หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1098 ถอนพิษ (1)
ตอนที่ 1098 ถอนพิษ (1)
ห้องรับรองพลันเงียบลง เพียงแต่สายตาของทั้งสามต่างมองไปยังหนานกงมั่ว
หนานกงมั่วขมวดคิ้วเบาๆ ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ย “ซั่นจยาจวิ้นจู่ คนในจวนเยี่ยนอ๋องเกรงว่าต้องทำความสะอาดแล้ว” การถอนพิษให้เยี่ยนอ๋องพวกเขาตัดสินใจโดยฉับพลัน ต่อให้เยี่ยนอ๋องไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนทั้งวัน คนเหล่านั้นก็คงไม่มีรู้ตัวได้เร็วเพียงนี้ ราวกับมั่นใจว่าเวลานี้เยี่ยนอ๋องจะไม่อาจมายุ่งได้ จึงได้ลงมืออย่างไม่มีความเกรงกลัวเช่นนี้
สีหน้าของจูชูอวี้ไม่น่ามองขึ้นมา ยามนี้พระชายาเยี่ยนอ๋องยังมาไม่ถึงจินหลิง แม้จะมีหย่งเฉิงจวิ้นจู่อยู่ แต่เป็นน้องสาวไม่อาจทำอันใดข้ามหน้าข้ามตาพี่สะใภ้ได้ เรื่องภายนอกนั้นพวกนางไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้ ทว่าเรื่องในจวนล้วนแล้วแต่เป็นจูชูอวี้ที่เป็นคนจัดการ เดิมอยากมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าเยี่ยนอ๋อง แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องบกพร่องในมือของตนเอง ในเวลานี้จูชูอวี้ไม่แม้แต่จะสนใจว่าเป็นฝั่งหนานกงมั่วที่ปล่อยข่าวหรือไม่ เพียงกัดฟันเอ่ยว่า “พี่สะใภ้เอ่ยถูกแล้ว ข้าขอตัวลาแล้ว เรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไปจากจวนเยี่ยนอ๋อง ข้าจะต้องมีคำอธิบายให้พี่สะใภ้อย่างแน่นอน”
หนานกงมั่วเองก็ไม่สนใจ พยักหน้าเอ่ย
จูชูอวี้ย่อตัว หมุนตัวเดินออกไปอย่างเร่งรีบ
ห้องรับรองเหลือเพียงสามคน หย่งเฉิงจวิ้นจู่เอ่ยด้วยความกังวล “พี่สะใภ้…”
หนานกงมั่วยิ้มบาง ตบหลังมือนางเบาๆ เอ่ย “ไม่ต้องกลัว จะไม่เป็นไร” หย่งเฉิงจวิ้นจู่พยักหน้า ทว่าหัวคิ้วยังคงขมวดมุ่นไม่อาจคลายออกได้ หนานกงมั่วเงยหน้าไปมองเจี่ยนชิวหยาง “ชิวหยาง ฝั่งเชียนชื่อและเชียนเหว่ยสืบได้เรื่องเช่นไรบ้าง”
เจี่ยนชิวหยางยักไหล่ เอ่ย “คงใกล้จะรู้แล้วขอรับ จวิ้นจู่ คุณชายเสียนเกอเลือกถอนพิษเวลานี้ จะ…สักหน่อยหรือไม่” ในเมื่อต้องใช้เวลานาน แน่นอนว่าเยี่ยนอ๋องก็ต้องสั่งการให้เรียบร้อยไว้ก่อน ผู้ใต้บังคับบัญชามาขอพบกลับหาคนไม่เจอ ทั้งยังเป็นช่วงเวลาเปราะบางเช่นนี้อีก คนที่หลบซ่อนอยู่จะไม่ก่อความวุ่นวายในยามนี้ได้หรือ
หนานกงมั่วทำอันใดไม่ได้ “การตัดสินใจของศิษย์พี่พวกเรายุ่งได้ที่ใดกันเล่า ยิ่งไปกว่านั้น…เสด็จลุงเยี่ยนอ๋องก็มิได้ปฏิเสธมิใช่หรือ” ไม่มีทางที่เยี่ยนอ๋องจะคาดไม่ถึง ในเมื่อเขาไม่เอ่ยสิ่งใดแสดงว่าเขาเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว โบกมือพลางเอ่ย “ช่างเถิด อย่างไรก็ไม่อาจเป็นเรื่องใหญ่ได้ ปล่อยให้พวกเขากระโดดโลดเต้นไปอีกสักสองวันเถิด”
