Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 35 ตอนที่ 1034 อวิ๋นซูมีข่าวมงคล

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 35 ตอนที่ 1034 อวิ๋นซูมีข่าวมงคล
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 35 ตอนที่ 1034 อวิ๋นซูมีข่าวมงคล

ในป่าเขาแห่งหนึ่ง กลิ่นหอมของดอกไม้ตลบอบอวล กลมกล่อมประหนึ่งกลิ่นสุราเลิศรสทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหล ท่ามกลางปุยเมฆมีเสียงนกร้องดังไม่ขาดสาย ทำให้รู้สึกสบายใจยิ่ง…

เงาต้นไผ่ไหวเอน แสงอาทิตย์ส่องผ่านเกิดประกายหลากสี ในป่าอันเขียวขจี รถม้าคันหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปช้าๆ ที่นี่ไม่มีสงคราม ไม่มีเสียงกรีดร้องของอาวุธ สงบสุขราวกับเป็นจุดกำเนิดของโลกหล้า ชวนให้ผู้คนเดินทางมา

เมื่อสิ้นสุดสงคราม เฟิ่งหลิงก็ทำข้อตกลงกับจักรพรรดิเหลียนและซูฉิน พาอวิ๋นซูและครอบครัวออกไปจากแคว้นเหลียน หาสถานที่มั่นคงแห่งหนึ่งพักเท้าชั่วคราว

อวิ๋นซูนอนหนุนขาเฟิ่งหลิงอย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าอันงดงามราวบุปผาที่คละเคล้าไปด้วยเกล็ดน้ำค้างยามเช้า รอเวลาเบ่งบานอย่างสงบ โยกคลอนไปตามรถม้าเบาๆ ขนตางามขยับเล็กน้อย คล้ายรู้สึกไม่สบายนัก

บุรุษข้างกายคอยสังเกตทุกการแสดงออกบนใบหน้าของสตรีอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นนางขมวดคิ้วพลันรู้สึกใจสั่น มือใหญ่ลูบคิ้วนางอย่างอ่อนโยนหวังช่วยให้นางคลายกังวล…

ดวงตาดำขลับลึกล้ำสะท้อนเพียงภาพของนางผู้เดียว ความสงบในตอนนี้ได้มาอย่างยากลำบาก ถึงกับทำให้เขารู้สึกถอนใจ เมื่อย้อนคิดไปถึงเรื่องซับซ้อนเหล่านั้นคล้ายกับทุกสิ่งไม่สำคัญอีกต่อไป เขาในตอนนี้เพียงต้องการอยู่ข้างกายนางอย่างสงบ ขอเพียงมีนางอยู่ เส้นทางเบื้องหน้าจะต้องมั่นคงเช่นวันนี้เป็นแน่

จู่ๆ รถม้าก็ค่อยๆ หยุดลง ด้านนอกมีเสียงอวิ๋นมู่ดังแว่วมา “ด้านหน้ามีลำธารอยู่สายหนึ่ง มิสู้พวกเราพักผ่อนเสียหน่อยเป็นอย่างไร ข้าจะไปจับปลามาสักหลายตัว ที่นี่ห่างจากจุดนัดหมายไม่มากแล้ว”

ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่บนรถม้าได้ยินดังนั้นจึงมองไปที่อวิ๋นซูด้วยความกังวล ตลอดทางที่ผ่านมา แม้อวิ๋นซูจะเงียบมาตลอด แต่ในฐานะที่เป็นมารดานางย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงตอบไปว่าดี หยุดรถชั่วคราว พักผ่อนให้ดีๆ เสียหน่อย

เฟิ่งหลิงเลิกผ้าม่านขึ้นมองไป ในดวงตามีคลื่นแห่งความสุขที่ชวนให้มอมเมาปรากฏ อวิ๋นซูสัมผัสได้ว่ารถม้าหยุดลงแล้วจึงค่อยๆ ตื่นขึ้น ใบหน้างดงามเจือไปด้วยความสงสัยจางๆ

เฟิ่งหลิงสังเกตเห็นสายตาพร่ามัวของสตรี ดวงตาหยุดลงบนแก้มของนางที่ปรากฏร่องรอยเล็กน้อย ดวงตามีประกายพาดผ่าน เม้มปากเป็นรอยยิ้มบางเบา “ซูเอ๋อร์ อีกไม่นานพวกเราจะไปจากที่นี่แล้ว!”

