หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1117 สำนึกผิด ราชโองการสละราชสมบัติ (2)
ตอนที่ 1117 สำนึกผิด ราชโองการสละราชสมบัติ (2)
หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ย “ความหมายของฝ่าบาทพวกเราเข้าใจแล้วเพคะ จะบอกกับเสด็จลุงอย่างแน่นอน ทูลลาเพคะ”
ทั้งสองหันหลังยังไม่ทันเดินออกจากห้อง พลันได้ยินเสียงเซียวเชียนเยี่ยดังขึ้นด้านหลังด้วยความแปลกใจ “เยี่ยนอ๋องยอมรับฐานะของเว่ยจวินมั่วแล้ว ไยพวกเจ้ายังเรียกเขาว่าเสด็จลุงเล่า”
หนานกงมั่วหันหน้ากลับมาส่งยิ้มให้ จากนั้นเดินจูงมือเว่ยจวินมั่วออกไป
ในห้องทรงอักษร เซียวเชียนเยี่ยยังคงนั่งตัวตรงอยู่อย่างนั้นไปชั่วครู่ ก่อนจะทรุดตัวอ่อนยวบพิงไปกับเก้าอี้อย่างหมดกำลังใจ ครู่ต่อมาในห้องหนังสือพลันมีเสียงคล้ายร้องไห้คล้ายหัวเราะดังขึ้นมาจากในห้องหนังสือ “เสด็จพ่อ…เสด็จปู่…เชียนเยี่ยไร้ความสามารถ…”
เหตุการณ์ที่หันหมิ่นพุ่งชนกำแพงวังหลวงไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะไม่นานก็มีข่าวที่ทำให้พวกเขาต้องตื่นตกใจกว่านั้น
ภายในหนึ่งวัน เซียวเชียนเยี่ยได้ออกประกาศราชโองการสำนึกผิดไปสามฉบับ ยอมรับความผิดพลาดที่ผ่านมาตั้งแต่เขาขึ้นครองบัลลังก์ กระทั่งเรื่องราวก่อนขึ้นคลองบัลลังก์ก็ไม่ได้ละทิ้ง แสดงออกมาว่าตนไม่อาจทำให้เป็นไปตามความคาดหวังของอดีตฮ่องเต้ได้จึงออกราชโองการสละราชสมบัติ หลีกทางให้กับเยี่ยนอ๋อง เวลาเพียงไม่นานเมืองจินหลิงพลันสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง
จวนตระกูลฉิน
เซี่ยโหวกำลังนั่งดื่มชาอยู่กับนายท่านตระกูลฉิน เนิ่นนานจากนั้นเซี่ยโหวจึงเอ่ยถาม “เรื่องราชโองการสละราชสมบัติ พี่ฉินมีความคิดเห็นเช่นไร”
นายท่านตระกูลฉินเงียบไปชั่วครู่ ถอนหายใจ เอ่ย “ข้าคิดว่า…ครั้งนี้ฝ่าบาทฉลาดอย่างหาได้ยากแล้ว”
“โอ้” เซี่ยโหวเลิกคิ้ว “ราชโองการสำนึกผิดไม่กี่ฉบับที่ประกาศออกมา ชื่อเสียงของฝ่าบาทก็…” เรื่องหลังจากขึ้นครองราชย์เหล่านั้นไม่เอ่ยถึง เรื่องก่อนขึ้นครองราชย์โดยเฉพาะเรื่องที่หลิงโจว รวมทั้งเรื่องของเซียวฉุน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือออกมา แต่ข่าวลือที่ถูกกระจายอยู่ด้านนอกกับฝ่าบาทยอมรับด้วยพระองค์เองจะเหมือนกันได้อย่างไร เมื่อราชโองการสำนึกผิดถูกประกาศออกมา เอ่ยได้ว่าเซียวเชียนเยี่ยนำชื่อเสียงเหยียบย่ำลงในโคลนด้วยตนเองแล้ว ในความทรงจำของเซี่ยโหว เซียวเชียนเยี่ยเป็นคนรักในชื่อเสียงของตนเองมาก การกระทำเช่นนี้จะไม่ทำให้คนแตกตื่นได้อย่างไร เซี่ยโหวอดสงสัยไม่ได้ว่าราชโองการสำนึกผิดนี้เซียวเชียนเยี่ยเขียนด้วยตนเองหรือไม่
นายท่านตระกูลฉินยิ้ม เอ่ย “พี่เซี่ย ฮ่องเต้ที่กำลังจะสละราชสมบัติผู้หนึ่ง จะต้องการชื่อเสียงที่ดีไปเพื่ออันใด” ไม่ว่าเซียวเชียนเยี่ยจะเต็มใจลงจากบัลลังก์ด้วยตนเองหรือถูกบีบบังคับ ชื่อเสียงของกษัตริย์ดีเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี
