บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2083 ข้าไม่อยู่เล่นด้วยแล้ว
บทที่ 2083 ข้าไม่อยู่เล่นด้วยแล้ว
ชายผมแดงร่างกำยำแย้มยิ้มกล่าวขึ้น “ข้าเรียกเขามาช่วยกันพิทักษ์บุตรแห่งสวรรค์เอง!”
เฟิงอู๋จี้รับคำในคอ
เหมือนอีกฝ่ายจะสัมผัมบางอย่างได้ ดวงตาจึงจับจ้องนิ่งที่ซูอี้ มีท่าทีราวจะพูดบางอย่าง
“ในเมื่อมากันครบแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ”
หนึ่งเสียงเลื่อนลั่นดังขึ้นจากไกลๆ
“ทราบ!”
“ในที่สุดก็จะเริ่มกันเสียที!”
บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ทั้งหลายล้วนปรีดาร่าเริง กลายเป็นเส้นแสงทะยานสู่ดวงดาวยักษ์ห่างออกไป
เห็นเช่นนี้ ชายผมแดงร่างกำยำก็เร่งเร้าให้เฟิงอู๋จี้ลงมืออย่างรีบร้อน
เฟิงอู๋จี้มิกล้ารอช้า หันหลังจากไป
แม้ว่าไม่ทันไร เขาจะยังอดหันกลับมาเหลือบมองทางซูอี้อีกก็ตาม
ท้ายที่สุด เจ้าตัวจึงละสายตา ร่างวูบไหวสองสามหน ก่อนจะหายลับสู่เพลิงแสงอันปกคลุมดวงดาวยักษ์ใหญ่ห่างออกไป
มันดูเหมือนดวงดาว ทว่าแท้จริงซุกซ่อนโลกเร้นลับอันมีเพียงตัวตนใต้ขอบเขตเทพเท่านั้นที่เข้าได้
“คนผู้นี้มองข้าออกหรือ? หรือรู้ว่าข้าไม่ใช่หนิวหวงกันแน่?”
ซูอี้เลิกคิ้ว ก่อนหน้านี้เฟิงอู๋จี้ดูจะสังเกตเห็นบางสิ่ง!
นอกจากนั้น ซูอี้ยังพบคนคุ้นหน้าด้วยมากมาย
เช่นปี้คงหลิวผู้เคยเดินทางร่วมกัน และจินปู้อี๋ หมีเยี่ยอวิ๋นและคนอื่นๆ ที่เคยพบหน้ากันในทะเลสาบเมฆคล้อยแห่งอาณาจักรนิตย์ทิวา ที่ต่างก็อยู่ในหมู่บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์เมื่อครู่ด้วย และขณะนี้ พวกเขาก็ล้วนไปยังโลกเร้นลับตรงหน้ากันหมดแล้ว
“ไฉนจึงไม่เห็นบุตรพุทธะเหลียนเซิงจากภูเขาวิญญาณสุขาวดีอยู่ด้วยหนอ?”
ซูอี้ถามขึ้นเฉียบพลัน
เขาประทับใจลึกล้ำต่อบุตรพุทธะสวรรค์สร้างแห่งภูเขาวิญญาณสุขาวดีผู้ ‘มิเคยพูดปด’ นี้
เขาเป็นทารกเทพผู้ก่อเกิดภายในบงกชเขียวฮุ่นตุ้น พร้อมด้วยธรรมฤทัยเก้าทวาร พุทธธาตุห้าสีและจิตเทพบงกชเขียว!
สิ่งสำคัญที่สุดคือ คนผู้นี้มีมรดกจากสามพุทธองค์ทั้งจากอดีตกาล ปัจจุบัน และอนาคต!
ซูอี้ไม่สนใจหรอกว่าเหลียนเซิงจะได้บรรลุเป็นเทพหรือไม่
เขาสนใจอำนาจโดยกำเนิดของเหลียนเซิง และมรดกวิถีสามพุทธองค์ที่อีกฝ่ายมีมากกว่า!
“เหลียนเซิง? เขาย่อมเป็นผู้ถูกเลือกจากสวรรค์ ศิษย์ใกล้ชิดของพุทธเจ้าแผดตะเกียงแห่งภูเขาวิญญาณสุขาวดี อัจฉริยะไร้เทียมทานมิอาจหาผู้ใดเสมอเหมือนในโลกเทพ!”
