Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 342 สร้างคอกหมู

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 342 สร้างคอกหมู
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 342 สร้างคอกหมู
ตอนที่ 342 สร้างคอกหมู

เมื่อหยุนเชวี่ยมาถึงบ้านของหวังหลี่เจิ้ง นางก็สังเกตเห็นหนึ่งผู้เฒ่าหนึ่งเด็กชายกำลังนั่งสนทนากันอย่างสนุกสนาน

หวังหลี่เจิ้งฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งหยี ส่วนเสี่ยวอู่ยังเยาว์วัยนัก เขาจึงได้แต่นั่งฟังเรื่องที่ผู้เฒ่าบอกเล่าอย่างตั้งใจ

หยุนเชวี่ยที่อยู่ด้านข้างลอบฟังบทสนทนาของทั้งสองอยู่ครู่หนึ่งก่อนกระแอมไอเบา ๆ พลางกล่าวเสียงแผ่ว “เสี่ยวอู่”

เสี่ยวอู่หันมองพี่สาว

“ท่านปู่หลี่เจิ้ง” หยุนเชวี่ยยิ้มทักทาย “เสี่ยวอู่รบกวนท่านแล้ว” จากนั้นกวักมือเรียกน้องชาย เสี่ยวอู่ลุกยืนขึ้นพลางคำนับผู้เฒ่าหวังอย่างนอบน้อม

“ไม่รบกวน ๆ ข้าถูกชะตากับเจ้าหนูคนนี้ยิ่งนัก” หวังหลี่เจิ้งลูบเคราพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เขาเริ่มอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่เมื่อไรหรือ?”

“ครึ่งปีที่แล้วเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยจูงมือเสียวอู่พร้อมกล่าวตอบ “พี่สือยวินเป็นคนสอนเขา”

หวังหลี่เจิ้งพยักหน้าหลายครั้ง “เจ้าเด็กอัจฉริยะสอนได้ดี ๆ!”

ในขณะเดียวกัน อาหารมากมายถูกจัดเตรียมไว้ภายในห้องโถงของตระกูลหวังเรียบร้อยแล้ว ลูกสะใภ้คนโตของตระกูลหวังส่งเสียงเรียกผู้เฒ่าอยู่หน้าประตู “ท่านพ่อ กินข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ อาหารเย็นชืดหมดแล้ว”

“พวกเจ้าสองคนไม่อยู่กินอาหารด้วยกันหรือ? มีเนื้อไก่ป่าที่ครอบครัวเจ้าเอามาฝากด้วยนะ” หวังหลี่เจิ้งใช้ไม้เท้ายันการให้ลุกยืนขึ้นอย่างช้า ๆ

“ไม่ล่ะเจ้าค่ะ ท่านแม่ของข้าจัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว” หยุนเชวี่ยเดินตามเขาออกมาจากห้องตำรา “หากท่านชื่นชอบรสชาติของเนื้อไก่ป่า โอกาสหน้าข้าจะให้เสี่ยวอู่นำมาฝากอีก”

หวังหลี่เจิ้งยิ่งมีความสุขมากกว่าเดิม “พ่อแม่ขอเจ้าโชคดียิ่งนัก พวกเขาให้กำเนิดสองพี่น้องที่คนหนึ่งเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นอัจฉริยะ”

หยุนเชวี่ยหัวเราะคิกคัก “ท่านรีบไปกินข้าวเถอะเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะบอกให้เสี่ยวอู่มาที่นี่อีก”

“รีบกลับเถิด อย่าให้แม่ของเจ้ารอนาน” หวังหลี่เจิ้งโบกมือลาพลางยืนมองสองพี่น้องจูงมือกันเดินออกไปจนลับตาก่อนถอนหายใจ “ตระกูลหยุนช่างโชคดียิ่งนัก”

“ท่านพ่อไม่ใช่ว่าลูกชายของหยุนลี่เต๋อเป็นคนโง่หรอกหรือ?” ลูกชายคนโตของหวังหลี่เจิ้งเอ่ยถาม “เหตุใดท่านพ่อจึงกลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง? เขาอ่านออกเขียนได้รึ?”

