Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1305: กินข้าวแล้วหรือไม่

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1305: กินข้าวแล้วหรือไม่
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1305: กินข้าวแล้วหรือไม่

………………..

ตอนที่ 1305: กินข้าวแล้วหรือไม่

เสียงฝีเท้านี้แผ่วเบามากและมีจังหวะเฉพาะ ดูสอดประสานกับฟ้าดิน

ทั่วโลกหล้าเงียบสงัด กระทั่งวายุยังเหมือนหยุดนิ่ง

ทว่าเสียงฝีเท้านี้กลับเหมือนหัตถ์เทพลั่นกลองใส่โสตคนทุกผู้ สะเทือนถึงหัวใจ

ฟาดเข้ากลางทรวง!

ยังมีผู้จะเข้ามาร่วมวงอีกหรือ?

จวงปี้ฟานและเว่ยซานล้วนประหลาดใจและงุนงง

“มิต้องกลัว ผู้หนุนหลังเรากำลังมา!”

ซงเฮ่อตื่นเต้น ใบหน้าแสนปรีดา ดวงตาของเขาเจิดจรัส

เขาถ่ายทอดเสียงบอกพวกจวงปี้ฟานไม่ให้กลัวทันที พวกเขาทำแค่รอดูเฉย ๆ เท่านั้นก็พอ!

“มิคาดว่ากระทั่งนางก็มาด้วย…”

คิ้วขาวโพลนของสมมติเทพเซวี่ยเติงขมวดหากัน สีหน้าเคร่งขรึมอย่างหายาก

ในสมุทรมารไร้กำหนดนี้มีสตรีผู้น่ากลัวคนหนึ่ง

ตลอดกาลผ่านมา สตรีผู้นั้นเก็บตัวเงียบในสถานที่อันเรียบง่าย ใช้ชีวิตวัน ๆ ปลูกผักจัดดอกไม้บ่มสุรา

นานทีปีหนเมื่อคิดสนใจ นางจะพาสุนัขของนางออกร่อนเร่ในสมุทรมารไร้กำหนด

แม้ยามนางออกสัญจร นางก็ยังคงกระทำตนไร้ชื่อเสียง มิเคยเผยร่องรอย และไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ในสมุทรมารไร้กำหนด

ทว่าวิญญาณอาสัญผู้ชาญฉลาดใด ๆ ต่างรู้แน่ชัดว่ามิอาจยุ่งกับสตรีผู้นี้ได้!

ใครยุ่งกับนาง ผู้นั้นจะหายไป!

ตลอดกาลผ่านมา มิอาจทราบได้ว่ามีวิญญาณอาสัญระเหิดหายจากหล้าเพราะล่วงเกินสตรีผู้นี้แล้วกี่ตน

และในหมู่พวกเขายังมีตัวตนอันทรงพลังยิ่งยวดรวมอยู่ด้วย!

นางลึกลับและเหมือนอยู่ผิดที่เกินไป ซ้ำยังมีครรลองของตน

บัณฑิตผีถอนใจ ถูจมูกกล่าว “หากนางคิดปล้นกัน… ก็แบ่งสรรปันส่วนให้นางด้วยก็ได้”

สมมติเทพเซวี่ยเติงเงียบไป

และชาวประมงซึ่งอยู่ข้างบัณฑิตผีก็อดตระหนกมิได้

สตรีน่ากลัวผู้นั้นก็มาหรือ?

นี่ครั้งแรกเลย!

ชาวประมงถูกสะกดไว้ที่นี่เนิ่นนานเกินนับปี ทว่าตลอดมา เขาได้ยินเพียงว่าสตรีผู้นี้ร้ายกาจเพียงไร แต่มิเคยได้พานพบตัวจริงสักหนเดียว

“ดูเหมือนว่า กระทั่งคนเช่นนางยังไม่อาจต้านทานความเย้ายวนของวัฏสงสารได้…”

เมื่อคิดเช่นนี้ ชาวประมงก็อดเหลือบมองซูอี้อย่างเวทนามิได้

เวียนวัฏมาเพื่ออันใด?

