Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1106: ดุจเทพยืนตระหง่าน ณ ใจกลางฟ้าดิน

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1106: ดุจเทพยืนตระหง่าน ณ ใจกลางฟ้าดิน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1106: ดุจเทพยืนตระหง่าน ณ ใจกลางฟ้าดิน

………………..

ตอนที่ 1106: ดุจเทพยืนตระหง่าน ณ ใจกลางฟ้าดิน

ปราณดาบพุ่งกระจาย ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์พลันคำรามลั่น

ปราณดาบไร้ใดเทียบฟาดเข้าใส่ค่ายกลซึ่งปกคลุมรอบภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์จนสั่นสะท้านรุนแรง แสงสว่างวาบผ่าน ปรากฏเค้าลางจาง ๆ ว่ามิอาจคงอยู่ได้ต่อ

จักรพรรดิทั้งหลายจากห้าขุมกำลังซึ่งอยู่ในค่ายกลล้วนถูกกระทบถ้วนทั่ว เลือดลมปั่นป่วน สีหน้าแปลกพิกล

เป็นดาบที่ร้ายกาจอันใดเช่นนี้!

ควรทราบว่าค่ายกลซึ่งปกคลุมรอบภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์นั้นมากพอจะล้อมสังหารตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำได้ แต่ยามนี้หนึ่งดาบกลับเกือบสะบั้นมันสิ้น!

โดยไม่ต้องคิดมาก พวกเขาล้วนทุ่มสุดตัวขับเคลื่อนค่ายกล สลายอำนาจทำลายล้างของดาบนี้ทีละน้อย

ผีหมัวซึ่งถูกโจมตีอย่างรุนแรงเหงื่อแตกพลั่ก หัวใจเต้นรุนแรง

เขาไม่ต้องคิดก็รู้ ว่าแม้จะพยายามสุดตัวเพื่อขวางดาบนี้ เขาก็ย่อมไร้โอกาสรอดชีวิต!

ฝีมือที่ซูอี้แสดงออกมาทำให้ทุกคนประทับใจและกล่าวสรรเสริญ

และความคิดยั่วยุดูถูกที่ผีหมัวผรุสวาทต่ออาจารย์ของเขาก่อนหน้านี้ก็ช่างดูน่าขันเมื่อเทียบกับสภาพของเขายามนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

“ก็แค่คนชั่วน่ารังเกียจ”

จักรพรรดิพิษเทียนฮู่ยิ้มเยาะอย่างแสนดูแคลน

แม้ว่าตัวตนบรรพกาลทั้งหลายในยามนี้จะไม่ได้เอ่ยวาจา ทว่าเมื่อเห็นภาพนี้ หัวใจของพวกเขาล้วนปั่นป่วน มิอาจสงบใจได้แสนนาน

สามดาบที่ปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินฟาดฟันนี้ สามารถสังหารตัวตนขอบเขตสานพันธะลึกล้ำขั้นต้นใด ๆ ได้ ช่างน่ากลัวนัก!

และต้องทราบว่าพลังต่อสู้ของผีหมัวนั้นเลิศล้ำเหนือคนขอบเขตเดียวกันส่วนใหญ่ในมหาแดนดินแสนไกล!

“แม้จะมีการบ่มเพาะขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำขั้นสมบูรณ์แบบ แต่กลับสามารถเอาชนะตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำได้ วิถีดาบที่ใต้เท้าซูค้นหายามเวียนวัฏต้องแข็งแกร่งเหลือเชื่อเพียงไรกัน…”

เยี่ยนซู่หนีชะงักค้าง

นางเองก็เป็นนักดาบ และถือได้ว่าเป็นเทพีดาบแห่งมหาแดนดิน ตำแหน่งสูงล้ำไร้ใดเปรียบ

ทว่ายามนี้ นางพลันรู้สึกราว ‘ยามอยู่เบื้องหน้าขุนเขาใหญ่ ทิวทัศน์ล้วนหยุดนิ่ง’

ส่วนจิ่นขุยกับเย่ลั่วนั้นล้วนรู้สึกยินดียิ่ง

ผีหมัวเมื่อก่อนเย่อหยิ่งสามหาวเพียงไร และสภาพยามนี้พ่ายแพ้เละเทะเพียงไร!

“ยามนี้ เจ้าคิดว่าข้ามีคุณสมบัติให้เจ้าลงมือเต็มที่แล้วหรือยัง?”

