บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2047 วัตถุสะบั้นกฎ: เปลวเพลิงแห่งยุคสมัย
บทที่ 2047 วัตถุสะบั้นกฎ: เปลวเพลิงแห่งยุคสมัย
ทะลวงกฎเหล็ก ก้าวข้ามข้อห้าม!
นี่คือผู้สะบั้นกฎ
ซูอี้ไม่แปลกใจ
สิ่งที่เรียกว่ากฎเหล็กและข้อห้ามคือกฎเกณฑ์ในวิถีแห่งสวรรค์
โดยไม่คำนึกถึงระดับของขอบเขต ขอเพียงสามารถทำลายได้ นั่นย่อมหมายความว่ากฎเกณฑ์สามารถก้าวข้ามและสะบั้นทิ้งได้
ในช่วงที่ซูอี้เริ่มฝึกฝนในชีวิตนี้ เขาได้ทำลายกฎเหล็กและกฎบัญญัติ ทุกคราที่ทะลวงขอบเขตจะนำไปสู่มหาภัยพิบัติอันทรงอำนาจยิ่ง
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้สะบั้นกฎ
ผู้ฝึกตนทั่วไปย่อมมีชะตาพบจุดจบอันเลวร้ายทันทีที่ล่วงละเมิดข้อห้าม
ทว่าซูอี้ต่างออกไป สามารถเรียกได้ว่าชาติภพก่อนหน้านี้ของเขาเป็นผู้สะบั้นกฎทั้งปวง อย่างหลี่ฝูโหยว หวังเย่ ทัศนาจารย์ และอื่นๆ เพราะพลังต่อสู้ของพวกเขาขัดกับสวรรค์จนมากพอจะทำลายกฎเหล็กได้ จึงยืนหยัดอย่างภาคภูมิในโลกหล้า เป็นตัวตนเกียรติภูมิสูงสุดในขอบเขตของตัวเอง
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
แต่ซูอี้เข้าใจชัดเจนว่ามีผู้สะบั้นกฎน้อยคนนักในโลกใบนี้ แม้แต่ในยุคสมัยเก่าก่อนบรรพกาล ตัวตนดังกล่าวก็ยิ่งมีจำนวนน้อยเข้าไปใหญ่
ส่วนเขาที่ฝึกฝนในชีวิตนี้ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับผู้สะบั้นกฎเลยสักครั้ง
ทว่าซูอี้สนใจ ‘ขอบเขตสุดขั้ว’ มากกว่า!
นี่คือขอบเขตลับที่แม้แต่หลี่ฝูโหยวยังไม่เคยย่างเท้าเข้ามา มันไม่เหมือนกับครึ่งเทพ ทั้งยังแตกต่างจากเส้นทางการฝึกฝนต่างๆ ในโลกหล้าอีกด้วย
และที่สำคัญ ไม่มีใครในโลกหล้าล่วงรู้ถึงตัวตนของขอบเขตนี้!
แม้แต่ในตำนานก็ไม่มี!!!
หากไม่ใช่เพราะพุทธองค์กงเหยี่ยพูดขึ้นมา ซูอี้ย่อมไม่มีทางล่วงรู้ว่าจะมีขอบเขตลับที่เหลือเชื่อเช่นนั้นซ่อนอยู่ระหว่างวิถีเทพและขอบเขตมหาศาลสามระดับ
“แผ่นหยกนี้ได้บันทึกความลึกลับของขอบเขตสุดขั้วเอาไว้ ท่านสามารถอ่านด้วยตัวเองได้”
พุทธองค์กงเหยี่ยกล่าว
“เจ้าเคยย่างก้าวเข้าสู่จุดนี้มาก่อนไหม?”
ซูอี้ถามด้วยความสนใจ
พุทธองค์กงเหยี่ยเงียบทันที
ซูอี้ครุ่นคิด “ดูท่าเจ้าจะไม่ใช่ผู้สะบั้นกฎสินะ”
พุทธองค์กงเหยี่ย “…”
เจ้าเด็กนี่เสพติดการเป็นคนโง่หรืออย่างไร?
