ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 565 ชาวมุง
ถัดจากรองผู้บัญชาการเกิ่ง ด้านหลังมีทหารตระกูลลู่อยู่จริงๆ พวกเขาจำท่านซ่งได้ จำเกาเถี่ยโถว ต้าหลัง และหูจื่อได้
เกิ่งเหลียงคุมขบวนกลับมา เนื่องจากยังมีภารกิจติดตัวอยู่ เขาจึงทำได้แค่พยักหน้าอยู่บนหลังม้า
เหล่าทหารตระกูลลู่ที่เดินเท้าคุมนักโทษยิ่งต้องรีบเดินให้เร็วยิ่งกว่า
ขณะที่เดินผ่าน พวกทหารหนุ่มของตระกูลลู่ก็ได้ยิ้ม พลางโบกมือให้ซ่งฝูเซิง
อันที่จริงซ่งฝูเซิงจำทหารทั่วไปเหล่านี้ไม่ได้
ช่วงนั้นไม่ได้คลุกคลีกันมากมาย ก็แค่เคยพาทหารกลุ่มหนึ่งลงไปจับสัตว์ทะเล คนตั้งเยอะแยะขนาดนั้นใครจะไปจำได้
ด้วยเหตุนี้ ทหารพวกนั้นจึงรู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักทหารพวกนั้น
แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรค
“เอ้อ เอ้อ เห็นแล้ว สบายดีก็ดีแล้วนะ” ซ่งฝูเซิงสวมหมวกผ้าฝ้าย แต่งตัวเหมือนชาวบ้านชาวสวน โบกมือให้พวกทหารตระกูลลู่ที่เดินผ่านหน้าเช่นกัน
สบายๆ เป็นกันเอง
สถานการณ์ในตอนนี้ ชาวบ้านด้านนั้นกำลังปาขี้วัวด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน ส่วนทางด้านนี้แอบทำเหมือนมีพิธีต้อนรับ
ในระหว่างที่ชุลมุนอยู่นี้ มีแค่ชาวบ้านแถวนั้นที่สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้
พวกชาวบ้านที่ก่อนหน้านี้เม้าท์เรื่องแม่ทัพติ้งไห่ต่างหันมามอง
เดิมทีคิดว่าคนกลุ่มนี้เป็นญาติของแม่ทัพที่ขี่ม้าอยู่ พอแม่ทัพคนนั้นเห็นก็เลยพยักหน้าให้
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าพวกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ นี่จะมี ‘ญาติ’ เยอะแยะเหลือเกิน พวกทหารหลายคนเดินผ่านต่างต้องทักทาย
เช่นนั้นก็แสดงว่าไม่ใช่ญาติของใครคนเดียว
แต่ว่า แต่ว่า คนพวกนี้แต่งตัวธรรมดา เหมือนชาวบ้านทั่วไป
ตกลงมีสถานะอย่างไรกันแน่ ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นงงกันเหลือเกิน
ทันใดนั้นซ่งฝูหลิงก็รู้สึกภาคภูมิใจมากในเวลานี้
ภูมิใจในตัวท่านพ่อ
พ่อของนางไม่เคยเล่าเรื่องตอนอยู่กับพวกทหารตระกูลลู่ให้ฟัง ตั้งแต่กลับมาก็ไม่ค่อยพูดถึง
แต่พอเห็นท่าทีของพวกทหารตระกูลลู่ที่มีต่อพ่อของนาง คนคนหนึ่ง จะดีไม่ดี ไม่จำเป็นว่าจะต้องพูดออกมา แค่แสดงให้เห็นว่าทหารพวกนั้นต่างจำได้ว่าพ่อของนางเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขาที่แนวหน้า
ซ่งฝูหลิงรู้สึกอบอุ่นหัวใจ หันไปมองซ่งฝูเซิงพร้อมรอยยิ้ม
เฉียนเพ่ยอิงก็เหมือนกัน เวลานี้นางภูมิใจมาก
ตอนที่สามีของนางเพิ่งได้รับราชการ นางยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไร ไม่ได้รู้สึกยืด แต่ตอนนี้กลับ…
เฉียนเพ่ยอิงยืนตัวเกร็งข้างซ่งฝูเซิง มือวางอยู่ตรงเอว แอบโบกมือให้พวกทหารเหล่านั้น
ซ่งฝูเซิงกระซิบข้างหูหมี่โซ่วที่เขาอุ้มอยู่
หมี่โซ่วตะโกนออกไปทันที “กลับมาอย่างสมเกียรติ เพื่อความสงบสุขของชาวบ้านนับหมื่นครัวเรือน ลำบากทุกท่านแล้ว ทุกท่านคือวีรบุรุษ ทุกท่านเก่งมาก ต้องจับสารเลวให้ได้มากๆ นะ!”