ยุคสมัยเปลี่ยนผันผ่านไปแล้ว!

ทัศนาจารย์ผู้เคยเป็นที่ยกย่องในยุคสมัยก่อน ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นอาหารเลิศรสที่ผู้รอดชีวิตจากยุคสิ้นกฎเกณฑ์ตัดแบ่งอิ่มเอม!

ในบรรยากาศอันกดดันนี้ เสียงฝีเท้าอันมีจังหวะเฉพาะใกล้เข้ามาทุกขณะ

ซูอี้เงยหน้าขึ้นมอง

และพบว่าใต้ท้องนภาที่อยู่ไกลออกไปมีแสงอัสดงดุจสีชาดแต่งสำอางบนใบหน้าสตรี

สตรีผู้หนึ่งในชุดผ้าฝ้าย ขมวดผมปักปิ่นยุรยาตรเหนือเมฆหมอก เดินช้า ๆ มาทางนี้

ใบหน้าของนางเหลืองเล็กน้อย รูปลักษณ์ค่อนข้างดาษดื่น มิผอมมิอ้วน มิสูงมิเตี้ย ธรรมดายิ่ง

มีเพียงคู่เนตรที่กระจ่างเยี่ยงระลอกน้ำยามสารทซึ่งดูราวสามารถสะท้อนแสงนภาหมู่เมฆได้ชัดเจน

ข้างกายนางมีสุนัขพื้นเมืองตัวหนึ่งตามมาต้อย ๆ

สุนัขตัวนี้ค่อนข้างมีสีสัน หัวหางเชิดสูง สายตามองไปรอบ ๆ ราวกับเป็นราชันท่องโลกหล้า

เมื่อเห็นสตรีที่ดูเยี่ยงสามัญชนและสุนัขปรากฏขึ้น บรรยากาศรอบบริเวณก็เคร่งเครียดขึ้นทุกขณะ

ซูอี้อดเลิกคิ้วมิได้ บรรยากาศของสตรีผู้นี้พิเศษมากจริง ๆ นางดูราวบ่อน้ำแห้งไร้คลื่นกระเพื่อม แต่กลับให้ความรู้สึกเกินคาดหยั่ง

“ท่านปราชญ์! ผู้น้อยไร้สามารถ มิอาจทำตามคำสั่งท่านได้ ทำให้ท่านผิดหวังแล้ว!”

ซงเฮ่อก้าวออกมาก้มหัวกล่าวอย่างจริงใจ

สตรีในชุดผ้าฝ้ายนั้นก็คือปราชญ์หงอวิ๋น ผู้เป็นหนึ่งในสามตัวตนร้ายกาจในสมุทรมารไร้กำหนด

นางเหลือบมองซงเฮ่อและซูอี้

ยามนี้ หัวใจของซูอี้สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่มองไม่เห็นอย่างช่วยมิได้

เป็นสังหรณ์อันมิอาจกล่าว ราวกับสตรีผู้ดูเรียบง่ายนี้คืออันตรายถึงชีวิต

หัวใจของทุกผู้ที่นี่ต่างตึงเครียด

ทว่าปราชญ์หงอวิ๋นกลับถามคำเดียวอย่างน่าประหลาดใจ “กินข้าวแล้วหรือไม่?”

ทุกผู้ “???”

เว่ยซาน จวงปี้ฟานและคนอื่น ๆ แทบผงะ

นี่… หมายความเช่นไร?

