ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 443 โคมไฟแห่งโชคลาภที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
ตอนที่ 443 โคมไฟแห่งโชคลาภที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
ตอนที่ 443 โคมไฟแห่งโชคลาภที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
หยุนเชวี่ยเดินออกมาจากห้อง เห็นสามแม่ลูกยืนรั้งรออยู่ด้านนอกก็หันหน้าไปถามแม่นางเหลียนด้วยความไม่พอใจ “ท่านแม่ ไม่ได้มีเพียงพวกเรากับสองแม่ลูกตระกูลหลี่หรือเจ้าคะ? หากบอกข้าแต่แรกว่ามีคนนอกติดตามไปด้วย ข้าคงไม่ไปด้วยแน่”
เสียงของนางแม้ไม่ดังแต่ก็ไม่เบา ทำให้คนข้างนอกได้ยินอย่างชัดเจน
เมื่อถูกแสดงความรังเกียจรังงอนออกนอกหน้า แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนกลับไม่ได้รู้สึกอับอายแต่อย่างใด นางยิ้มแย้มพร้อมกล่าวว่า “เมื่อวานนี้ป้าสะใภ้ลื่นล้ม เดินเหินยังไม่ค่อยสะดวกนัก
“หากขาแข้งเจ็บเดินไม่สะดวกก็ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้านให้ดี จะได้ไม่เจ็บป่วยเพิ่มอีก” หยุนเชวี่ยกึ่งกำชับกึ่งไม่ต้อนรับทางอ้อม
“เช้านี้มัวแต่เสียเวลาปลุกเจ้าตั้งนาน แม่ทำซุปให้เจ้าไว้พร้อมแล้ว รีบกินรองท้องสักคำสองคำเถิด” แม่นางเหลียนก้าวไปด้านหน้าประมาณสองสามก้าว เข้าไปขวางระหว่างนางไว้เพื่อห้ามปราม ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับเรา จะพูดเช่นนี้ได้อย่างไร?”
หยุนเชวี่ยกลอกตา “ข้าไม่ไป”
“อย่าดื้อรั้นนักเลย”
“ข้ารำคาญเจ้าสองแฝดนั่น”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“หากรำคาญก็ทำเพิกเฉยไปเสีย”
“แล้วเหตุใดท่านจึงยอมให้พวกเขานั่งรถล่อไปกับเราตั้งแต่แรก?
”
“แม่ของเด็กสองคนนั้นออกปากถึงเพียงนี้แล้ว จะให้แม่ขับไล่พวกเขาให้กลับไปอย่างนั้นหรือ?”
“เราไม่ได้เป็นคนทำให้นางลื่นล้มเสียหน่อย…”
หยุนเชวี่ยยังคงยืนหน้าหงิกงออยู่ตรงนั้น ใบหน้าฉายชัดถึงความไม่สบอารมณ์ แม่นางเหลียนปอกเปลือกไข่ต้มให้นาง แต่นางกลับเบือนหน้าหนี “ข้าไม่กิน ข้าจะไปหาของอร่อยกินที่ตลาด”
สืออีก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว หยุนลี่เต๋อทำหน้าที่สารถี หยุนเชวี่ยเพิ่งจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถอย่างมั่นคง แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนก็รีบก้าวขึ้นไปนั่งเบียดเสียดกับนาง โบกมือส่งสัญญาณให้ลูกชายทั้งสองขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า “มา มานั่งตรงนี้”
โฉ่วเหือมีไหวพริบมากกว่าน้องชายของเขา เขารีบกระโดดขึ้นไปบนรถ แม่ของเขาก็รีบขยับบั้นท้ายให้ด้านข้างเหลือพื้นที่ว่าง เพื่อที่ลูกชายของตนจะได้นั่งใกล้ชิดกับหยุนเชวี่ย
ปฏิกิริยาตอบสนองของโฉ่วช่วนช้ากว่าเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าที่นั่งซึ่งตนหมายตาถูกพี่ชายแย่งไป เขาจึงตั้งใจจะอ้อมไปนั่งชิดกับหยุนเชวี่ยอีกด้านหนึ่ง หยุนเชวี่ยเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นเปลี่ยนไปนั่งฝั่งตรงข้ามทันที แล้วหันไปหาเสี่ยวส้วยเอ๋อ “รีบขึ้นมาเร็วเข้า!”
