Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1127 ข้อเสนอแนะของหนานกงชวี่ (2)

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1127 ข้อเสนอแนะของหนานกงชวี่ (2)
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1127 ข้อเสนอแนะของหนานกงชวี่ (2)

การเป็นองค์ชายและการเป็นลูกขององค์หญิงอย่างไรก็แตกต่าง ดูต่อไปเถิด

องค์หญิงฉังผิงเอ่ยเสียงเบาด้วยรอยยิ้ม “เอ่ยถึงภรรยาของชื่อเอ๋อร์อยู่มิใช่หรือเพคะ ไยจึงมาถึงจวินเอ๋อร์และอู๋สยาแล้วเล่า พี่สะใภ้สาม ชอบแม่นางผู้ใดหรือไม่”

พระชายาเยี่ยนอ๋องเหลือบตามองนาง เอ่ย “สตรีในจินหลิงเหล่านี้ไหนเลยข้าจะรู้จัก เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร”

องค์หญิงฉังผิงก็จนปัญญา “สตรีตระกูลฉินและสตรีตระกูลเซี่ยนั้นหม่อมฉันชอบ เพียงแต่อายุของพวกนางไม่เหมาะสม ส่วนที่เหลือ หม่อมฉันไปจากจิงหลิงนานหลายปี เรื่องนี้ ดูเหมือนจะต้องถามน้องเจ็ดแล้วเพคะ” องค์หญิงหลิงอี๋ไปเล่นกับเด็กๆ อยู่เรือนหลัง เวลานี้ยังไม่ทันกลับมา

องค์หญิงฉังผิงเอ่ยถึงฉินเซี่ยสองตระกูลแน่นอนว่าเป็นฉินซีและเซี่ยเพ่ยหวน สำหรับเรื่องนี้พระชายาเยี่ยนอ๋องรู้สึกเสียดาย แม้ว่าชื่อเอ๋อร์เองก็อายุไม่น้อยแล้ว แต่ภรรยาเอกของเชื้อพระวงศ์นั้นไม่อาจเลือกสตรีที่อายุเกินยี่สิบ อายุไม่เท่าไร เซี่ยเพ่ยหวนยังเคยถูกหมั้นหมายกับองค์ชายสิบเจ็ดในอดีตฮ่องเต้อีกด้วย ฉินซีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้ตอนนี้รักษาดีขึ้นแล้วก็ยังไม่อยู่ในตัวเลือกของเชื้อพระวงศ์ ไม่เอ่ยไม่ได้ว่าเรื่องนี้ยังต้องให้องค์หญิงหลิงอี๋เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

องค์หญิงฉังผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ยามนี้คุณหนูตระกูลใหญ่ในจินหลิงนับว่ามาจนเกือบครบแล้ว พี่สะใภ้สามลองดูก่อน มีคนใดที่เข้าตาแล้วค่อยกลับไปถามน้องเจ็ดก็ได้เพคะ”

พระชายาเยี่ยนอ๋องพยักหน้า ตัดสินใจมองสำรวจบรรดาคุณหนูเหล่านั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบชมละคร และไม่ใช่ทุกคนที่อยากปรากฏตัวต่อหน้าพระชายาเยี่ยนอ๋อง ชมละครไปได้เพียงครึ่ง เซวียเสียวเสี่ยวก็พาเซี่ยเพ่ยหวนและฉินซีหนีออกมา ในบรรดาคุณหนูในเมืองจินหลิง เซี่ยเพ่ยหวนและฉินซีนับว่าอายุไม่น้อยแล้ว และไม่ได้มีความปรารถนาแสดงอันใดออกมา แน่นอนว่าจึงทำตัวตามสบาย เมื่อเซวียเสียวเสี่ยวชวนจึงตอบรับทันที ทั้งสามคนอาศัยจังหวะที่คนนั่งชมก็นั่งชม คนแสดงก็แสดง หนีออกมาจากมุมมุมหนึ่ง มีเพียงเซวียฮูหยินที่มองไปรอบๆ เท่านั้นจึงเห็นว่าบุตรีของตนกำลังลากหญิงสาวทั้งสองออกไป หางตาพลันกระตุกอย่างอดไม่ได้ เจ้าเด็กคนนี้ ต่อให้ตอนนั้นไม่มีเรื่องของอวิ๋นอวิ๋นกับจวนเยี่ยนอ๋องในครั้งนั้นก็ไม่อาจแต่งเข้าไปในราชวงศ์ได้ มิเช่นนั้นไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องอันใดบ้าง มิสู้หาครอบครัวเรียบง่ายและเข้ากันได้จะได้แต่งออกไปอย่างไร้ความกังวล

