Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 370 นักพรตเต๋าไม่ตกหลุมพราง

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 370 นักพรตเต๋าไม่ตกหลุมพราง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 370 นักพรตเต๋าไม่ตกหลุมพราง
ตอนที่ 370 นักพรตเต๋าไม่ตกหลุมพราง

หยุนเชวี่ยยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แม่นางเหลียนที่เพิ่งออกมาจากตัวอุโบสถเห็นเข้าก็ตื่นตระหนก

แม่นางเหลียนมองบุตรสาวของตน จากนั้นจึงหันไปมองสีหน้าลึกล้ำเกินจะคาดเดาของนักพรตเต๋า หัวใจพลันเต้นระรัว ขณะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ท่านนักพรต ลูกสาวของข้านี่…”

มนุษย์ทุกคนล้วนมีนิสัยต้องการผลประโยชน์หวังหลีกเลี่ยงอันตราย ผู้ที่ถามไถ่ย่อมไม่อยากได้ยินเรื่องโชคร้ายจากการทำนายทายทัก ซึ่งทำให้นักต้มตุ๋นมีโอกาสที่จะสานต่ออาชีพฉ้อโกงอันศักดิ์สิทธิ์สืบมาเป็นเวลาหลายพันปี

สีหน้าของนักพรตเสวียนซวีค่อนข้างละเอียดอ่อน กระทั่งหัวใจของแม่นางเหลียนเกือบกระเด้งกระดอนออกมาจากอกด้วยกลัวว่าบุตรสาวของตนจะมีเคราะห์หามยามร้าย

“ท่านนักพรตมองเห็นสิ่งใด?” หยุนเชวี่ยเผยรอยยิ้มอย่างปราศจากมิตรไมตรี “บอกกล่าวให้ข้ารับรู้ทีเถิดว่าเป็นสิ่งที่แม่นยำหรือไม่?” ความหมายโดยนัยที่แอบแฝงอยู่คืออย่าได้กล่าวเรื่องไร้แก่นสารออกมาเชียว หากกล้าพูดจาเหลวไหล เจ้าจะไม่ได้อยู่ที่วัดแห่งนี้อีก

นักพรตเต๋าขมวดคิ้วพลางหลุบตาลงเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะกล่าวออก “เด็กคนนี้มีชะตาชีวิตที่พบพานได้ยากยิ่ง”

“ชะตาชีวิตเป็นอย่างไร?” แม่นางเหลียนรู้สึกสับสน เอ่ยถามต่อไปอย่างนึกกังวล “นับเป็นเรื่องดีหรือไม่?”

หยุนเชวี่ยยังคงเผยสีหน้าเรียบเฉย

“ดวงชะตาถูกลิขิตมาให้พบพานแต่โชคลาภ มีผู้สูงศักดิ์คอยอุปถัมภ์ค้ำจุน ชีวิตจะเต็มไปด้วยความปลอดภัยและราบรื่น โชคร้ายแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นดี มั่งคั่งร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา พบเจอแต่ความสุขความเจริญอย่างก้าวหน้า เป็นดวงชะตาที่พบพานได้ยากยิ่ง!” นักพรตเสวียนซวีถอนหายใจ

คราวนี้แม่นางเหลียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ เกิดความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจอีกครั้ง นางถ่อมตนไม่จำเป็นต้องมีความรุ่งโรจน์หรือร่ำรวยเงินทองใด ๆ ขอเพียงไม่มีเคราะห์ร้ายหรือภัยพิบัติเกิดขึ้นกับลูกสาวของตนก็เพียงพอแล้ว นางตบหน้าอกพลางกล่าวขอบคุณนักพรตเสวียนซวีครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นจึงรีบหยิบเอาเงินสามเหรียญออกมาจากถุงผ้า

นักพรตเสวียนซวีกลับปฏิเสธไม่รับ เพียงโบกมือและส่งยิ้มให้ “ถือเสียว่าเป็นวาสนาส่งเสริมซึ่งกันและกัน แม้แต่ตัวอาตมาเองก็ได้รับพรจากดวงชะตาของนาง” เขายังกล่าวต่ออีกว่า ผู้สูงศักดิ์ซึ่งอยู่ในดวงชะตาของหยุนเชวี่ยได้ปรากฏตัวแล้ว ฉะนั้นต้องหวงแหนความสุขและดวงชะตาอันประเสริฐของตนไว้ให้ดี

