หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1126 ข้อเสนอแนะของหนานกงชวี่ (1)
ตอนที่ 1126 ข้อเสนอแนะของหนานกงชวี่ (1)
พระชายาเยี่ยนอ๋องและองค์หญิงเดินเคียงกันเข้ามา ด้านหลังมีจูชูอวี้และซุนเหยียนเอ๋อร์ลูกสะใภ้ทั้งสองติดตามมาด้วย ส่วนเฉินซื่อพระชายาซื่อจื่อนั้น มีประกาศออกมาว่าป่วยตายตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว พระชายาซื่อจื่อตายอยู่ที่โยวโจวห่างออกไปหลายพันลี้ ในเมืองจินหลิงไม่มีแม้แต่น้ำกระเซ็น[1]
มองทั้งสองที่เดินจูงมือกันเข้ามา ผู้คนเกิดความคิดขึ้นมามากมาย พระชายาเยี่ยนอ๋องและองค์หญิงฉังผิงช่างเป็นพี่สะใภ้น้องสามีที่รักกันมาก ว่ากันว่าความสัมพันธ์ไม่เลวมาตลอด แต่องค์หญิงฉังผิงกลับเลี้ยงดูบุตรชายของอดีตพระชายาเยี่ยนอ๋องมาตลอดยี่สิบกว่าปี ตามหลักการเรียกได้ว่าสร้างหนามให้แก่พระชายาเยี่ยนอ๋ององค์ปัจจุบันแล้ว ผู้คนต่างคาดเดาไปต่างๆ นานา เกรงว่าต่อไปความสัมพันธ์ของพระชายาเยี่ยนอ๋องและองค์หญิงฉังผิงคงไม่ดีแล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้ทั้งสองรักใคร่กลมเกลียวกันจริงๆ หรือเสแสร้งกันแน่ แต่หากพระชายาเยี่ยนอ๋องตีตัวออกห่างจากองค์หญิงฉังผิงเพราะเรื่องนี้ พวกนางกลับไม่กล้ากล่าวโทษองค์หญิง อย่างไรองค์หญิงฉังผิงก็เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเยี่ยนอ๋อง ยังเป็นแม่เลี้ยงของว่าที่องค์ชายใหญ่ด้วย ในสายตาของเยี่ยนอ๋องพระชายาคนใหม่หรือน้องสาวสำคัญกว่า ไม่อาจบอกได้จริงๆ
องค์หญิงฉังผิงและพระชายาเยี่ยนอ๋องต่างก็เป็นคนฉลาด แน่นอนว่าไม่มีทางที่จะมองความคิดของคนเหล่านี้ไม่ออก มองสบตากันด้วยรอยยิ้ม เดินไปนั่งในตำแหน่งที่นั่งเหนือสุดของศาลาริมน้ำ องค์หญิงฉังผิงนั่งลงในที่นั่งฝั่งขวามือของพระชายาเยี่ยนอ๋อง ทุกคนจึงลุกขึ้นแสดงความเคารพ “ถวายพระพรพระชายา ถวายพระพรองค์หญิง”
“เพียงงานเลี้ยงเล็กๆ ทุกท่านไม่ต้องมากพิธี” พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้ม กวาดตามองออกไป คนที่นั่งอยู่ไม่ได้มีเพียงเหล่าสตรีชั้นสูงในจินหลิง ยังมีพระชายา ซื่อจื่อเฟยของเหล่าเชื้อพระวงศ์ไม่น้อย คนเหล่านี้เดิมทีฐานะไม่ได้ต่างจากพระชายาเยี่ยนอ๋องมากนัก ยามนี้กลับยินยอมถวายพระพรไปพร้อมกับสตรีคนอื่นๆ เพราะสิ่งใดแน่นอนว่านางเองย่อมรู้อยู่แก่ใจ “ข้าไม่ได้อยู่จินหลิงมานาน หากเสียมารยาทอันใด ขอทุกท่านได้โปรดอภัยด้วย”
ทุกคนรีบเอ่ยเยินยอ พระชายาเยี่ยนอ๋องฟังด้วยท่าทางนิ่งสงบ ใบหน้ากลับไม่ได้แสดงสีหน้ายินดีมากนัก เพียงยิ้มบางให้คนดูไม่ออกว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ในใจ
การเฉลิมฉลองในหมู่สตรีไม่ได้มีสิ่งใดมากกว่านั้น สตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้ต่างมีฐานะสูงส่ง แน่นอนว่าไม่มีการละเล่นฉินหมากวาดเขียน จวนเยี่ยนอ๋องจึงเชิญคณะละครที่มีชื่อเสียงที่สุดมาแสดง เป็นความตั้งใจของพระชายาเยี่ยนอ๋อง นักแสดงเริ่มขึ้นมาบนเวทีตรงหน้าศาลา เสียงกลองเริ่มการแสดงดังขึ้น