เซี่ยโหวชะงัก ส่ายศีรษะพลางยิ้มโดยไม่รู้ตัว ในจุดนี้เขาไม่อาจมองขาดเท่านายท่านตระกูลฉิน อย่างไรตระกูลเซี่ยก็เห็นชื่อเสียงสำคัญกว่าสิ่งใด บางครั้งถึงขั้นเหน็ดเหนื่อยเพราะชื่อเสียงมิใช่หรือ ฮ่องเต้ที่สละราชสมบัติ หากมีชื่อเสียงที่ดีเช่นนั้นกษัตริย์องค์ใหม่จะอยู่สงบได้เยี่ยงไร ชื่อเสียงของเซียวเชียนเยี่ยยิ่งแย่ สำหรับเขาก็ยิ่งปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่เขามอบมันให้กับเยี่ยนอ๋อง เกรงว่าเยี่ยนอ๋องต้องไว้ชีวิตเซียวเชียนเยี่ยเพื่อชื่อเสียงของตนเอง
นายท่านตระกูลฉินเอ่ย “เดิมทีข้าเองก็กังวล คิดว่าเซี่ยโหวเองก็เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่”
เซี่ยโหวพยักหน้าเบาๆ เอ่ย “ไม่ผิด เดิมทีข้าคิดว่า ด้วยนิสัยของเยี่ยนอ๋องวันที่วังหลวงแตกวันนั้นคงเป็นวันสุดท้ายของฝ่าบาท แต่ไม่คิดว่าฝ่าบาทยังถูกคุณชายเว่ยช่วยออกมา เช่นนี้แล้วผลลัพธ์ในตอนนี้ อย่างน้อยกว่าครึ่งก็เป็นความดีความชอบของคุณชายเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่”
นายท่านตระกูลฉินลูบเครา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณชายเว่ยแม้จะเย็นชา ทว่าทำการใดค่อนข้างคล้ายเยี่ยนอ๋อง แต่มีความเห็นอกเห็นใจมากกว่าเยี่ยนอ๋อง อารมณ์รุนแรงน้อยกว่า”
“ส่วนคุณชายทั้งสามของเยี่ยนอ๋อง…” เซี่ยโหวขมวดคิ้ว นายท่านตระกูลฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มีคนมาเยือนเซี่ยโหวแล้วหรือ” เซี่ยโหวไม่ใส่ใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่ฉินถามเช่นนี้ เห็นได้ว่าตระกูลฉินก็มีคนมาเยือนแล้วหรือไม่” นายท่านตระกูลฉินยิ้มอย่างพึงพอใจ เอ่ย “มีคนมาเยือนจริงๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก อย่างไร…บุตรชายที่ไม่คู่ควรของข้าก็ยังอยู่ที่เฉินโจวอยู่เลย”
ฉินจื่อซวี่ ผู้สืบทอดคนต่อไปของตระกูลฉิน เป็นคนสนิทของคุณชายเว่ย ในสายตาของคนอื่นคงมองว่าตระกูลฉินยืนอยู่ข้างคุณชายเว่ยอย่างแน่นอน นอกเสียจากตระกูลฉินจะเปลี่ยนผู้นำตระกูล หรือเกิดอันใดขึ้นกับฉินจื่อซวี่ เช่นนี้แล้วต่อให้ตระกูลฉินจะทรงพลังเพียงใด คนที่มาเกลี้ยกล่อมดึงพวกเขาไปเป็นพวกคงไม่ได้กระตืนรือร้นมากนัก
“เซี่ยโหวมีแผนการหรือไม่” นายท่านตระกูลฉินเอ่ยถาม
เซี่ยโหวเอ่ยเสียงเรียบ “ตระกูลเซี่ยเป็นเพียงขุนนางผู้บริสุทธิ์เท่านั้น”
ในเมื่อตระกูลเซี่ยกำลังจะเปลี่ยนแปลง มีโอกาสเข้าสู่ราชสำนัก หากพวกเขาเลือกข้างรับความดีความชอบมีวาสนาจากมังกร[1] นั่นคือตายสถานเดียว ไม่ว่าเยี่ยนอ๋องต้องการยกให้บุตรชายคนใด แต่ตระกูลเซี่ยกลับไม่อาจเลือกได้แม้เพียงคนเดียว เลือกคนใดต่างก็ตายทั้งนั้น อย่างน้อยภายในสองหรือสามรุ่น ตระกูลเซี่ยจะต้องเป็นขุนนางที่บริสุทธิ์ยืนหยัดในความเป็นกลางดังเช่นชื่อเสียงและสถานะของตระกูลเซี่ยในตอนนี้ถึงจะได้