หยุนเชวี่ยแสยะยิ้ม เสแสร้งทำเป็นเอื้อนเอ่ยเรื่องดีงามเพียงเพราะต้องการเอาตัวรอด เขารู้อยู่เต็มอกว่านางไม่ชอบหน้าเขาจึงคิดทำนายเรื่องมงคล หวังซื้อใจนางอย่างลับ ๆ ก่อนจากไปหยุนเชวี่ยยังหันกลับไปส่งสายตาให้เขาเป็นเชิงบอกว่า ‘อย่านึกเชียวว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดจาเหลวไหล’

จากคำทำนายดังกล่าวทำให้แม่นางเหลียนถึงกับยิ้มไม่หุบตลอดทั้งวัน ครั้นกลับไปถึงบ้านก็เผยรอยยิ้มกว้างก่อนกล่าวกับหยุนลี่เต๋อว่า “ท่านนักพรตเต๋าทำนายว่าเชวี่ยเอ๋อของเราเป็นชะตาของดาวมงคลที่พบพานได้ยากยิ่ง มีผู้สูงศักดิ์คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ ชีวิตนี้ราบรื่นสงบสุข ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ปราศจากภัยพิบัติแผ้วพาน ทั้งยังมั่งคั่งร่ำรวยอีกด้วย…”

หยุนลี่เต๋อไม่ได้เชื่อถือเรื่องทำนองนี้เหมือนภรรยาแต่อย่างใด แต่เมื่อได้ยินผู้อื่นบอกว่าลูกสาวตัวเองจะมีชีวิตที่ดีงามเพียบพร้อมไปด้วยวาสนา แล้วเขาจะไม่ดีใจได้อย่างไร? ชายร่างใหญ่สูงกว่าแปดฉื่อมีความสุขราวกับหมีที่ได้กินน้ำผึ้ง ยิ้มกว้างเสียจนดวงตาหรี่เล็ก

แม้แต่เหล่าท่านป้าที่ขึ้นไปจุดธูปด้วยกันเมื่อเช้าก็นำเรื่องดังกล่าวไปเล่าสู่กันฟังให้กับคนในหมู่บ้าน “โอ๊ย! ลูกสาวคนรองของเจ้ารองตระกูลหยุนนั้นช่างประเสริฐเหลือเกิน ท่านนักพรตเต๋าทำนายดวงชะตาให้นาง พบว่านางเป็นดาวนำโชคที่กลับชาติมาเกิด เทพแห่งโชคลาภที่จุติในร่างของมนุษย์ มิน่าเล่าแม้อายุยังเยาว์นักแต่กลับมากด้วยความสามารถ ครอบครัวรองมีชีวิตที่ดียิ่งนัก ภายภาคหน้ามีลูกสาวให้คอยพึ่งพา ไม่ต้องกังวลเรื่องการกินดื่มอีกต่อไป จุ๊จุ๊… ช่างโชคดีเสียจริง!”

หยุนเชวี่ยกลายเป็นตัวนำโชคของคนทั้งหมู่บ้านภายในชั่วพริบตา แม้แต่เสี่ยวส้วยเอ๋อยังวิ่งโร่มาที่บ้านของนาง เพื่อจูงมือและสัมผัสลูบไล้ทั้งมือซ้ายและมือขวา ก่อนกล่าวด้วยความกระดากอายเล็กน้อย “ท่านแม่ข้าบอกว่าสัมผัสกายท่านแล้วจะพลอยได้รับโชคลาภ”

หยุนเชวี่ย…

“พี่เชวี่ยเอ๋อ…” เสี่ยวส้วยเอ๋อกล่าวอ้ำอึ้ง “ท่านช่วยไปเยี่ยมเยียนที่บ้านของข้าหน่อยได้หรือไม่?”

หยุนเชวี่ยเผยสีหน้าฉงน

“ให้ท่านแม่ของข้ามีโอกาสได้รับพรจากท่าน ไม่แน่ว่าอาการป่วยของนางอาจจะหายดีก็เป็นได้!”

