หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1124 งานเลี้ยงจวนอ๋อง หัวใจผู้คน (1)
ตอนที่ 1124 งานเลี้ยงจวนอ๋อง หัวใจผู้คน (1)
เมืองจินหลิง ผู้คนที่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมพระราชพิธีสละราชบัลลังก์และพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ต้องตื่นตกใจกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาอีกครั้ง ความจริงไม่ใช่ทุกคนที่ตื่นตกใจ อย่างไรในเมืองจินหลิงก็นับว่าเป็นข่าวเก่าแล้ว แต่แม้จะเป็นข่าวเก่า เยี่ยนอ๋องเอ่ยปากยอมรับง่ายๆ กับการป่าวประกาศไปทั่วหล้าย่อมแตกต่างกัน ความแตกต่างก็คงเหมือนกับการแต่งลูกสะใภ้อย่างลับๆ กับการป่าวประกาศไปทั่ว พร้อมแบกเกี้ยวเข้าประตูอย่างโอ่อ่า
เป็นที่น่าตกใจยิ่งกว่าสำหรับชาวเมืองที่ไม่รู้ความจริง เพราะเห็นว่ามีชาติกำเนิดไม่ชัดเจนจึงวิพากษ์วิจารณ์คุณชายเว่ยมาโดยตลอด กลับกลายมาเป็นบุตรชายของอดีตพระชายาซ่งซื่อที่ตายจากไป บุตรชายคนโตจวนเยี่ยนอ๋องอย่างนั้นหรือ
นี่สวรรค์กำลังล้อเล่นอยู่หรือ
ทุกคนต่างเงยหน้ามองฟ้าอย่างอดไม่ได้ ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆนับหมื่นลี้
ในตอนที่ได้รู้ข่าวนี้ คุณชายใหญ่ฉินที่จากบ้านไปไกลกำลังนั่งเดินหมากอยู่กับบิดาอย่างสงบ เมื่อได้ยินผู้ดูแลวิ่งเข้ามารายงานอย่างเร่งรีบคิ้วคมจึงขมวดขึ้น วางหมากลงไป “ท่านพ่อ คิดว่าสายตาลูกยาวไกลเหมือนกันใช่หรือไม่”
นายท่านฉินเองก็พูดไม่ออก ตอนนั้นไยฉินจื่อซวี่จึงเลือกเว่ยจวินมั่วอย่างนั้นหรือ หนึ่งเพราะคุณชายเว่ยมีความสามารถ สองเพราะความสำคัญที่เยี่ยนอ๋องมีให้คุณชายเว่ย สามเพราะคุณชายเว่ยอยู่เหนือข้อพิพาทใดๆ แต่ว่าตอนนี้…หลานชายของว่าที่ฮ่องเต้คนหนึ่งกับบุตรชายคนโตของว่าที่ฮ่องเต้คนหนึ่ง…เยี่ยนอ๋องกล้าป่าวประกาศตัวตนของเว่ยจวินมั่วในยามนี้ ย่อมเห็นวัตถุประสงค์ได้อย่างชัดเจน
และตระกูลฉิน…ก็ผูกอยู่กับเรือของคุณชายเว่ยตั้งแต่แรกแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านมีคำสั่งสอนหรือไม่” ฉินจื่อซวี่เอ่ยถามอย่างนอบน้อม
นายท่านตระกูลฉินเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ย “เวลาและโชคชะตา ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถิด อย่างไร…อนาคตตระกูลฉินก็เป็นของเจ้า” ทำให้ตระกูลฉินจบสิ้นแล้ว คนที่จะซวยก็คือตัวเจ้าเอง
ฉินจื่อซวี่ยักไหล่ เคาะศีรษะพลางครุ่นคิด “เมื่อเทียบกับไม่กี่คนนั่น ข้าก็ยังจะเดิมพันอยู่กับคุณชายเว่ย นอกเสียจากตัวเขาจะไม่อยากชนะ” ยิ่งไปกว่านั้น เพียงกลับเมืองหลวงคุณชายเว่ยก็มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตน หากยังลังเลสมองคงมีปัญหาแล้ว
“แล้วเจ้าจะมีสีหน้าเอือมระอาอยู่ทำไม” นายท่านฉินเอ่ย
คุณชายใหญ่ฉินเอ่ย “ข้านึกว่าท่านพ่อจะชมว่าข้าสายตาเฉียบคมนี่ขอรับ”
“…”
