หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1101 เสียเลือดมากเกินไป (2)
ตอนที่ 1101 เสียเลือดมากเกินไป (2)
เซียวเชียนจย่งใบหน้างุนงง รู้สึกว่าบรรยากาศไม่ปกติทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด ทำได้เพียงเดินตามพี่ชายทั้งสองและจูชูอวี้ไป อย่างไรพี่สะใภ้ก็เอ่ยได้ไม่ผิด ยามนี้มีเรื่องมากมาย จะมานั่งกันอยู่ที่นี่หลายคนโดยไม่ทำอันใดเลยก็ไม่ได้ หนานกงมั่วออกคำสั่งให้คนไปส่งหย่งเฉิงจวิ้นจู่พักผ่อนด้วยรอยยิ้ม ห้องรับรองเงียบสงบลงทันใด
“ซิงเวย”
“จวิ้นจู่” ซิงเวยเอ่ยอย่างนอบน้อม
หนานกงมั่วเอ่ย “ให้คนของเราซ่อนตัวอยู่ด้านนอกก็เพียงพอแล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องไปยุ่ง”
“จวิ้นจู่” ซิงเวยงุนงง หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “แม่ทัพเฉินเอ่ยได้ไม่เลว ทำมากแล้ว คนอื่นก็อาจไม่ได้รับน้ำใจ เสด็จลุงวางแผนเช่นนี้ คงจะอยากให้พวกเขาจัดการด้วยตัวเองกระมัง”
“ขอรับ จวิ้นจู่”
ศพในเรือนไม่นานพลันถูกกวาดล้างออกไปจนหมด ทว่ากลิ่นเลือดจางๆ ยังคงลอยคลุ้ง หนานกงมั่วยกเยาเยาที่เพิ่งหลับไปอีกครั้งให้ซิงเวย เดินมุ่งหน้าตรงไปยังห้องที่เยี่ยนอ๋องอยู่
ระหว่างทางหลบหลีกกับดักที่คุณชายเสียนเกอวางเอาไว้ เมื่อมายืนอยู่หน้าประตูหนานกงมั่วจึงเอ่ยเสียงเบา “ศิษย์พี่ เข้าไปได้หรือไม่”
ห้องเงียบไปชั่วครู่ เสียงคุณชายเสียนเกอพลันดังขึ้น “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่อาจอยู่เฉย เข้ามาเถิด”
หนานกงมั่วยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ผลักประตูเปิดและเดินเข้าไป
เพียงเข้าไปในห้อง กลิ่นเลือดเข้มข้นทำให้รอยยิ้มของหนานกงมั่วพลันแข็งค้าง บนเตียง ใบหน้าเยี่ยนอ๋องแดงก่ำ เสื้อผ้าที่สวมอยู่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงจางๆ เว่ยจวินมั่วที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย ส่วนที่เชื่อมอยู่ด้วยกันถูกพันผ้าสีขาว ทว่ามองเห็นรอยเลือด
มองเห็นสีหน้าของนางใบหน้าสง่างามของคุณชายเสียนเกอกลอกตาอย่างอดไม่ได้ “ตอนนี้รู้แล้วหรือไม่ว่าไยข้าจึงไม่ให้เจ้าเข้ามา” หากข้าบอกตั้งแต่แรกว่าจะเอาเลือดเว่ยจวินมั่ว เจ้าจะไม่ฆ่าข้าตายเลยหรือ
หนานกงมั่วเพียงขมวดคิ้ว “ศิษย์พี่ ท่านต้องถ่ายเลือดด้วยวิธีหยาบกระด้างเพียงนี้เลยหรือ” นางจำได้ถึงครั้งที่นางเคยแนะนำวิธีถ่ายเลือดให้เขา และศิษย์พี่เองก็ได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้วว่ามันได้ผลนี่นา
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน “ข้าไม่ได้ถ่ายเลือด ข้าเปลี่ยนเลือด วิธีที่เจ้าบอกบางทีอาจมีผลกับคนที่เสียเลือดมาก แต่สามารถใช้กำลังภายในนำพาหรือสามารถไล่เลือดที่มีพิษของเยี่ยนอ๋องออกมาได้หรือไม่”
“ต้องใช้กำลังภายในไล่พิษ ยังต้องใช้ยาถอนพิษท่านทำไมกันเล่า” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบา อย่างไรนางก็ไม่พอใจ