ชายผมแดงร่างกำยำรำพึง “ดูเหมือนว่า แม้เขาจะยังไม่เป็นเทพ แต่สถานะของเขาก็ห่างไกลสูงล้ำเกินเทพทั่วไปจะเทียบได้”
“นับแต่วันแรกที่มาถึงทะเลดาราเทพผันแปร พุทธองค์เจียโม่แห่งอาณาจักรนิตย์ทิวาก็พาเขาไปหาโอกาสบรรลุเทพไร้เทียมทานด้วยตนเองแล้ว”
“อย่างนี้นี่เอง”
ซูอี้พยักหน้า
“ท่านเป็นคนจากศาลปิศาจเก้าลึกล้ำ ไฉนจู่ๆ จึงถามเกี่ยวกับคนของภูเขาวิญญาณสุขาวดีของข้าเล่า?”
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงอันทรงพลังได้กล่าวขึ้น
แทบจะพร้อมกันนั้น ซูอี้พลันสัมผัสสายตาหนึ่งอันจ้องตรงนิ่งมาที่เขาได้
อีกฝ่ายเป็นหลวงจีนในจีวรผู้หนึ่ง สองเท้าเปลือยเปล่า ผิวสีเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึมเด็ดเดี่ยว เหยียบย่างบนแท่นปทุมทอง
พุทธองค์อวิ้นเจิน!
เทพชั้นกลางขอบเขตรังสรรค์สูงสุดผู้หนึ่งของภูเขาวิญญาณสุขาวดี
ดวงตาของอีกฝ่ายซึ่งจับจ้องมายังซูอี้เจิดจรัสเยี่ยงประทีปทอง ดูราวสัมผัสความแปลกประหลาดบางอย่างได้
และขณะเสวนา ดวงตาของทวยเทพผู้อื่นเองก็มองมายังซูอี้เช่นกัน
ชายผมแดงร่างกำยำผู้ถูกเฟิงอู๋จี้เรียกว่า ‘เฒ่ากุย’ แสดงสีหน้าไม่พอใจ “ภูเขาวิญญาณสุขาวดีของพวกเจ้านี่ยิ่งใหญ่จริงแท้ กระทั่งเราจะพูดคุยถึงบุตรพุทธะเหลียนเซิงยังมิได้เลยหรือ?”
พุทธองค์อวิ้นเจินขมวดคิ้ว ทำท่าจะกล่าวบางอย่าง
ทว่าทันใดนั้น หนึ่งเสียงอันชราวัยพลันดังขึ้น “ทุกท่านระวังด้วย คนผู้นี้พิกลนัก!”
ผู้เอ่ยปากเป็นชายชราร่างผอม สวมมกุฏสูงบนศีรษะ แต่งกายด้วยอาภรณ์หยก ในมือถือแส้นักพรต
ฟู่อวิ๋น!
เทพชั้นสูงขอบเขตกำเนิดวาสนาผู้หนึ่งจากศาลเทพเรืองวิญญาณ!
เขาเป็นผู้ค้นพบโลกเร้นลับตรงหน้า และอนุมานว่าภายในนั้นมีโอกาสบรรลุเทพชั้นหนึ่ง
และครานี้ เมื่อมองมายังซูอี้ อีกฝ่ายก็พลันค้นพบบางสิ่ง ดวงตาแปรเปลี่ยนจนสุดน่าสะพรึงกลัวในพริบตา
ตูม!
ทั่วทิศเรรวนป่วนปั่น ทวยเทพทั้งหลายเผยความหวาดระแวง
เฒ่ากุยผงะไปแล้วกล่าวว่า “เฒ่าหนิวเป็นคนจากศาลปิศาจเก้าลึกล้ำของเรา จะพิกลได้เช่นไร?”
“พิกลหรือไม่ ไว้ข้าตรวจดูแล้วก็รู้เอง!”
ว่าแล้ว ฟู่อวิ๋นพลันสาวเท้าเข้ามา อักขระลึกลับปรากฏขึ้นในดวงตา ดูคุกคามกดดันเหนือใด
แรงกดดันอันเป็นของเทพชั้นสูงแผ่ซ่าน สะท้านทั่วจักรวาลพร่างดาวใกล้เคียง
ดวงตาทวยเทพวูบไหว จับจ้องตรงมาที่ซูอี้
สีหน้าของเฒ่ากุยแปรเปลี่ยน อดหันมาทางซูอี้มิได้ “เฒ่าหนิว เจ้า……”
ซูอี้แย้มยิ้มกล่าว “เขาพูดถูกแล้ว ข้ามิใช่หนิวหวงหรอก”
ยังมิทันขาดคำ รูปลักษณ์ของเขาก็แปรเปลี่ยนกลับสู่ลักษณ์จริง
“ซูอี้!? คุณพระ!”