เจ้าตัวกล่าวว่า “ข้าเคยเห็นผู้สะบั้นกฎมาบ้าง แต่พวกเขาอยู่ขอบเขตมหาศาล ไม่ได้ย่างก้าวเข้าสู่ขอบเขตสุดขั้ว! ส่วนเหตุผลนั้น ท่านจะรู้หลังจากได้ดูแผ่นหยกด้วยตัวเองแล้ว”
ซูอี้ตกตะลึง จากนั้นจึงตระหนักได้ว่าตนเข้าใจบางอย่างผิดไป
มีเพียงผู้สะบั้นกฎเท่านั้นที่สามารถย่างก้าวเข้าสู่ขอบเขตสุดขั้วได้!
แต่ต่อให้มีคุณสมบัติเช่นนั้น การจะย่างก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ได้หรือไม่นั้น มันคนละเรื่องกัน!
ซูอี้เริ่มพลิกแผ่นหยก
ผ่านไปพักใหญ่ เขาดึงจิตสัมผัสกลับมา ในที่สุดก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ‘ขอบเขตสุดขั้ว’ คืออันใด
ขอบเขตนี้อยู่ระหว่างขอบเขตวิถีเทพและขอบเขตมหาศาล รู้จักกันในชื่อ ‘ขอบเขตพินิจสุดขั้ว’ หรือ ‘ขอบเขตสุดขั้ว’
เมื่อผู้สะบั้นกฎอยู่ในระดับสุดลึกล้ำขั้นสมบูรณ์ จะต้องทำลายวิถีเต๋าอย่างสมบูรณ์จึงจะสามารถเข้าสู่ขอบเขตนี้ได้!
ใช่แล้ว ต้องทำลายวิถีเต๋า!
เหมือนกับสูญเสียทุกสิ่งที่เคยเรียนรู้ไป!
คนเหล่านั้นมาถึงสภาพนี้ได้โดยห่างจากโอกาสบรรลุเทพเพียงก้าวเดียว ใครบ้างจะกล้าพอทำลายวิถีเต๋า?
แน่นอนว่าหากไม่ใช่ผู้สะบั้นกฎ การทำลายวิถีเต๋าเพียงอย่างเดียวย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ได้
อีกทั้งผู้สะบั้นกฎยังหาได้ยากยิ่ง ยากพอๆ กับหานกที่มีเขา! ปกติแล้วผู้ที่แข็งแกร่งจนมาถึงระดับนี้ได้ไม่มีทางคิดได้ว่าจะมีขอบเขตลับซ่อนอยู่ระหว่างขอบเขตวิถีเทพกับขอบเขตมหาศาลแน่!
ทว่าการจะย่างก้าวมาถึงขั้นนี้ การทำลายวิถีเต๋าเป็นเพียงขั้นตอนที่หนึ่งเท่านั้น
ขั้นตอนที่สองคือการสรรสร้าง!
เพื่อบรรลุประสงค์ของ ‘พังก่อนแล้วจึงสร้าง’
การทำลายวิถีเต๋าเหมือนกับการทำให้ขวดแตก ส่วนขั้นตอนที่สองคือการสร้างรูปลักษณ์ของขวดที่แตกขึ้นมาใหม่
กระบวนการสร้างรูปลักษณ์ขึ้นมาใหม่นี้เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ ‘ขอบเขตสุดขั้ว’
เหมือนดั่งเฟิ่งหวง ที่หวนคืนถือกำเนิดจากเถ้าถ่าน
มันดูเรียบง่าย แต่ความจริงแล้วอันตรายร้ายแรงยิ่ง
เพราะถึงอย่างไร เพียงขั้นแรกที่ต้องทำลายวิถีเต๋าก็มากพอจะทำให้ผู้คนไม่กล้าแล้ว!
ขั้นตอนนี้นับว่าเสี่ยงอันตรายยิ่ง หากไม่อาจก่อร่างวิถีเต๋าขึ้นใหม่ได้ เช่นนั้นแล้วคนผู้นั้นก็จะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ที่ไม่อาจฝึกฝนได้อีกต่อไป!
ทว่าซูอี้ต่างออกไป
เขาควบคุมวัฏสงสาร!
ด้วยอำนาจแห่งวัฏสงสารที่มากล้นด้วยความเร้นลับของวัฏจักรความเป็นความตาย รุ่งเรือง และโรยรา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ดังนั้นตอนทำลายวิถีเต๋า ชายหนุ่มย่อมสามารถใช้พลังแห่งวัฏสงสารเพื่อก่อรูปลักษณ์ของวิถีเต๋าขึ้นมาใหม่ได้ ส่วนความลึกลับของการก่อรูปลักษณ์ขึ้นมาใหม่ก็อยู่ในวัฏจักรของวัฏสงสารนี่เอง!
