หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1136 ราชวงศ์ใหม่ (1)
ตอนที่ 1136 ราชวงศ์ใหม่ (1)
เริ่มดึก ฮ่องเต้และฮองเฮาต่างเสด็จกลับวังหลวงไปแล้ว หลังจากฮ่องเต้ไปแล้ว ผู้คนต่างพากันผ่อนคลายลงมาก ขุนพลหลายนายและเหล่าขุนนางที่ไม่รู้จักค่อยๆ เข้ามาแสดงความยินดี เซียวเชียนชื่อสามพี่น้องเองแน่นอนว่ามีคนรุมล้อมอยู่ไม่น้อย งานเลี้ยงครื้นเครงกว่ายามที่ฮ่องเต้อยู่หลายเท่า
เว่ยจวินมั่วมีผลงานทางการรบเป็นที่ประจักษ์ ความสัมพันธ์ต่อแม่ทัพทั้งสองของกองทัพโยวโจวนั้นไม่เลว เพราะเหตุนี้คนที่เดินเข้ามาหาเขาส่วนใหญ่จึงเป็นเหล่าขุนพล คุณชายเว่ยเพียงมองก็ไม่ใช่บุคคลที่น่าเข้าหา ต่อให้คิดอยากอาศัยเขาเจริญก้าวหน้า ก็ต้องครุ่นคิดให้ดีก่อน ส่วนสตรีนั้นแม้คุณหนูใหญ่หนานกงจะงดงามดุจบุปผา นิสัยก็ไม่หยิ่งยโส แต่นอกจากเหล่านายหญิงที่มีแผนการอยู่ในใจ ส่วนใหญ่นั้นไม่พอใจต่อหนานกงมั่วนัก ส่วนเหตุผลก็ไม่มีอย่างอื่น ริษยาเพียงเท่านั้น ได้เพียงมองคุณชายเว่ยที่มือข้างหนึ่งอุ้มบุตรชายพร้อมทั้งพูดคุยกับคนอื่นๆ อยู่ด้านข้างหนานกงมั่ว นี่คือองค์ชายใหญ่เชียวนะ รูปโฉมเช่นนี้ ความสามารถเช่นนี้ ฐานะเช่นนี้ กลับถูกหนานกงมั่วยึดเอาไว้คนเดียว จะไม่ให้ริษยาได้อย่างไร
น่าเสียดายที่ซิงเฉิงจวิ้นจู่ก็มิใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่ายๆ แม้ยามนี้ไม่มีจวนฉู่กั๋วกงแล้ว ทว่าหนานกงชวี่กลับมีกองกำลังเฉินโจวอยู่ในมือ หนานกงฮุยเป็นบุตรเขยคนเดียวของของซังหรง อย่างน้อยความสัมพันธ์ในกองทัพ นอกจากเซวีย เฉิน จู สามตระกูลแล้วก็ไม่มีสตรีใดจะสู้ได้ ทว่าสามตระกูลนอกจากบุตรีคนเล็กของตระกูลเซวียแล้วก็ไม่มีสตรีที่เหมาะจะออกเรือน แน่นอนยิ่งไม่มีทางเป็นศัตรูขัดผลประโยชน์กับหนานกงมั่ว
ทุกคนครึกครื้นและเข้ากันเป็นอย่างดี ทว่าเซียวเชียนเยี่ยกลับโดดเดี่ยวเป็นพิเศษ หลังจากสละราชสมบัติแล้ว การแต่งตั้งฮ่องเต้พระองค์ใหม่นั้นยังไม่เป็นทางการ แต่มีตำแหน่งจวิ้นอ๋องที่แน่นอนแล้ว เพราะเหตุนี้ตำแหน่งที่นั่งของเซียวเชียนเยี่ยจึงอยู่ถัดลงมาจากเว่ยจวินมั่วและสามพี่น้องตระกูลเซียว ตำแหน่งไม่ได้หน้าสุดหรือหลังมากเกินไป ไม่ได้เป็นที่สนใจของผู้คนนัก เริ่มแรกยังมีคนที่สนใจท่าทีของคนผู้นี้อยู่บ้าง รอกระทั่งบรรยากาศครึกครื้นขึ้นมาแล้วพวกเขาต่างพากันไปประจบประแจงคนที่กำลังเติบโตขึ้นมาใหม่ ข้างกายของเซียวเชียนเยี่ยยิ่งบางตาลงเรื่อยๆ
เซียวเชียนเยี่ยนั่งดื่มสุราอยู่เพียงผู้เดียวเงียบๆ ไทเฮาและฮองเฮาเหล่าสตรีทั้งหลายย้ายออกไปจากวังหลวงแล้ว งานเลี้ยงในคืนนี้พวกนางไม่ได้มาเข้าร่วม
“ฝ่าบาท…” โจวเซียงเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างเซียวเชียนเยี่ย เอ่ยเรียกเสียงเบา
เซียวเชียนเยี่ยยิ้มขมขื่น ส่ายศีรษะ เอ่ย “ท่านเรียกชื่อข้าเถิด เช่นนี้…คนอื่นได้ยินคงไม่ดี”