เสียงของซูอี้ผู้อยู่ใต้ผืนนภาเรียบเฉยสั้นห้วน ดวงตามองจ้องผีหมัวจากไกล ๆ ไร้การผันผวนของอารมณ์ในแววตา

“อาจารย์ ท่านดีใจไวเกินไป”

ผีหมัวซึ่งอยู่ในค่ายกลบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์สูดหายใจลึก ๆ แววตากลับมามั่นคงอีกครั้ง “ศึกวันนี้เพิ่งเริ่มเท่านั้น!”

อาภรณ์ของเขาแหว่งวิ่นเปรอะเลือด ทว่าเขากลับดูไม่ยี่หระ กล่าวขึ้นด้วยเสียงดังก้อง “ศิษย์กล่าวแล้วว่าจะส่งอาจารย์ด้วยตนเอง และจะไม่ผิดคำพูด!”

เขากล่าวพลางโบกมือใหญ่ของตน “เริ่มค่ายกล!”

ตู้ม!

สิ่งที่น่าตกใจขึ้น ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์ดูจะลุกไหม้ ปราณจิตวิญญาณระเบิดออกมาราวสายนทีเชี่ยวกราก หลอมรวมเข้าไปในค่ายกลอย่างหมดจด

อำนาจของค่ายกลเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ!

“ผีหมัวร้ายกาจนัก เขากระทั่งนำชีพจรต้นกำเนิดของ ‘ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์’ มาใช้เป็นแหล่งกำเนิดค่ายกล!”

สัตว์ประหลาดเฒ่าผู้หนึ่งหน้าถอดสี

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์คือแดนศักดิ์สิทธิ์เขาลือนามระดับสูงสุดในมหาแดนดิน และชีพจรต้นกำเนิดปราณของมันยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะเลี้ยงขุมกำลังระดับสูงสุดได้

ยามนี้ เพื่อระเบิดพลังของค่ายกลถึงจุดสูงสุด ผีหมัวก็ไม่ลังเลทำลายภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์ทั้งลูกลง ใครเล่าจะไม่ตกใจ?

เหล่าผู้ชมที่อยู่ในระยะไกล ต่างตกตะลึงในการทำการใหญ่ของผีหมัว

แดนดินแห่งนั้นดูจะถูกแผดเผาโหมกระหน่ำ แสงเพลิงปะทุลามเลียค่ายกลกระเพื่อมไหว ส่องสว่างทั่วทศทิศราวสำแดงภาพวันสิ้นโลก

กระทั่งตัวตนบรรพกาลอย่างจักรพรรดิพิษเทียนฮู่ยังเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย และเมื่อค่ายกลถูกใช้เต็มที่ อำนาจของมันก็แข็งแกร่งจนทำให้เขารู้สึกผวา!

ทว่าเมื่อซูอี้เห็นเช่นนี้ เขากลับส่ายหน้าน้อย ๆ

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์คือรังของพันธมิตรเสวียนจวิน ทว่ายามนี้ กระทั่งภูเขานี้ยังถูกผีหมัวใช้เป็นไพ่ตาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่เหลือลูกเล่นมากนัก

ซูอี้เหินทะยานสู่นภาโดยไม่ชักช้าอีกต่อไป และฟาดฟันดาบออกไป

“ฆ่า!”

เสียงของผีหมัวตะโกนลั่นออกมาจากในค่ายกล สะเทือนทั่วนภาสั่นไหว

“ฆ่า!”

มหาค่ายกลกู่คำราม สารพัดยันต์ถูกสะบัดออกไป กระแสน้ำคลั่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้ากวาดออกไป ส่งผลให้ทั่วบริเวณปั่นป่วนไม่เหลือดี

และมันยังทะลักท่วมร่างของซูอี้ท่ามกลางอำนาจค่ายกลด้วย!

ภาพนี้ทำให้คนมากมายอดหลั่งเหงื่อให้ซูอี้ไม่ได้

เมื่อผู้อื่นเผชิญค่ายกลต้องห้ามอันร้ายกาจเพียงนี้ เกรงว่าจะซ่อนคงทำไม่ได้ ทว่าซูอี้ต่างออกไป เขาดูไร้ความกลัวและโจมตีออกไปทันที!

“อาจารย์หนอ อาจารย์ ท่านยังเหมือนเดิมไม่ผิด ไม่ว่ามีอุปสรรคใดก็จะใช้หนึ่งดาบเข้ารับเสมอ…”

เขาคาดเรื่องทั้งหมดนี้ไว้แล้ว เขาทบทวนอุปนิสัยของอาจารย์ไว้อย่างถี่ถ้วน ว่าเมื่อเผชิญหน้าค่ายกลต้องห้ามนี้ อีกฝ่ายจะไม่สะท้านสะเทือนเช่นผู้อื่นเป็นแน่

“ทุกท่าน ใช้อำนาจสูงสุดออกมาเลย ให้อาจารย์ข้าได้สัมผัสพลังของค่ายกลกวาดสวรรค์ล้างแดนดินหน่อย!”