พระชายาเยี่ยนอ๋องมองลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ข้างกายตนเอง โบกมือเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าเองก็ไม่ได้เจอครอบครัวมานานแล้ว ไม่ต้องยืนเฝ้าข้าหรอก ไปพูดคุยกับครอบครัวของพวกเจ้าเถิด”
“ขอบพระทัยเสด็จแม่เพคะ” จูชูอวี้และซุนเหยียนเอ๋อร์เอ่ยขอบคุณพร้อมเพรียง จูชูอวี้ก็ช่างเถิด ซุนเหยียนเอ๋อร์กลับดีใจไม่น้อย เพิ่งกลับมาถึงจินหลิงพร้อมพระชายาเยี่ยนอ๋อง นางไม่ทันได้กลับบ้าน
ในตำแหน่งที่นั่งเหนือสุด พระชายาเยี่ยนอ๋องนั่งชมละครอย่างไม่ใส่ใจนัก ความสนใจส่วนใหญ่กลับอยู่ในศาลา แน่นอนว่าสิ่งที่ให้ความสนใจที่สุดคือลูกสะใภ้ทั้งสอง ไม่เอ่ยไม่ได้เลยว่าเมื่อเทียบกับซุนเหยียนเอ๋อร์ที่นั่งสนทนากับมารดาท่าทางสุภาพเรียบร้อย จูชูอวี้ที่มีความสามารถนั้นเหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้ของราชวงศ์มากกว่า เพียงแต่พึ่งนั่งได้ไม่นาน สายตาของสตรีบนโต๊ะที่มองจูชูอี้พลันเปลี่ยนไป บทสนทนาของพวกเขาดูเป็นกันเองมากขึ้น แต่ว่า…ฉลาดเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี พระชายานวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัว
“พี่สะใภ้สาม เป็นอันใดหรือเพคะ” องค์หญิงฉังผิงนั่งอยู่ใกล้ เห็นท่าทางพระชายาเยี่ยนอ๋องแล้วจึงเอ่ยถาม
พระชายาเยี่ยนอ๋องส่ายศีรษะ เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “ไม่มีอันใด เห็นหญิงสาวทั้งหลายแล้วจึงรู้สึกว่าตนเองแก่มากแล้วจริงๆ เมื่อครั้งที่ข้าไปจากจินหลิงก็อายุเท่าๆ พวกนาง”
องค์หญิงฉังผิงกวาดตามองลงไป ยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ภรรยาชื่อเอ๋อร์จากไปหลายปีแล้ว พี่สะใภ้สามควรกังวลสักหน่อยหรือไม่ ไม่มีภรรยาคอยดูแล อย่างไรก็ไม่ดี”
พระชายาเยี่ยนอ๋องมีสีหน้าลำบาก “ข้าพอแล้ว สะใภ้เหล่านี้ มีเพียงเหยียนเอ๋อร์ที่ไม่ต้องหนักใจ เพียงแต่เด็กคนนี้ซื่อไปสักหน่อย” จูชูอวี้ฉลาดเกินไปไม่อาจปล่อยให้โผล่ศีรษะขึ้นมาได้ หากหลายปีมานี้ไม่มีนางและท่านอ๋องคอยกดเอาไว้ ไม่แน่อาจจะเหิมเกริมแล้ว ส่วนเฉินซื่อก็ช่างเถิด สิ่งเหล่านี้พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยแต่กับองค์หญิงฉังผิงเท่านั้น อย่างไรสถานการณ์ในจวนเยี่ยนอ๋อง องค์หญิงฉังผิงก็เข้าใจเป็นอย่างดี เมื่ออยู่กับคนอื่น ต่อให้เป็นองค์หญิงหลิงอี๋ก็ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ คงไม่อาจยอมให้คนอื่นคิดว่านางผู้เป็นแม่สามี วันๆ ไม่ทำสิ่งใดเอาแต่เลือกลูกสะใภ้กระมัง
“หากพวกนางไม่ต้องมีอันใดน่าเป็นห่วงได้อย่างอู๋สยา ข้าเองก็คงพอใจแล้ว” พระชายาเยี่ยนอ๋องถอนหายใจ
