ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 877 เอี้ยก้วยเจ้าอินทรี
ตอนที่ 877 เอี้ยก้วยเจ้าอินทรี
จากหวงหลงถึงเฟิ่งเทียน
รถม้าห้าสิบกว่าคัน
ยี่สิบกว่าคันบรรทุกคน ที่เหลือบรรทุกของ
ขบวนเดินทางที่ยาวเหยียดนี้กำลังเดินทางผ่านภูเขาร้างที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน
อยู่ไกลๆ ก็ยังได้ยินเสียงล้อรถบดบนหิมะ เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด
หากนับตามเวลาปัจจุบัน ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสามโมงกว่า แต่ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดแล้ว
อุณหภูมิติดลบสามสิบกว่าองศา อากาศหนาวแห้ง เดินทางท่ามกลางสภาวะอากาศแบบนี้คือทุกข์ทรมาน
หลี่ฉินเซ่อญาติเสมียนฉินที่เป็นมือปราบขี่อยู่บนหลังม้าตัวหน้าสุด ดึงผ้าปิดปากที่ปิดไปครึ่งหน้าออก พอพูดก็มีควันออกจากปาก เกล็ดน้ำแข็งเกาะหนวด เกาะในขนจมูก
เขาหันไปตะโกนบอกคณะเดินทาง “ฟ้ามืดแล้ว ระวังด้วย เร่งเดินทาง”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
พวกมือปราบติดตาม รวมถึงกลุ่มคนงานของม้าพันลี้ที่ขนของไปถึงหวงหลงและเดินทางกลับเฟิ่งเทียนพร้อมซ่งฮูหยินพอดีพากันหวดแส้ทันที เพื่อเร่งล่อที่เดินทางมาทั้งวันจนแทบเดินไม่ออกแล้วให้เร่งความเร็วหน่อย
ซ่งฝูกุ้ยแต่งตัวรัดแน่น ขี่ม้าอยู่ท้ายสุดของขบวน เพื่อป้องกันเกิดเรื่องขึ้นด้านหลัง
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ซ่งฝูเซิงวางใจให้พวกเฉียนเพ่ยอิงเดินทางก่อน เพราะมีฝูกุ้ยอยู่ด้วย
ภายในรถม้าคันแรก ท่านลุงซ่งแหวกม่านชะโงกหน้าออกไปดู พอเอาม่านลงเขาก็ถูมืออังไฟพลางพูดกับพวกลุงใหญ่ซ่ง เกาถูฮู
“ไม่ออกจากบ้านก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอออกมา ระยะทางใกล้แค่นี้พวกเราต้องทรมานกันพอสมควร คิดดูก็รู้เลยว่าพวกฝูกุ้ยกับจงอวี้ที่ต้องออกไปบ่อยๆ จะลำบากขนาดไหน”
สองมือของลุงใหญ่ซ่งซุกอยู่ในแขนเสื้อ ศีรษะสวมหมวกที่มีรูปเหรียญทองแดง พอได้ฟังก็พูดขึ้น
“อืม บ้านเราหาเงินกับการขนส่งของไม่ง่ายเลย ไม่ได้ยินพวกเด็กๆ ในบ้านพูดเหรอ กลางฤดูหนาวถ้าเจอพายุหิมะตอนอยู่กลางป่า ลากพวกล่อไว้ก็ยังเอาไม่อยู่”