หยุนเชวี่ยรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากไข่ของรูปปั้นวัวกระทิงในวอลล์สตรีท* หากนางสร้างรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ไว้ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ไม่แน่ว่าอาจมีผู้คนแห่กันมาสัมผัสจนเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่ถึงเดือน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและรอคอย หยุนเชวี่ยจึงยอมพยักหน้าตอบรับ

* รูปปั้นวัวกระทิง = รูปปั้นวัวกระทิง Charging Bull ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าตึก Wall Street Stock Exchange นิวยอร์ก เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง เหมือนกับตลาดหุ้นขาขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพ มีความเชื่อว่าถ้าได้ลูบไข่ของรูปปั้นวัวกระทิงจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง

อันที่จริงแล้วนับตั้งแต่เสี่ยวส้วยเอ๋อสามารถหาเงินด้วยตัวเองได้ บางทีอาจเป็นเพราะได้กินและดื่มอย่างสำราญใจ หรืออาจเป็นเพราะบังเกิดความหวังขึ้นในชีวิต ทำให้สุขภาพร่างกายแม่ของเสี่ยวส้วยเอ๋อแข็งแกร่งขึ้นกว่าปีก่อนหน้านี้มาก ปกติแล้วเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวนางมักจะล้มป่วยหนักจนล้มหมอนนอนเสื่อไม่อาจทำงานอื่นใดได้ ทว่าปีนี้นางกลับทำงานเย็บปักถักร้อยง่าย ๆ ได้อย่างสบาย

แม่ของเสี่ยวส้วยเอ๋อสวมเสื้อคลุมกันหนาวที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายตัวเก่านั่งอยู่ตรงหัวเตียง ครั้นเห็นหยุนเชวี่ยมาถึง ก็ดีใจจนหยิบจับสิ่งใดไม่ถูก รีบหยิบขนมและรินน้ำชาให้เป็นการต้อนรับ ขนมข้าวเหนียวถั่วแดงที่หยุนเชวี่ยนำมาส่งให้ในครั้งก่อนยังเหลืออยู่มากกว่าครึ่งห่อ เพราะสองแม่ลูกไม่กล้าแม้แต่จะหยิบกิน

“ท่านป้าอย่าได้มากพิธีไปเลยเจ้าค่ะ ได้ยินเสี่ยวส้วยเอ๋อบอกว่าท่านมีสุขภาพแข็งแรงดี ข้าจึงถือโอกาสมาเยี่ยมเยียน” หยุนเชวี่ยกล่าว

“ดี ดี ดีกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัวนัก” หลี่ชื่อ แม่ของเสี่ยวส้วยเอ๋อพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จับมือหยุนเชวี่ยไว้แน่นด้วยความตื้นตัน “สาวน้อย ต้องขอบคุณเจ้าสองแม่ลูกที่ทำให้ข้ารอดชีวิต เจ้ามีบุญคุณใหญ่หลวงนัก ป้าจะจดจำเอาไว้ให้แม่นยำ หากแต่ป้าผู้นี้ไร้ประโยชน์เสียแล้ว ต่อไปผู้ที่เจ้าสามารถไหว้วานได้คือเสี่ยวส้วยเอ๋อ ต่อให้ต้องทำงานหนักเยี่ยงวัวและม้านางย่อมไม่อิดออดแม้แต่น้อย…”

ขณะที่หลี่ชื่อกล่าวน้ำตาก็ไหลรินออกมาจากดวงตา นางยกมือขึ้นกุมข้อมือของเสี่ยวส้วยเอ๋อไว้ “เสี่ยวส้วยเอ๋อ วันนี้เจ้าจงให้คำสัตย์สาบานต่อผู้มีพระคุณของเจ้าเสีย…”

“อย่านะเจ้าคะ! ท่านป้าอย่าทำเช่นนี้เลย” หยุนเชวี่ยกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมโบกไม้โบกมือพัลวัน “อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ เสี่ยวส้วยเอ๋อทำงานอย่างสุจริต เงินที่หามาได้ล้วนเป็นเพราะความสามารถของนางเอง ไม่ใช่เพราะผู้มีพระคุณหรือผู้อุปถัมภ์ใด ๆ ทั้งสิ้น กล่าวเช่นนี้เห็นทีข้าคงรับไว้ไม่ได้”

“สาวน้อย รีบนั่งลงเถิด นั่งลงเร็วเข้า” หลี่ซื่อปาดน้ำตาพลางดึงแขนหยุนเชวี่ยให้นั่งลง “เจ้ามีเมตตาเหลือเกิน อุตส่าห์เวทนาเราสองแม่ลูก หลายปีมานี้หากไม่ใช่เพราะทุกคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือป้า ป้าและลูกสาวผู้ยากไร้คนนี้คงอดอยากจนตายเสียแล้ว…”

