Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1451: ลงทัณฑ์แทนเทพ

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1451: ลงทัณฑ์แทนเทพ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1451: ลงทัณฑ์แทนเทพ

………………..

ตอนที่ 1451: ลงทัณฑ์แทนเทพ

ถือเทพเป็นเรื่องตลก!

วาจาเช่นนี้ หากคนทั่วไปได้ยินเข้าคงทำเพียงคิดว่าซูอี้นั้นโอหัง

ทว่าเมื่อกระทบโสตผู้ผดุงวิถีอย่างหมีเจินผู้รับใช้ทวยเทพนั้น มันไม่ต่างจากคำดูถูกเหยียดหยามอันหยาบคายซึ่งหน้าเป็นที่สุด

สีหน้าของเขาบูดบึ้ง “หากไม่ใช่เพราะอำนาจวัฏสงสาร เกรงว่าเจ้าคงตายไปแสนนานแล้ว! เป็นแค่เชลยพ่ายศึก กล้าดีเช่นไรมาออกปากพูด?”

ซูอี้เสสรวลกล่าว “สงครามวาจานั้นไร้ความหมายเสมอ”

เขาพอจะอนุมานได้แล้วว่าเหล่าเทพยากจะหาเขาพบด้วยเหตุบางประการจริง ๆ

หาไม่ ตลอดกาลนานมา ไม่ว่าจะเป็นหวังเย่ เสิ่นมู่ ทัศนาจารย์หรือตัวเขา ไฉนจึงไม่ได้ตายตกด้วยน้ำมือเหล่าเทพเสียเล่า?

เป็นเพราะเหตุผลบางประการที่ทำให้เหล่าเทพมิอาจหาเขาพบนี้เอง พวกเขาจึงทำได้เพียงทำลายสารพัดวิถีในโลกหล้าตลอดชั่วกาลนานเพื่อกีดกันมิให้เขาแข็งแกร่ง!

หาไม่เจอ?

งั้นก็ทำลายวิถีเพื่อขวางทางเสียเลย!

“เหตุที่ทวยเทพหาข้าไม่เจอนั้น น่าจะเกี่ยวกับอำนาจของดาบเก้าคุมขัง…”

ซูอี้ครุ่นคิด “หรือบางทีอาจมีอำนาจอื่นขวางทางเหล่าเทพอยู่ จึงไม่อาจหาข้าเจอได้ตลอดมา”

“และยามนี้ เหตุผลที่พวกเขาหาข้าพบได้นั้นก็เพราะวางกับดักเฝ้ารอมาแสนนาน ไม่ใช่เพราะวิถีการของพวกตนชาญฉลาดหรืออย่างไร!”

“น่าจะถึงกาลแล้ว”

ยามนี้ หมีเจินพลันเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาและยื่นมือข้างหนึ่งขึ้น

ตู้ม!

สุญญะแหลกร้าว หนึ่งแท่นศิลาปรากฏขึ้น

มันคือแท่นศิลาสูงร้อยจั้งที่เป็นทางเข้าบรรพสถานอนุสรณ์แห่งนี้ ทว่ายามนี้มันมีความสูงเพียงหนึ่งจั้ง ทั่วแท่นเจิดจรัสด้วยแสงทมิฬเสียดแทง

และตัวเขาในโลกหล้าก็เป็นเช่นสัตว์ร้ายในกรงขัง!

“ยามนี้ ข้าจะพาเจ้าออกจากแดนมนุษย์สู่ธารสายยาวแห่งมิติเวลาเพื่อลบล้างวัฏสงสารให้สิ้นด้วยอำนาจทัณฑ์สวรรค์ เจ้า… กลัวหรือไม่?”

หมีเจินมองซูอี้ด้วยแววตาเหย้าหยอกปนเวทนา ราวกับจะพยายามหาความตื่นตระหนกหวาดกลัวในสีหน้าของซูอี้

ทว่าเขาก็ต้องประหลาดใจที่ซูอี้ยังคงสุขุม ไร้การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ใด ๆ ดุจกาลก่อน

กระทั่งเมื่อสายตามองสบ ซูอี้ผู้เขาถือว่าเป็นคนตายไปแล้วก็ยังอดยิ้มมิได้!

ซูอี้แย้มยิ้ม เอ่ยแนะอย่างจริงจัง “เอาสิ เริ่มแสดงได้เลย”

หมีเจิน “…”

เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา แขนเสื้อโบกสะบัด

ตู้ม!

แท่นศิลากู้คำราม

โลกหล้าอันขานนามว่าบรรพสถานอนุสรณ์นี้พลันหดตัวลงอย่างมหาศาล

เพียงพริบตา มันก็เหลือขอบเขตเพียงสิบจั้ง!

