หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 35 ตอนที่ 1035 ซูซวี่พบหน้า
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1035 ซูซวี่พบหน้า
อวิ๋นมู่ที่อยู่ด้านข้างรีบเอ่ยตาม “ช่วงสามเดือนแรกสำคัญมาก แต่ว่าซูเอ๋อร์ ตั้งครรภ์เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าควรบอกพวกเราให้เร็วเสียหน่อย”
“ใช่แล้ว!” ฮูหยินอวิ๋นถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความยินดี รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบริเวณหางตา “เด็กคนนี้นี่ เรื่องใหญ่เพียงนี้ยังไม่บอกแม่ เฮ้อ…ข้าที่เป็นมารดาก็จริงๆ เลย กระทั่งบุตรีตั้งครรภ์ก็ยังไม่สังเกตเห็น”
“ฮ่าๆ…” ในที่สุดเฟิ่งหลิงก็หัวเราะออกมา มือใหญ่ดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดอย่างตื่นเต้นแต่ก็ระมัดระวังยิ่ง
อวิ๋นซูซุกอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษ ความสุขบนใบหน้ามีแต่จะเพิ่มขึ้น ความรู้สึกที่กำลังจะได้เป็นมารดาเช่นนี้ทำให้นางทั้งยินดีและหวาดกลัว
เฟิ่งหลิงเห็นสีหน้าของนางไม่ดี ดูแล้วเหมือนจะเจ็บปวด ใบหน้าหล่อเหลาถึงกับเผยความตกใจออกมา กระทั่งรีบประคองนางขึ้น อุ้มนางกลับไปบนรถม้า
ในเวลาที่ความยินดีและความกังวลปะปนกันไป ทำให้รางกายเผาผลาญเรี่ยวแรงมากขึ้น การมาของเด็กคนนี้ทำให้เฟิ่งหลิงจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นเท่าทวี
หลังพักผ่อนไปครู่หนึ่ง อวิ๋นซูจึงมองไปยังใบหน้ากังวลของบุรุษเบื้องหน้าอย่างจนใจ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าไม่เป็นไร อย่ากังวลไปก่อนเลย”
เฟิ่งหลิงได้ยินดังนั้นก็ยังขมวดคิ้วแน่น เขาที่กำลังจะเป็นพ่อคนครั้งแรกไม่รู้ว่าต้องจัดการเรื่องเหล่านี้เช่นไร เมื่อเห็นใบหน้าเล็กๆ ที่ดูเหนื่อยล้า หัวใจพลันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
อวิ๋นซูเห็นดังนั้นจึงถอนใจเบาๆ เอนตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขา “ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะเป็นเช่นนี้”
ความยินดีอันบ้าคลั่งในดวงตาของเฟิ่งหลิงคละเคล้าไปด้วยความกังวล เขาหันมาจุมพิตบนหน้าผากนางอย่างอ่อนโยน กล่าวอย่างทอดถอนใจ “ซูเอ๋อร์ เหตุใดไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า?”
อวิ๋นซูแย้มยิ้ม อธิบายเสียงเบา “ก่อนหน้านี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ข้าเพียงไม่อยากให้พวกท่านกังวล ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของข้า ข้าย่อมรู้ดี”
“ถึงอย่างไรเจ้าก็ควรบอกข้าเสียหน่อย” เฟิ่งหลิงเข้าใจความหมายของอวิ๋นซูดี แต่เมื่อคิดว่าตลอดทางมานี้นางต้องรับความลำบากมากมาย เขาก็ยิ่งทอดถอนใจอย่างโศกเศร้า
มือของอวิ๋นซูวางอยู่บนท้องแบนราบของตนเบาๆ บนใบหน้าเผยรอยยิ้มเมตตาออกมา “เด็กคนนี้แข็งแรงมากจริงๆ…”
คำพูดเรียบง่ายแต่บ่งบอกทุกสิ่งทุกอย่าง
ความอดทนในหลายเดือนนี้ แม้จะยากลำบากเพียงใด ทว่าขอเพียงเด็กคนนี้แข็งแรง ทุกสิ่งล้วนคุ้มค่า
เมื่อย้อนคิดไปถึงลูกของตนในชีวิตก่อนที่ไม่มีโอกาสได้ออกมาดูโลก อวิ๋นซูพลันรู้สึกหดหู่ รู้สึกหนักอึ้งราวถูกอะไรบางอย่างกดทับ ความเจ็บปวดเช่นนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ไม่อยากสัมผัสอีกแล้ว ชีวิตนี้นางสาบานว่าจะปกป้องเขาให้ดี ให้เขาออกมาสู่โลกใบนี้อย่างปลอดภัย…
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังหมู่บ้านเล็กๆ อันสงบสุขแห่งหนึ่ง การเคลื่อนไหวบนถนนเล็กๆ สายนี้ทำให้เงาร่างอันคุ้นเคยหลายร่างเดินออกมาจากบ้านที่อยู่ไม่ไกล
“พี่ใหญ่! พี่สะใภ้!”