ด้านนอกศาลากลางน้ำคือสวนหลังจวนเยี่ยนอ๋อง แม่นางทั้งสามเพิ่งมาเป็นครั้งแรกจึงไม่รู้สึกน่าเบื่อ หาสถานที่งดงามนั่งคุยกันยังสบายกว่าต้องนั่งเรียบร้อยอยู่ในศาลากลางน้ำ เซวียเสียวเสี่ยวเล่าวีรกรรมการปกป้องเมืองเมื่อครั้งยังอยู่ที่โยวโจวอย่างสนุกสนาน แม้ว่าตอนนั้นฉินซีเองก็อยู่ แต่นางร่างกายไม่แข็งแรงแม้แต่นอกประตูก็ยังออกไม่ได้ แน่นอนไม่รู้ว่าเหล่าสตรีในโยวโจวร่วมกันสนับสนุนกองทัพเพื่อคุ้มกันเมือง เมื่อได้ฟังประสบการณ์จากเซวียเสียวเสี่ยว ทั้งสองก็อดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้ ดังนั้นเซวียเสียวเสี่ยวก็ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้น เรื่องราวสถานการณ์จริงจึงเริ่มกลายเป็นเรื่องเป็นตำนานมากขึ้น

ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าเซวียเสียวเสี่ยวมีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่อง เซี่ยเพ่ยหวนและฉินซีเองฟังจนรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

“ที่แท้พี่ชายของข้าเด็ดเดี่ยวผึ่งผายเพียงนี้เลยหรือ” ฉินซีตกใจ นี่เป็นตอนที่เซวียเสียวเสี่ยวเล่าถึงตอนที่คุณชายใหญ่ฉินสาบานว่าจะร่วมเป็นร่วมตายไปกับเมืองโยวโจว ผู้สืบทอดตระกูลใหญ่ เด็ดเดี่ยวผึ่งผายเพียงนี้เลยหรือ

“อู๋สยาลอยอยู่บนฟ้าได้จริงหรือ” เซี่ยเพ่ยหวนเองก็ตกใจ นี่เป็นตอนที่เซวียเสียวเสี่ยวเล่าว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่เหาะเหินเดินอากาศบุกไปตัดหัวแม่ทัพของศัตรูตัวคนเดียว เช่นนั้น…ลอยอยู่บนฟ้าไม่ถูกลูกธนูยิงจนพรุนเป็นรังแตนหรอกหรือ

“คุณชายใหญ่หนานกงเก่งกาจเพียงนี้เลยหรือ” คุณชายใหญ่หนานกงร่างกายอ่อนแอ ทว่าใช้ทหารราวกับเทพเจ้า ทำให้ทหารของศัตรูต้องแตกพ่าย เรื่องนี้…ไม่เข้าใจ ไม่มีอันใดให้ชื่นชม

เซวียเสียวเสี่ยวรีบพยักหน้า เอ่ย “ก็ใช่น่ะสิ ไม่คิดว่าคนที่ดูเหมือนใช้นิ้วดีดก็ล้มได้จะร้ายกาจเพียงนี้ ถูกเขามองข้าตกใจแทบตายเลยล่ะ”

ฉินซีครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าคุณชายใหญ่ตระกูลหนานกงที่ตนได้เจออยู่บางครั้งใช้เพียงนิ้วเดียวดีดให้ล้มได้จริงหรือ พร้อมเอ่ยอย่างลังเล “คุณชายหนานกงอย่างไรก็เป็นผู้สืบทอดตระกูลขุนพล คงได้วิชาการรบที่สืบทอดมาจากครอบครัวเป็นแน่ เก่งกาจนั่นเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว”

หญิงสาวทั้งสามมารวมตัวกันและพูดคุยกันอย่างมีความสุขเกี่ยวกับตำนานการต่อสู้นองเลือดในแบบฉบับของเซวียเสียวเสี่ยว บนถนนด้านหลังศาลาเล็ก คุณชายฉังเฟิงคล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้ม มองหนานกงชวี่ที่ยืนอยู่ด้านหลงตน เอ่ย “พี่หนานกง ไยข้าจึงไม่รู้เล่าว่าท่านสามารถดีดล้มได้ในนิ้วเดียว หรือว่า…เราไปหาคุณชายเสียนเกอดูหรือไม่” ป่วยต้องรีบรักษา ถูกสตรีมองว่าอ่อนแอ ช่างเป็นการดูถูกบุรุษโดยแท้

หนานกงชวี่ปรายตามองเขาเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินออกไป

แม้ว่าคุณชายเสียนเกอจะยังอยากฟังแม่นางตระกูลเซวียว่ายังมีเรื่องน่าตกใจอันใดอีก แต่อย่างไรก็เป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน อีกทั้งยังมีหลายคน หากมีคนอื่นเห็นคงไม่เป็นการดี ทำได้เพียงสาวเท้าก้าวตามหนานกงชวี่ไป ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดอยู่ในใจ กลับไปจะต้องเล่าเรื่องตลกนี้ให้แม่นางมั่วฟังอย่างแน่นอน แม่นางมั่วคงชอบ