ดุจกรงขังขนาดสิบจั้ง กำแพงอันก่อเกิดจากอำนาจกฎเกณฑ์ร้ายแรงหนาแน่นขังซูอี้ไว้ภายใน

และหมีเจินผู้ใช้แท่นศิลาก็อยู่นอกกรงนั้น

“กรงนี่เป็นเช่นไรบ้าง?”

หมีเจินถาม

ซูอี้ไพล่มือไว้เบื้องหลัง กล่าวอย่างเฉยชา “มีหนึ่งสัจธรรมอันไม่อาจทำลายได้มาแต่โบราณ อยากฟังหรือไม่?”

หมีเจินกล่าวด้วยแววตาพราวระยับ “ว่ามาสิ ข้าอยากฟัง”

เมื่อเขาเห็นซูอี้ถูกจองจำ เขาก็สุขุมเยือกเย็นขึ้นเรื่อย ๆ

ซูอี้กล่าวว่า “ผู้ร้ายมักตายเพราะพูดมากเกินไป”

หมีเจิน “???”

เขาเสสรวลกล่าว “เจ้าคิดว่าตัวเป็นตัวเอกในนิทานปุถุชนหรือไร?”

ซูอี้ว่า “ผู้รอดชีวิตล้วนเป็นตัวเอกได้ทั้งนั้น ส่วนผู้ตายก็ล้วนเป็นตัวร้าย แสดงต่อสิ ข้ารอดูอยู่ว่าเจ้าจะมีบทได้มากเพียงไร”

หมีเจินยกมือชี้ซูอี้ “จริงอยู่ที่แม้เจ้าจะตาย เจ้าก็ยังมีโอกาสเวียนวัฏฝึกฝนใหม่อยู่ดี ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้ามั่นใจไร้ความกลัวก็ได้ ทว่ายามนี้…”

“เราจะมิฆ่าเจ้า!”

“เจ้าผู้ยังมีชีวิตนั้นอ่อนแอเยี่ยงมด ถูกขังในกรงแห่งเทพ จะรอดก็ไม่ จะตายก็ไม่อาจ ต้องใช้ชีวิตสิ้นหนทางไปชั่วนิรันดร์”

“กระทั่งฆ่าตัวตาย… ก็มิได้อยู่ดี!”

“เช่นนี้ จึงทำให้เจ้ามิอาจเวียนวัฏฝึกฝนใหม่ได้อีก!”

ท้ายที่สุด เขาก็อดยิ้มมิได้ “นี่แหละทัณฑ์แห่งเทพ! เจ้ายังยิ้มออกอยู่หรือไม่?”

ซูอี้แค่นหัวเราะ ไม่กล่าวอันใดอีก ทำเพียงเผยรอยยิ้มสุขุมอันแสนเป็นธรรมชาติ

ราวรับรู้ความหมายรอยยิ้มของซูอี้

รอยยิ้มบนใบหน้าหมีเจินค่อย ๆ หดหายไป

เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา หยุดเสวนาเรื่อยเปื่อยแล้วถือแท่นศิลาทะยานสู่เวหา

ตู้ม!

บรรพสถานอนุสรณ์ซึ่งเหลืออาณาเขตเพียงสิบจั้งถูกห่อหุ้มทะยานสู่ส่วนลึกแห่งท้องนภา เข้าไปในหนทางลึกลับนั้นด้วยกันกับหมีเจิน

ซูอี้หาต่อต้านไม่แต่ต้นจนจบ ดวงตาของเขาลึกล้ำไร้อารมณ์

……

ณ สุดอุโมงค์ทางเดินลึกลับ ธารยาวแห่งมิติเวลาทอดยาวข้ามสุญญะไร้สิ้นสุดในคลองจักษุ

เกลียวคลื่นเหล่านั้นล้วนแปรเปลี่ยนมาจากอำนาจบัญญัติกฎเกณฑ์

กวาดผ่านอดีต ทะยานผ่านปัจจุบันไปโผล่สู่อนาคตเหมือนดั่งนิรันดร์กาล!

เมื่อเขาเห็นธารยาวนี้ ซูอี้ผู้ยืนอยู่ใน ‘กรง’ ก็อดคิดถึงธารสายยาวแห่งโชคชะตามิได้

และยังนึกไปถึงชาติแรกผู้ยืนอยู่บนธารสายยาวแห่งโชคชะตานั้น!

เทียบกันแล้ว ธารสายยาวแห่งมิติเวลานั้นเล็กจ้อย แตกต่างจากธารสายยาวแห่งโชคชะตาโดยสิ้นเชิง

อย่างน้อยที่สุด ในธารสายยาวแห่งโชคชะตายังมีเหตุพลิกผันแห่งโลกหล้า การแปรเปลี่ยนแห่งยุคสมัย และสารพัดอุบัติพิสดารให้เห็นมากมาย

ธารสายยาวแห่งมิติเวลานั้นคือบัญญัติกฎเกณฑ์อันสร้างจากมิติเวลาอันสอดประสาน

ตู้ม!