เสียงเปี่ยมความสุขของเขาคละเคล้าไปด้วยความยินดีที่มิอาจปกปิด ตลอดจนอารมณ์รักใคร่ที่ตลบอบอวล ท่าทางงดงามเช่นนั้นประหนึ่งภาพวาดที่ทำให้ผู้คนหลงใหล

อวิ๋นซูนวดบริเวณหางคิ้วเล็กน้อย ดวงตากระจ่างใสแฝงไปด้วยความทอดถอนใจ พยักหน้าเบาๆ เผยรอยยิ้มออกมา มองไปยังบุรุษงดงามเบื้องหน้า กล่าวตอบเสียงเบา “ใช่แล้ว อีกไม่นานจะไปจากที่นี่แล้ว เวลาผ่านไปเร็วยิ่งนัก…”

ในที่สุด พวกเขาก็รอมาจนถึงวันนี้

เฟิ่งหลิงมองไปยังสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตารักใคร่ลึกซึ้ง ประคองนางขึ้นเบาๆ มือใหญ่โอบนางไว้ ดื่มด่ำกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้เขามอมเมา รู้สึกทอดถอนใจยิ่งนัก หากไม่ได้พบนาง เกรงว่าเขาคงมิอาจเข้าใจว่าความสงบสุขเช่นนี้ดีเพียงใด

อวิ๋นซูยื่นมือไปประสานมือกับเขา ความอบอุ่นกลางฝ่ามือทำให้นางรู้สึกดี

ภูผาธาราใดก็มิอาจประทับใจเช่นช่วงเวลานี้

นางค่อยๆ หลับตาลง ดื่มด่ำไปกับความอบอุ่นที่เขามอบให้ คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยค่อยๆ คลายออก…

ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็รู้สึกยินดีในใจ เด็กทั้งสองพบเจอความลำบากมากมาย เมื่อข้ามผ่านความยากลำบากจึงได้พบความสุขเสียที ดียิ่งนัก!

“ข้าจะออกไปดูบิดาเจ้าเสียหน่อยว่าจับปลาได้หรือไม่” นางมองไปยังคนทั้งสองด้วยแววตาอ่อนโยน เมื่อกล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากรถม้า

ในรถม้า อวิ๋นซูนั่งพิงไหล่เฟิ่งหลิงเงียบๆ มือเล็กขยับเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น “มิเช่นนั้นพวกเราออกไปช่วยเป็นอย่างไร?”

“ได้!” เฟิ่งหลิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ริมฝีปากบางสัมผัสบนหน้าผากกลมเกลี้ยงของสตรีเบาๆ จากนั้นจึงประคองนางออกจากรถม้าด้วยความพึงพอใจ

บริเวณไม่ไกล อวิ๋นมู่กำลังยืนกลั้นใจอยู่ในน้ำ แขนเสื้อและขากางเกงถูกม้วนขึ้นสูง สภาพในตอนนี้แตกต่างจากยามปกติราวกับเป็นคนละคน

สายตาที่ส่องประกายคมกริบมองไปยังสายน้ำ บรรยากาศรอบด้านคล้ายถูกแช่แข็ง ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยล้วนอยู่ในดวงตาทั้งสอง

ทันใดนั้นในน้ำเกิดคลื่นกระเพื่อมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อวิ๋นมู่รวมสมาธิขยับตัวทันที คว้าจับปลาตัวนั้นขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงโยนไปให้ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่บนฝั่ง

ฮูหยินอวิ๋นรีบจับปลาที่ดิ้นไปมาตัวนั้นไว้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ฟู่จวิน ท่านจับตัวใหญ่เสียหน่อย ตัวนี้เล็กเกินไป”

อวิ๋นมู่ขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึมลง “รู้แล้ว รู้แล้ว ข้ากำลังจับอยู่มิใช่หรือ? เจ้าก็เร่งมือหน่อยเถิด ตลอดทางซูเอ๋อร์ไม่ได้กินของเช่นนี้เลย”

ฮูหยินอวิ๋นหัวเราะออกมาเบาๆ คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาสักหลายประโยคแต่กลับเห็นอวิ๋นซูและเฟิ่งหลิงพากันลงมาจากรถม้าเสียก่อน “ซูเอ๋อร์ไม่ค่อยสบาย เหตุใดจึงไม่พักผ่อนบนรถม้าเล่า?”