เฒ่ากุยตกใจเสียจนสะดุ้งตัวโยน ถอยกรูดหนีไปไกล
เป็นปฏิกิริยาอันลืมตัวโดยแท้
แต่จากสิ่งนี้ก็เห็นได้ว่าเฒ่ากุย เทพชั้นกลางจากศาลปิศาจเก้าลึกล้ำครั่นคร้ามต่อซูอี้นัก
หาไม่ เขาคงไม่หลุดกิริยาเช่นนี้ออกมา
ซูอี้!!
เหล่าผู้พบเห็นต่างสะเทือนใจ ทวยเทพทั้งหลายเผยสีหน้าเหลือเชื่อ
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าซูอี้ที่พวกตนมองเป็นเหยื่อต้องล่าจะอยู่ข้างกายนี่เอง!
สีหน้าของเฒ่ากุยย่ำแย่ยิ่งกว่าใคร มือเท้าของเขาเย็นเฉียบ หัวใจเต้นระทึกรุนแรง
กระทั่งเขายังถูกต้มเสียเปื่อย ไม่อาจมองทะลุเห็นตัวตนของซูอี้ได้ และยามนี้เมื่อรับรู้ เจ้าตัวก็อดตื่นกลัวไปชั่วระยะมิได้
ไกลออกไป ดวงตาของฟู่อวิ๋นวาวโรจน์น่าสะพรึงกลัว แสยะยิ้มกล่าวขึ้นว่า “คนบาป ในที่สุดเจ้าก็เผยหางออกมา! รีบส่งข้อความแจ้งสหายเต๋าทั้งหลายเสียว่าซูอี้อยู่ที่นี่!”
วาจานั้นแพร่ทั่วจตุรทิศ
ทันใดนั้น ทวยเทพทั้งหลายล้วนลงมือขยี้ยันต์ลับในมือเพื่อถ่ายทอดสาร
แน่นอน ซูอี้ไม่ได้เข้าไปหยุด
เขายืนนิ่งลำพัง สองมือไพล่หลัง เหลือบมองทวยเทพทั้งหลายอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหยุดลงกล่าวกับฟู่อวิ๋น “บาดแผลฟื้นตัวแล้วหรือ?”
ฟู่อวิ๋นผงะไป
และตระหนักทันทีว่าซูอี้กำลังกล่าวถึงยามเขาถูกไม้เท้าทัณฑ์สวรรค์โบยตีร่วมกับเทพชั้นสูงทั้งหลายในเมืองแห่งการเริ่มต้น
“ข้าจำได้ว่าเหมือนเจ้าจะถูกโบยที่บั้นท้ายจนเลือดเนื้อกระจัดกระจาย กรีดร้องน่าสังเวชดุจลาป่าแผดวจี”
ซูอี้แย้มยิ้มกล่าวว่า “แต่ยามนี้ ดูเหมือนเจ้าจะฟื้นตัวขึ้นเยอะแล้วนี่”
ทุกผู้ที่นี่ล้วนมีสีหน้าหลากหลาย เห็นได้ชัดว่าจำภาพอันบังเกิด ณ เมืองแห่งการเริ่มต้นขึ้นได้
ขณะเดียวกัน หัวใจของฟู่อวิ๋นพลันไม่อาจหยุดความละอายและไม่พอใจได้ ใบหน้าแปรเปลี่ยนดำคล้ำ ดวงตาเปี่ยมจิตสังหาร
“คนบาป ที่นี่ไม่ใช่เมืองแห่งการเริ่มต้น ไม่มีที่ให้เจ้าอาละวาดกร่างฤทธิ์ได้! ทุกท่านลงมือฆ่าเขาร่วมกับข้าเถอะ”
ฟู่อวิ๋นตวาดลั่นอย่างเดือดดาล
ตูม!