เกาถูฮูเปิดฝากรงถ่านแล้วเอาไม้เขี่ยๆ พลางพูดต่อ
“ก่อนหน้านี้ซ่งฝูเซิงเพิ่มเงินค่าแรงให้พวกเด็กๆ ด้วย ดีแล้ว มันลำบากเกินไป
เดิมทียังคิดอยู่ว่าทำไมไม่เพิ่มค่าแรง
ครอบครัวเราเป็นเจ้านายที่มีศีลธรรมมากพอ มีให้กินให้อยู่ ขึ้นปีใหม่มีของขวัญ แถมยังมีเสื้อผ้าให้ทั้งสี่ฤดู
ตอนนั้นข้าคิดแค่ว่า ขึ้นค่าแรงคนละครึ่งตำลึง ฟังดูเหมือนไม่มาก แต่ม้าพันลี้มีตั้งกี่คน พอฝูเซิงเอ่ยปาก ม้าพันลี้ของแต่ละที่ก็ต้องปรับขึ้นเงิน เงินหลายพันตำลึงก็หายไปแล้ว”
ก่อนหน้านี้เถี่ยโถวบ้านเขาเคยลองคิดบัญชีด้วยความสงสัยว่าน้าสามมีรายจ่ายวันละเท่าไร แบบที่ว่าต่อให้ไม่มีรายได้ก็ต้องจ่าย วันละประมาณเท่าไร
เถี่ยโถวกับเถาฮวาแค่ลองคำนวณกันเล่นๆ
หนุ่มสาวไม่ได้คิดอะไรมาก แค่พูดขึ้นมาลอยๆ ถ้าไม่คำนวณก็ไม่รู้ แต่พอคำนวณออกมาก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ
บรรดาชายชราสูงวัยที่อยู่ในเกวียนคันแรกพูดถึงเรื่องนี้ก็มีความรู้สึกร่วมมากมาย “ใช่ๆๆ เจอแบบนี้ ฤดูหนาวก็เพิ่มเงินครึ่งตำลึงเถอะ ไม่ง่ายเลยจริงๆ สภาพอากาศแบบนี้ ถ้าไม่ระวัง เกิดลื่นล้มทีจะลุกไม่ขึ้น”
ในบ้านเคยเกิดเรื่อง
กิจการใหญ่โตขนาดนี้ ทำงานกันมามานานแรมเดือนแรมปี มีเหรอที่จะสงบราบเรียบไปตลอด พอทางนี้สงบ ทางนั้นก็เกิดเรื่อง ทางนี้เกวียนคว่ำบาดเจ็บไปหลายคน เกิดเรื่องที่สาขาย่อยบาดเจ็บสาหัสไปอีกหลายคน
ก็แค่พวกคนหนุ่มในบ้าน รวมถึงซ่งฝูเซิง ไม่ค่อยเล่าให้คนในครอบครัวฟัง
พวกเขาคิดว่าผู้ชายเกิดเรื่องนอกบ้าน ไม่จำเป็นต้องให้คนแก่ ผู้หญิง และเด็กในครอบครัวต้องมากังวลไปด้วย
รถม้าด้านหลัง ซ่งฝูหลิงกอดผ้าห่มขนสัตว์ ขดตัวเป็นก้อนกลม พิงเอ้อร์ยาอยู่
ต้ายากับเป่าจูนั่งติดเฉียนเพ่ยอิง ต้ายาคอยแกะเม็ดแตงส่งเข้าปากซ่งฝูหลิงพลางเล่าเรื่องในครอบครัวสามีให้พวกฝูหลิงฟังเบาๆ
ลาเฟยกำลังปิ้งหมั่นโถวอยู่ตรงจุดที่ใกล้กรงถ่านมากที่สุด
นางหิวแล้ว ปกติกินข้าวมื้อละสามชาม กินหมั่นโถวได้สามลูก แต่ตอนนี้เดินทาง วันๆ กินพอประทังชีวิตสองมื้อ นางจึงรู้สึกไม่อิ่มอยู่ตลอด
ฮูหยินบอกว่า อยู่ในวัยกำลังโต ไม่ต้องอาย อยากกินอะไรก็จัดการหาเอาเอง
ส่วนซ่งฝูหลิง ออกเดินทางเมื่อไรก็จะเหม่อลอย