หลี่ชื่อเล่าต่อไปอย่างเศร้าโศกว่านางแต่งเข้าตระกูลเผยตอนอายุสิบหกปี ตอนให้กำเนิดเสี่ยวส้วยเอ๋อ นางรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดเกือบสิ้นชีพไปเพราะการคลอดลูกเสียแล้ว ซ้ำร้ายยังมาล้มป่วยเพราะปัญหาสุขภาพเรื้อรัง สุดท้ายก็ถูกสามีหย่าร้างด้วยเหตุผลที่ว่านาง ‘ไม่สามารถมีทายาทสืบสกุล’ ให้กับตระกูลของเขา เรื่องราวในอดีตทั้งคำก่นด่าประณามล้วนเป็นเพราะสังคมศักดินา สามีชั่วโฉด และแม่สามีผู้ร้ายกาจที่รวมหัวกันข่มเหงนางสารพัดสารพัน อาจกล่าวได้ว่านางใช้ชีวิตอย่างทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตามาตลอดทั้งชีวิต

หยุนเชวี่ยทำได้เพียงกล่าวปลอบประโลม “ท่านป้าเจ้าคะ เรื่องราวทั้งหมดผ่านพ้นไปแล้ว วันข้างหน้าต้องดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้อย่างแน่นอน”

หลี่ซื่อถอนหายใจ “ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของงาแก่กับลูกเดือยเน่าจริงอย่างที่เจ้าว่า ทุกอย่างกลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว” นางเอ่ยพลางหยัดกายไว้กับโต๊ะเพื่อลูกขึ้นยืน “สาวน้อย อยู่กินข้าวด้วยกันเสียที่นี่เถิด ป้าจะตุ๋นชิ้นเนื้อไว้ให้เจ้า”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านป้าอย่าตระเตรียมให้วุ่นวายเลย” หยุนเชวี่ยรีบกล่าว “ข้ามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนท่านเท่านั้น เอ่อ…” หยุนเชวี่ยส่งสายตามให้เสี่ยวส้วยเอ๋อ จากนั้นเสี่ยวส้วยเอ๋อจึงยื่นศีรษะเข้าไปกระซิบข้างหูหลี่ชื่อ

หลี่ชื่อ…

“ท่านแม่ ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าการสัมผัสกายของพี่เชวี่ยเอ๋อจะทำให้ได้รับโชคลาภไม่ใช่หรือ? ท่านรีบสัมผัสนางเร็วเข้า หลังจากนี้จะได้หายจากอาการเจ็บป่วยเสียที” เสี่ยวส้วยเอ๋อกล่าวย้ำ

“นี่…” หลี่ชื่อพลันรู้สึกเคอะเขินขั้นมาทันใด ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น จะยกมือขึ้นก็ไม่เชิง จะอยู่เฉยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

“ท่านป้ารีบสัมผัสเร็วเถิดเจ้าค่ะ” หยุนเชวี่ยส่งยิ้มกว้างอย่างเอื้อเฟื้อ “เพียงสัมผัสผิวกายเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเสียหาย”

หลี่ชื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสเพียงแผ่วเบา ลูบศีรษะหยุนเชวี่ยด้วยความศรัทธา ปากก็ขมุบขมิบพึมพำถ้อยคำมงคลบางอย่าง “ขอให้พระโพธิสัตว์จงคุ้มครอง คุ้มครองสาวน้อยเชวี่ยเอ๋อและเสี่ยวส้วยเอ๋อของข้าให้อยู่เย็นเป็นสุขไปตลอดชั่วชีวิต อย่าได้เจ็บไข้ได้ป่วย ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงด้วยเถิด”

เวลาผ่านเข้าสู่วันที่สิบแปด หลังจากหยุนลี่จงเดินทางไปยังมณฑลชิงหนิวเป็นเวลานานสองเดือนกว่า ในที่สุดเขาก็ส่งจดหมายกลับมาที่บ้านด้วยกระดาษเพียงแผ่นเดียว ในจดหมายมีเนื้อความว่าเขาสุขสบายดี ลงทุนซื้อกิจการร้านค้าและที่นาทำเลดีไว้พร้อมสรรพแล้ว รอจนอากาศอบอุ่นขึ้นเมื่อไรจะรีบกลับมารับผู้เฒ่าหยุนและแม่เฒ่าจูทันที

นับตั้งแต่วันที่สามสิบของปีก่อนที่หยุนลี่เต๋อถูกแม่เฒ่าจูขับไล่ออกไปจากเรือน หยุนลี่เต๋อก็ไม่เหยียบย่างผ่านเข้าประตูบานนั้นอีกเลย กระทั่งได้รับจดหมายเขาจึงตัดสินใจกลับไปที่บ้านหลังเก่าโดยพาเสี่ยวอู่และหยุนเชวี่ยติดสอยห้อยตามไปด้วย