ได้ยินวาจานี้ โจวเซียงก็อดตาแดงขึ้นมาไม่ได้ สุดท้ายจึงทนไม่ได้ ถอนหายใจออกมา เอ่ย “เป็นพวกกระหม่อมที่ผิดต่อองค์รัชทายาทและ…”
เซียวเชียนเยี่ยส่ายศีรษะ “เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ พวกท่านทำเต็มที่แล้ว ท่าน…กลับไปนั่งเถิด อย่าได้มาลำบากเพราะข้าเลย”
โจวเซียงไม่สนใจ “ข้ายังคาดหวังให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ใช้งานได้อีกหรือ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยไม่ผิด มาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ว่าเขาจะทำอันใดฮ่องเต้พระองค์ใหม่ก็ไม่มีทางไว้ใจเขาแล้ว แต่ว่า…หากเว่ยจวินมั่วคิดว่าเช่นนี้แล้วเขาจะไม่อาจทำอันใดได้ เช่นนั้นเขาก็คงดูหมิ่นโจวเซียงแล้ว และยังดูถูกพลังของเหล่าปัญญาชนด้วย
ดวงตาชราของโจวเซียงมองกวาดตาผ่านงานเลี้ยงไปด้านหน้า พอดีสบตาเข้ากับสตรีในอาภรณ์สีม่วง…จูชูอวี้ จูชูอวี้ชะงักไปเล็กน้อย พยักหน้าให้โจวเซียง โจวเซียงเลิกคิ้วด้วยรอยยิ้ม จะว่าไป…ซั่นจยาจวิ้นจู่ผู้นี้ยังเป็นหลานบุญธรรมของเขาด้วย แม้เมื่อเทียบกับซิงเฉิงจวิ้นจู่แล้วจะด้อยไปหลายขั้น แต่เช่นนี้ถึงจะดี หากร้ายกาจอย่างซิงเฉิงจวิ้นจู่และคุณชายเว่ย เช่นนั้นจึงไม่ต้องทำอันใดจริงๆ แล้ว
เว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วต่างก็ไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร ดื่มเหล้ากับคนรู้จักเพียงไม่กี่จอกก็พาลูกทั้งสองหลบออกมา
“คุณชายใหญ่ ยินดีด้วย” ในอุทยานที่เงียบสงบ หนิงอ๋องถือไหสุราเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าพลางเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกันก็โยนจอกเหล้าสองจอกมาให้
เว่ยจวินมั่วยื่นมือไปรับและวางลงบนโต๊ะด้านข้าง
หนานกงมั่วยิ้มบาง “เสด็จอาหนิงอ๋อง”
หนิงอ๋องยิ้มพลางเอ่ย “มิกล้า ข้าไม่คิดเลยจริงๆ…ฮ่าๆ มิน่าเล่าข้าถึงคิดว่าเจ้ากับพี่สามไม่เหมือนลุงหลานแต่เหมือนพ่อลูกมากกว่า”
“เสด็จปู่”
“เสด็จปู่หนิงอ๋อง” เด็กทั้งสองเอ่ยทักทายอย่างว่าง่าย
หนิงอ๋องส่งเหอเปา[1]ให้กับเด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้ม “เยาเยาน้อย ในที่สุดเจ้าก็เหมือนเด็กดีแล้ว” เยาเยาน้อยรับเหอเปามา ปากเล็กยิ้มดีใจ “เยาเยาเป็นเด็กดีตลอดเพคะ” หนิงอ๋องจนด้วยคำพูด เด็กดี…อาศัยว่าอายุยังน้อยสิ่งใดก็กล้าเอ่ย
หนิงอ๋องนั่งลง ดึงอานอานมาอยู่ในอ้อมแขน ไม่ใช่ว่าเขาให้ความสำคัญกับหลานชายมากกว่าหลานสาว แต่เพราะเขาไม่กล้าท้าทายกับเด็กคนนั้น เมื่อครั้งอยู่เฉินโจวก็ตกใจไปหนหนึ่งแล้ว หลังจากนั้นได้ยินวีรกรรมมากมายของเด็กน้อย หนิงอ๋องจึงมั่นใจ ต่อให้เด็กน้อยจะน่ารักเพียงใดเขาก็จะไม่ยื่นมือเข้าไปหา
“เสด็จอาหนิงอ๋องไม่นั่งดื่มอยู่ข้างใน ไยจึงมาอยู่ที่นี่แล้วเล่า” หนานกงมั่วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มขณะรินสุรา