ทุกครั้งที่ถึงเวลานี้นางจะฝันกลางวัน
หูฟังต้ายาเล่าเรื่องจิปาถะที่ใช้ชีวิตกับครอบครัวสามี ในความเป็นจริงสมองกำลังจินตนาการว่า ถ้าพาคนเหล่านี้กลับยุคปัจจุบันได้ ต่อให้ทำได้แค่พาพวกเขาไปนั่งรถยนต์สักครั้งจะดีขนาดไหน พอจะจินตนาการท่าทางของคนเหล่านี้ตอนนั่งรถยนต์ออก
อีกทั้งทุกครั้งที่ถึงเวลานี้ นางยังคิดถึงแม้กระทั่งตอนเด็กที่นั่งรถยนต์เก่าๆ
รถเก่าแบบที่แอร์ไม่ค่อยมีลม ภายในรถมีกลิ่นตุ แถมยังมีกลิ่นน้ำมัน
รถม้าคันนี้ต่อให้ดียังไงก็สู้รถยนต์ไม่ได้
“อร่อยไหม” ซ่งฝูหลิงที่มีผ้าห่มห่อตัวอยู่ถามลาเฟย
ลาเฟยกำลังกินหมั่นโถวที่ปิ้งจนเหลืองอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยเจ้าค่ะ”
ซ่งฝูหลิงยื่นมือออกไป “ขอข้าชิมหน่อยสิ บิดออกมานิดเดียวก็พอ”
เฉียนเพ่ยอิงขำลูกสาว เมื่อกี้ถามบอกไม่กิน พอปิ้งเสร็จกลับจะเอาบ้าง
ล้วงกระปุกน้ำผึ้งออกมาจากกระเป๋า “อะ พวกเจ้าสองคนจิ้มน้ำผึ้งกิน เป่าจู พวกเจ้าว่างๆ ก็ปิ้งกินได้นะ”
ในรถม้าอีกคันหนึ่ง พวกท่านย่าหม่ากำลังครึกครื้น
ท่านย่าหม่าไม่รู้จักรถยนต์หรอก ไม่เคยเห็นก็ไม่ใฝ่หา
ตอนนี้รถม้าคันใหญ่ที่นางนั่งอยู่ก็ไม่มีอะไรไม่ดี แถมยังนุ่ม
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
พวกยายๆ ยังรู้สึกว่าได้เสวยสุขด้วยซ้ำ อย่างไรเสียพวกเราก็กลับบ้านเกิดแบบคนมีฐานะ จะทำให้ดูน่าสงสารได้อย่างไร ในรถมีให้กินให้ดื่ม มีทุกอย่าง
เจียวหลานกำลังทุบขาให้นาง
ข้างกายยายหวังเป็นเชี่ยนปี้ กำลังทุบบ่าให้
เดิมทีเชี่ยนปี้ยังอยากทุบให้ยายกัวด้วย แต่ยายกัวส่ายมือปฏิเสธ ไม่ไหว นางไม่ชอบถูกใครทุบ เสวยสุขแบบนั้นไม่เป็น
ในรถม้าคันนี้คุยกันเรื่องของพวกสาวใช้ใหญ่
พอเห็นก็ยกขึ้นมาเป็นประเด็น
“วันหน้าพวกนางออกเรือนต้องให้พั่งยาจัดการทั้งหมดใช่หรือเปล่า” ยายหวังพูดจบก็เหล่มองพวกเด็กสาวแล้วพูดต่อ “อายอะไร มีใครบ้างไม่ออกเรือน”
ท่านย่าหม่าพยักหน้า รู้จักหลานสาวคนเล็กดี ให้พั่งยาช่วยหาคู่ครองน่ะเหรอ หลานสาวนางไม่ไหวหรอก และก็ไม่มีทางเป็นฝ่ายเสนอตัวทำเรื่องแบบนี้ด้วย