เมื่อตระหนักได้เช่นนี้ ในที่สุดซูอี้ก็เข้าใจว่าพุทธองค์กงเหยี่ยต้องการสื่ออันใด
ผู้สะบั้นกฎเหล่านั้นมีคุณสมบัติที่จะย่างก้าวเข้าสู่ที่นี่
แต่มีเพียงผู้สะบั้นกฎที่ควบคุมวัฏสงสารเท่านั้นที่สามารถย่างเท้าเข้าสู่ขอบเขตลับนี้ได้!
เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในสวรรค์และปฐพี!
หากผู้อื่นอยากก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ ย่อมทำได้แค่คิดเท่านั้น
“สถานการณ์นี้วิเศษยิ่งนัก ภายใต้หมื่นวิถีครอบสวรรค์ แต่ละขอบเขตของวิถีฝึกฝนถูกแบ่งเป็นขั้นตอนอย่างละเอียดอยู่ก่อนแล้ว และหลังทำการสำรวจและสรุปโดยบรรพชนมากมาย มันจึงค่อยเป็นที่คุ้นชินของโลกหล้า”
“ทว่าใครจะคาดคิดว่าจะมีขอบเขตลับเช่นนั้นซ่อนอยู่?”
ซูอี้ครุ่นคิดก่อนทำการตัดสิน “มีเพียงผู้ที่ควบคุมวัฏสงสารเท่านั้นที่สามารถมองเห็นสิ่งนี้ได้!”
เขาถามว่า “แผ่นหยกนี้มาจากชาติที่หนึ่งของข้าเหมือนกันงั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว”
พุทธองค์กงเหยี่ยพยักหน้า
“ขอบคุณมาก”
ซูอี้ประสานมือขอบคุณ
เขาต้องขอบคุณอีกฝ่ายจริงๆ หากอีกฝ่ายไม่คิดรอคอยมานานแสนนานเช่นนี้ ชายหนุ่มอาจพลาดทุกสิ่งที่ได้ในวันนี้ไป
พุทธองค์กงเหยี่ยยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนโบกมือ “ไม่ต้องขอบคุณหรอก นี่คือสิ่งที่ท่านตระเตรียมไว้ให้ตัวเอง”
นี่คือความจริง
ไม่ว่าจะกระดานหมากอี้เทียนหรือแผ่นหยกที่บันทึก ‘ขอบเขตสุดขั้ว’ เอาไว้ พวกมันล้วนเป็นสิ่งที่ซูอี้ในชาติภพแรกฝากฝังไว้
หลังจากลังเลสักพัก พุทธองค์กงเหยี่ยจุงกล่าวว่า “จริงสิ ท่านจะสามารถย่างก้าวเข้าสู่ขอบเขตสุดขั้วนี้ได้เมื่อไหร่ ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเองนัก”
สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ซูอี้ครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าต้องการโอกาส”
“โอกาสอันใด?” พุทธองค์กงเหยี่ยสงสัย
“โอกาสเผชิญศึกแลกชีวิต!”
ซูอี้กล่าวว่า “อีกอย่าง ข้ายังต้องทำความเข้าใจในเส้นทางของขอบเขตสุดขั้วเสียก่อน ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้นนี้”
ทำลายวิถีเต๋า! การทำแบบนั้นเสี่ยงอันตรายเกินไป ดังนั้นซูอี้จะบุ่มบ่ามไม่ได้
พุทธองค์กงเหยี่ยอดที่จะเสียดายไม่ได้ ก่อนหยุดถามเรื่องนี้แล้วกล่าวว่า “เศษชิ้นส่วนจิตวิญญาณของข้าผนวกติดอยู่กับกระดานหมากอี้เทียนนี้ ตอนนี้สมบัติที่ว่าพังไปแล้ว ตัวตนของข้าจึงจะหายไปในไม่ช้า ทว่าหากท่านก้าวสู่ธารนทีสายยาวแห่งโชคชะตาในอนาคตเมื่อใด ร่างจริงของข้าจะมาพบท่านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ซูอี้พยักหน้า
“นอกจากนี้ ชั้นที่เก้ายังมีสิ่งที่ท่านต้องการยิ่งคอยอยู่ มันข้องเกี่ยวกับหนทางเก่าก่อน อีกทั้งยั้งเกี่ยวข้องกับการบรรลุเทพของท่านด้วย”
พุทธองค์กงเหยี่ยกล่าวว่า “ทว่าท่านต้องระวังเอาไว้ให้ดี”
ซูอี้ถามด้วยความประหลาดใจว่า “เทพพิบัติบนชั้นที่เก้าทรงพลังมากงั้นหรือ?”