ทั้งสองเดินตามหลังกันออกจากสวนดอกไม้ ลิ่นฉังเฟิงนวดหัวคิ้วอย่างจนใจ “คุณชายอย่างข้าไม่ชอบฟังละคร” หากไม่ใช่เพราะแม่นางมั่วและเว่ยจวินมั่วต่างก็ไม่อยู่ในเมือง เยี่ยนอ๋องยังยุ่งอยู่ในวังหลวง พวกเขาจึงต้องมาขอคำแนะนำจากพระชายาเยี่ยนอ๋อง มิเช่นนั้นลิ่นฉังเฟิงคงไม่มีทางเลือกมาจวนเยี่ยนอ๋องในเวลานี้เป็นแน่ เพียงแต่นึกถึงสายตาสับสนและท่าทีของนายหญิงตระกูลลิ่นที่อยู่ท่ามกลางผู้คน คุณชายฉังเฟิงรู้สึกว่าอย่างน้อยตนก็ไม่ได้มาเสียเปล่า

หนานกงชวี่หันกลับมามองเขา เอ่ย “สองวันมานี้นายท่านลิ่นไม่ได้มาหาหรือ”

ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของคุณชายฉังเฟิงพลันทะมึนขึ้น ดวงตาของหนานกงชวี่เผยรอยยิ้มออกมา หนึ่งโอรสสวรรค์หนึ่งขุนนาง[1] ยามนี้เหล่าผู้มีอำนาจในเมืองจินหลิงใครบ้างไม่อยากเกี่ยวข้องกับเหล่าคนสนิทของเยี่ยนอ๋อง ลิ่นฉังเฟิงสหายที่เติบโตมาพร้อมกับคุณชายเว่ยนี้ ตระกูลลิ่นคงโง่หากปล่อยไปไม่ใช้งาน พวกเขามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ก่อนหน้านี้ตระกูลลิ่นมีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย รอกระทั่งฮ่องเต้มีราชโองการสละบัลลังก์ออกมา เยี่ยนอ๋องยังป่าวประกาศรับคุณชายเว่ยกลับคืน คนตระกูลลิ่นจะอยู่เฉยได้เยี่ยงไร

คุณชายฉังเฟิงกลอกตา เอ่ย “พี่หนานกง เอ่ยประชดประชันมิใช่การกระทำของคนดี”

หนานกงชวี่เลิกคิ้ว คล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้มเพียงมองคุณชายฉังเฟิง คุณชายฉังเฟิงจึงนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองเพิ่งหัวเราะเยาะหนานกงชวี่ไป ลอบกัดฟันอยู่ในใจ พี่น้องตระกูลหนานกงต่างก็เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกันไม่มีผิด เป็นคุณชายรองที่บริสุทธิ์ที่สุดแล้ว

“อย่าทำเช่นนี้เลย อย่างน้อยเราก็ร่วมเป็นร่วมตายกันมา” คุณชายลิ่นยิ้ม เอ่ย “มีวิธีทำให้พวกเขาไม่มายุ่งกับข้าหรือไม่”

หนานกงชวี่เลิกคิ้ว เอ่ย “เจ้าไม่สนใจจริงหรือ หากเจ้ากลับไป ตำแหน่งผู้นำตระกูลลิ่น แปดส่วนมีสิทธิ์เป็นของเจ้า”

ลิ่นฉังเฟิงส่งเสียงหยัน เอ่ย “ผู้นำตระกูลลิ่นหรือ น่าเสียดายหรือ ผ่านไปอีกสามสิบปี รับรองได้ว่าลิ่นของข้าจะทับถมพวกเขาให้สิ้น” ตระกูลลิ่นเริ่มเสื่อมถอยตั้งนานแล้ว รอเยี่ยนอ๋องขึ้นครองบัลลังก์คงได้ปราบปรามตระกูลขุนนางเหล่านี้อย่างแน่นอน ต่อให้ลิ่นฉังเฟิงโง่ก็ไม่ไปรับความยุ่งเหยิงเหล่านั้นแน่นอน หนานกงชวี่พยักหน้า ยื่นมือไปตบไหล่ให้กำลังใจเขา คุณชายฉังเฟิงปัดมือเขาออกโดยไม่เกรงใจ เอ่ย “อย่าพูดมาก บอกมาท่านมีแผนหรือไม่” นอกจากเว่ยจวินมั่วและฉินจื่อซวี่ ในหมู่พวกเขาหนานกงชวี่เป็นคนที่เจ้าเล่ห์ที่สุด ไม่สิ…ไม่แน่หนานกงชวี่อาจเจ้าเล่ห์กว่าฉินจื่อซวี่ด้วยซ้ำ แต่เขาชอบทำราวกับตนเองเป็นขุนพล ทำให้คนลืมธาตุแท้ของเขา