หนิงอ๋องเลิกคิ้วเอ่ย “พวกเจ้าก็เช่นกันมิใช่หรือ”
หนานกงมั่วยิ้ม เอ่ย “พวกเราชอบที่สงบๆ เพคะ เด็กทั้งสองเองก็ไม่ชอบเสียงดัง” ส่วนหนิงอ๋องนั้นเป็นคนชอบงานรื่นเริงครึกครื้น
หนิงอ๋องเอ่ยเป็นนัย “พวกเจ้าไม่ชอบ คนอื่นกลับชอบยิ่งนัก”
หนานกงมั่วยิ้มบางไม่เอ่ยวาจา หนิงอ๋องพิงเสามองทั้งสองคนแล้วจึงเอ่ย “ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าไม่เห็น คนผู้นั้นมีความสนใจอย่างยิ่ง หากฐานะธรรมดาก็ช่างเถิด เป็นถึงบุตรชายเชื้อสายหลักคนโตของพระชายาองค์ก่อน พวกเจ้าขวางทางผู้คนไม่น้อย”
“เสด็จอาหนิงอ๋อง” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบา “เอ่ยถึงเรื่องนี้ยามนี้คงจะเร็วไปเพคะ”
“โอ้” หนิงอ๋องเลิกคิ้ว
หนานกงมั่วอุ้มบุตรสาว ยิ้มบางเอ่ย “เสด็จพ่อเพิ่งขึ้นครองบัลลังก์วันนี้เพคะ”
“ข้านึกว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่เป็นคนชอบซ่อมแซมบ้านก่อนฝนจะตก[2]เสียอีก” หนิงอ๋องเอ่ย
หนานกงมั่วส่ายศีรษะ หันไปมองเว่ยจวินมั่ว องค์ชายใหญ่ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่วันนี้ดื่มเหล้าไปไม่น้อย ใบหน้าที่เคยเย็นชามีความอ่อนโยนลงไปบ้าง เพียงมองหนานกงมั่วเงียบๆ มุมปากพลันยกยิ้มบาง
“ยามนี้คิดสิ่งนี้ ไม่ใช่ซ่อมบ้านก่อนฝนตก แต่เป็นการกังวลในสิ่งที่ไม่จำเป็น” ฮ่องเต้พระองค์ใหม่เพิ่งจะขึ้นครองบัลลังก์ หลังจากถูกศิษย์พี่รักษาหายแล้ว ยามนี้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่อายุยังไม่ถึงห้าสิบ ต่อให้อยู่ไม่ถึงอายุเจ็ดสิบ อย่างน้อยก็ยังมีเวลาสิบปีกว่า ยามนี้มาคิดสิ่งเหล่านี้ เกรงว่าจะเร็วเกินไป นางและเว่ยจวินมั่วอยากสังหารไม่กี่คนนั้นให้ตายเป็นเรื่องง่ายดาย แต่จำเป็นจริงหรือ เซียวเชียนเหว่ยจะสร้างปัญหาเพียงใดก็ยังเป็ยบุตรชายของเยี่ยนอ๋อง ไม่ได้ถูกเก็บมา มองดูบุตรชายอีกคนสังหารบุตรชายอีกคน ฮ่องเต้จะรับได้จริงหรือ จะไม่มีความแค้นในใจเลยจริงหรือ
หนิงอ๋องพยักหน้า เอ่ย “พวกเจ้าช่างปล่อยวางนัก เพียงไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดได้หรือไม่”
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “คิดได้หรือไม่ อย่างไรก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปมิใช่หรือเพคะ ขอเพียงครอบครัวเราอยู่ด้วยกันก็พอแล้ว มีเรื่องอันใดไม่อาจจัดการได้กันเล่า แต่ว่าเสด็จอาหนิงอ๋อง พระองค์ควรแต่งเสด็จอาสะใภ้ได้แล้วเพคะ อนาคตซื่อจื่อของพระองค์ยังจะเด็กกว่าเยาเยาและอานอานนะเพคะ”
หนิงอ๋องกระตุกมุมปาก ลุกขึ้นพลางเอ่ย “ข้ายุ่งเรื่องของพวกเจ้ามากเกินไป ในเมื่อพวกเจ้ามีแผนอยู่ในใจ ข้าก็คงไม่ต้องคอยช่วยแล้ว”
[1] เหอเปา คือถุงผ้าใบเล็กๆ ที่ปักลายสวยๆ เอาไว้ใส่เงินหรือของชิ้นเล็กๆ
[2] ซ่อมแซมบ้านก่อนฝนตก เป็นสำนวน หมายถึงเตรียมการล่วงหน้า