“ไม่อาจเป็นเรื่องใหญ่ได้หรือขอรับ” เจี่ยนชิวหยางเลิกคิ้ว ตอนนี้เรื่องยังเล็กอยู่หรือ
หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ปัญญาชนก่อกบฏ สามปีไม่สำเร็จ” อำนาจทหารทั่วทั้งจินหลิงอยู่ในมือเยี่ยนอ๋อง หากน่ารำคาญจริงๆ คิดว่าเยี่ยนอ๋องจะไม่เลียนแบบอดีตฮ่องเต้หรือ ตอนนี้ผู้คนเหล่านี้ยังกระโดดโลดเต้นได้เป็นเพราะเยี่ยนอ๋องยังพยายามทำเพื่อชื่อเสียงของตนเองอยู่ เพียงอ๋องที่กุมกำลังทหารทั่วทั้งใต้หล้าคิดจะกำจัดเจ้า แผนการร้ายหรือข่าวลือมากมายเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์
เจี่ยนชิวหยางขมวดคิ้ว “หรือว่าท่านอ๋อง…” เหลือบมองหย่งเฉิงจวิ้นจู่ที่อยู่ด้านข้าง เจี่ยนชิวหยางจึงไม่เอ่ยต่อ เพียงเปลี่ยนหัวข้อ “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดีขอรับ”
หนานกงมั่วครุ่นคิด เอ่ย “เพิ่มกำลังทหารยามจวนอ๋อง”
“จวิ้นจู่หมายความว่า…” เจี่ยนชิวหยางเย็นวูบอยู่ในใจ หนานกงมั่วขมวดคิ้ว เอ่ย “องครักษ์สายลับที่เหลืออยู่ในมือเซียวเชียนเยี่ยไม่รู้ซ่อนตัวอยู่ที่ใดบ้าง คนพวกนี้…ไม่ป้องกันไม่ได้” ไม่ว่าอย่างไร รอเยี่ยนอ๋องขึ้นครองบัลลังก์คนพวกนี้ก็ไม่อาจใช้การได้ ก่อนหน้านี้พวกเขาหักหลังอดีตฮ่องเต้ร่วมมือกับเซียวฉุน หลังจากเซียวฉุนตายไปก็มาอยู่กับเซียวเชียนเยี่ย เยี่ยนอ๋องเกลียดที่สุดคือการทรยศหักหลัง แม้จะไม่ใช่องครักษ์ทั้งหมด เยี่ยนอ๋องก็ไม่มีทางใช้งานคนเหล่านี้อีก ไหนเลยจะใช้ของของฮ่องเต้องค์ก่อนกัน
เจี่ยนชิวหยางพยักหน้า “ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”
หนานกงมั่วถอนหายใจ “หากเจอลิ่นฉังเฟิงก็บอกเขาด้วย ช่วยข้าดูเหล่าตระกูลผู้มีอำนาจนั้นไว้ โชคดีที่วันนี้ขังไปแล้วบางส่วน เหลือปัญหาอยู่เพียงเล็กน้อย”
เจี่ยนชิวหยางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ยกมือประสานก่อนจะกล่าวลา
หนานกงมั่วรู้สึกปวดศีรษะ อดบ่นพึมพำไม่ได้ “ไม่รู้ว่าเสด็จลุงกำลังแกล้งคนเหล่านั้น หรือแกล้งข้ากันแน่”
จูชูอวี้ทำงานขึ้นมาย่อมรวดเร็วและเฉียบขาด เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ตรวจสอบอย่างละเอียดไปทั่วทั้งจวนแล้ว เพียงแต่ผลที่ได้ยิ่งทำให้สีหน้าของนางไม่น่ามองยิ่งขึ้น ยามนี้คนในจวนเยี่ยนอ๋องมีไม่มาก นอกจากสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติและมามา ส่วนใหญ่ต่างเป็นทหารองครักษ์ ความภักดีของทหารกองทัพโยวโจวที่มีต่อเยี่ยนอ๋องนั้นไม่ต้องสงสัย ปัญหาอยู่ที่บ่าวรับใช้ทั่วไปเหล่านั้น ในนั้นมีสองคนที่จูชูอวี้พามาจากตระกูลจู เหตุผลเพราะเมื่อกลับมาจินหลิงแรกๆ ไม่อาจไปหาบ่าวรับใช้ที่น่าเชื่อใจได้จึงเรียกตัวจากตระกูลจูมาด้วย แต่ไม่คิดว่า…ยังเป็นสายลับของคนอื่นอีกด้วย
จูชูอวี้โกรธไม่เบา เห็นว่าไม่อาจถามอันใดออกมาได้ จึงสั่งให้คนโบยสายลับเหล่านั้นจนตาย ข่าวมาถึงหนานกงมั่ว หนานกงมั่วจึงทำได้เพียงตอบรับว่ารู้แล้วเพียงเท่านั้น