เสี่ยวส้วยเอ๋อตอบรับ ขณะนั่งลงก็บ่นเสียงดัง “โอ๊ย… ช่างเบียดเสียดอะไรเช่นนี้”
“นั่งให้ดี จะเริ่มออกเดินทางกันแล้ว…” หยุนลี่เต๋อตวัดแส้เบา ๆ พร้อมตะโกนเสียงดัง ล่อตัวใหญ่สองตัวค่อย ๆ ลากรถไปด้านหน้า จากนั้นล้อเกวียนจึงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ทิ้งรอยล้อรถสองรอยไว้บนถนนลูกรัง
แม่นางเหลียนและหลี่ชื่อเหอนั่งอยู่ท้ายรถ สืออี หยุนเชวี่ย และเสี่ยวส้วยเอ๋อนั่งเรียงรายอยู่ในแถวเดียวกัน หันหน้าเข้าหาสามแม่ลูกซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าท่านป้าจางเบิกบานยิ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ โฉ่วช่วนหันไปส่งยิ้มกว้างให้กับหยุนเชวี่ย ทว่าหยุนเชวี่ยกลับเบือนหน้าหนีด้วยสีหน้าเย็นชา
ผ่านไปครู่หนึ่ง โฉ่วเหือก็หยิบห่อกระดาษเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ ภายในห่อนั้นบรรจุขนมเปี๊ยะไว้หลายชิ้น เขาเปิดออกยื่นไปตรงหน้าให้หยุนเชวี่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงประจบประแจง “เชวี่ยเอ๋อ ข้าให้เจ้า”
หยุนเชวี่ยเพียงเหล่มองด้วยหางตา ไม่ตอบคำใด ยื่นมือออกไปรับขนมเปี๊ยะส่งต่อให้สืออีทั้งห่อกระดาษอย่างไม่เกรงใจ ทั้งยังเอียงศีรษะเผยสีหน้าใสซื่อไร้เดียงสา หรี่ตาเล็กเรียวลง “ขอบคุณ”
โฉ่วเหือรู้สึกเสียหน้าแต่ไม่กล้าพูดอะไร มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะชักมือกลับอย่างเงียบเชียบ
สืออีถือห่อกระดาษไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหยิบขนมเปี๊ยะขึ้นมากัดกินอย่างช้า ๆ หยุนเชวี่ยและเสี่ยวส้วยเอ๋อเห็นเช่นนั้นแล้วไม่อาจอดกลั้นความขบขันไว้ได้ พวกนางต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
สืออีดีดนิ้ว “พวกเจ้าสองคนหัวเราะเรื่องใดกัน?”
