่ได้มีโอกาสไปร่วมงานด้วย เอาละ งั้นวันนี้พวกเรามาฉลองกันเถอะ ไม่เมา ไม่กลับ!”

…

“เจ้า จะไม่เข้าไปดื่มด้วยกันจริงๆ รึ”

ณ ด้านนอกศาลาเย็น เจ้าสำนักเซิ่นเอ่ยถามกับมู่ชิงเฉิน

ขณะที่ด้านในศาลาเต็มไปด้วยเสียงเฮฮา

มู่ชิงเฉินได้แต่มองอยู่ห่างๆ ก่อนตอบไป “คงไม่ล่ะ”

ขออยู่แบบนี้ ไม่เข้าไปรบกวนจะดีกว่า

มู่ชวนที่ไม่ยอมวางมือจากไหเพราะกลัวมีคนมาแย่งก็กำลังเดินโซซัดโซเซไปรอบๆ ศาลา พร้อมกับพูกขึ้น “ลิ่วหลัง เจ้ารู้เรื่องนี้ไหม น้องสาวข้าน่ะ…ซูเสวี่ย…นาง…แต่งงานแล้วนะ!”

“นางคิดมาตลอดว่าเจ้าเป็นผู้ชาย…อยากแต่งกับเจ้า…แต่พี่สี่ของข้า…ก็ชอบเจ้าเหมือนกัน…ดูเจ้าสิ…ขนาดตอนเป็นผู้ชาย…ยังเสน่ห์แรงขนาดนี้…จนพี่น้องทะเลาะกัน…”

“เอ่อ…ไม่สิ…เจ้าเป็นผู้หญิง…ซูเสวี่ยรู้เรื่องแล้ว…นางร้องไห้ฟูมฟายเลยละ…แล้วก็เลยไปแต่งงานกับคนอื่น…”

“เจ้า เจ้า เจ้าน่ะ… เจ้าดื่มไปเยอะแล้ว… เลิกเอาไหสุราไปกอดไว้คนเดียวได้แล้ว…” จ้าวเวยที่เมาไม่แพ้กันเอ่ยขึ้น

“ไม่ให้…ไม่ให้หรอก…แน่จริงก็เข้ามา…แย่งสิ…” มู่ชวนแลบลิ้นใส่

ทุกคนต่างเมาล้มกันระเนระนาด

อาจารย์หวู่นอนแผ่อยู่บนพื้น โดยมีหัวของหยวนเซียวอยู่บนพุงของเขา

กู้เจียวผู้ซึ่งคอพับก่อนใครเพื่อน ได้แต่ฟุบหน้าลงบนโต๊ะเงียบๆ

เจ้าสำนักกลับไปแล้ว

มู่ชิงเฉินยืนอยู่ใต้แสงจันทร์คนเดียวนิ่งๆ โดยไม่ละสายตาของเขาจากกู้เจียว

เมื่อเห็นว่ามู่ชวนกำลังจะเข้าไปเรียกกู้เจียวให้ดื่มต่อ ในที่สุดเขาก็เริ่มเคลิ่นไหว

เขากำหมัดแน่นพร้อมกับเดินตรงไปทางศาลาเย็น

ทว่าจู่ๆ ก็มีร่างปริศนาโผล่เข้สมาจากอีกทาง

ใครคนนั้นเข้ามาขวางมู่ชวนไว้ ก่อนที่ร่างของมู่ชวนก็หงายหลังล้มสลบไปในสภาพที่ยังคงกอดไหสุราไว้เหมือนเดิม

เขากระซิบข้างหูกู้เจียว “เจียวเจียว”

“หืม” กู้เจียวค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียงพร้อมกับคลี่ยิ้มให้

“อาเหิง…”

“กลับบ้านกันเถอะ” เซียวเหิงกระซิบเบาๆ

“อุ้ม ข้า “กู้เจียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรึ่มๆ

“ได้สิ” เซียวเหิงเอ่ยจบก็ช้อนร่างคนตรงหน้าขึ้นมาทันที

กู้เจียวเอนศีรษะพิงไปที่แผ่นอกของเขาราวกับลูกแมวน้อย

มู่ชิงเฉินที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทำได้เพียงกำหมัดแน่น

ขณะเดียวกัน จู่ๆ มู่ชวนที่นอนอยู่บนพื้นก็เอ่ยขึ้น “ลิ่วหลัง…นี่อาจเป็น…ครั้งสุดท้าย…ที่เราจะได้…กินเหล้าด้วยกัน…ตระกูลมู่ของข้า…”

ตระกูลมู่กำลังจะล่มสลายแล้ว

ไม่มีอีกแล้วท่านชายมู่แห่งเซิ่งตู

แต่ก่อน นางเป็นบัณฑิตที่ไม่มีใครรู้จัก และทุกคนก็เอาแต่ดูถูกนาง ในขณะที่เขาเป็นท่านชายผู้สูงศักดิ์ของตระกูลมู่ ทุกคนล้วนอยากจะประจบประแจงเขา

ผ่านมาแค่สองปี เขากำลังจะกลายเป็นนักโทษ ขณะที่นางกลายเป็นผู้บัญชาการน้อย รวมถึงได้เป็นว่าที่หวงจื่อเฟย

เขาแหงนหน้ามองดวงจันทร์ หัวเราะทั้งน้ำตา “ชีวิตคนเรา…ช่างผันผวน…ไม่มีอะไรแน่นอน…พวกเรา…จะไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม…”

เซียวเหิงหยุดฝีเท้าชั่วขณะ ลดศีรษะลงแล้วมองไปยังร่างเล็กในอ้อมแขนของเขาผู้ซึ่งไม่ได้ยินสิ่งที่มู่ชวนเอ่ย ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่หันหลังกลับ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 967 งามที่สุดในแคว้น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Jan1960

    สงสารพวกมู่ซิงเฉิน และมู่ชวน

    09/12/2024 at 12:59 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0072
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง
11/02/2024
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025
novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
05/06/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
05/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.