แม้หวังหลี่เจิ้งอ้างตนว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์และรอบรู้เรื่องการสอบจอหงวน ทว่าสมาชิกในครอบครัวสามชั่วอายุคนถัดมาล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความสามารถขั้นธรรมดาทั้งนั้น ในบรรดาบุตรชายสี่คนของเขา มีเพียงบุตรชายคนที่สามที่สามารถจับพู่กันและเขียนบทกลอนได้สองบท ส่วนหลาน ๆ มีนิสัยดื้อรั้นกว่าใคร นอกจากนี้ยังมีเหลนอีกหนึ่งคนซึ่งมีอายุไม่ถึงขวบ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดได้รับนิสัยรักการอ่านมาจากหวังหลี่เจิ้งเลย

หวังหลี่เจิ้งพลันรู้สึกอิจฉา เหตุใดตระกูลของตนไม่มีลูกหลานที่มีพรสวรรค์เช่นตระกูลหยุนบ้างเล่า?

เขาถลึงตาใส่ลูกชายคนโตของตน “เหลวไหล หากเด็กคนนั้นโง่ ในหมู่บ้านของเราก็คงไม่มีผู้ใดฉลาดแล้ว”

ลูกชายคนโตของหวังหลี่เจิ้ง “แล้วเหตุใดเขาถึงไม่พูดล่ะขอรับ?”

หวังหลี่เจิ้งไม่สบอารมณ์ทันที “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว ไยไม่เอาเวลาไปอ่านตำราเล่า?”

ลูกชายคนโตของหวังหลี่เจิ้งเงียบลง…

ตำราเหล่านี้เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าของเสี่ยวอู่ ทุกเล่มล้วนจัดเก็บและรักษาอย่างพิถีพิถัน หากเจอส่วนที่ชำรุด เขาจะรีบต้มแป้งเปียกและซ่อมแซมอย่างระมัดระวัง จากนั้นกดให้เรียบด้วยหินขัดเงา

ทุกคนในครอบครัวหารือและเตรียมการเพื่อสร้างคอกหมูแห่งใหม่ บ่ายวันถัดมา หยุนเชวี่ยจึงวิ่งไปยังเรือนของตระกูลอู๋ นางเดินรอบคอกหมูที่อยู่หลังเรือนของเขาอยู่หลายต่อหลายรอบก่อนนั่งยอง ๆ เพื่อสังเกตการณ์อยู่ครู่ใหญ่

“แม่นางน้อย เจ้ากำลังทำอะไรอยู่รึ? เหตุใดจึงไม่เข้าไปในบ้าน ข้างนอกอากาศหนาวเย็นยิ่งนัก” ป้าสะใภ้อู๋เดินเข้าออกภายในบ้านอยู่หลายรอบ ทว่าก็ยังไม่เข้าใจว่าหยุนเชวี่ยจ้องมองฝูงหมูที่กำลังส่งเสียงร้องไปเพื่ออะไร

“ท่านป้าสะใภ้ ครอบครัวของท่านทำความสะอาดคอกหมูทุก ๆ กี่วันหรือเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถามพร้อมใช้มือเท้าคาง

“ประมาณสองถึงสามวันน่ะ มีเรื่องอะไรหรือ เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนี้?” ป้าสะใภ้อู๋กล่าว “หากไม่ทำความสะอาดคงไม่ได้ หากเจ้าอยากให้หมูอ้วนท้วนสมบูรณ์ เจ้าต้องเทอาหารให้มันบ่อยครั้ง และเจ้าต้องขยันขันแข็งให้มาก”

“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยตอบ “ครอบครัวของข้ากำลังวางแผนเลี้ยงหมู ข้าเลยจะมาสำรวจดูคอกหมูที่บ้านท่านว่ามีลักษณะอย่างไร”

“พวกเจ้าต้องการเลี้ยงหมูหรือ? นั่นถือว่าเป็นเรื่องดี” ป้าสะใภ้อู๋วางงานในมือลงก่อนเดินไปชี้ด้านในคอกหมู “เห็นตรงนั้นหรือไม่? แม่หมูเหล่านี้ใกล้ตกลูกเต็มทน และเมื่อถึงเวลาข้าจะให้ต้าหวังเอาลูกหมูไปมอบให้ครอบครัวของเจ้า”

“เจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยพยักหน้า “ครอบครัวของข้าจะซื้อมัน”

“ซื้ออะไรกัน” ป้าสะใภ้อู๋เหยียดยิ้ม “ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พี่สาวของเจ้าก็จะมาเป็นลูกสะใภ้ของข้าแล้ว แต่การเลี้ยงหมูนั้นไม่ง่ายและไม่ได้ยากทีเดียว บ้านของเจ้ามีงานให้ทำมากมาย แล้วจะมีเวลาว่างมาเทอาหารให้หมูหรือ?”

“ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าปรึกษากันแล้วว่าจะจ้างคนงานประจำเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยเอ่ยตอบ “ปีหน้าพี่สาวของข้าต้องออกเรือน ส่วนเสี่ยวอู่ร่ำเรียนตำรา และบางทีข้าอาจทำการค้าอย่างอื่น ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดว่างงาน”

“จะว่าไปแล้วเจ้าก็เฉลียวฉลาดเสียจริง” ป้าสะใภ้อู๋กล่าวพลางลูบศีรษะของหยุนเชวี่ย “ครอบครัวของเจ้าสร้างคอกหมูเมื่อไร? ข้าจะให้ลุงอู๋และต้าหวังไปช่วยอีกแรง”

“ภายในสองวัน” หยุนเชวี่ยกล่าวออก “อย่างไรเสียข้าจะมาแจ้งอีกทีนะเจ้าคะ”

ป้าสะใภ้อู๋ไม่รู้ว่าหยุนเชวี่ยกำลัง ‘ครุ่นคิด’ เรื่องอะไรอยู่ นางจึงเดินเข้าไปภายในบ้านเพื่อรินน้ำอุ่นและนำเก้าอี้ตัวเล็กไปให้เด็กหญิงที่นั่งอยู่ด้านนอก ในขณะที่หยุนเชวี่ยถูฝ่ามือเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความอบอุ่นก่อนจ้องไปที่คอกหมูดังเดิม

เมื่อกลับมาจากเรือนตระกูลอู๋ หยุนเชวี่ยก็ร่วมวงกินมื้อเย็นกับครอบครัว หลังจากนั้นนางจึงจุดตะเกียงน้ำมันและเริ่มวาดภาพลงบนกระดาษด้วยพู่กันถ่าน

หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หยุนเยี่ยนที่กำลังทำงานเย็บปักอยู่ด้านข้างเห็นว่าน้องสาววาดรูปไปทั้งหมดสามแผ่นแล้ว นางจึงกางกระดาษเหล่านั้นออกดูพลางครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะจึงเอ่ยถาม “นี่คือภาพอะไรหรือ?”

หยุนเชวี่ยขมวดคิ้วมุ่นพร้อมเอ่ยตอบ “คอกหมู”

“คอกหมูรึ?” หยุนเยี่ยนหันมองรูปวาดตรงหน้าด้วยความสงสัย “มันแตกต่างจากที่อื่นหรือ?”

“อืม มันไม่เหมือนกัน” แม้จะเป็นการเลี้ยงหมูเพื่อเพิ่มรายได้ ทว่าด้วยอุปนิสัยของหยุนเชวี่ย ในเมื่อตัดสินใจลงมือทำอะไรไปแล้ว นางจะต้องเลี้ยงมันอย่างจริงจังและตั้งใจ

หยุนเยี่ยนกะพริบตาพลางมองภาพวาดตรงหน้า ทว่าเมื่อเห็นหยุนเชวี่ยลงมือวาดรูปอย่างตั้งใจ นางจึงไม่ถามอะไรมากก่อนลุกขึ้นยืน จากนั้นเดินไปจัดเตียงให้น้องสาวพลางเปิดไส้ตะเกียงให้สว่างขึ้นอีกเล็กน้อย

“ไยพวกเจ้าสองคนยังไม่เข้านอนอีก?” แม่นางเหลียนสวมเสื้อคลุมกันหนาว นางเคาะประตูห้องนอนของหยุนเยี่ยนและหยุนเชวี่ยเบา ๆ “นี่มันกี่ยามแล้ว พรุ่งนี้พวกเจ้าจะตื่นสายเอานะ”

“ชู่ว…” หยุนเยี่ยนเปิดประตูออกพลางแสดงท่าทางเพื่อให้มารดาลดเสียงลงก่อนชี้ไปที่หยุนเชวี่ย

“มีอะไร?” แม่นางเหลียนกล่าวคำเบา

หยุนเยี่ยนโน้มตัวไปกระซิบข้างหูมารดาสองสามประโยค หลังจากนั้นแม่นางเหลียนจึงมองไปที่ลูกสาวคนรองด้วยสายตาอ่อนโยน “เด็กคนนี้มักมีความคิดดี ๆ มากมายเสมอ อย่าปล่อยให้นางนอนดึกล่ะ เจ้าก็รีบเข้านอนได้แล้ว”

หยุนเชวี่ยไม่ยอมเข้านอน ส่วนหยุนเยี่ยนก็ไม่ได้พักผ่อนเช่นกัน นางทำงานเย็บปักพลางลอบมองน้องสาวพร้อมฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร หยุนเชวี่ยบิดขี้เกียจก่อนเขยิบตัวเข้าไปใกล้หยุนเยี่ยน “พี่สาว มาดูนี่หน่อยสิ”