สตรีสวมอาภรณ์ธรรมดาหลายคนเดินออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม นี่คือที่ๆ เฟิ่งหลิงจัดเตรียมไว้ให้คนตระกูลอวิ๋น
“ญาติผู้น้องยังไม่กลับมาหรือ?” อวิ๋นมู่มองไปยังฮูหยินท่านหนึ่ง อีกฝ่ายยิ้มพลางส่ายหน้า
“ฟู่จวินกล่าวว่าจะถึงคืนนี้ พี่ใหญ่พี่สะใภ้ เดินทางลำบากแล้ว”
สามีภรรยาอายุน้อยค่อยๆ ลงจากรถม้า มองทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยความสุขและสงบเบื้องหน้า สบตากันด้วยความยินดี ในรอยยิ้มเจือไปด้วยความหมายลึกล้ำที่มีเพียงพวกเขาจึงจะเข้าใจ
ดูแล้วคนตระกูลอวิ๋นช่างเหมาะสมกับชีวิตสามัญเช่นนี้ยิ่ง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ยากจะเก็บซ่อนของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าไฟแห่งสงครามในแคว้นเหลียนมิได้ส่งผลมาถึงหมู่บ้านชนบทนี้เลย
“ซูเอ๋อร์ ช้าหน่อย”
เฟิ่งหลิงประคองสตรีข้างกายเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง “รีบนอนลงเถิด พักผ่อนสักครู่ก่อน”
เมื่อเห็นบุรุษมีท่าทางเคร่งเครียดเพียงนี้ อวิ๋นซูจึงยิ้มออกมา “เมื่อครู่พักผ่อนพอแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ากลัวว่าท่านจะเครียดเกินไปจึงไม่ได้บอกท่าน”
ในดวงตาของบุรุษรูปงามเป็นเอกเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความยินดีที่จะได้เป็นพ่อคน เขาล้มตัวลงจุมพิตบนหน้าผากอวิ๋นซูด้วยท่าทีเปี่ยมรัก
“ทำตัวเป็นเด็กดีเถิดฮูหยิน ลูกของพวกเราก็ต้องการพักผ่อนเช่นกัน”
เขาคลุมผ้าห่มให้อวิ๋นซูอย่างรอบคอบแล้วจึงถอยออกไป ปิดประตูเงียบๆ
ตอนนี้เอง ในห้องอีกห้องหนึ่ง นายท่านหลายคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว
“องค์ชาย มีข่าวของตระกูลอู่สายในหรือไม่?”
เฟิ่งหลิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้จะกล่าวว่าการต่อสู้ระหว่างไท่ซ่างหวงและจักรพรรดิเหลียนสิ้นสุดลงแล้ว ทว่ายังมีอันตรายหลงเหลืออยู่ไม่น้อย เฉกเช่นตระกูลอู่ที่ทรยศไท่ซ่างหวง ครั้งนี้นายท่านทั้งหลายของตระกูลอวิ๋นตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยพวกเขาไปอีก
พวกเขาขโมยคัมภีร์ลับของตระกูลอวิ๋นไปครึ่งหนึ่ง หลอมสร้างยาอันตรายที่ขัดต่อกฎสวรรค์มามากมาย ถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้ว
“รังลับของตระกูลอู่สายในอยู่บริเวณชายแดนระหว่างแคว้นเหลียนและแคว้นอี้ ข้าส่งคนไปตรวจสอบแล้ว ตอนนี้อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น”
“องค์ชายใหญ่ทำถูกแล้ว เมื่อมั่นใจในเบาะแสของพวกเขา พวกเราตระกูลอวิ๋นจะไม่ทำให้การสนับสนุนขององค์ชายต้องเสียเปล่าแน่นอน! เพียงแต่…องค์ชายโปรดอย่าบอกซูเอ๋อร์เป็นอันขาด” อวิ๋นมู่เอ่ยปากอย่างหนักแน่น พวกเขาไม่อยากให้อวิ๋นซูเข้ามาพัวพันกับความยุ่งยากนี้
“เข้าใจแล้ว”
“จะว่าไป นายท่านตระกูลสาขาก็ใกล้ถึงแล้วกระมัง? เขาอยู่ที่แคว้นเฉินนานเพียงนั้น คงไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรหรอกระมัง?” มีคนมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดด้านนอกด้วยความกังวล ไม่ทันไรก็มีคนหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “หากมีอุบัติเหตุจริง ญาติผู้น้องเป็นคนฉลาดเพียงนั้น ต้องมีวิธีหนีเอาตัวรอดแน่นอน!”