องคาพยัพอันหล่อเหลาของเฟิ่งหลิง เมื่อมาอยู่ในทิวทัศน์เขียวขจีสงบนิ่งเช่นนี้ทำให้ดูประหนึ่งเทพเซียน เขามองไปยังใบหน้าด้านข้างของสตรีที่กำลังฉีกยิ้มบาง ในใจรู้สึกถึงความอบอุ่น “ซูเอ๋อร์กลัวว่าท่านทั้งสองจะทำงานหนักเกินไปจึงให้ข้ามาช่วยขอรับ”

ความสุขในดวงตาฮูหยินอวิ๋นลึกล้ำยิ่งขึ้น หันกลับไปมองอวิ๋นมู่ที่กำลังจับปลาอยู่ในน้ำ รู้สึกว่าภาพเช่นนี้ทำให้นางหวงแหนนัก “เพียงแค่จับปลา ไม่ลำบากหรอก”

อวิ๋นซูมองไปยังเงาร่างของบิดาที่คว้าจับความว่างเปล่ามาแล้วหลายครั้ง ในใจรู้สึกเปี่ยมสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ดูเหมือนจะไม่เคยเกิดขึ้น นางไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่นนี้ด้วย

ดวงตากระจ่างใสมองไปยังบุรุษผู้มีใบหน้างดงามหล่อเหลา บีบมือเขาเล็กน้อย เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฟู่จวิน ท่านไปช่วยท่านพ่อเถิด…”

คำเรียกนี้ทำให้บุรุษใจละลาย เฟิ่งหลิงยิ้มเล็กน้อย เดินไปยังลำธารเล็กๆ

อวิ๋นมู่ที่กำลังจับปลาเห็นเฟิ่งหลิงเดินมาทางตนจึงไอออกมาเบาๆ โยนปลาตัวเล็กที่เพิ่งจับได้กลับลงไปในน้ำ “ไปอยู่เป็นเพื่อนซูเอ๋อร์เถิด ไม่ต้องช่วย”

เฟิ่งหลิงยิ้มบางๆ แต่ไม่พูดอะไร ดวงตาลึกล้ำกวาดไปบนผิวน้ำ ลอบโคจรพลังภายในไปทั่วร่าง ตอนนี้เอง อวิ๋นมู่พลันมองเห็นสภาพในน้ำ รีบยื่นมือไปจับโดยพลัน ถึงกับจับปลาอ้วนขึ้นมาได้ตัวหนึ่ง รีบหันไปยิ้มให้ทุกคนด้วยความกระตือรือร้น “ดู! ปลาตัวนี้ใหญ่หรือไม่? ฮ่าๆๆ…”

อวิ๋นซูมองดูท่าทางเบิกบานของผู้เป็นบิดา ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นจึงขยับเข้ามาใกล้บุตรีก่อนจะเอ่ยด้วยความขบขัน “ดูเถิด ทำราวกับกลัวผู้อื่นไม่รู้ว่าเขาจับปลาได้”

อวิ๋นซูตอบรับเบาๆ หัวใจถูกความอบอุ่นของภาพเบื้องหน้าเติมเต็ม สายตาเลื่อนออกไปเล็กน้อย หยุดอยู่บนร่างของบุรุษที่ยืนรอยู่ตรงนั้นราวกับเทพเซียน อนาคตของนางกับเขาจะต้องงดงามเช่นนี้แน่นอน…

เมื่อได้อาหารมากพอ ฮูหยินอวิ๋นจึงจัดการปลาสดๆ เหล่านั้นอย่างเชี่ยวชาญ อวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้างก่อไฟเรียบร้อยแล้ว ทุกคนนั่งล้อมวงกัน ปลาตัวอ้วนสดใหม่ค่อยๆ ส่งกลิ่นหอมออกมาเมื่อได้รับไอร้อนจากกองเพลิง

เหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน จู่ๆ ก็ได้ผ่อนคลายท่ามกลางความวุ่นวาย ทำให้บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสุขอุรา เสียงน้ำไหลดังแว่ว ลมพัดคลอเคลียก้อนเมฆ ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับหัวใจของทุกคนในยามนี้

เปลวเพลิงเต้นระริกให้ความอบอุ่น เมื่อไร้ซึ่งคมดาบที่ได้แต่ทำร้ายผู้คนจึงเหลือเพียงความอ่อนโยน

เฟิ่งหลิงพลิกปลาย่างข้างกองไฟอย่างระมัดระวัง ดึงขึ้นมาเป่าไปหลายครั้งแล้วจึงยื่นให้อวิ๋นซูที่อยู่ข้างกายเป็นคนแรก “ซูเอ๋อร์ ลองชิมดูเถิด”

เมื่อเห็นท่าทีใส่ใจเช่นนี้ของเขา อวิ๋นซูจึงยื่นมือไปรับมาด้วยความรู้สึกสุขล้น ปลาในมือเพิ่งย่างเสร็จ ผิวด้านนอกเป็นสีเหลืองทอง กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย คิดไม่ถึงว่าคิ้วงามกลับขมวดแน่น

เฟิ่งหลิงมองไปที่นางด้วยความสงสัย ในดวงตามีประกายความกังวล “ซูเอ๋อร์? ระยะนี้สีหน้าเจ้าไม่ค่อยดี…รู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่?”