หนานกงชวี่เดินนำหน้าไป พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ “ง่ายมาก หลอกล่อเคราะห์ไปทางตะวันออก[2]”

“เอ๋” ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้ว

หนานกงชวี่เอ่ย “เจ้าไม่สนใจตระกูลลิ่น แต่มีคนสนใจพวกเขามากมาย” หากลิ่นฉังเฟิงสนใจตระกูลลิ่นคงไม่ดี เว่ยจวินมั่วต่อไปจะกลายเป็นองค์ชาย แต่ตัวตนของคนรอบตัวนั้นพิเศษเกินไป เขากับซังหรงมีทหารในมือไม่ว่า ฉินจื่อซวี่เป็นว่าที่ผู้สืบทอดผู้นำตระกูลฉิน ตระกูลเซี่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหนานกงมั่ว ผู้ใต้บังคับบัญชายังมีเฉินซิว เซวียปิน จูเหมิงทั้งสาม ใครบ้างไม่ใช่ลูกหลานของคนสนิทเยี่ยนอ๋อง หากตระกูลลิ่นยังเกี่ยวข้องกับลิ่นฉังเฟิง ต่อให้เว่ยจวินมั่วไม่เพิ่มกำลังใดๆ อีกก็เพียงพอให้ผู้คนหวาดกลัวแล้ว ที่สำคัญก็คือเห็นได้ชัดว่าตระกูลลิ่นไม่ได้ฉลาดเท่าตระกูลฉินและเซี่ย ดังนั้นรีบกำจัดทิ้งจะดีที่สุด

ลิ่นฉังเฟิงก็ไม่โง่ แน่นอนเข้าใจความหมายของหนานกงชวี่ ลูบปลายคางครุ่นคิดอยู่นาน เอ่ย “ข้าเข้าใจแล้ว เป็นความคิดที่ดีจริงๆ พี่หนานกง สมแล้วที่ท่านเป็นพี่ชายของแม่นางมั่ว ช่าง…ฉลาดจริงๆ” ร้ายกาจ

หนานกงชวี่หันมามองเขา “มีวิธีที่อ่อนโยนกว่านี้อีกหนึ่งวิธี”

คุณชายฉังเฟิงไม่สนใจ “ไม่ต้องหรอก หากพวกเขาเข้าใจ นี่ก็คือวิธีที่อ่อนโยนแล้ว” หากไม่เข้าใจ ต่อให้อ่อนโยนเพียงใดก็ไม่อาจขวางคนที่รนหาที่ตายได้ “ข้าช่วยชีวิตเขาไปแล้วหนึ่งครั้ง ชดใช้บุญคุณไปหมดแล้ว ต่อไปไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกแล้ว” อย่างมากก็ค่อยช่วยชีวิตเขาอีกสักครั้งก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ต้องคิดอีก

หนานกงชวี่เองก็ไม่สนใจ เพียงพยักหน้าเอ่ยว่า “แล้วแต่”

ได้รับคำแนะนำ คุณชายฉังเฟิงพลันอารมณ์ดีขึ้นมา “คุณชายอย่างข้ามีธุระคงต้องไปก่อนแล้ว พี่หนานกง อย่าลืมไปตรวจกับคุณชายเสียนเกอเล่า” เอ่ยจบ คุณชายฉังเฟิงก็สะบัดแขนเสื้อหนีไปอย่างอารม์ดี เหลือไว้เพียงคุณชายใหญ่หนานกงที่กำลังหรี่ตาลง มองแผ่นหลังที่เดินออกไปอย่างมีชัย ส่งเสียงหยันในลำคอ เอ่ยเสียงเรียบ “ฉลาดส่วนฉลาด มักดีใจจนหลงระเริง มิน่าถูกเว่ยจวินมั่วใช้เป็นทาสมานานหลายปีเพียงนี้”

ดังนั้นจึงหมายความว่า เหตุผลสำคัญที่คุณชายฉังเฟิงถูกกดมาโดยตลอดก็คือ เขามักทำให้คนอื่นขุ่นเคืองโดยไม่รู้ตัว เรียกว่า รนหายที่ตาย

[1] หนึ่งโอรสสวรรค์หนึ่งขุนนาง หมายถึง ทีใครทีมัน (เมื่อถึงโอกาสที่ได้เปรียบกว่าอีกฝ่าย)

[2] หลอกล่อเคราะห์ไปทางตะวันออก หมายถึง การสร้างความเสียหายโดยไม่กระทบถึงตัวเอง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1127 ข้อเสนอแนะของหนานกงชวี่ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
19/06/2026
N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.