ผีหมัวออกคำสั่งโดยไร้ลังเล

ตู้ม!

แสงอสนีบาตในค่ายกลปะทุ สารพัดนิมิตอัศจรรย์ปรากฏวูบไหว พุ่งเข้าไปสังหารซูอี้

ในขณะเดียวกัน ผีหมัวทำเพียงมองอย่างเย็นชา ขณะกลืนโอสถฟื้นฟูตน

ค่ายกลกวาดสวรรค์ล้างแดนดินนี้สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิในขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำเจ็ดสิบสองคน รู้แจ้งลึกล้ำยี่สิบสี่คนและยอดฝีมือในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำสามคนลงมือทุ่มสุดตัว และยังมีกฎแปรวิญญาณเป็นรากฐานค่ายกล กับชีพจรปราณของภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์ก็เป็นแหล่งพลังของค่ายกล!

ในความคิดของผีหมัว เว้นแต่จะเป็นยอดฝีมือในขอบเขตมหาจักรพรรดิ ผู้ใดที่ถูกขังในค่ายกลนี้ย่อมถูกหลอมร่างไม่เหลือหลอ!

เหล่าผู้ชมที่อยู่ไกลออกไปต่างประหม่าแตกตื่นอย่างไม่เคยเป็น หัวใจจุกอยู่ในลำคอ

“ดี น่าสนใจ ทว่าสุดท้าย… ก็อย่าทำให้ข้าผิดหวังนักเล่า”

ในค่ายกล แววตาลึกล้ำของซูอี้มีจิตต่อสู้พลุ่งพล่านอยู่เงียบ ๆ

ร่างของเขายืดเส้นสาย อำนาจที่บ่มเพาะไว้ทั่วกายอันดุจดั่งมหาสมุทรไพศาลถูกกระตุ้นเต็มที่ ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด

ร่างของเขาอาบไล่ด้วยแสงวิถีเจิดจรัส และเทียบกับเมื่อครู่ พลังมหาวิถีของเขาก็เกินเข้าใจได้

เคร้ง!!!

ดาบเงากระจ่างขับขจี ดุจโหยหาภัตตาโลหิต

เหนือคมดาบมีพลังจากกฎแห่งการจมกระเพื่อมบางเบา ราวกับเหนือคมดาบนี้ปรากฏหุบเหวไร้ก้นบึ้งขึ้น แล้วซูอี้ก็ฟาดฟันดาบออกไป

ตู้ม!

ปราณดาบรางเลือนพาดยาวพันจั้ง ถล่มลงดุจมหาอบายกลืนสรวง

ค่ายกลจากทั่วทิศระเบิดดุจฟองอากาศ ดูราวดอกไม้ไฟอันเสื่อมสลายภายใต้การกวาดล้างของปราณดาบพันจั้งนี้!

ทุกคนในค่ายต่างถูกกระทบรุนแรง

เหล่าจักรพรรดิซึ่งเดินค่ายกลนี้ต่างตะลึง หนังหัวชายิบ

พวกเขาจินตนาการไว้แล้วว่าร่างเวียนวัฏของปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินฆ่าได้ไม่ง่าย จึงใช้อำนาจสูงสุดของค่ายกลนี้ยามลงมือ

ทว่าใครเล่าจะคิด ว่าพวกเขายังคงดูถูกความน่ากลัวของปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินอยู่ดี

เพียงหนึ่งดาบของเขาสามารถทะลวงผ่านอำนาจฆ่าฟันของค่ายกลทั่วทิศได้!

น่ากลัวอย่างไร้กังขา

ม่านตาของผีหมัวหดตัว หัวใจสั่นสะท้าน ตะโกนออกทันที “อย่าวอกแวก! หากอาจารย์จับข้อบกพร่องได้ ค่ายกลนี้พังแน่!”

อันที่จริง คำเตือนของเขาไม่จำเป็นแม้แต่น้อย ยามสัมผัสอำนาจร้ายกาจท้าทายสวรรค์ของซูอี้ได้ จักรพรรดิผู้ใดเล่าที่ยังกล้าเฉไฉ?

โจมตีสุดตัว ห้ามหมกเม็ด!