สถานะที่เปลี่ยนไปก็นำพาความเปลี่ยนแปลงมากมายเข้ามา จวนองค์หญิงฉังผิงที่เดิมทีก็ไม่ได้เงียบเหงา สองวันมานี้ยิ่งมีแขกเหรื่อมากมายมาเยือนไม่ขาดสาย น่าเสียดายคนที่เกี่ยวข้องนั้นกลับไม่มีความสนใจ จวนองค์หญิงฉังผิงปิดประตูขอบคุณแขก ทำให้คนที่มาต้องกลับไปอย่างน่าเสียดาย
เยี่ยนอ๋องและคนอื่นๆ ยุ่งอยู่ในวังหลวง ทางจวนเยี่ยนอ๋องนอกวังพระชายาเยี่ยนอ๋องเองก็ไม่ได้ว่าง ได้ข่าวว่าพระชายาเยี่ยนอ๋องกลับมาเมืองหลวงแล้ว เหล่าสตรีสูงศักดิ์ในจินหลิงต่างพากันมาเยี่ยมเยียน มีผู้คนมาขอเข้าพบไม่ขาดสาย พระชายาเยี่ยนอ๋องไม่ชอบให้คนมารบกวนจึงจัดงานเลี้ยงสตรีสูงศักดิ์ในครั้งเดียว คนที่ได้รับเทียบเชิญต่างมาด้วยความยินดี ต้องรู้ว่าพระชายาเยี่ยนอ๋องแม้ยามนี้จะยังเป็นเพียงพระชายาเยี่ยนอ๋อง แต่อีกสองสามวันก็จะกลายเป็นฮองเฮาแล้ว
ในจวนเยี่ยนอ๋อง พระชายาเยี่ยนอ๋องและองค์หญิงฉังผิงกำลังนั่งคุยเล่นอยู่ในห้องรับรอง ยามนี้นางมีบุตรสะใภ้สองคน เรื่องการต้อนรับแขกไม่จำเป็นต้องออกหน้าเองแล้ว ยามนี้เมืองจินหลิงก็คงไม่มีสตรีผู้ใดกล้าให้พระชายาเยี่ยนอ๋องไปรอต้อนรับด้วยตนเองแล้ว
“น้องห้า ไยอู๋สยาจึงไม่อยู่เล่า” แม้จะประกาศรับเว่ยจวินมั่วกลับคืนมาอย่างเป็นทางการ เว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่ว สองสามีภรรยาก็เปลี่ยนมาเรียกเยี่ยนอ๋องว่าเสด็จพ่อ พระชายาเยี่ยนอ๋องว่าเสด็จแม่ แต่กลับไม่ได้ย้ายออกมาจากจวนองค์หญิง มายังจวนเยี่ยนอ๋อง ทั้งสี่คนยังอาศัยอยู่ในจวนองค์หญิงกับองค์หญิงฉังผิง เรื่องนี้เยี่ยนอ๋องเองก็ไม่ได้เอ่ยอันใดมาก เพียงได้รับบุตรชายกลับมาเขาก็พึงพอใจแล้ว หลายปีมานี้น้องสาวทำเพื่อจวินมั่วไม่น้อย ตอบแทนต่อนางเป็นเรื่องสมควร
องค์หญิงฉังผิงยิ้มบาง เอ่ย “วันนี้จวินมั่วออกจากจวนไปแต่เช้าแล้วเพคะ เห็นว่าต้องไปเยี่ยมท่านใดสักคน” องค์หญิงฉังผิงส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ เอ่ย “หม่อมฉันเองก็ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้นัก มีอู๋สยาตามไปด้วยจึงวางใจได้บ้าง”
พระชายาเยี่ยนอ๋องพยักหน้า องค์หญิงฉังผิงไม่รู้ทว่านางรู้ อย่างไรยามนี้เซียวเชียนชื่อสามพี่น้องก็ทำเรื่องเดียวกัน
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ด้านนอกพลันมีเสียงใสขององค์หญิงหลิงอี๋ดังขึ้น พระชายาเยี่ยนอ๋องมองสบตากับองค์หญิงฉังผิง ลุกขึ้นไปต้อนรับ องค์หญิงหลิงอี๋เดินเข้ามาด้านในแล้ว ยิ้มให้ทั้งสอง เอ่ย “พี่สะใภ้สาม พี่ห้า พวกท่านอย่าได้เกรงใจต่อหม่อมฉัน”
องค์หญิงฉังผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เกรงใจอันใด ไม่ได้เจอกันหลายปีคิดถึงน้องเจ็ดเท่านั้น”
องค์หญิงหลิงอี๋เองก็ยิ้ม “หม่อมฉันก็คิดถึงพี่ห้าเพคะ หลายปีมานี้พี่ห้ากลับดูอ่อนเยาว์ไปมาก”
“ปากหวานเสียจริง” องค์หญิงฉังผิงเอ่ยอย่างจนใจ
องค์หญิงหลิงอี๋จับมือองค์หญิงฉังผิงนั่งลง หันไปเอ่ยกับพระชายาเยี่ยนอ๋องด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้สาม ยินดีด้วยเพคะ”
พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “ยินดีอันใด”
องค์หญิงหลิงอี๋กะพริบตา เอ่ย “ยินดีล่วงหน้าเพคะ”
“เจ้านี่นะ” พระชายาส่ายศีรษะทำอันใดไม่ได้
พี่สะใภ้น้องสามีทั้งสามนั่งพูดคุยกัน พระชายาเยี่ยนอ๋องและองค์หญิงฉังผิงต่างก็ไม่ใช่คนช่างพูด เป็นฝ่ายฟังองค์หญิงหลิงอี๋เสียมากกว่า แม้องค์หญิงหลิงอี๋จะอายุเกินสี่สิบแล้วทว่ามีพลังเต็มเปี่ยมช่างเจรจา
“ไยจึงไม่เห็นอู๋สยาเล่า” องค์หญิงหลิงอี๋เอ่ยถามด้วยความสงสัย
องค์หญิงฉังผิงอดที่จะขบขันไม่ได้ “ไยพี่สะใภ้สามและน้องเจ็ดต่างก็ถามหาอู๋สยาเล่า อู๋สยาออกไปกับจวินเอ๋อร์แล้ว”
องค์หญิงหลิงอี๋ยิ้มตาหยี เอ่ย “หม่อมฉันชอบนางเพคะ พี่ห้าและพี่สะใภ้สามต่างก็มีหลานแล้ว มีหม่อมฉันเพียงคนเดียวที่ต้องอยู่อย่างหงอยเหงา วันนี้หม่อมฉันอยากมาดูเหล่าตุ๊กตาเพคะ”
พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เยาเยา อานอาน และคังเอ๋อร์เล่นอยู่เรือนหลัง หากเจ้าอยากเจอเข้าไปเองก็ได้”
องค์หญิงหลิงอี๋เองก็ไม่เกรงใจ ลุกขึ้นโบกมือพลางเอ่ย “เช่นนั้นหม่อมฉันไปดูก่อนสักหน่อยเพคะ แม้ว่าอู๋สยาพวกเขาจะอยู่จินหลิงมาหลายวันแล้ว แต่หม่อมฉันยังไม่เคยเจอเด็กทั้งสองเลย”
ยิ้มมององค์หญิงหลิงอี๋เดินไป ด้านนอกประตูซุนเหยียนเอ๋อร์เอ่ยรายงาน “เสด็จแม่ แขกมาเกือบจะครบแล้วเพคะ”
พระชายาเยี่ยนอ๋องพยักหน้า เอ่ยกับองค์หญิงฉังผิงด้วยรอยยิ้ม เอ่ย “น้องห้า พวกเราออกไปกันเถิด”
“เพคะ พี่สะใภ้สาม”
ในศาลากลางน้ำที่กว้างขวางในจวนเยี่ยนอ๋อง นายหญิงใหญ่ของจวนต่างๆ ในจินหลิง คุณหนูเชื้อสายหลักเชื้อสายรองต่างมานั่งรวมตัวกัน ผู้ที่มีสง่าราศีที่สุดคือนายหญิงใหญ่ตระกูลซุนและตระกูลจู มีผู้คนรายล้อมเข้ามาร่วมพูดคุยมากมาย นายหญิงตระกูลจูก็ช่างเถิด หลายปีมานี้ตระกูลจูเจริญรุ่งเรืองดั่งดวงอาทิตย์กลางท้องฟ้า แน่นอนว่าฮูหยินตระกูลจูจึงเป็นที่หมายปองในการพูดคุย เพียงแต่เวลานี้แม้จูฮูหยินจะดูเย่อหยิ่งทว่าใบหน้ากลับซูบผอมและซีดเซียว ตระกูลซุนไม่ได้มีภูมิหลังที่ชัดเจน อยู่ในเมืองจินหลิงเองก็ถ่อมเนื้อถ่อมตัวเป็นที่สุด ซุนฮูหยินมากับลูกสะใภ้ เมื่อเผชิญหน้ากับใบหน้าและสายตาเป็นมิตรจากผู้คนรอบข้างจึงทำตัวไม่ถูก ระหว่างงานเลี้ยงจึงพูดน้อยบ้าง ทว่าปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบทั้งวาจาและการกระทำไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ
ชั่วพริบตาก็ผ่านไปกว่าห้าหกปี เหล่าหญิงสาวที่เคยเป็นแขกในงานเลี้ยงเรือนจี้ชั่งและตระกูลจูส่วนใหญ่ออกเรือนไปแล้ว ยามนี้ไม่รู้ว่ามีสตรีที่มีความสามารถและฉลาดครบครันเกิดขึ้นมาใหม่มากมาย หากหนานกงมั่วอยู่ที่นี่ คงพบว่ามีหญิงสาวแปลกหน้าอยู่ที่นี่จำนวนมาก คนที่พอคุ้นหน้าอยู่บ้างคนเป็นฉินซี เซี่ยเพ่ยหวน และเซวียเสียวเสี่ยวที่มากับเซวียฮูหยินซึ่งติดตามพระชายาเยี่ยนอ๋องกลับมายังเมืองหลวงแล้ว