นายท่านตระกูลฉินเข้าใจ การตัดสินใจของตระกูลเซี่ยก็อยู่ในการคาดเดาของเขา เยี่ยนอ๋องยังไม่ขึ้นครองบัลลังก์ ยามนี้อายุก็ยังไม่นับว่ามาก ตระกูลเซี่ยยืนอยู่ตรงกลางเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
กลับกันกับพวกเขา นึกถึงบุตรชายที่อยู่ไกลถึงเฉินโจว นายท่านตระกูลฉินปวดหัวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เขาควรชื่นชมสายตาของบุตรชาย เพียงเลือกก็เลือกว่าที่องค์ชาย หรือว่าต้องต่อว่าบุตรชายสักครั้ง จากนั้นขังไว้สามปีห้าปีเพื่อไม่ให้ตระกูลฉินเข้าสู่การแย่งชิงอำนาจ แม้จะคิดเช่นนี้ แต่นายท่านตระกูลฉินก็ยังมีความสุขกับการทำงานหนักของเขา ตระกูลฉินไม่ใช่ตระกูลเซี่ย ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลมากนัก
เซี่ยโหวยกถ้วยขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ “คุณชายของท่านสายตาไม่เลว พี่ฉินมีคนสืบทอด ยินดีด้วย”
นายท่านตระกูลฉินก็ยกถ้วยตามขึ้นมา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่เซี่ยชมเกินไปแล้ว วาจานี้ของพี่เซี่ย…ดูเหมือนจะเป็นแง่ดีมากกว่า…”
เซี่ยโหวยิ้มบาง เอ่ย “คุณชายทั้งสามของเยี่ยนอ๋อง อย่างไรก็ไม่ได้เติบโตในจินหลิง การอบรมศึกษาก็อยู่ในการสั่งของจวนเยี่ยนอ๋อง บนโลกใบนี้ มีคนมีพรสวรรค์ บางคนฉลาดเรียนรู้ได้จากการฉุกคิดและเหตุการณ์ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการเวลาและสภาพแวดล้อมคอยขัดเกลา หากคุณชายเหล่านั้นยังเด็กกว่านี้คงจะดี แต่ว่าตอนนี้…”
“คุณชายเว่ยก็ไม่ได้เก่งกาจไปกว่าพวกเขา” นายท่านตระกูลฉินเอ่ยขึ้น กระทั่งอาจสู้พวกเขาไม่ได้ อย่างน้อยคุณชายทั้งสามจวนเยี่ยนอ๋องยังก็ถูกเลี้ยงดูมาในฐานะลูกหลานเชื้อพระวงศ์จวนเยี่ยนอ๋อง เว่ยจวินมั่วเติบโตมาในจวนอ๋อง อีกทั้งยังไม่เป็นที่ยอมรับ เรียกได้ว่าเรียนรู้มาด้วยตนเอง
เซี่ยโหวเลิกคิ้ว เอ่ย “เห็นได้ว่า คุณชายเว่ยนั้นอยู่ในคนส่วนน้อยนั่น” มีพรสวรรค์
นายท่านตระกูลฉินชะงัก ถอนหายใจออกมา “หรือว่าจะเป็นความสามารถของวีรบุรุษผู้มีความทะเยอทะยาน…” นึกถึงความสำเร็จของเว่ยจวินมั่วตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณชายเว่ยเติบโตรวดเร็วเกินไป บนโลกใบนี้แน่นอนว่ามีคนเก่งกาจในการปกครองเมืองกว่าเขา และมีคนที่มีความสามารถโดดเด่นในการทหารกว่าเขา แต่ไม่มีผู้ใดสามารถบรรลุทุกอย่างได้โดยใช้เวลาเพียงห้าหกปี อย่าว่าแต่ตอนนี้ ต่อให้เป็นหลายร้อยปีก่อนก็ไม่มีผู้ฉลาดและมีพรสวรรค์เช่นนี้ เว่ยจวินมั่วกำเนิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้มีความสามารถโดดเด่นมากมายถูกบดบัง
“พี่ฉินระวังวาจาด้วย” เซี่ยโหวเอ่ยเตือนเสียงเรียบ
[1] มังกร ในที่นี้หมายถึงคนใดคนหนึ่งที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ คล้ายๆ ว่าได้รับความดีความชอบเพราะช่วยให้ใครสักคนได้ขึ้นครองบัลลังก์