คิ้วของสมมติเทพเซวี่ยเติงขมวดหนักกว่าเก่า

รอยยิ้มบนใบหน้าบัณฑิตผีจางหาย ดวงตาเย็นเยียบลง

ซูอี้ตะลึงไปชั่วขณะ และตอบอย่างสัตย์ซื่อทันที “ยัง”

ปราชญ์หงอวิ๋นกล่าว “ข้าทำเกี๊ยวไว้ ยังเหลืออยู่หลายตัว หากมิถือสา เจ้าลองชิมดูได้”

ซูอี้กล่าวยิ้ม ๆ “ไส้อันใดหรือ?”

ปราชญ์หงอวิ๋นตอบ “ไข่กับกุยช่าย”

กล่าวจบ นางก็เสริม “ข้าปลูกกุยช่ายเอง แต่หาไข่ไก่มิได้ จึงทำได้เพียงหาไข่นกมาแทนที่ แต่รสชาติมิเลวนะ”

ซูอี้ถาม “มีสุราบ้างหรือไม่?”

สุนัขท้องถิ่นพลันเบิกตากว้างมองซูอี้อย่างไม่พอใจ ราวกับคิดว่าเจ้านี่กล้าขอเช่นนี้ ช่างเสียมารยาทนัก

ทว่าปราชญ์หงอวิ๋นตอบว่า “มีสิ ข้าบ่มเอง มิรู้จะถูกปากเจ้าหรือไม่”

ซูอี้กล่าวยิ้ม ๆ “มีสุราก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่เรื่องมากหรอก”

บทสนทนาระหว่างทั้งสองเหมือนดั่งเพื่อนบ้านปุถุชน ทำให้ทุกคนรู้สึกพิกล

ทุกผู้ล้วนจ้องมองอย่างงุนงง

การมาพูดเรื่องสัพเพเหระในสถานการณ์เช่นนี้ดูจะผิดที่ผิดทางเกินไป

ทว่าขณะเดียวกัน ปราชญ์หงอวิ๋นกลับถามอย่างจริงจังมาก และซูอี้เองก็ตอบอย่างจริงจังมิแพ้กัน

จวงปี้ฟานอดถ่ายทอดเสียงถามซงเฮ่อมิได้ “นี่ผู้หนุนหลังเจ้าจริง ๆ หรือ? เหตุใดจึงเหมือน…”

“ชู่!”

ซงเฮ่อรีบขัดคำพูด “เจ้าจะไปรู้อันใด นี่เรียกว่ามหาวิถีคืนสามัญ จอมคนสู่ปุถุชน ด้วยระดับขอบเขตของท่านปราชญ์นั้น สภาพจิตใจเป็นได้ทั้งเทพเซียนเหนือเก้าสวรรค์ ทั้งสมาชิกสรรพชีวิตในโลกโลกีย์ ใหญ่โตได้เกินคาดหยั่ง เล็กจ้อยได้เกินมองเห็น นี่แหละอำนาจที่แท้จริง!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จวงปี้ฟานก็ผงะไป แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็รู้สึกว่าช่างเลิศล้ำเอาการ มิกล้ามองข้ามดูแคลน

หนึ่งสตรีผู้มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าขอบเขตราชันแห่งภูมิ ถูกยอเกียรติชื่นชมเพียงนี้ และทำให้สมมติเทพเซวี่ยเติงกับวบัณฑิตผีสงวนท่าทีได้ยามปรากฏตัวย่อมร้ายกาจยิ่งมิต้องถาม!

“ไปกันเถอะ”

ปราชญ์หงอวิ๋นหันหลังจากไป

ตั้งแต่ต้นจนจบ นางเมินคนอื่น ๆ ไปสิ้น

“ยามนี้หรือ?”

ซูอี้ตะลึง

“ยังมีเรื่องอื่นหรือ?”