คนตรงหน้าหากไม่ใช่ศิษย์น้องของตนเขาคิดว่าคงวางยาพิษให้ตายไปเสีย คุณชายเสียนเกอหรี่ตาลงครุ่นคิด เอ่ยเหยียดหยัน “ใครใช้ให้พ่อสามีเจ้ารนหาแต่ที่ตายเล่า จะให้ข้าลองตัดเส้นเลือดเขาทิ้งไปแล้วเทยาลงไปดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินเสียงของพวกเขา คุณชายเว่ยจึงลืมตาขึ้นมา มองไปยังหนานกงมั่ว “อู๋สยา ไม่เป็นไร”
หนานกงมั่วยักไหล่ “อย่าปล่อยให้เลือดของตนเองหมดก็พอ วางใจ กลับไปเดี๋ยวข้าจะให้ยาบำรุงเลือดกับท่านในภายหลัง”
“…” รู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น
เห็นว่าเว่ยจวินมั่วหลับตาลงถ่ายเลือดต่อ หนานกงมั่วมองยังอาจารย์อา สีหน้าของอาจารย์อานั้นดีกว่าเว่ยจวินมั่วมาก จึงได้วางใจ เอ่ยเสียงเบา “ศิษย์พี่ ต้องใช้เวลามากเพียงใด”
คุณชายเสียนเกอหยิบยาที่วางอยู่ด้านข้างมาปรุงต่ออย่างสบายใจ เอ่ย “ก่อนฟ้าสาง อาจารย์คงไม่มีอันใดต้องทำแล้ว ส่วนเว่ยจวินมั่ว…”
สีหน้าของหนานกงมั่วไม่น่ามองขึ้นมา “ท่านอย่าบอกนะว่าต้องถ่ายเลือดไปจนหลังฟ้าสาง” แม้ความช้าเร็วของเลือดจะกำหนดเองได้ แต่ต่อให้ช้าเพียงใดเสียเลือดมากเกินก็คงไม่อาจรับได้กระมัง
คุณชายเสียนเกอยิ้มร่ามองนาง “ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นหมอที่ต้องใช้ชีวิตแลกชีวิตหรืออย่างไร ข้าเพียงจะบอกว่าเว่ยจวินมั่วเกรงว่าต้องรักษาอีกหลายวัน” ต่อให้เว่ยจวินมั่วเป็นยอดฝีมือ เสียเลือดไปมากเพียงนั้นก็ทำให้เขานอนซมไม่อาจลุกขึ้นได้อยู่หลายวัน
“เรียกเชียนชื่อพวกเขามาช่วยด้วยมิได้หรือ” ในสามพี่น้อง ต้องมีสักคนที่เลือดเข้ากับเยี่ยนอ๋องได้กระมัง
คุณชายเสียนเกอส่ายศีรษะ “เริ่มแล้วไม่อาจหยุดได้ เปลี่ยนสามคนนั้นมา ต่อให้สามคนรวมกันก็ไม่อาจเทียบเว่ยจวินมั่วเพียงคนเดียวได้ ยุ่งยากเกินไป คุณชายเช่นข้าไม่ชอบทำอันใดแบบถูไถ”
หนานกงมั่วจนปัญญา ทำได้เพียงมองเว่ยจวินมั่วและอาจารย์อาของตนเอง ถอนหายใจ “เดี๋ยวข้าจะให้คนนำอาหารมาให้ศิษย์พี่”
คุณชายเสียนเกอจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ยังเป็นมั่วเอ๋อร์ที่เป็นเด็กดี รีบไป ทำอันใดมาบำรุงเลือดด้วย เว่ยจวินมั่วกินแล้วไม่แน่อาจให้เลือดเพิ่มได้อีกสักหน่อย”
“…”
หนานกงมั่วกลับห้องมาพักผ่อนได้เพียงหนึ่งชั่วยามกว่าฟ้าก็สว่างแล้ว ไม่ได้นอนต่ออีก รีบลุกขึ้นตรงไปยังเรือนเยี่ยนอ๋อง เรือนเยี่ยนอ๋องที่เดิมปิดสนิทยามนี้ถูกเปิดออกแล้ว มีเพียงหย่งเฉิงจวิ้นจู่และเซียวเชียนจย่งที่รออยู่ด้านหน้าประตู เห็นหนานกงมั่วมา ทั้งสองจึงพ่นลมหายใจออกมา
“มีอันใดหรือ ยังไม่เสร็จอีกหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
ด้านใน คุณชายเสียนเกอเอ่ยตอบเสียงเรียบ “เสร็จแล้ว เข้ามาเถิด”