เสี่ยวอู่ยืนอยู่หน้าเตียงนอน อ่านเนื้อความในจดหมายให้ทุกคนฟังโดยทั่วกันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ภายในดวงตาของผู้เฒ่าหยุนเต็มไปด้วยความว่างเปล่า สับสน และผิดหวัง เขาจับมือของหยุนลี่เต๋อไว้แน่นพลางเปล่งเสียง “อะ… อะ…” เป็นเชิงตั้งคำถาม

“ภายในจดหมายเขียนไว้เพียงเท่านี้จริงขอรับท่านพ่อ” หยุนลี่เต๋อช่วยประคองร่างผู้เฒ่าหยุนให้ลุกขึ้นก่อนยื่นจดหมายให้มือที่สั่นระริกของเขารับไว้

เมื่อครั้งยังเยาว์ผู้เฒ่าหยุนเคยทำงานเป็นเสมียนบัญชี จึงสามารถจดจำตัวอักษรได้หลายคำ เขาหรี่ตาลงเพื่อพยายามแยกแยะตัวอักษรให้แตกฉาน หลังจากเรียงร้อยถ้อยคำทั้งหมดอยู่เป็นนานในที่สุดเขาก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างจนปัญญา จากนั้นจึงค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง

“ท่านพ่อ พี่ใหญ่จัดการเรื่องราวทางนั้นไว้เรียบร้อยเป็นอย่างดี ท่านวางใจเถิดขอรับ ประเดี๋ยวอีกสองเดือนอากาศก็อบอุ่นขึ้นแล้ว” หยุนลี่เต๋อพับจดหมายลงดังเดิมแล้วจึงเก็บซองจดหมายยัดไว้ใต้หมอนของผู้เฒ่าหยุน

ผู้เฒ่าหยุนเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้

“ท่านพ่อ ท่านมีสิ่งใดต้องการฝากไปถึงพี่ใหญ่เพิ่มอีกหรือไม่?” หยุนลี่เต๋อเอ่ยถาม

หลังจากนิ่งลังเลอยู่ชั่วครู่ ผู้เฒ่าหยุนก็ยกมือขึ้นและโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ เขาหรือจะมองไม่ออกถึงความซ้ำซากจำเจและวกไปวนมาของเนื้อความระหว่างบรรทัดที่หยุนลี่จงเป็นผู้เขียน หากยังเพียรติดต่อยืดยาวไม่จบไม่สิ้นเกรงว่าจะทำให้เขาเบื่อหน่าย และยิ่งเพิ่มความทุกข์ใจให้กับตนเองเสียอย่างนั้น

หลังจากรอคอยด้วยความคาดหวังตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างจนปัญญา

เมื่อหยุนลี่เต๋อเห็นว่าผู้เฒ่าหยุนไม่สบอารมณ์นักจึงกล่าวตัดบทเสีย “ท่านพ่อ ท่านพักผ่อนให้เพียงพอ ข้าต้องขอตัวกลับไปก่อน”

ขณะที่เอ่ยปากบอกว่าจะจากไป แม่เฒ่าจูที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียงและทำหน้าบึ้งมาโดยตลอด จู่ ๆ ตีโพยตีพายตบต้นขาร้องไห้คร่ำครวญแผดเสียงสูง “โธ่เอ๊ย! ไอ้ลูกหมาป่าตาขาวไร้จิตสำนึก! ได้ดีแล้วก็หลงลืมตนว่าเคยมีมารดาบังเกิดเกล้า!”

น้ำเสียงที่เย็นชาแต่แผดลั่นราวเสียงฟ้าร้อง ทำให้หยุนเชวี่ยที่กำลังเหม่อลอยอยู่ในห้วงภวังค์ถึงกับสะดุ้งโหยง ทันใดนั้นฝ่ามือใหญ่ของหยุนลี่เต๋อก็วางลงบนไหล่ของนาง กดลงอย่างแผ่วเบาพลางกระซิบกับสองพี่น้องว่า “ไปกันเถอะ”

เพิ่งจะหมุนตัวกลับได้ไม่ทันเท่าไร มือผ่ายผอมราวกิ่งไม้เหี่ยวแห้งข้างหนึ่งก็ดึงรั้งเขาไว้จากด้านหลัง ผู้เฒ่าหยุนได้แต่เบิกตากว้างจ้องเขม็งไปยังแม่เฒ่าจู อ้าปากร้องหมายจะห้ามปรามอย่างร้อนรน