“ข้าจะรู้เรื่องได้อย่างไร” สำหรับหยุนเยี่ยนแล้ว ภาพอันสลับซับซ้อนตรงหน้านั้นยากกว่างานเย็บปักถักร้อยของตนอยู่หลายเท่า

“ข้าจะอธิบายให้พี่สาวเข้าใจเอง” หยุนเชวี่ยวางกระดาษหลายแผ่นลงข้างหน้าก่อนชี้ไปที่กระดาษแผ่นหนึ่ง “ข้าไปสำรวจคอกหมูที่เรือนของป้าสะใภ้อู๋มาเมื่อยามบ่าย ครอบครัวของนางเลี้ยงหมูประมาณยี่สิบกว่าตัวซึ่งเบียดเสียดกันอยู่ในคอก พวกมันต้องแย่งกันกินอาหาร และเมื่อถ่ายหนัก อุจจาระของมันจะกองอยู่บนพื้นและถูกเหยียบย่ำจนทั่วพื้นส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งตลอดสามวัน ช่างไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย…”

หยุนเยี่ยน “หืม?”

หยุนเชวี่ย “ข้าหมายถึงมันไม่สมเหตุสมผลน่ะ”

หยุนเยี่ยน “แต่คอกหมูของตระกูลอื่นก็เป็นแบบนี้มิใช่หรือ?”

“การเลี้ยงหมูรวมกันในคอกเดียวเช่นนี้ย่อมทำได้ แต่มันไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไร” หยุนเชวี่ยชี้ไปยังภาพวาดอีกภาพหนึ่ง “หากครอบครัวเราเลี้ยงหมู พวกเราจะต้องทำคอกเล็ก ๆ เพื่อแยกพวกมันออกจากกัน ซึ่งคอกหนึ่งจะมีหมูประมาณสองถึงสี่ตัว ส่วนรางอาหารนั้นอยู่ด้านหน้า คนงานของเราจะได้ไม่เสียเวลาเข้าไปเทอาหารในคอก”

หยุนเยี่ยนพยักหน้าราวกับเข้าใจ แต่แท้จริงแล้วนางยังงุนงงเช่นเดิม

“ด้านหลังของคอกเล็กแต่ละคอก” หยุนเชวี่ยกล่าวต่อ “ตรงนี้เราจะขุดท่อระบายน้ำเพื่อให้สะดวกต่อการทำความสะอาดมูลหมู นอกจากนี้คอกหมูไม่ควรเปิดโล่ง มิฉะนั้นฤดูหนาวจะหนาวเกินไปอาจทำให้ลูกหมูตายได้ อีกทั้งยังทำให้กลิ่นมูลหมูฉุนขึ้นกว่าเดิม หากมีหน้าต่างระบายอากาศแบบนี้ก็จะดีขึ้น…”

หลังจากที่หยุนเชวี่ยอธิบาย ‘การออกแบบคอกหมูอย่างสมเหตุสมผลตามหลักวิทยาศาสตร์’ อย่างละเอียดแล้ว นางจึงนั่งเท้าคางพร้อมเอ่ยถามหยุนเยี่ยน “พี่สาว พี่คิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง?”

หยุนเยี่ยนมีท่าทีสับสน “ข้าไม่เข้าใจ มันเป็นความคิดที่ดีเลยล่ะ แต่ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดสร้างคอกหมูเช่นนี้มาก่อน”

“หากสร้างคอกหมูเสร็จแล้ว เหล่าชาวบ้านจะสร้างเลียนแบบพวกเราหรือไม่?” หยุนเยี่ยนถาม

“มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเลียนแบบ”

“ข้าไม่กลัวว่าจะต้องลงแรงในการก่อสร้าง ข้าคิดถึงแต่ความสะดวกสบายเท่านั้น” หยุนเชวี่ยม้วนภาพวาดอย่างเรียบร้อย “พรุ่งนี้ข้าจะไปถามท่านลุงอู๋อีกครั้งว่าเราสามารถสร้างคอกหมูเช่นนี้ได้หรือไม่”

วันรุ่งขึ้น

แม่นางเหลียนตะโกนเรียกลูกสาวอยู่สามครั้ง หยุนเชวี่ยนอนหลับอยู่บนเตียงดังเช่นทุกวัน นางหดลำคอพลางซุกหน้าเข้าไปในผ้าห่มอุ่น ๆ ก่อนก้าวลงจากเตียงแล้วล้างหน้าล้างตาและกินอาหารมื้อเช้า จากนั้นจึงเดินถือภาพวาดมุ่งหน้าไปยังเรือนของตระกูลอู๋