ในห้องยังมีกลิ่นเลือดจางๆ ลอยปะทะเข้ามา บนพื้นมีผ้าที่ถูกย้อมไปด้วยเลือด เยี่ยนอ๋องนอนอยู่บนเตียงยังไม่ตื่น เว่ยจวินมั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้หลับตาเอนตัวพิงพนักด้านหลังด้วยใบหน้าซีดเซียว อาจารย์อานั่งอยู่ด้านข้างยังคงมีสติ เพียงมองดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย “ลำบากอาจารย์อาแล้ว” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบา อาจารย์อาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มจาง “ไม่เป็นไร”
หนานกงมั่วจับข้อมือของอาจารย์อาขึ้นมาตรวจชีพจร สูญเสียกำลังภายในไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง ก่อนจะถอนหายใจ เอ่ย “อาจารย์อา ข้าให้คนเตรียมห้องพักในจวนไว้ให้ อาจารย์อาไปพักผ่อนสักหน่อยก่อนค่อยว่ากันเถิดเจ้าค่ะ”
อาจารย์อาพยักหน้า ลุกขึ้นเหลือบมองคุณชายเสียนเกอเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป
หนานกงมั่วจึงเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างเว่ยจวินมั่ว คุณชายเว่ยเสียเลือดมาก แต่สิ่งที่ทำให้หนานกงมั่วประหลาดใจก็คือเขายังไม่สลบไป เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนเข้าใกล้จึงลืมตาขึ้นมอง หนานกงมั่วชะงัก ดวงตาเย็นชาที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารของคุณชายเว่ย ยามนี้ดวงตาสีม่วงคู่นั้นดูไร้เรี่ยวแรงอยู่จางๆ สูญเสียความเย็นชาที่เคยมีมาไปเล็กน้อย อีกทั้งใบหน้าที่ซีดขาวนั่น หากไม่รู้ หนานกงมั่วพลันมีความคิดบางอย่างขึ้นมาไม่ถูกเวลา หากดวงตาคู่นั้นมีน้ำตาคลอเล็กน้อยก็คงจะเหมือนกับหญิงงามที่กำลังป่วย
คนอื่นๆ ต่างก็ได้พักผ่อนแล้ว แต่ว่าตนเองกลับไม่อาจพักผ่อน คุณชายเสียนเกอที่อารมณ์ไม่ดีเอ่ยขึ้น “พาบุรุษของเจ้าไปเถิด ไม่ได้ใช้เขาแล้ว คงไม่ต้องให้ข้าช่วยจ่ายยาบำรุงเลือดกระมัง ความจริงคนที่ตีอย่างไรก็ไม่ตายอย่างเขา ไม่ต้องบำรุงเลือด เพียงนอนสองสามวันไม่แน่อาจกระโดดโลดเต้นได้แล้ว”
หนานกงมั่วกระตุกมุมปากอย่างห้ามไม่ได้ คุณชายเสียนเกอช่างไร้ความปรานี คนทั่วไปหากเสียเลือดอย่างเว่ยจวินมั่ว อย่าว่าแต่ตื่นเลย ต่อไปจะมีโอกาสตื่นขึ้นมาหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้ เพียงแต่ฝีมือการแพทย์ของคุณชายเสียนเกอนั้นรับรองได้ ดังนั้นเขาจึงได้หยุดลงในระดับที่เว่ยจวินมั่วรับไหว
“ก็ได้ หลังจากนี้ก็ลำบากศิษย์พี่แล้ว”
คุณชายเสียนเกอเอ่ยอย่างไม่พอใจนัก “เอ่ยอย่างกับเจ้าสามารถช่วยข้าได้ ไม่ลำบากข้า เจ้าจะทำเองหรือ”
“…” ศิษย์พี่ที่ไม่ได้นอนมักอารมณ์ไม่ดีเช่นนี้
เซียวเชียนจย่งและหย่งเฉิงจวิ้นจู่มองไปยังเยี่ยนอ๋องที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เอ่ยขึ้นด้วยความกังวลอย่างอดไม่ได้ “คุณชายเสียนเกอ…เสด็จพ่อ ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่”
คุณชายเสียนเกอเอ่ยเสียงเรียบ “ยังจะเป็นอันใดได้อีก พิษก็ถอนแล้ว บาดแผลก็รักษาแล้ว แต่หากเขายังรนหาที่ตายต่อไป ครั้งหน้าก็ไม่ต้องมาหาข้าแล้ว เตรียมโรงไม้เอาไว้เถิด”