“ไม่มีเทพพิบัติอยู่ชั้นที่เก้า และไม่มีศัตรูอื่นใดอยู่เช่นกัน”
พุทธองค์กงเหยี่ยส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “มีเพียงวัตถุสะบั้นกฎหนึ่งชิ้นที่เป็นของต้องห้ามและอันตรายยิ่ง!”
ซูอี้พลันประหลาดใจ
วัตถุสะบั้นกฎ!
มีผู้สะบั้นกฎ ย่อมต้องมีวัตถุสะบั้นกฎที่ไม่ถูกพันธนาการและอยู่ภายใต้กฎแห่งสวรรค์
เรียกสมบัติชิ้นนี้รวมๆ กันว่าวัตถุสะบั้นกฎ
ซูอี้มั่นใจว่าดาบเก้าคุมขังคือวัตถุสะบั้นกฎ!
ทั้งยังเป็นวัตถุสะบั้นกฎที่น่าสะพรึงยิ่ง
“เป็นสมบัติแบบไหนกันหรือ?” ซูอี้ถาม
พุทธองค์กงเหยี่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย “ท่านไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่า”
Novel PDF
ซูอี้อยากจะอัดหมอ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือคนที่พูดจาโอ้อวดเช่นนี้! ทำตัวลึกล้ำ ไม่ยอมพูดจาภาษามนุษย์!
ทว่าท้ายที่สุดซูอี้ก็ไม่ได้กล่าวอันใด ก่อนหันศีรษะแล้วเดินไปทางขั้นบันไดหินที่ปลายทางแทน
พุทธองค์กงเหยี่ยมองดูฉากนี้พร้อมเผยรอยยิ้มออกมา
ในใจของเขาวิตกเล็กน้อย
ถ้าคนผู้นี้ไม่สามารถทำให้วัตถุสะบั้นกฎนั่นยอมจำนนได้ ชีวิตของเขาก็จะตกอยู่ในอันตราย!
แล้วจะทำอย่างไร?
ต้องเตือนอีกครั้งหรือไม่?
ช่างเถอะ
เขาได้ให้สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ก้าวก่ายทุกการกระทำในหอคอยพิบัติโบราณแห่งนี้!
……
ชั้นที่เก้าของหอคอยพิบัติโบราณ
มันตั้งอยู่ที่ปลายสุดของหอคอยพิบัติโบราณ หากมองจากโลกภายนอกจะเห็นรอยแยกนับไม่ถ้วนของห้วงมิติและเวลาใกล้กับยอดแหลมนี้ ซึ่งมันน่าตกตะลึงนัก
แต่ข้างในภายในชั้นเก้านี้มีเพียงลูกลมเพลิงที่ลอยอยู่!
ขนาดของมันเท่าฝ่ามือ ลอยอยู่กับที่ เปลวเพลิงแผ่บรรยากาศฮุ่นตุ้น แสงและเงาเป็นสีเทาคลุมเครือ เมื่อเปลวเพลิงวูบไหว อักขระแสงสว่างต้องห้ามลึกลับนับไม่ถ้วนพลันกระจายออก
ตูม!
เมื่อซูอี้ย่างเท้าเข้าสู่ชั้นที่เก้า พลังแผดเผาสุดพรรณนาพลันตรงมายังใบหน้าของเขา ทำให้ร่างกายติดไฟ วิญญาณเหมือนถูกแผดเผาจนได้รับความเจ็บปวดจากการเผาไหม้
ราวกับว่าตัวเขาจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน!
ยิ่งกว่านั้น พลังแผดเผานั่นยังอยู่ทุกหนแห่ง มันแผ่ซ่านไปทั่ว ราวกับสามารถไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณได้ ต่อให้มีขอบเขตการฝึกฝนที่สูงล้ำกว่านี้ก็ไม่อาจขัดขืนได้!