องค์หญิงฉังผิงเม้มริมฝีปาก ยิ้มพลางเอ่ย “พี่สะใภ้สามเอ่ยไม่ถูก อู๋สยาเด็กคนนั้นหม่อมฉันว่าไม่ใช่ไม่น่าเป็นห่วงนะเพคะ แต่จวินเอ๋อร์ชอบ นางเองก็ดีกับจวินเอ๋อร์ ทั้งกตัญญู หม่อมฉันเองจึงไม่ได้จู้จี้จุกจิกอันใด” เพียงหวังว่า หลังจากนี้พี่สามเองก็อย่าได้จู้จี้จุกจิกกับนาง มิเช่นนั้นเมื่อมีปัญหากับอู๋สยาขึ้นมา องค์หญิงฉังผิงคงไม่พอใจต่อพี่สามของตนนัก
พระชายาเยี่ยนอ๋องครุ่นคิด ไม่นานก็เข้าใจสิ่งที่องค์หญิงฉังผิงเอ่ย เว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วแต่งงานมาแล้วห้าหกปี แต่ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งตอนนี้เว่ยจวินมั่วยังมีภรรยาเพียงผู้เดียว อย่าว่าแต่ภรรยารอง แม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงสักคนก็ไม่เคยมี ก่อนหน้านี้คุณชายเว่ยเป็นบุตรชายขององค์หญิงฉังผิง คนเป็นแม่ยังไม่ว่าอันใด ต่อให้เยี่ยนอ๋องไม่พอใจ คนเป็นลุงก็ทำได้เพียงเก็บกดเอาไว้ แต่ว่าตอนนี้โดยเฉพาะหลังจากที่เยี่ยนอ๋องขึ้นครองราชย์แล้ว เป็นถึงองค์ชาย อีกทั้งยังเป็นบุตรชายคนโตกลับมีภรรยาเพียงคนเดียว เช่นนั้นคงจะทนไม่ได้ เยี่ยนอ๋องไม่มีปัญหากับหนานกงมั่ว ตรงกันข้ามเขายังให้ความสำคัญและพึงพอใจกับลูกสะใภ้ผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งป้องกันได้หากเขาจะหาภรรยารองและอนุให้บุตรชายของตนเพื่อผลิดอกออกผล เพราะในสายตาของเยี่ยนอ๋อง หนานกงมั่วเป็นภรรยาเอกของเว่ยจวินมั่ว นี่เป็นสิ่งที่ใครก็แก้ไม่ได้ ส่วนสตรีที่จะเพิ่มขึ้นมา นั่นเป็นเพียงกิ่งก้านสาขาที่แตกออกไปเพียงเท่านั้น
“หรือว่าท่านอ๋อง…” พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยเสียงเบา
องค์หญิงฉังผิงยิ้มเจื่อนอย่างจนปัญญา ไม่เอ่ยสิ่งใด เมื่อครั้งเยี่ยนอ๋องเพิ่งรับลูกชายกลับมา กำลังมีความรักต่อบุตรชายอย่างร้อนระอุ องค์หญิงฉังผิงเพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงก็ถูกพี่สามของตนลากมาหารือเรื่องจวนของบุตรชาย กระทั่งการหาภรรยารองและอนุก็ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ฟังจนองค์หญิงฉังผิงอยากจะตอบกลับโดยไม่ไว้หน้าพี่ชายของตน “พระองค์กระตือรือร้นเพียงนี้ไยจึงไม่ไปเอ่ยกับจวินเอ๋อร์เองเล่า ไม่ใช่หม่อมฉันจะรับอนุเองเสียหน่อย” สุดท้ายจึงต้องเกลี้ยกล่อมเยี่ยนอ๋องเอาไว้เสียก่อน องค์หญิงฉังผิงกำลังคิดหาเวลาเอ่ยเรื่องนี้กับเว่ยจวินมั่วก่อน ให้เขาได้เตรียมแผนการเอาไว้ในใจ
พระชายาเยี่ยนอ๋องนึกย้อนกลับไปถึงเมื่อครั้งหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วอยู่ที่โยวโจว พลันยิ้มขึ้นมา ส่ายศีรษะ เอ่ย “เกรงว่าท่านอ๋องจะเสียเปล่าแล้ว” แม้พระชายาเยี่ยนอ๋องจะไม่เข้าใจว่าไยเว่ยจวินมั่วจึงมีภรรยาเพียงคนเดียว แม้แต่ท่านพ่อของนางเองก็ยังมีภรรยาเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้วยังไม่พออีก แต่การเป็นสตรี พระชายาเยี่ยนอ๋องอดรู้สึกไม่อิจฉาหนานกงมั่วไม่ได้ ยิ่งนับถือเว่ยจวินมั่วหากเขาสามารถทำเช่นนี้ไปได้ตลอดชีวิต
[1] ไม่มีแม้แต่น้ำกระเซ็น หมายถึง ไม่กระทบกระเทือน ไม่ส่งผลอะไร