แม้วาจาของคุณชายเสียนเกอจะไม่มีความเกรงใจและเสียดสี แต่เซียวเชียนจย่งกลับพ่นลมหายใจยาม เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลำบากคุณชายแล้ว ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือเสด็จพ่อของข้า ต่อไปหากมีอันใดให้ข้าช่วย คุณชายเสียนเกอก็เอ่ยบอกมาเป็นพอ”
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน ก้มลงไปเขียนใบจ่ายยาต่อ
คุณชายเว่ยเสียเลือดมาก แน่นอนว่าไม่อาจกลับไปยังจวนองค์หญิงได้ ทำได้เพียงพักอยู่ในห้องที่ใกล้ที่สุดในจวนเยี่ยนอ๋องเท่านัน้
เพียงมองเว่ยจวินมั่วที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง หนานกงมั่วจึงถอนหายใจยาว ต่อให้บาดแผลของเว่ยจวินมั่วจะถูกศิษย์พี่รักษาหายก่อนหน้านี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นใบหน้าของเขาซีดเซียวได้เพียงนี้ ไม่เคยอ่อนแอเพียงนี้ เว่ยจวินมั่วลืมตาขึ้น ดวงตาสีม่วงมองหนานกงมั่วนิ่ง ในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรัก “อู๋สยา”
หนานกงมั่วนั่งอยู่ข้างเตียง ถอนหายใจ เอ่ย “ยินดีกับท่าน เกรงว่าคงต้องนอนพักไปอีกหลายวัน”
มุมปากของคุณชายเว่ยยกขึ้น “อู๋สยาเป็นห่วงข้าหรือ”
“ท่านว่าอย่างไรเล่า” หนานกงมั่วเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าเคยบอกท่านแล้ว หากท่านตาย อย่าได้หวังให้ข้าไว้ทุกข์แก่ท่าน”
เว่ยจวินมั่วไม่โกรธ เพียงยื่นมือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บไปจับมือหนานกงมั่วเอาไว้ “ข้าไม่มีทางตาย” ไม่ว่าเพื่ออันใด ขอเพียงนางยังอยู่ ลูกของพวกเขายังอยู่ เขาไม่มีทางละเลยต่อชีวิตของตนเองอย่างแน่นอน ต่อให้เป็น…บิดาผู้ให้กำเนิดเขาก็ตาม
หนานกงมั่วได้ยินถึงความจริงจังในวาจาของเขา พยักหน้าพลางเอ่ย “ข้าวางใจวิชาแพทย์ของศิษย์พี่ เขาไม่มีทางเอาชีวิตของท่านไปแลกกับชีวิตของเสด็จลุงอย่างแน่นอน” แม้จะชอบบ่นว่าไม่ถูกตาเว่ยจวินมั่ว แต่หนานกงมั่วรู้ ในสายตาของศิษย์พี่ ชีวิตของน้องเขยเขาสำคัญกว่าพ่อของน้องเขยอย่างแน่นอน
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเบา “เสด็จลุง…ร่างกายของเขาดีแล้ว ต่อไปเรื่องที่ต้องกังวลก็น้อยลงมาก เมื่อคืนเจ้าก็ไม่ได้พักผ่อนให้ดี ลงมานอนสักหน่อยเถิด”
หนานกงมั่วพยักหน้า หาวเบาๆ แล้วนอนลงด้านข้างเว่ยจวินมั่ว เมื่อคืนนางเองก็นอนไปเพียงหนึ่งชั่วยามกว่า อีกทั้งยังไม่กล้าหลับลึกนัก ตอนนี้เริ่มง่วงขึ้นมาบ้าง อย่างไรก็ไม่มีอันใดแล้ว เช่นนั้นก็นอนสักหน่อยเถิด
มองนางที่เพียงหลับตาก็หลับสนิทไป เว่ยจวินมั่วพยุงตัวลุกขึ้นมาจูบเบาๆ ลงไปยังเปลือกตาที่ปิดสนิทของนาง ดึงนางเข้าสู่อ้อมแขนและหลับตามไป
ในห้องข้างๆ ซิงเวยอุ้มเยาเยาที่เพิ่งตื่นนอนขึ้นมาและเรียกหามารดาอย่างเกร็งๆ ไม่สนใจสตรีชุดดำสองคนยืนอยู่ด้านข้างกำลังพยายามกลั้นยิ้ม
เขายอมไปต่อสู้สุดชีวิต ไม่อยากเป็นพี่เลี้ยงชั่วคราวอุ้มตุ๊กตาตัวนุ่ม