ในคำพูดแฝงไปด้วยความประชดประชันอยู่หลายส่วน ไม่ทันไรก็มีเสียงหัวเราะเบิกบานดังไปทั่วห้อง
อีกด้านหนึ่ง สตรีที่อยู่บนเตียงลูบหน้าท้องตนเบาๆ อวิ๋นซูสัมผัสได้ถึงชีวิตน้อยๆ ก่อเกิดหัวใจของผู้เป็นมารดา ในดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
ทันใดนั้นสีหน้าอวิ๋นซูพลันเปลี่ยนไป หยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง นางได้กลิ่นคาวเลือดที่ยากจะสังเกตเห็นลอยมาตามสายลม
มือของอวิ๋นซูสัมผัสบนกลไกบริเวณข้อมือตน เดินมาข้างหน้าต่างอย่างระมัดระวัง ไม่นึกว่าจะมีเสียงฟุ่บดังขึ้น มือที่เต็มไปด้วยเลือดคู่หนึ่งผลักหน้าต่างเข้ามา “เร็ว รีบไป!”
มุมปากของฮูหยินท่านหนึ่งมีเลือดไหลออกมา ชั่วขณะต่อมา ประกายสีเงินอันเย็กยะเยือกถูกยิงมา อวิ๋นซูรีบขยับมือกดกลไกบนข้อมือ ยิงไปยังหน้าอกของบุรุษชุดดำที่ปรากฏตัวหลังฮูหยินท่านนั้นโดยพลัน!
“องค์ชาย! มีคนลอบโจมตี!”
สีหน้าทุกคนแปรเปลี่ยนไปครั้งใหญ่ เฟิ่งหลิงถึงกับใจสั่น “ซูเอ๋อร์!”
พริบตาเดียว ในบ้านที่เดิมทีเงียบสงบ ยามนี้ถูกคนชุดดำจำนวนมากล้อมโจมตี อวิ๋นมู่รีบเข้าช่วยต่อสู้ “เร็ว! รีบพาพวกนางไป!”
องครักษ์เงาของเฟิ่งหลิงรีบไปปกป้องอยู่ข้างกายอวิ๋นซู พาสตรี เด็กและคนชราหนีไปตามเส้นทางเล็กๆ หลังบ้าน
บุรุษผู้เย็นชาโหดเหี้ยมชักกระบี่แทงไปยังหัวใจของผู้มาเยือน เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดไม่หยุด
เฟิ่งหลิงรู้จักกระบวนท่าของคนเหล่านี้ดี พวกเขาคือทหารเดนตายที่ไท่ซ่างหวงส่งมา! คิดไม่ถึงว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไท่ซ่างหวงยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ? หรือว่าเขาต้องการดึงพวกตนไปตายเป็นเพื่อน?
เปลวเพลิงลุกท่วมฟ้า กลืนกินไปในหมู่บ้านอันสงบสุขแห่งนี้ ข้างหูมีเสียงกรีดร้องดังแว่วไม่หยุด
อวิ๋นมู่ขมวดคิ้ว มองไปยังชาวบ้านบริสุทธิ์ในหมู่บ้านที่ถูกตระกูลอวิ๋นลากเข้ามาพัวพัน “เร็ว รีบพาคนออกมา!”
ม้าเร็วหลายตัววิ่งผ่านป่าไปอย่างรวดเร็ว สตรี เด็กและคนชรารวมตัวกันอยู่ในรถม้า มุ่งลงไปยังตีนเขาเพื่อหาสถานที่ความปลอดภัย
อวิ๋นซูแหวกผ้าม่านออก มองไปยังควันหนาที่พวยพุ่งท่วมฟ้าด้านหลัง มือสังหารของไท่ซ่างหวงหรือ? ทว่าก่อนพวกเขาออกจากวัง อวิ๋นซูจับชีพจรให้บุรุษผู้นั้นแล้ว เขากินยาอายุวัฒนะปลอมเข้าไป มีผลทำให้ย้อนคืนสู่วัยหนุ่มชั่วคราวเช่นผู้อาวุโสตระกูลอู่ก่อนหน้านี้ แต่ตอนที่อวิ๋นซูพบเขาอีกครั้งคล้ายเปลี่ยนไปเป็นครึ่งผีครึ่งคนแล้ว
ร่างกายเช่นนั้นคงอยู่ได้ไม่เกินสองวัน
เช่นนั้นเหตุใดมือสังหารของไท่ซ่างหวงจึงต้องไล่ตามพวกเขามาถึงที่นี่…หรือคิดจะสู้กันจนตายไปทั้งสองฝ่าย?