เมื่อร่างของหมีเจินก้าวลงบนธารสายยาวแห่งมิติเวลา เขาก็เหมือนปลดตรวนผนึกทั่วร่าง ปราณพลันทะยานสูง

ร่างของเขาจรัสจ้าเยี่ยงตะวันแผดเผา สาดส่องทั่วธารแห่งมิติเวลา!

“นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของข้า!”

หมีเจินกล่าวขณะที่รูปร่างแปรเปลี่ยนไป

เดิมทีเขาสิงสู่ร่างของชายชราหัวล้านอยู่ ทว่ายามนี้ เขาฟื้นร่างแท้จริงแปรเปลี่ยนเป็นชายชุดดำผู้หนึ่งซึ่งมีผิวและใบหน้ากระจ่างเช่นหยก

ร่างของเขาจรัสรัศมีไร้ประมาณ นัยน์ตาเรืองโรจน์ดุจตะเกียงทอง เจิดประกายฉายทั่วทศทิศ

ซูอี้กล่าวอย่างครุ่นคิด “หรือเทพที่เจ้ารับใช้จะเป็นจากสำนักพุทธหนอ?”

หมีเจินอดค่อนขอดมิได้ “เจ้ายังมองที่มาของข้าไม่ออกอีกหรือ? ว่าแล้วเชียว เจ้าผู้เวียนวัฏฝึกฝนใหม่ ท้ายที่สุดก็อ่อนแอเกินไปจนมิได้ฟื้นความทรงจำอดีตชาติ หาไม่ ไฉนต้องถามคำถามเป็นเจ้าหนูจำไมเช่นนี้?”

ซูอี้จ้องหมีเจินอย่างลึกล้ำ และกล่าวว่า “จำคำข้าไว้”

หมีเจินกล่าวยิ้ม ๆ “คำใดเล่า?”

ซูอี้ว่า “ผู้ร้ายตายเพราะพูดมากเกินไป นี่มิใช่คำเตือนสติ แต่เป็นจุดจบที่เจ้าจะได้รับวันนี้”

“เฮอะ!”

นัยน์ตาของหมีเจินเหยียดเยาะ

แขนเสื้อโบกสะบัด มือกำประสาน เสียงอื้ออึงเกินเข้าใจดังออกมาจากปาก

เปรี้ยง!

ธารสายยาวแห่งมิติเวลาบิดวนเชี่ยวกราก อำนาจร้ายกาจอันมิอาจมองเห็นแผ่ออกมาจากทิศทางการไหลทะยาน

ปราณอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้ธารสายยาวแห่งมิติเวลาดูราวเดือดพล่าน สารพัดคลื่นคลั่งคำรามสะท้าน

สารพัดอำนาจกฎเกณฑ์อันแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นกำลังสั่นสะเทือน!

ขณะนี้ หมีเจินกล่าวชัดถ้อยทีละคำด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

“นิรันดร์กาลดุจราตรี สยบทุกความทะเยอทะยาน ใช้ร่างแผดตะเกียง เจิดจรัสชั่วกาลนาน!”

ด้วยวจีนั้น ตะเกียงสีเขียวอันเลือนรางดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในธารสายยาวแห่งมิติเวลา ก่อขึ้นจากสารพัดบัญญัติกฎเกณฑ์โดยแท้

ตะเกียงนี้สูงประมาณหนึ่งฉื่อ ทว่ากลับดูจะสามารถแผ่อำนาจกดดันสูงสุดสยบนิรันดร์กาล

ดวงตาของซูอี้เจ็บแปลบจนต้องหรี่ลง

นี่หาใช่สมบัติไม่ แต่เป็นตราประทับเร้นลับต้องห้ามอันถูกก่อขึ้นโดยอำนาจบัญญัติกฎเกณฑ์ เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของเหล่าเทพ!

ทันใดนั้น หมีเจินก็ตวาดลั่น

ตู้ม!

เขาเอื้อมมือออกไปคว้าตะเกียงสีเขียวนั้น

ชั่วขณะนั้น หมีเจินดูจะกลายเป็นเทพผู้ลงทัณฑ์เหนือสวรรค์ อำนาจของเขาทะยานสูงอีกหน ปราณร้ายกาจชวนสะพรึง

“นี่คืออำนาจแห่งเทพ!”