หยุนเชวี่ย “เปล่าหัวเราะเรื่องใดเสียหน่อย เจ้าค่อย ๆ กินไป ระวังจะสำลัก”
สืออีเอื้อมมือไปด้านหลัง หยิบเอาขวดน้ำเต้าออกมาแกว่งไกวตรงหน้า “ไม่เป็นไร ข้าพกน้ำมาด้วยแล้ว”
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่เจื่อนไปจากเดิมของสามแม่ลูก หยุนเชวี่ยก็หลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”
เสี่ยวส้วยเอ๋อ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”
แม่นางเหลียนซึ่งนั่งอยู่บริเวณท้ายรถลอบยกมือขึ้นปิดปาก ไม่รู้ว่าตนควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี ได้แต่พึมพำด้วยเสียงกระซิบ “เด็กพวกนี้ช่างร้ายกาจเสียจริง…”
เมื่อเข้าไปถึงในตัวเมือง หยุนลี่เต๋อก็นำเกวียนล่อไปผูกไว้ที่นอกร้านขายเนื้อของอู๋ต้าหวังและหยุนเยี่ยนชั่วคราว กำชับเขาว่าวันนี้คนค่อนข้างพลุกพล่าน ช่วยสอดส่องดูแลให้ดี อู๋ต้าหวังซึ่งกำลังหั่นเนื้อก็ตะโกนรับคำ “ท่านพ่อ วางใจเถอะ พวกท่านไปเดินเล่นกันให้สบายใจ ตอนเที่ยงแวะมากินอาหารร่วมกันที่นี่”
ตลาดในตัวเมืองของมณฑลอันผิง เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในละแวกหลายสิบกิโลเมตร แม้แต่ผู้คนจากมณฑลใกล้เคียงยังมาเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน เมื่อมีผู้คนมากมายการค้าขายย่อมดีตามไปด้วย ร้านขายเนื้อและร้านอู๋จี้หลู่เว่ยมีลูกค้าทยอยมาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนได้แต่มองด้วยความอิจฉา
“สองร้านค้านี้คงได้เงินในแต่ละวันไม่น้อยเลยใช่หรือไม่?” นางหันไปถามไถ่จากหลี่ชื่อเหอ
หลี่ชื่อเหอส่ายหน้า เป็นเชิงว่าตนก็ไม่รู้เช่นกัน
“ต้องหาเงินได้อย่างมหาศาลเป็นแน่ หากไม่แล้วภรรยาของอู๋ถูหู่จะละทิ้งกิจการเลี้ยงหมูไว้กับสามีแล้วตามมาช่วยได้อย่างไร…” นางยืดคอมองเข้าไปในร้านอู๋จี้หลู่เว่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ดูเจ้าพูดเข้า” หลี่ชื่อเหอกล่าวอย่างนึกตำหนิ “สะใภ้อู๋เป็นแม่ของพวกเขา มาช่วยเหลือลูกชายและลูกสะใภ้ทำการค้าขาย เป็นเรื่องที่สมควรแล้วมิใช่หรือ? เมื่อมีคนทำงานเป็นสมาชิกในครอบครัวของตนเองแล้ว ง่ายกว่าการจ้างคนนอกเป็นไหน ๆ”
“ร้านทั้งสองร้านนี้ถือเป็นของตระกูลอู๋ แต่ความจริงแล้วหลังจากแต่งงาน ผู้ที่มอบเงินทุนให้พวกเขานำไปเปิดร้านค้าไม่ใช่ครอบครัวรองหรืออย่างไร?” แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเบ้ริมฝีปาก ก่อนจะกล่าวอย่างขมขื่น “ตระกูลอู๋ช่างรู้วิธีปีนป่ายสร้างฐานะจริงเชียว แต่งลูกสะใภ้เข้าตระกูลได้ไม่ทันไรก็ได้รับเงินคืนทุนค่าสินสอดสิบสองตำลึงเสียแล้ว! นี่นับเป็นโคมไฟแห่งโชคลาภที่พบได้ยากยิ่ง!”