ปราชญ์หงอวิ๋นถามย้อน

ซูอี้อดมองสตรีผู้นี้อย่างลึกล้ำมิได้

ถึงแม้สตรีผู้นี้จะดูดาษดื่น แต่ท่าทีมองข้ามสรรพสิ่ง สนใจเพียงครรลองของตนนั้นถูกใจซูอี้อย่างมาก

“มีเรื่องอื่นจริง ๆ แหละ”

ซูอี้กล่าว

“ไหนว่ามา”

ปราชญ์หงอวิ๋นกล่าว

ซูอี้ว่า “ความแค้นต้องชำระ”

ปราชญ์หงอวิ๋นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “ฆ่าผู้ใด?”

ซูอี้ “…”

สตรีผู้นี้ตรงไปตรงมามาก!

เขาว่า “เดี๋ยวข้าทำเอง”

ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว บัณฑิตผีซึ่งอยู่ห่างออกไปก็หัวเราะพลางกล่าวขึ้นว่า “ปราชญ์หงอวิ๋นเอ๋ย ได้ยินหรือไม่ ไอ้หนูนี่มิอยากไปกับเจ้าเลย หากเจ้าบังคับพาเขาไป งั้นพวกเราก็มิเห็นด้วยนะ”

สมมติเทพเซวี่ยเติงพยักหน้ากล่าวเสริม “เรารวมตัวกันวันนี้ก็มิใช่เพื่อสิ่งใดอื่นนอกจากวัฏสงสาร ในเมื่อท่านปราชญ์มาเอง เคล็ดวัฏสงสารนี้ย่อมมีส่วนแบ่งของท่านปราชญ์ด้วย แต่หากท่านปราชญ์คิดฮุบมันไว้คนเดียว ก็ยากที่ข้าจะยอมรับได้จริง ๆ”

วาจาเหล่านี้ถูกกล่าวอย่างสำรวมและสุภาพที่สุด

ทว่าปราชญ์หงอวิ๋นกลับขมวดคิ้ว ร่างของนางหายวับไป ก่อนที่พริบตาต่อมาจะมาอยู่ตรงหน้าบัณฑิตผี ยกมือขึ้นคว้าคอเขาไว้

สีหน้าของบัณฑิตผีพลันแปรเปลี่ยน ขณะเดียวกัน ร่างของเขาก็ถอยกรูด ดาบบินเก้าเล่มพลันปรากฏตรงหน้า แต่ละเล่มต่างปกคลุมด้วยแสงเซียน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นค่ายกลดาบ ฟาดฟันเข้าใส่ปราชญ์หงอวิ๋น

ตู้ม!

ปราชญ์หงอวิ๋นมิคิดหลบ ห้านิ้วเสียบทะลุค่ายกลดาบอย่างรุนแรง บดขยี้ให้แหลกสลาย

และนิ้วทั้งห้าก็รวบเข้าหากัน

เปรี้ยง!

ร่างของบัณฑิตผีซึ่งถอยกรูดไปไกลพลันชะงักเยี่ยงหุ่นเชิดกลางอากาศ

“เจ้า…”

บัณฑิตผีตะลึงเสียจนวิญญาณแทบหลุดลอย

คิดให้หัวแตก เขาก็ไม่คาดว่าปราชญ์หงอวิ๋นจะแข็งแกร่งเสียจนเขาสิ้นพลังจะตอบโต้

ปราชญ์หงอวิ๋นดูไม่สนใจที่จะมองเขาเลย หลังจากจับตัวบัณฑิตผีได้ ร่างของนางก็หายไปทันที

“แย่แล้ว!”

ม่านตาของสมมติเทพเซวี่ยเติงหดตัว ร่างของเขาพลันเจิดจรัสขึ้นมา โคมบงกชสีเลือดนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นอำนาจทำลายล้างครอบกายของเขาไว้

โคมบงกชสีเลือดทั้งหมดร้อยแปดดวงแผดเผาสาดแสงธรรมปีศาจสีแดงเลือด และร่างลวงตาของพุทธะผู้มีดวงตาแดงฉานก็ปรากฏจากไส้โคม