มหาสงครามบังเกิด

ทั่วฟ้าดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น วจีวิถีสนั่นนภา เพลิงศักดิ์สิทธิ์แผดเผากระหน่ำโหม

เพียงปลายคลื่นพลังของศึกนี้ก็ทำให้พื้นที่โดยรอบราบเรียบเป็นหน้ากลอง สรรพสิ่งสลายเป็นเถ้า

ผู้คนที่มองศึกนี้จากระยะไกลล้วนหวาดผวา และลอบดีใจที่พวกตนลี้หนีมาเสียไกลก่อนเริ่มศึก หาไม่ ผลที่ตามมาคงยากหยั่งถึง!

และในค่ายกล ซูอี้โลดโผนกวัดแกว่งดาบ ส่งปราณดาบสายแล้วสายเล่า แต่ละสายล้วนสำแดงอำนาจทำลายล้างบดขยี้ค่ายกล ดูมิอาจหาใดเทียบ ไม่อาจสยบปราบได้เลย

ในทางกลับกัน จากการโจมตีของเขา ค่ายกลก็ถูกทำให้เสียหายครั้งแล้วครั้งเล่า!

สีหน้าของเหล่าจักรพรรดิจริงจังอย่างไม่เคยเป็น หัวใจทั้งตะลึงและโกรธ

ไม่มีผู้ใดคาดว่าค่ายกลต้องห้ามอันไร้ใดเทียบ ซึ่งกลืนพลังสุดตัวของจักรพรรดิเก้าสิบเก้าคนอย่างสุดขั้ว ซ้ำยังต้องแผดเผาภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์เพื่อใช้ …กลับยังไม่อาจหยุดซูอี้คนเดียวได้แต่ต้นจนจบ!!

ในทางกลับกัน ค่ายกลนี้กลับยังต้องทนรับการโจมตีต่อเนื่องอีก!

ผีหมัวซึ่งดูจากไกล ๆ อดกำมือเงียบ ๆ ไม่ได้ สีหน้าหนักแน่นของเขาเปลี่ยนแปร เห็นได้ชัดว่าการรักษาความเยือกเย็นต่อไปนั้นยากสำหรับเขา

ทันใดนั้น เสียงเฉยเมยเจือความเสียดายของซูอี้ก็ดังขึ้นในค่ายกล

“ช่างน่าเสียดายภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์นี้จริง ๆ”

ดูราวเหล็กไหลในมือเทพเจ้า ฟาดลงจากสรวงสู่เก้าขุมนรก

หนึ่งดาบฟาดฟันลง ภาวะดาบถูกปลดปล่อยแผ่ออกทั่วสารทิศในค่ายกล

ตู้ม!!!

เกิดเสียงระเบิดลั่นแดนดิน

ค่ายกลกวาดสวรรค์ล้างแดนดินซึ่งถูกผีหมัวถือเป็นไพ่ตายพลันปรากฏรอยร้าวมหึมา

ดุจดั่งรอยร้าวแตกบนกระเบื้อง

รอยร้าวเหล่านั้นล้วนเป็นรอยดาบที่ซูอี้ฟาดปราณดาบใส่ค่ายกลในหนก่อน ๆ

ยามนี้ เมื่อภาวะดาบของซูอี้แผ่ออก รอยร้าวเหล่านี้ซึ่งปกคลุมอยู่บนค่ายกลอย่างหนาแน่นมิอาจคงสภาพได้อีก จากนั้นก็ระเบิดออก!

ในสายตาคนทุกคนที่อยู่ไกลออกไป พวกเขาก็ได้เห็นภาพอันน่าตะลึงจนลืมหายใจ…

ค่ายกลกวาดสวรรค์ล้างแดนดินซึ่งแข็งแกร่งค้ำฟ้าและสามารถทลายแดนดินพลันระเบิดแหลกเป็นชิ้น ๆ อย่างรุนแรง

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เทวยุทธ์ที่มีความสูงหมื่นจั้งบัดนี้ได้พังทลายลงแล้ว

เหล่าจักรพรรดิซึ่งเดิมนั่งอยู่ในค่ายกลล้วนกระเด็นไปราวถูกพายุกวาด

และใจกลางค่ายกล ท่ามกลางหมอกควัน ร่างของซูอี้ยืนบนอากาศ ถือดาบเงากระจ่าง อาภรณ์พลิ้วไหว บริสุทธิ์ไร้มลทิน ปกคลุมด้วยรัศมีเจิดจรัส

ดุจเทพยืนตระหง่าน ณ ใจกลางฟ้าดิน

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1106: ดุจเทพยืนตระหง่าน ณ ใจกลางฟ้าดิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6f5-77d5b (1)
เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
11/07/2026
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.