แส้นักพรตในมือของเขาโบกสะบัดส่งอำนาจกฎเกณฑ์วิถีเทพสีเงินพร่างพรมเยี่ยงน้ำตกผ่านท้องนภา
สุญตาแหลกระเบิด อำนาจทำลายล้างน่าสะพรึงกลัวโหมกระหน่ำ
ในบริเวณใกล้เคียง ทวยเทพทั้งหลายล้วนเคลื่อนขยับขวางบริเวณรอบข้างไว้ ป้องกันไม่ให้ซูอี้หลบหนี
ขณะเดียวกัน ซูอี้ก็เคลื่อนไปเบื้องหน้า มิได้หลบเลี่ยง
เช้ง!
ดาบเคียงประชิดทะยานออก ถูกเขาเร่งใช้อำนาจขอบเขตพินิจสุดขั้วโคจรปราณวัฏสงสารเคลือบไว้
เพียงพริบตา ทั่วนภาก็เปรียบดั่งวัฏสงสารหวนคืน บดขยี้ทั่วทศทิศ
อำนาจเช่นนั้นทำให้ทวยเทพใกล้เคียงอดสูดหายใจเฮือกมิได้ สันหลังหนาววาบ สัมผัสภัยคุกคามร้ายแรงได้
ทว่าดาบนี้กลับไม่อาจสกัดการโจมตีอย่างเดือดดาลจากเทพชั้นสูงฟู่อวิ๋นลง และถูกแสงทิพย์เยี่ยงน้ำตกสีเงินปราบสยบสลายไป
ขณะที่ร่างของซูอี้ถูกผลักล่าถอย
‘ว่าแล้วเชียว เมื่อเทียบกับเทพชั้นสูง อำนาจต่อสู้ขอบเขตพินิจสุดขั้วยังไม่พอรับมือ’
ซูอี้กล่าวในใจ
เขาคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว จึงมิประหลาดใจ
แต่การโจมตีนี้ทำให้ทวยเทพทั้งหลายหนังศีรษะชายิบ!
หนึ่งตัวตนขอบเขตมหาศาลผู้ยังไม่ทันได้เป็นเทพ สามารถขวางการโจมตีสุดกำลังจากเทพชั้นสูงได้!
บ้าบอไปกันใหญ่แล้ว!!
“ฆ่า!”
ฟู่อวิ๋นก้าวเข้ามา สะบัดแส้นักพรตจู่โจมอย่างน่าสะพรึง เพียงหนึ่งโจมตี ดวงดาวก็โปรยปราย บุหลันร่วงหล่น สรรพสิ่งแหลกร้าว สุญตาในรัศมีสามหมื่นจั้งเสื่อมสลาย
นั่นคืออำนาจเทพชั้นสูงในขอบเขตกำเนิดวาสนา สามารถบดขยี้เทพชั้นกลางใดๆ ได้โดยง่าย
การเผชิญหน้ากับอำนาจเช่นนี้ ตัวตนขอบเขตมหาศาลหาแตกต่างจากเมล็ดข้าวเล็กจ้อยอันพร้อมถูกบดได้ตามใจทุกเมื่อ
แต่ซูอี้นั้นแตกต่าง
ก่อนเขาจะย่างเข้าสู่ขอบเขตพินิจสุดขั้ว หากเผชิญหน้าเทพชั้นสูง เขาจะถอยหนีทันทีแน่แท้
เพราะการเผชิญหน้าตรงๆ นั้นหาแตกต่างจากตั๊กแตนเขย่าพฤกษ์ไม่ มีแต่ตายกับตาย
ทว่ายามนี้ไม่เหมือนก่อน อย่างน้อยที่สุด ในขอบเขตพินิจสุดขั้วนี้ ซูอี้ยังพอฝืนต้านดิ้นรนไหว!
“ลองอีกทีสิ!”
ดวงตาลึกล้ำของซูอี้เจิดจรัส ก้าวเข้าไปตวัดดาบ
ตูม!!
เพียงพริบตา ร่างของเขาถูกผลักกระเด็นไปอีกครั้ง ดาบเคียงประชิดส่งวจีอื้ออึงแทบหลุดมือ
โลหิตสายหนึ่งทะลักไหลจากมุมปาก
เขาบาดเจ็บ
แต่ไม่ร้ายแรง
ทว่านี่ก็ทำให้ทวยเทพทั้งหลายขนหัวลุกกันแล้ว!
ในหมู่พวกเขามีเทพชั้นกลางอยู่มากมาย แต่เมื่อถามตนเองดูแล้ว หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาไปรับการโจมตีจากเทพชั้นสูงแทน เกรงว่าคงมีแต่ร่วงเจ็บล้มตาย!