ดวงตาของหมีเจินดุจมหาตะวัน น้ำเสียงเลื่อนลั่นดุจอสนีกึกก้องทั่วธารสายยาวแห่งมิติเวลา เกลียวคลื่นสั่นระรัว อำนาจบัญญัติกฎเกณฑ์กระเพื่อมสั่นวน

เขามองซูอี้ด้วยสีหน้าเปี่ยมอำนาจยิ่งใหญ่ “ยามนี้ เจ้ายังยิ้มออกอยู่หรือ?”

เขาถามคำถามนี้มากกว่าหนใด

ดูเหมือนจะเป็นการพยายามทำลายสภาพจิตใจของซูอี้ด้วยอยากเห็นสภาพโกรธแค้นบ้าคลั่งของซูอี้

น่าเสียดาย…

ที่หมีเจินต้องผิดหวัง

ซูอี้ผู้ยืนอยู่ใน ‘กรงขัง’ นั้นไม่เพียงยังยิ้ม แต่ยังเผยความเย้ยเยาะเย้าหยอกอีกด้วย

ชั่วขณะนั้น ดวงตาของหมีเจินเย็นเยียบอย่างยิ่ง สัมผัสว่าเกียรติของตนกำลังถูกท้าทายอย่างมหันต์

เขาลงมือโดยไร้ลังเล

“สยบ!”

เพียงหนึ่งงอนิ้ว แสงอันเจิดจรัสสว่างจ้าก็ปรากฏจากตะเกียง แปรเปลี่ยนเป็นกลีบบุปผาจากอำนาจกฎเกณฑ์ลึกลับเกินเข้าใจปกคลุม ‘กรง’ ที่ขังซูอี้ไว้จนมิด

ตู้ม!

ทั่วทั้งกรงถูกผนึกแน่นหนา

และพิรุณแสงจากกลีบบุปผากฎเกณฑ์เหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่ซูอี้ใน ‘กรง’

ยามนี้ นัยน์ตาของหมีเจินเรืองรองด้วยความตื่นเต้นอย่างมิอาจปิดบัง

เมื่อนานมาแล้ว เขาได้พบเห็นว่าผู้ถือครองวัฏสงสารนี้ถูกทวยเทพร่วมมือประหารมาสองหน!

และย่อมรู้ว่าผู้ถือครองวัฏสงสารนั้นเดิมแข็งแกร่งร้ายกาจเพียงไร เขาถึงกับบีบให้ทวยเทพร่วมมือ และทุ่มเทยอมเสียสารพัดสิ่งเพื่อฆ่าเขา!

และยามนี้ เขาในฐานะผู้ผดุงวิถีแห่งเทพจะสานเจตจำนงแห่งเทพ ทำลายวัฏสงสารและผนึกผู้ครองวัฏสงสารไว้ มีหรือในใจจะมิตื่นเต้น?

ทว่าเพียงพริบตา ความตื่นเต้นก็มลายจากสายตาของหมีเจิน สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน

เพราะในกรงนั้น ร่างของซูอี้พลันเรืองรัศมีสีขาวกระจ่างเยี่ยงหิมะชั้นหนึ่ง บดขยี้พิรุณแสงอันกระจายออกจากกลีบบุปผาบัญญัติกฎเกณฑ์ทั้งหลายสลายสิ้นทันที!

ตู้ม!

ตัวกรงถูกกระเทือนรุนแรงจนสั่นสะเทือนโยกไหว

“ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว แต่ดูเหมือน… เจ้าจะไม่รู้จักใช้มัน”

ซูอี้กล่าว

มิอาจทราบได้ว่ามีกล่องสำริดลึกลับกล่องหนึ่งปรากฏในมือของเขาแต่ยามใด

รัศมีลึกลับอันขาวกระจ่างเยี่ยงหิมะแผ่ออกมาจากกล่องสำริดนี้เอง

พิรุณแสงลึกลับนี้ประหลาดอย่างยิ่ง เพียงปราณที่หลุดลอดออกมาก็ทำให้กรงขังซูอี้คร่ำครวญสะเทือนสั่นรุนแรง!

“ต้นกำเนิดพลังนั่น!?”

หมีเจินดูจะรู้จักมันและเผยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “นาง… ไม่ใช่ว่าถูกทวยเทพฆ่าไปแล้วหรือ ไฉนเป็นเช่นนี้…”

ก่อนเขาจะทันพูดจบ หนึ่งเสียงก็ดังออกมาจากกล่องสำริดในมือซูอี้

“ผู้อาวุโส นี่เป็นเพียงกระดูกมือข้างเดียวของนางผู้นั้นขอรับ! อย่าถูกไอ้เด็กนั่นหลอกนะขอรับ!”

………………..

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1451: ลงทัณฑ์แทนเทพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
11/08/2022
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
novelpdfO7mDyO4
เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
12/05/2026
7 (2)
พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
10/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.