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น สมมติเทพเซวี่ยเติงยังใช้ประคำกลมเกลี้ยงทำจากกระดูกขาวเส้นหนึ่ง และเม็ดประคำแต่ละเม็ดต่างอาบแสงวิถีเจิดจ้า สร้างเป็นชั้นมนตรา

จากนั้น เขาก็หันหลังหนีไป

ทว่า หนีไปได้เพียงครึ่งทาง…

รอยหมัดสีขาวงดงามปรากฏจากสุญญะ และด้วยหมัดนี้ โคมบงกชสีเลือดทั้งร้อยแปดดวงก็แหลกสิ้น

เงาร่างของพระพุทธในโคมบงกชล้วนกรีดร้อง สลายไปจนมิเหลือธุลี

และรอยหมัดอันงดงามก็พุ่งมาจากปราชญ์หงอวิ๋น

มือขวาของนางยังคงยกร่างของบัณฑิตผี มือซ้ายกำหมัดชกออกมาอีกครั้ง

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

อำนาจมนตราแต่ละชั้นแหลกละเอียด ลูกประคำสลายหายลูกแล้วลูกเล่า

รอยหมัดนั้นทะลวงนภา ดูมิอาจทำลายได้ ป่นทุกชั้นสมบัติลับคุ้มกายที่สมมติเทพเซวี่ยเติงมีราวหักไม้ไผ่

จนเมื่อรอยหมัดกำลังจะถึงตัวสมมติเทพเซวี่ยเติงอยู่แล้ว ห้านิ้วก็กางออกคว้าคอเขาไว้

ทันใดนั้น สมมติเทพเซวี่ยเติงก็ร้องอย่างตกใจราวถูกสายฟ้าฟาด “ตาเฒ่าไร้ค่าผู้นี้ยอมแพ้!!”

เขาถูกผนึกทุกอำนาจ รู้สึกราวถูกหิ้วคอยกเป็นไก่ ตายหรือไม่ก็ขึ้นกับอีกฝ่าย ทำให้หวาดกลัวและอับอายยิ่งกว่าหนใด

น่ากลัวเกินไป!

ในอดีต เขาคาดการณ์มากกว่าหนว่าปราชญ์หงอวิ๋นมีวิถีเต๋าร้ายกาจเพียงใดกันแน่ แต่ยามนี้เอง เขาพลันตระหนักว่าการคาดเดาเดิมของตนน่าขันไร้เดียงสาเพียงไร

แม้เขาจะเป็นหนึ่งในตัวตนห้ามล่วงเกินในสมุทรมารไร้กำหนด ทว่าความห่างชั้นระหว่างเขากับปราชญ์หงอวิ๋นก็ยังเหมือนคนละโลก!

มิได้ใกล้เคียงกันเลยสักนิด!

ยามนี้ ทุกผู้ล้วนพากันมีปฏิกิริยา ขณะมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าอึ้งตะลึง

ใครเล่าจะกล้าคิดว่าสตรีผู้ดูราวหญิงชาวบ้าน ไร้ความพิเศษผู้นี้จะแข็งแกร่งยิ่งยามลงมือ?

เพียงชั่วดีดนิ้ว บัณฑิตผีและสมมติเทพเซวี่ยเติงล้วนถูกสยบสิ้น คอถูกคว้ายกมิต่างจากไก่!

กระทั่งซงเฮ่อยังอดอ้าปากค้าง หัวใจเต้นมิเป็นส่ำ

ชื่อเสียงของคนเป็นดั่งเงาของพฤกษา

ทว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำร่ำลือเกี่ยวกับปราชญ์หงอวิ๋นในกาลก่อนล้วนประเมินความแข็งแกร่งของตัวตนนี้ต่ำไปอย่างมหันต์!

นี่คือตัวตนอันร้ายกาจที่สุดในสมุทรมารไร้กำหนด

ไม่มีผู้ใดเทียบได้!

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1305: กินข้าวแล้วหรือไม่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025
aileen4188
เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
05/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.