เวลาเช้าตรู่ อู๋ถูหู่กำลังนั่งลับมีดอยู่ในลานบ้าน แสงแดดส่องกระทบใบมีดแล่เนื้อหมูส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเขาน่าเกรงขามกว่าเดิม

“ท่านลุงอู๋มีเวลาว่างหรือไม่เจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยกล่าวทักทายอย่างเบิกบานใจ

“เมื่อวานป้าสะใภ้บอกว่าครอบครัวของเจ้าต้องการสร้างคอกหมู” อู๋ถูหู่ตักน้ำขึ้นมาแล้วเทลงบนใบมีดอันคมกริบ “พวกเจ้าเริ่มลงมือกันแล้วหรือ? ข้าจะให้ต้าหวังไปช่วยก่อน แล้วข้าจะตามไปหลังจากลับมีดสองเล่มนี้เสร็จ”

“ไม่รีบร้อน ๆ พวกข้ายังไม่เริ่มลงมือก่อสร้างเลยเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยกางภาพวาดหลายภาพไว้ตรงหน้าอู๋ถูหู่ “ท่านลุงอู๋มีประสบการณ์มากมาย ข้าจึงอยากปรึกษากับท่านว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ หากข้าสร้างคอกหมูตามภาพนี้”

“แบบไหนหรือ?” อู๋ถูหู่มีนิสัยหยาบกระด้าง ไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย เขาหันไปทางคอกหมูหลังเรือนพร้อมกล่าวออก “ข้าสร้างคอกหมูเหล่านั้นด้วยตนเอง”

“ท่านลุงทำงานก่อนเถิดเจ้าค่ะ หากเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราค่อยคุยกันอีกที” หยุนเชวี่ยเหยียดยิ้มขณะยืนรออยู่ด้านข้าง

หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ชาวบ้านหลายคนก็หลั่งไหลมาสั่งซื้อลูกหมูจากคอกหมูของอู๋ถูหู่ นางได้ยินพวกเขาหารือกันอยู่ที่หลังเรือนว่าสามารถขายลูกหมูได้อีกแค่ห้าตัว เพราะถ้ามากกว่านั้นจำนวนลูกหมูคงไม่เพียงพอ

ชายผู้หนึ่งต่อรองราคาค่าหมู ทว่าอู๋ถูหู่ยืนกรานปฏิเสธ ในที่สุดชายผู้นั้นก็ยอมจ่ายเงินมัดจำห้าร้อยเหรียญต่อหมูหนึ่งตัวก่อนเดินออกไปด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์

หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม “ท่านลุง รอบนี้แม่หมูจะออกลูกกี่ตัวหรือ?”

“ภายในหนึ่งปีแม่หมูสามารถออกลูกประมาณสองสามคอก แต่ละคอกจะมีลูกหมูมากกว่าสิบสี่ถึงสิบห้าตัว ในจำนวนนี้จะมีสี่ถึงห้าตัวป่วยตาย ซึ่งครั้งล่าสุดแม่หมูของข้าออกลูกทั้งหมดยี่สิบสามตัว” อู๋ถูหู่กล่าว

“มากมายเพียงนี้…” หยุนเชวี่ยพลันคิดในใจว่าในแต่ละปีลุงอู๋สามารถหารายได้ก้อนใหญ่จากการขายลูกหมู

“อืม” อู๋ถูหู่กล่าว “แต่กว่าจะได้เงินมากมายเช่นนั้น ข้าก็ต้องทนลำบากไม่น้อย ทั้งอาหารและการทำความสะอาด รวมไปถึงการป้องกันโรคระบาด ทุกอย่างต้องลงมืออย่างพิถีพิถัน พ่อแม่ของเจ้าเป็นขยันขันแข็งและละเอียดอ่อน หากดูแลเอาใจใส่หมูเหล่านั้นอย่างดีจะเกิดปัญหาได้อย่างไร”

หยุนเชวี่ย “เมื่อถึงเวลานั้น ท่านพ่อคงต้องมาขอคำแนะนำจากท่านลุงเป็นแน่เจ้าค่ะ”

“ข้ายินดียิ่ง” หลังจากลับมีดเสร็จแล้ว อู๋ถูหู่ล้างมือในอ่างน้ำก่อนลุกยืนขึ้นพร้อมเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ป้าสะใภ้บอกว่าเจ้ามีความคิดดี ๆ มากมาย บอกมาซิว่าเจ้าอยากสร้างคอกหมูแบบใด?”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 342 สร้างคอกหมู"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025
ef001c104ec4
คุณหนูใบ้หัวใจแกร่ง
14/09/2024
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.