หลี่ชื่อเหอได้แต่เผยรอยยิ้มจาง
“ตอนนี้ชีวิตของเจ้าทั้งสองแม่ลูกพลิกผันกลายเป็นดีแล้ว ติดตามครอบครัวรองเช่นนี้ต่อไป ย่อมได้รับผลประโยชน์มากมาย รออีกสักสองปีค่อยจัดการเรื่องแต่งงานให้ลูกสาวของเจ้า เท่านี้ชีวิตของเจ้าก็สุขสบายเสียที…”
“เรื่องนั้นยังเร็วเกินไป เสี่ยวส้วยเอ๋อยังเยาว์นัก แม่เช่นข้ายังไม่ได้ตระเตรียมสินสอดทองหมั้นไว้สำหรับนางเลย” หลี่ชื่อเหอกล่าว
“เจ้าสองแม่ลูกได้รับเงินค่าแรงทุกเดือน ยังไม่นับว่ามีชีวิตที่สุขสบายอีกหรือ?” แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนหัวเราะอย่างยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น “สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ สามสิบปีอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำ* ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดเวลา สองวันก่อนข้ายังเห็นแม่นางเฝิงรดน้ำไถพรวนดินอยู่กลางทุ่งนา ดูแล้วช่างลำบากยากเข็ญ ตรงข้ามกับเจ้าโดยสิ้นเชิง…”
*สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ สามสิบปีอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำ = อุปมาว่า เรื่องราวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน
หลี่ชื่อเหอกลับรู้สึกต่างออกไป นางคิดว่าการเยาะเย้ยถากถางหรือซ้ำเติมคนที่กำลังตกอับ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ประเสริฐสมควรทำ ดังนั้นจึงไม่สนทนากับแม่นางจางอีก ฝ่ายแม่นางเหลียนพูดคุยกับหยุนเยี่ยนในร้านเพียงสองสามประโยคก็ออกมาแล้ว
“เยี่ยนเอ๋อของเจ้าช่างมากความสามารถ หลังจากแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ดูซิว่าทั้งสองร้านนี้การค้ารุ่งเรืองมากเพียงใด” แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนปรี่เข้าไปกล่าวชมเชย ในใจคิดว่าหากลูกชายทั้งสองของตนสามารถแข่งขันกัน และคนใดคนหนึ่งมีวาสนาได้แต่งกับลูกสาวคนรองของตระกูลหยุนแล้ว ต่อไปก็จะสามารถเปิดร้านค้าในเมือง หาเงินก้อนใหญ่ได้เช่นเดียวกัน
“ทั้งหมดเป็นเพราะเยี่ยนเอ๋อเพียงคนเดียวเสียที่ไหนกัน? โชคดีที่เด็กต้าหวังคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่สิ… แม้แต่คนในครอบครัวของเขายังเมตตาช่วยเหลือเยี่ยนเอ๋อ นับว่าเยี่ยนเอ๋อมีวาสนายิ่งนัก” แม่นางเหลียนกล่าว
“การได้แต่งงานกับเยี่ยนเอ๋อของเจ้า เห็นได้ชัดว่าเป็นวาสนาต่อตระกูลอู๋ของเขาเสียมากกว่า” แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเบียดหลี่ชื่อเหอให้หลบไปด้านข้าง ก้าวเข้ามาคล้องแขนแม่นางเหลียนไว้อย่างสนิทสนม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจริงจัง “เจ้าต้องคอยเตือนให้ตระกูลของเขาตระหนักตลอดเวลา ว่าเป็นเพราะอู๋ต้าหวังของเขาต่างหาก ที่ปีนป่ายหวังเปลี่ยนฐานะผ่านเยี่ยนเอ๋อของเจ้า เพื่อให้เยี่ยนเอ๋อเป็นใหญ่ในครอบครัวฝั่งสามี”
“สองคนรักใคร่กลมเกลียว ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายตามอัตภาพ ไม่มีใครหวังปีนป่ายเพื่อเลื่อนฐานะของตระกูลทั้งนั้น สร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นก็เพียงพอแล้ว” แม่นางเหลียนไม่ชอบใจท่าทางประหนึ่งว่าฉลาดเฉลียวของแม่นางจางเอาเสียเลย ทำได้เพียงส่ายหน้าเบา ๆ
“เจ้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้เด็ดขาด” แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนกลับไม่เข้าใจ รู้สึกว่าแม่นางเหลียนอ่อนน้อมถ่อมตนจนเกินไป จึงเสนอแนะแนวทางราวความคิดของตนคือสิ่งที่ชอบธรรม “ภรรยาของอู่ถูหู่นั้นอาจคิดไม่ซื่อ เจ้าต้องกดข่มอำนาจของนางไว้ให้มั่น เยี่ยนเอ๋อจึงจะมีชีวิตที่ดีขึ้น”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“สะใภ้จาง เจ้าต้องการซื้อของมิใช่หรือ? อย่ามัวแต่พูดคุยกับข้าจนเสียเวลาเลย” แม่นางเหลียนไม่ต้องการสนทนากับนางอีก จึงดึงแขนของตนออกมาจากการเกาะเกี่ยวของนางทันที