เทียบกันแล้ว จึงเห็นได้ว่าซูอี้ท้าทายสวรรค์เพียงไร!
“หากก่อนหน้านี้เจ้านี่คิดฆ่าข้า เกรงว่าข้าคงตกตายไปนานแล้ว……”
เฒ่ากุยหวาดผวา
และการที่โจมตีสองหนก็ยังเอาชนะซูอี้มิได้นี้ ก็ทำให้ฟู่อวิ๋น ขมวดคิ้วเช่นกัน
ทว่าเขาหาประหลาดใจไม่
เพราะแต่แรกเดิมที เจ้าตัวก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อซูอี้ในฐานะตัวตนขอบเขตมหาศาลอยู่แล้ว!
ในสายตาเขา นี่คือร่างเวียนวัฏของหลี่ฝูโหยว จอมดาบหลิงซู คนบาปผู้ถือครองวัฏสงสาร และบุคคลอันตรายซึ่งทำให้อวตารวิถีของจอมเทพทั้งหลายเสียหายยับเยิน!
การเปรียบอีกฝ่ายด้วยระดับขอบเขตจึงโง่เง่ายิ่งโดยไม่ต้องสงสัย!
ดังนั้น ยามฟู่อวิ๋นลงมือ เขาจึงมิได้ออมมือยั้งแรงใดๆ และโจมตีออกมาตรงๆ อย่างไร้ปราณีสุดกำลัง!
และผลที่ได้ก็คือเขาคาดการณ์ไว้ถูกต้อง
แม้จะโจมตีสุดกำลัง ซูอี้ก็ยังปัดป้องขัดขืนได้สองคราติดต่อ
และยังพร้อมเผชิญหน้าตรงๆ!
“คนบาป หนนี้เจ้าหนีไม่ได้หรอก!”
ฟู่อวิ๋นมิได้หยุดมือ ขณะเสวนา เขาก็จู่โจมซูอี้ทันควัน ปราณทั่วร่างจดจ้องซูอี้แน่นิ่ง
ไกลออกไปในจักรวาลพร่างดาว ร่างอันทรงพลังผู้แล้วผู้เล่ากำลังเร่งรุดมา
มีทั้งเริ่นเป่ยโหยวจากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ เหวินเซียว เทพชั้นสูงจากศาลปิศาจเก้าลึกล้ำและคนอื่นๆ
เทพชั้นสูงสิบกว่าคนต่างมุ่งหน้ามา และเมื่อเห็นซูอี้กำลังเผชิญหน้ากับฟู่อวิ๋นอยู่ พวกเขาก็ล้วนเผยจิตสังหารร้ายแรงออกมา
ซูอี้!
ในที่สุดเจ้าคนบาปนี่ก็โผล่มา!!
ใครเล่าจะลืมความอับอายยามถูกโบยด้วยไม้เท้าทัณฑ์สวรรค์ที่เผชิญยามอยู่ในเมืองแห่งการเริ่มต้นกันลง?
และในที่สุด ยามนี้พวกเขาก็มีโอกาสล้างแค้น!
ตูม!
ซูอี้ถูกผลักกระเด็นไปอีกครั้ง ร่างซวนเซ ดูสะบักสะบอมไม่น้อย
ทว่าเขาหาสนใจไม่ สายตากวาดไปมองเทพชั้นสูงทั้งหลายซึ่งกำลังรี่เข้ามาและกล่าวว่า
“หากเป็นการดวลเดี่ยว ข้าก็ยังสนใจจะเล่นด้วยอยู่หรอก แต่ถ้าหลายรุมหนึ่ง ข้าไม่อยู่เล่นด้วยแล้ว”
ทันทีที่กล่าวเช่นนั้น ร่างของชายหนุ่มพลันวูบไหวทะยานสู่ดวงดารายักษ์ใหญ่อันโอบล้อมด้วยเพลิงทิพย์ไกลออกไปทันที
ที่นั่นมีโลกเร้นลับแห่งหนึ่งอยู่!
มีเพียงตัวตนขอบเขตมหาศาลเท่านั้นที่เข้าไปได้
สำหรับซูอี้ นั่นคือทางหนีอันปลอดภัย
ยิ่งกว่านั้น……
ยังมีบุตรและบุตรีแห่งสวรรค์อีกกลุ่มให้ล่า!!