แต่ถ้า “อีกสองสามปีข้างหน้า ถ้าพวกเจ้าถูกใจใครก็เล็งไว้แล้วไปบอกคุณหนูของพวกเจ้า ถ้ามัวแต่อายไม่ยอมพูด เช่นนั้นก็เสียเวลาเปล่า ไม่ใช่ว่าในใจของเจ้านายไม่มีพวกเจ้า ไม่ใช่ไม่มี แต่นางไม่ชอบจับคู่ให้ใครส่งเดช ดังนั้นถ้าพวกเจ้าชอบใครก็ไปบอกนาง วางใจได้ คุณหนูของพวกเจ้าช่วยคิดหาทางทำให้พวกเจ้าสมหวังได้แน่”
สาวใช้ในยุคโบราณ อย่าว่าแต่เจ้านายมีสิทธิ์จับให้แต่งงานกับใครก็ได้ แม้แต่ความเป็นความตายก็อยู่ในกำมือ
ขนาดชี้เป็นชี้ตายยังแค่พูดคำเดียว ถ้ามาพูดเรื่องการให้เกียรติหรือความเสมอภาคของพวกสาวใช้ เพ้อเจ้อทั้งนั้น ดูอย่างซุ่นจื่อเป็นคนโปรดหรือเปล่าล่ะ แต่ถ้าลู่พั่นไม่พอใจ แค่เหลือบมอง ซุ่นจื่อก็ถูกโบยได้เหมือนกัน
ส่วนซ่งฝูหลิงไม่ชอบตัดสินใจเรื่องใหญ่เอามากๆ
นางไม่พูดเรื่องการให้เกียรติ ไม่พูดเรื่องความเสมอภาค เพื่อเลี่ยงการถูกมองประหลาด และก็ป้องกันแบบที่ว่า พูดมากไปจะกลายเป็นจุดอ่อนให้บ่าวที่คิดไม่ดีรังแกเจ้านายเอาได้ แต่เรื่องที่เกี่ยวพันถึงทั้งชีวิต นางรู้สึกว่ามันหนักหน่วงเกินไป
ถ้าเกิดอยู่ด้วยกันไม่ได้จะทำอย่างไร
ขนาดตัวนางเองยังไม่กล้ารับประกันเลย
นางต้องใช้สาวใช้ให้ชิน แต่ในความเป็นจริง บางความคิดก็ไม่เหมือนกับเจ้านายยุคโบราณ
สาวใช้สองคนบนรถจดจำเอาไว้ ชีวิตในวันข้างหน้า ถ้าพวกนางมีคนที่เป็นห่วง มีพ่อบ้านที่ถูกใจ ก็ต้องรีบไปบอกคุณหนู
สองวันต่อมา
สถานการณ์ในรถม้าแต่ละคันเหมือนกันหมด
ไม่มีแล้วความเหนื่อยล้าและเฉื่อยชา
ต่างกำลังจัดการตัวเอง
ท่านลุงซ่งกำลังทาหอมหอม เกาถูฮูกำลังใช้แท่งขัดฟันทำความสะอาดฟัน
เฉียนเพ่ยอิงเริ่มใส่เครื่องประดับ
ซ่งฝูหลิงเอาผ้าขนเตียวมาคลุม
สวมหมวกขนเตียว เสื้อที่แขนบุขนจิ้งจอกก็ถูกเอาออกมา ใส่ถุงมือไม่ได้ สองมือต้องวางเสมอกัน ซุกอยู่ในแขนเสื้อ
นายอำเภอกับฮูหยินของทางเขตเฟิ่งเทียนก็มารอรับอยู่ที่ศาลาสิบลี้นานแล้ว
ท่านย่าหม่าถูกสาวใช้ประคองลงจากรถม้า
ฮูหยินและลูกสาวของซ่งฝูเซิงก็เหยียบบันไดเตี้ยลงจากรถม้า
นับจากวันนี้เป็นต้นไป ทุกเมืองที่ครอบครัวซ่งผ่าน ขุนนางท้องที่จะต้องมารอต้อนรับพร้อมฮูหยิน
ในขณะเดียวกัน ทางตระกูลลู่ก็ออกเดินทางจากเมืองหลวงอย่างยิ่งใหญ่กว่า
ลู่พั่นสวมชุดขนเตียวสีดำ นั่งอยู่บนหลังม้า ขี่เปิดทางให้ปู่ย่า แม่ พวกพี่สาวและหลานๆ