กลางดึก หนานกงมั่วนั่งอยู่ในห้องรับรอง มือเท้าคางเหม่อมองตะเกียงที่อยู่ไม่ไกลออกไป จูชูอวี้และหย่งเฉิงจวิ้นจู่ยังคงนั่งรออยู่ด้วยกันอีกฝั่ง เดิมทีหนานกงมั่วอยากเกลี้ยกล่อมให้หย่งเฉิงจวิ้นจู่และจูชูอวี้ไปพักผ่อน ต่อมานึกขึ้นได้ว่าเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยยังไม่กลับมา คืนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง อยู่ที่นี่บางทีอาจจะปลอดภัยกว่าจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก
หย่งเฉิงจวิ้นจู่นั่งพิงพนักเก้าอี้ สัปหงกอย่างง่วงงุน จูชูอวี้กลับยังตื่นตัว เหลือบมองหนานกงมั่วอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าหนานกงมั่วจะไม่เอ่ยอันใด แต่เห็นสายตาของหนานกงมั่วแล้วจูชูอวี้ก็สัมผัสได้ว่าคืนนี้เกรงว่าคงเกิดเรื่องแล้ว ดังนั้นแม้ว่าตัวนางเองจะมีเรื่องมากมายต้องจัดการ แต่ยังรออยู่ที่นี่กับหนานกงมั่ว
“จวิ้นจู่” ซิงเวยเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ในอ้อมแขนนั้นอุ้มบางอย่างมาด้วยความระมัดระวัง เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหนานกงมั่วก่อนจะเปิดผ้าที่คลุมอยู่ด้านนอกออก เยาเยากำลังนอนหลับสนิท ใบหน้างดงามของหนานกงมั่วมีรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้น เอ่ยเสียงเบา “เยาเยากินข้าวแล้วหรือ” ซิงเวยพยักหน้า “คุณชายซังบอกว่าวันนี้คุณหนูน้อยไม่ได้นอนกลางวัน ดังนั้นจึงหลับเร็วขอรับ”
“อาเจี้ยวเล่า” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว
ซิงเวยเอ่ย “คุณชายซังกลับไปกับแม่นางเหยียนแล้วขอรับ”
หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ย “ช่างเถิด คืนนี้อาเจี้ยวไปกับหลัวอีคงจะปลอดภัยกว่าอยู่กับเรา”
ซิงเวยเอ่ย “แม่นางเหยียนบอกว่าที่ที่พวกเขาจะไปไม่อาจเอาคุณหนูน้อยไปด้วยได้ขอรับ” หนานกงมั่วยิ้มบาง อุ้มเยาเยาพลางจับมือเล็กของนาง ตุ๊กตาตัวน้อยที่กำลังหลับสนิทตอบสนองโดยไม่รู้ตัวกำมือมารดาแน่น ทำให้หนานกงมั่วยิ้มบางออกมา ความจริงไม่ควรเอาเยาเยาน้อยมาที่จวนเยี่ยนอ๋องด้วย ไม่ว่าจะไปกับจื่อเยียนหรือฝากไว้ที่จวนตระกูลเซี่ยล้วนปลอดภัยกว่าจวนเยี่ยนอ๋องในยามนี้ แต่หนานกงมั่วไม่วางใจ ผ่านเรื่องกงอวี้เฉินจับตัวเยาเยาไปแล้ว แม้จะเป็นยามอันตรายเช่นนี้ หนานกงมั่วก็อยากดูแลบุตรสาวด้วยตนเองจึงจะวางใจได้
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุย หย่งเฉิงจวิ้นจู่ก็ตื่นขึ้นมา เห็นว่าในห้องรับรองมีชายผมสีเทาคนหนึ่งเพิ่มเข้ามาก็ตกใจอย่างอดไม่ได้ ทว่าไม่นานก็ถูกเยาเยาดึงความสนใจไป เห็นว่าหนานกงมั่วยังมีเรื่องต้องคุยกับซิงเวย จึงเอ่ยเสียงเบา “พี่สะใภ้ ให้ข้าอุ้มเยาเยาเถิดเจ้าค่ะ”