ทันใดนั้น สีหน้าของซูอี้พลันแปรเปลี่ยนไป
นี่คือวัตถุสะบั้นกฎอันใดกัน? เหตุใดถึงได้มีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงเช่นนี้?
เปลวเพลิงสัมผัสการมาถึงของเขาได้ ก่อนที่จู่ๆ มันจะพลันสั่นไหวขึ้นมา
จากนั้นหัวใจของซูอี้ก็ถูกกระแทกอย่างแรง!
ทั่วร่างแผดเผาราวอยู่ในเตาหลอม กายเนื้อ จิตวิญญาณ และสภาพจิตใจล้วนเผยสัญญาณของการเผาไหม้ แม้กระทั่งดาบเก้าคุมขังในวิญญาณก็ยังตื่นตัว… มันตื่นขึ้นจากความเงียบงันอันแสนยาวนาน!
ทว่าในตอนนี้ ยามซูอี้โคจรพลังแห่งวัฏสงสาร ทุกสิ่งพลันเปลี่ยนไปอีกหน
ความรู้สึกถูกแผดเผาทั่วร่างกายหายไป ผิวหนังและรูขุมขุนทั้งหมดราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำพุเย็นเยือก ราวกับหินหลอมเหลวเดือดพล่านที่จู่ๆ ก็กลายเป็นน้ำเย็นสบายสดชื่น มันสบายจนซูอี้แทบจะร้องครางออกมา
ตรงหน้าของเขายามนี้คือโลกแห่งเหมันต์และอัคคี!
ความเจ็บปวดและความไม่สบายจากการแผดเผาทั้งหมด หายไปสิ้น
ขณะซูอี้กระตุ้นพลังแห่งวัฏสงสารจนถึงขีดสุด กลิ่นอายแผดเผาที่ปกคลุมทั่วบริเวณพลันหายไป
กลุ่มเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่คลุมเครือและโกลาหลเงียบสงบลงในฉับพลัน
หลังจากนั้น ซูอี้ย่างเท้าออกไป เขาใช้พลังแห่งวัฏสงสารปกคลุมฝ่ามือเอาไว้และคว้าลูกกลมไฟอย่างช้าๆ
เมื่อคว้ากลุ่มเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้
ความรู้สึกบางอย่างพลันแล่นเข้าสู่จิตใจของชายหนุ่ม
นี่คือเปลวเพลิงแห่งยุคสมัย!
การจุดไฟนี้สามารถสาดส่องทะลุม่านหมอกบนเส้นทางสู่บรรพเทวา มองทะลุความว่างเปล่า มองเห็นความจริง เพื่อค้นหาโอกาสที่ทรงพลังที่สุดในการบรรลุเทพที่ซุกซ่อนอยู่บนเส้นทางสู่บรรพเทวา!
ตูม!
ในขณะเดียวกัน กลุ่มเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นี้พลันแผดเผาเจิดจ้า เต็มไปด้วยอักขระแสงสว่างนับไม่ถ้วนก่อนฉากที่น่าตกตะลึงจะปรากฏต่อหน้าซูอี้……
ในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย มีเส้นทางมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ในหมอกสายหนึ่ง
ปลายทางนั้นมีซากปรักหักพังหุบเหวขนาดใหญ่ตั้งอยู่!
อารยธรรมแห่งยุคสมัยที่ค่อยๆ เสื่อมโทรมไปตามธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยได้เคลื่อนลงสู่หุบเหวขนาดใหญ่นั่นครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งหายไปสิ้น กลายเป็นชิ้นส่วนความโกลาหลฮุ่นตุ้นนับไม่ถ้วน กระจัดกระจายไปตามซากปรักหักพัง!
หุบเหวนี้ดูจะคงอยู่ตลอดกาลนานมา
ไม่อาจทราบได้ว่าในซากปรักหักพังนั่นมีอารยธรรมแห่งยุคสมัยที่สูญหายไปยาวนานถูกฝังอยู่มากเท่าใด พวกมันถูกปกคลุมอยู่ในม่านหมอก เต็มไปด้วยความลึกลับ!
เมื่อได้เห็นฉากนี้ ซูอี้พลันตกตะลึงและใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะได้สติคืนกลับมา