“ไม่ต้องเป็นห่วง…” อวิ๋นซูยิ้มพลางส่ายหน้า แต่จะอย่างไรก็ไม่ยอมกินของในมือ

ฮูหยินอวิ๋นและอวิ๋นมู่ที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำพูดของเฟิ่งหลิงจึงหันไปมองท่าทีผิดปกติของสตรีสุขุมเยือกเย็น รีบขยับเข้ามาใกล้ด้วยความเคร่งเครียด

“ซูเอ๋อร์ไม่สบายหรือ?”

บนใบหน้าของอวิ๋นซูมีรอยยิ้มบางๆ “เพียงรู้สึกว่าคืนนี้หลับไม่ค่อยสบายเท่านั้น ไม่เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ”

ตอนนี้เอง กลิ่นหอมของปลาย่างโชยพัดมาตามลม กลิ่นที่ทำให้ผู้คนอยากอาหารกลับทำให้อวิ๋นซูดวงตาสั่นไหว รู้สึกมวนท้อง รีบวางปลาย่างในมือลง หันหลังไปแล้วปิดจมูก

ทุกคนชะงักไป กำลังจะเอ่ยถามแต่อวิ๋นซูกลับกุมหน้าอกพลางเอ่ยขึ้นมาเบาๆ “ไม่เป็นไร เพียงรู้สึกล้าเท่านั้น…”

เมื่อกล่าวจบนางก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว รู้สึกคลื่นไส้

นี่เหมือนคนไม่เป็นอะไรที่ไหนกัน? เห็นได้ชัดว่า…

ทุกคนรีบล้อมเข้ามาด้วยความตกใจ ผ่านไปครู่หนึ่งสีหน้าเคร่งเครียดบนใบหน้าของอวิ๋นมู่พลันถูกแทนที่ด้วยความยินดี มองไปยังอวิ๋นซูด้วยความแปลกใจ “ซูเอ๋อร์…นี่เจ้า”

อวิ๋นซูตอบเสียงเบา สีหน้ายังคงขาวซีด แต่ในดวงตากลับมีประกายอ่อนโยนที่มิอาจปกปิด

“ฮ่าๆๆ…” อวิ๋นมู่หัวเราะออกมาโดยพลัน ท่าทีเบิกบานใจเช่นนั้นราวกับได้พบคนที่งดงามที่สุดในโลกหล้าก็มิปาน เขา เขาจะได้เป็นท่านตาแล้ว!

ฮูหยินอวิ๋นที่อยู่ด้านข้างเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง หรือว่า…

นางเดินก้าวใหญ่ๆ มาเบื้องหน้าอวิ๋นซู ดันอวิ๋นมู่ไปด้านข้าง กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงนัก “ซูเอ๋อร์ หรือว่าเจ้ามีแล้ว?”

อวิ๋นซูไม่พูดอะไร ใบหน้างดงามหันมองไปยังบุรุษข้างกาย ดวงตากระจ่างชัดดั่งเสียงเพลงที่บรรเลงไม่สิ้นสุด…

เฟิ่งหลิงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความคิดว่างเปล่าโดยพลัน มองตามสายตาฮูหยินอวิ๋นไปยังท้องที่ยังคงแบนราบของอวิ๋นซู

มีแล้ว…หมายความว่า…

“ซูเอ๋อร์?” เสียงของเขาสั่นเครืออย่างมิอาจควบคุม ดวงตาลึกล้ำมีประกายลุกโชนดั่งเปลวเพลิงในยามค่ำคืน

อวิ๋นซูพยักหน้า มือเล็กๆ อันขาวซีดยื่นไปจับมือเขาแน่น จากนั้นจึงนำมาวางลงบนท้องตนเอง “ข้า…มีเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านแล้ว”

พริบตานั้นเฟิ่งหลิงรู้สึกราวกับเหยียบลงบนก้อนเมฆ ความรู้สึกอัศจรรย์เช่นนี้ ไม่ว่าคำพูดใดก็มิอาจบรรยายอารมณ์ยินดีของเขาได้ พวกเขามีลูกแล้ว…นี่…คือลูกของพวกเขาหรือ?

“เดิมทีคิดจะรอให้ผ่านไปอีกหลายวันค่อยบอกท่าน ตอนนี้ก็สองเดือนแล้ว”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 35 ตอนที่ 1034 อวิ๋นซูมีข่าวมงคล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
03/06/2026
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.