“นายท่าน ดู! นั่น…”
บนถนนเล็กๆ อีกด้านหนึ่ง นายท่านตระกูลสาขาที่กำลังมุ่งสู่สถานที่นัดหมายมองไป พบว่าบนเนินเขาฝั่งตรงข้ามมีรถม้าคันหนึ่งกำลังแล่นมาด้วยความรวดเร็ว เงาร่างหลายร่างที่ยื่นศีรษะออกมาทำให้เขาต้องตกตะลึง “แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
คนกลุ่มนี้รีบดึงบังเหียนม้า มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่มีประกายไฟ
“กรี๊ด!”
รถม้าโยกคลอน ฮูหยินทุกคนในรถม้ากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
อวิ๋นซูกุมท้องของตนโดยไม่รู้ตัว เพียงไม่นานด้านนอกก็มีเสียงต่อสู้ดังขึ้น
เลือดสดๆ กระเด็นมาโดนผ้าม่านสีขาว อวิ๋นซูดวงตาเย็นยะเยือกโดยพลัน “ท่านทั้งหลาย เร็ว รีบลงจากรถเถิด!”
พวกนางไม่อาจนั่งรอความตายอยู่ในรถม้าเช่นนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นอวิ๋นซูรู้ว่าจุดประสงค์ของคนเหล่านี้คงเป็นนาง!
“เร็ว รีบไปซ่อนตัวในป่า!”
จริงดังคาด ในยามที่สตรีสุขุมเยือกเย็นปรากฏตัว กลุ่มมือสังหารชุดดำพลันเปลี่ยนเป้าหมาย พากันโจมตีมายังอวิ๋นซู “พระชายา ระวัง!”
องครักษ์เงาหลายคนปรากฏตัวรอบอวิ๋นซู ล้อมสตรีไว้ตรงกลาง
อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายเตรียมตัวมานานแล้ว ดูเหมือนคราวนี้จะมาเพื่อเอาชีวิตอวิ๋นซูโดยเฉพาะ
เสียงดังสนั่น พื้นด้านข้างถึงกับถูกระเบิดจนเป็นรูใหญ่ มือสังหารชุดดำหลายคนทะยานตัวเข้าต่อสู้กับองครักษ์เงาเหล่านั้นโดยพลัน
ด้านหลังคือเนินเขาสูงชันแห่งหนึ่ง ด้านหน้าคือมือสังหารที่บีบเข้ามาเรื่อยๆ
ประกายเย็นยะเยือกเจือไปด้วยไอสังหารอันไร้ขีดจำกัด อวิ๋นซูดวงตาเย็นวาบ เอ่ยขึ้นโดยพลัน “หมอบลง!”
จากนั้นมีลูกเหล็กสีเงินหลายลูกปรากฏขึ้นในมือนาง ก่อนจะถูกโยนไปทางมือสังหารเหล่านั้น
เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นหลายเสียง ชั่วพริบตาที่ลูกเหล็กร่วงลงพื้นพลันเกิดระเบิดครั้งใหญ่ ควันขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว คละเคล้าไปด้วยกลิ่นดินปืนอันเข้มข้น
อย่างไรก็ตาม คล้ายว่ามือสังหารเบื้องหน้าจะมีมาไม่ขาดสาย พวกเขาคือทหารเดนตายของไท่ซ่างหวง ตอนนี้มีเพียงจุดประสงค์เดียว นั่นก็คือต่อให้ต้องตายกันหมดก็ต้องลากพระชายาองค์ชายใหญ่ไปตายด้วยกัน!
สถานการณ์เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ พริบตาเดียวองครักษ์เงาของเฟิ่งหลิงก็ถูกทหารเดนตายเหล่านี้เข้าพัวพันจนปลีกตัวออกมาไม่ได้
พริบตานั้นเอง มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรี่ยวแรงโผล่ออกมาจากดิน จับข้อเท้าอวิ๋นซูไว้โดยไม่กล่าวเตือน เรี่ยวแรงอันผิดปกติดึงนางลงไปที่พื้น
คิดไม่ถึงว่าชั่วขณะต่อมา ร่างกายของนางกลับตกลงสู่อ้อมกอดอันอบอุ่น ประกายสีเงินส่องสว่าง พริบตาที่กระบี่ยาวแทงทะลุดิน เลือดพลันสาดกระจายไปทั่วกระทั่งอาบย้อมดินสีเหลือง
อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ พลันสบเข้ากับดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักคู่นั้น
“…ตงฟางซวี่?!”