ทว่าแม่เฒ่าจูกลับไม่แยแสและร้องคร่ำครวญอย่างน่าอนาถต่อไป “ข้าอดทนอุ้มท้องมานานเกือบสิบเดือน ให้กำเนิดแล้วฟูมฟักเลี้ยงดูมันมาอย่างดี ตอนนี้มีความสามารถพอตัว ปีกกล้าขาแข็งแล้วกลับสนใจไยดีแต่คนแซ่นอก แม้แต่แม่แท้ ๆ ยังเกลียดชัง ช่างก่อกรรมทำเข็ญสาหัสนัก โอ้ สวรรค์ รีบเบิกเนตรของท่านเสียที…”

ระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาทำให้ความโศกเศร้าในอารมณ์ของหยุนลี่เต๋อค่อย ๆ จางหายไป ทดแทนด้วยความสงบนิ่ง ท่ามกลางเสียงด่าทอที่แหลมสูงและเชือดเฉือน เขาพยายามข่มบังคับน้ำเสียงของตนเอาไว้ขณะหันไปกล่าวทิ้งท้ายกับผู้เฒ่าหยุน “ท่านพ่อ พักผ่อนเสียเถิดขอรับ คราวหลังข้าจะหาโอกาสมาเยี่ยมท่านอีกครั้ง”

“อะ… อ๊า!” ผู้เฒ่าหยุนไม่ยอมพ่ายแพ้ ยังเปล่งเสียงร้องตะโกนใส่แม่เฒ่าจูด้วยความร้อนรนและโกรธเคืองยิ่ง

หยุนลี่เต๋อนิ่งเงียบ เขาจับข้อมือผอมแห้งที่กำลังดึงรั้งแขนเสื้อของเขาออกห่างก่อนจัดให้เข้าที่เข้าทางดังเดิม มือข้างหนึ่งโอบเสี่ยวอู่ไว้ อีกมือหนึ่งโอบไหล่หยุนเชวี่ย ก่อนหันหลังเดินออกไปจากห้องชั้นบนอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

นางเฉินชะโงกหน้าออกมาจากห้องปีกตะวันตก ไม่วายตะโกนไล่หลังเขาไป “พี่รอง พี่รอง! ประเดี๋ยวก่อน! แป้งสาลีที่บ้านของเราไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว ไหนจะเกลือ น้ำตาลทราย น้ำมันหมู รวมถึงของว่างเหล่านี้ก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้วเช่นกัน มีเพียงขาหมูชิ้นเดียวที่เหลือเนื้อติดกระดูกไม่มากนัก ไม่พอห่อไส้เกี๊ยวแม้แต่สองมื้อ ให้คนงานของบ้านเจ้ารีบมาส่งเพิ่มให้อีกหน่อยโดยเร็วเถอะ ไม่เช่นนั้นที่นี่ต้องอดอยากไร้อาหารมื้อต่อไปเป็นแน่ เฮ้! พี่รอง อย่าเพิ่งไปสิ! ท่านไม่คิดจะเลี้ยงดูท่านพ่อและท่านแม่แท้ ๆ ของท่านแล้วหรืออย่างไร…”

หยุนลี่เต๋อซึ่งกำลังเดินไปที่ประตูเรือนหยุดชะงักฝีเท้าโดยพลัน นางเฉินเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามออกมา นางแสยะยิ้มอย่างหน้าไม่อาย “พี่รอง เจ้าดูเอาเถิด บ้านของเราไม่หลงเหลือวัตถุดิบใด ๆ อยู่เลย เป็นเช่นนี้แล้วชีวิตจะดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างไร? เห็นทีคงต้องปล่อยให้ท่านพ่อท่านแม่อดกินอดดื่มเสียแล้วกระมัง…”

** มาแล้วผู้อ่านจ๋าาา เปิดนิยายให้อ่านฟรี กว่า 700 ตอน **คัดสรรนิยาย 4 เรื่อง 4 แนว สุดฮิตมาให้อ่านกันตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ ต้องรีบไปอ่านแล้ววว ⏰ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย – 18 เม.ย. นี้อ่านได้เลยที่ www.enjoybook.coติดตามผลงานและข่าวสารจากเราได้ที่ เพจ EnjoyBook

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 370 นักพรตเต๋าไม่ตกหลุมพราง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
19/06/2026
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.