ซ่งฝูเซิงหมดคำจะพูด ประโยคหลังเด็กคนนี้เติมเอง
ทำไมถึงเติมเยอะแยะขนาดนั้นล่ะ
หมี่โซ่ว มันตื่นเต้น ควบคุมตัวเองไม่ได้
เอาล่ะ เลิกตื่นเต้นได้แล้ว ทางนั้นได้ยินแล้ว มีลุงๆ โบกมือให้เจ้าด้วย เห็นหรือเปล่า
เดินผ่านไปกันหมดแล้ว พวกชาวบ้านก็เดินตามไปด้วย
จะว่าไป ซ่งฝูเซิงรู้สึกงง ชาวบ้านพวกนี้จะเดินตามขบวนนักโทษไปตลอดเลยเหรอ ประเด็นคือต้องตามไปถึงไหน
ซ่งฝูเซิงที่สวมหมวกผ้าฝ้ายมองไปรอบๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน
คนแถวนั้นไม่แน่ใจว่าเขาเป็นใคร ต่างพยายามยืนอยู่ห่างๆ อย่างระมัดระวัง เล่นเอาตรงเขาที่โล่งมาก
“เอ่อคือ พี่ชาย คือว่า ยังมีอะไรให้ดูอีกเหรอ ข้าพาเด็กมาด้วยเลยอยากให้เขาเห็นอะไรเยอะหน่อย”
พวกผู้ชายแถวนั้นเห็นคนที่เก่งขนาดนี้เป็นฝ่ายคุยกับพวกเขาก่อนก็รีบตอบ “พาไปสอบสวน อยากไปดูไหม เจ้าไม่รู้เหรอ”
ซ่งฝูเซิงไม่รู้จริงๆ ถ้าเขารู้ก็จะมีแต่เรื่องใหญ่ๆ ข่าวซุบซิบเรื่องเล็กน้อย ข่าวไม่ไวเท่าพวกชาวบ้าน
“ไปสิ ตามทุกคนไป ตามหลังพวกเราไปนี่แหละ”
พวกต้าหลังขาไว วิ่งไปข้างหน้าสักพักก็วิ่งกลับมาบอก
ตรงข้างหน้าแยกเป็นสามกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งเป็นรองผู้บัญชาการเกิ่งที่พาทหารจำนวนมากคุมตัวอ๋องหลู่ไปคนเดียว เดินมุ่งหน้าไปทางไหนไม่แน่ชัด
ทำไมถึงไม่แน่ชัด
เพราะทางนั้นเริ่มมีทหารคุมเข้ม ยืนเรียงหน้ากระดาน ไม่ให้พวกชาวบ้านเข้าไปแล้ว
ซ่งฝูเซิงเดาว่าคงจะพาอ๋องหลู่ไปพบฮ่องเต้
ฮ่องเต้ต้องการพบหน้าเป็นครั้งสุดท้าย
กลุ่มที่สองคือรถนักโทษของพวกขุนนางใหญ่ที่ติดตามอ๋องหลู่ มีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำเดินนำไป หนึ่งในนั้นยังเป็นคนที่พวกเรารู้จัก
ซ่งฝูเซิงเข้าใจ ใต้เท้าเรือนจำ นี่คงจะสอบสวนอย่างเปิดเผย ไม่เปิดโอกาสให้พักหายใจหายคอ
กลุ่มที่สามเป็นพวกบ่าวรับใช้ของขุนนางพวกนั้น บรรดามือปราบของเมืองเฟิ่งเทียนพาเข้าไปขังคุก
…
วันนี้ประตูเรือนจำตะวันตกเปิดกว้างเพื่อให้ชาวบ้านที่ยืนอยู่ตรงถนนมองเห็นได้
เบียดเข้าไปแถวหน้าๆ ไม่ได้แล้ว
ซ่งฝูหลิงที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย ได้ยินเพียงเสียงไม้ปลุกสติ นอกเหนือจากนี้นางก็ได้ยินอะไรไม่ชัดแม้แต่น้อย
ต้องอาศัยชาวบ้านข้างหน้าบอกต่อกันมา จากนั้นก็หันไปบอกคนข้างหลัง
อีกทั้งเท่าที่บอกต่อมา ดูเหมือนจะไม่มีการสอบสวน เปิดมาก็ไล่เรียงเลยว่าทำผิดข้อหาอะไรบ้าง ผ่านขั้นตอนไปอย่างรวดเร็ว
มีเพียงในตอนท้ายสุด ไม่รู้ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนจะมีขุนนางใหญ่ที่ติดตามอ๋องหลู่ตะโกนขึ้นว่า ต้องการไปพร้อมอ๋องหลู่ รอตายพร้อมอ๋องหลู่
ใต้เท้าเสนาบดีกรมอาญาคนสอบสวนหลักที่อยู่ในนั้นยังไม่ทันพูดอะไร ชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกก็แย่งกันตะโกน ไม่ยอม
มีหมดทุกคำพูด สรุปใจความได้ว่า “ฝันไปเถอะ!
ขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังปกป้องลูกเมียไม่ให้ถูกเบียด ระหว่างนั้นเขาก็คิดในใจ
นั่นสิ พวกชาวบ้านด่าถูก นี่มันเวลาไหนแล้ว ขุนนางใหญ่คนนั้นยังจะฝันลมๆ แล้งๆ อีก…
…ฮ่องเต้มีเหรอจะปล่อยให้พวกเจ้าตายพร้อมอ๋องหลู่ หึ ถ้าเขาเป็นฮ่องเต้เขาไม่มีทางยอม…
…เขาจะให้อ๋องหลู่ตายโดดเดี่ยว ตกนรกไปอย่างเดียวดาย เป็นผีเร่ร่อนไร้ญาติขาดมิตร…
ซ่งฝูเซิงเพิ่งคิดเสร็จ ข้างในก็วุ่นวายขึ้นมาอีกรอบ เขาร้อนใจ เขย่งขาก็มองไม่เห็นอะไร เขาออกจากบ้านมาทำไม ก็เพื่อรอดูฉากสำคัญนี่แหละ
“พี่ชาย ข้างในเกิดอะไรขึ้นอีกเหรอ”
พระชายาอ๋องหลู่กำลังคุกเข่าขอบคุณขุนนางใหญ่พวกนั้นที่ต้องการตายไปพร้อมอ๋องหลู่ นางตะโกนว่า ‘นางไม่เสียใจ’ กำลังถูกพวกชาวบ้านแถวหน้าปาขี้หมาใส่
มีขี้หมาที่จับตัวแข็งเป็นก้อนใหญ่ถูกปาเข้าไป พวกขุนนางกับมือปราบเกือบรับเคราะห์ไปด้วย
พวกชาวบ้านต้องโมโหอยู่แล้ว
เจ้าไม่เสียใจ เช่นนั้นพวกเราราษฎรนับหมื่นครัวเรือนที่เดิมทีควรได้ขึ้นปีใหม่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาล่ะ
พวกชาวบ้านพร้อมใจกันตะโกนเป็นเสียงเดียวกันอีกรอบ ข้างหน้าพากันคุกเข่าลงหมด เล่นเอาเฉียนเพ่ยอิงจนปัญญา
คิดดูแล้วกัน พวกเราอยู่ไกลขนาดนี้ ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แต่กลับต้องคุกเข่าตามไปด้วย
ดูเหมือนใต้เท้าเสนาบดีที่อยู่ด้านในกำลังถ่ายทอดคำพูดของฮ่องเต้
บอกว่าเนื่องจากราษฎรต้องรับเคราะห์ทั้งหมดจากสงครามครั้งนี้ บ้านเมืองเสียหาย ฮ่องเต้เจ็บปวดพระทัย
และเนื่องจากข้างหน้ามีพวกชาวบ้านร้องไห้คร่ำครวญ
ดังนั้นนักโทษเหล่านี้ต้อง ประหารชีวิต
“เอ๊ะๆ” ซ่งฝูเซิงดึงตัวซ่งฝูหลิงที่แต่งเป็นชาย
เวลานี้ซ่งฝูหลิงกำลังเดินตามลุงที่เมื่อครู่เป็นคนนำทางมา ขณะเดินก็คุยไปด้วย
นางว่านางเข้าใจแล้ว ถามพ่อไม่สู้ถามลุงๆ พวกนั้น
“ท่านพ่อทำอะไร คนยิ่งรีบๆ อยู่ จะดึงลูกไว้ทำไม…
…เมื่อครู่มาจองแถวหน้าไม่ทัน ลานประหารยังต้องไปจองแถวหน้านะ”
เจ้าเด็กคนนี้นี่
“อันนั้นดูไม่ได้ ตอนเย็นกลับบ้านจะฝันร้ายเอา”
“ตอนพวกเราลี้ภัยลูกก็เห็นมาหมดแล้ว ท่านพ่อไม่ได้จงใจพามาดูอยู่แล้วเหรอ”
“มันไม่เหมือนกัน” ซ่งฝูเซิงร้อนใจ “นั่นน่ะ ตัดฉับทีเดียวเลือดก็กระฉูดแล้ว ขนาดพ่อยังไม่กล้าดูเลย”
“เช่นนั้นก็อุ้มหมี่โซ่วกลับไปก่อน” ซ่งฝูหลิงหันตัวรีบร้อนเดินไปให้ทันพวกต้าหลัง “พี่ๆ รอข้าด้วย”
“ท่านลุง ข้าก็อยากดูเหมือนกัน” หมี่โซ่วพูดจบก็เอาหน้าแนบแก้มของซ่งฝูเซิง