หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1143 ความจริงบางอย่าง (2)
ตอนที่ 1143 ความจริงบางอย่าง (2)
หนานกงมั่วชะงัก เหลี่ยวหรานหรือ คล้ายจะเป็นอาจาร์ของเนี่ยนหย่วนหรือไม่ นางนึกว่า…
เห็นสีหน้าของหนานกงมั่วก็รู้แล้วว่านางกำลังคิดอันใดอยู่ คงหรูส่ายศีรษะ เอ่ย “อาจารย์อาวุโสเดินทางท่องไปตามที่ต่างๆ มานานหลายปี น้อยครั้งนักจะอยู่ที่วัด ผู้คนไม่น้อยคิดว่าเขามรณภาพอยู่ข้างนอกแล้ว เพียงแต่…หนึ่งเดือนก่อนเขากลับมาถึงวัดต้ากวงหมิงและเก็บตัว กระทั่งเมื่อวานจึงออกมา วันนี้ได้ยินว่าท่านทั้งสองมาเยือนที่วัด จึงอยากพบทั้งสองท่าน ส่วนเรื่องอันใดนั้น…” คงหรูส่ายศีรษะ เขาเองก็ไม่รู้
สำหรับเรื่องของเนี่ยนหย่วน หากบอกว่าไต้ซือเนี่ยนหย่วนไม่กล่าวโทษเนี่ยนหย่วนอยู่ในใจนั่นคงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรเขาเป็นพระผู้ใหญ่ทว่ายังไม่ถึงขั้นปล่อยวางได้ทุกสิ่ง แต่อย่างไรก็ยังปล่อยวางได้ เมื่อครั้งอาจารย์อาวุโสพาเนี่ยนหย่วนกลับมาเกรงว่าคงไม่รู้ว่าเขาจะทำเรื่องเช่นนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าเนี่ยนหย่วนจะเป็นเช่นไร อย่างน้อยพวกเขาวัดต้ากวงหมิงก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น แม้ครั้งนี้วัดต้ากวงหมิงจะมีผลกระทบอยู่บ้าง ขอเพียงวันเวลาผ่านไป อย่างไรก็ต้องผ่อนคลายลงบ้างไม่ถึงกับต้องทำลายวัดที่สืบทอดมาหลายร้อยปีให้ล่มสลาย
“จวินมั่ว”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “ไปดูสักหน่อยเถิด”
ไต้ซือคงหรูเอ่ย “ทั้งสองท่าน เชิญ”
อุโบสถแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเหมือนอุโบสถอื่นๆ ด้านนอก เดินเข้าไปด้านในนั้นว่างเปล่า มีเพียงพระพุทธรูปองค์พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ด้านล่างของพระพุทธรูปมีพระชราเคราสีขาวใบหน้าเหี่ยวย่นนั่งอยู่ อีกฝ่ายดูแก่ชราเป็นอย่างมาก อยู่ในชุดจีวรสีเทา เหมือนพระชั้นผู้น้อยที่ไม่เป็นที่สะดุดตาในวัด เพียงแต่อายุของเขา หนานกงมั่วลอบคาดการณ์อยู่ในใจ อย่างน้อยก็คงจะแปดสิบกว่าปีกระมัง
“ไต้ซือเหลี่ยวหราน” ไต้ซือคงหรูไม่ได้ตามเข้ามา หนานกงมั่วทั้งสองมองไปยังพระชราที่กำลังหลับตาสวดมนต์ ก่อนจะเดินเข้าไปคารวะ
ไต้ซือเหลี่ยวหรานลืมตา ดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้ขุ่นมัวอย่างคนชราตามที่หนุ่มสาวสองคนนี้คิด ทว่ากลับฉลาดเฉลียวและนิ่งสงบเหนือสิ่งอื่นใด หนานกงมั่วลอบคิด หากเมื่อครั้งนั้นที่ได้เจอเนี่ยนหย่วนและได้พบกับไต้ซือผู้นี้ ไม่แน่อาจรับรู้ทันทีว่าเนี่ยนหย่วนเป็นคนไม่ดี เมื่อเทียบกับความเงียบสงบรอบตัวของไต้ซือผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของเนี่ยนหย่วนที่เรียกว่าหลุดพ้นจากโลกียะนั้นเป็นเรื่องจอมปลอม
ไต้ซือเหลี่ยวหรานพยักหน้าพลางเอ่ย “ให้ท่านทั้งสองมาที่นี่ เป็นอาตมาที่ไร้ความสามารถ ขอท่านทั้งสองโปรดอภัยด้วย”
“ไต้ซือกล่าวหนักไปแล้ว” หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “ไม่รู้ว่าไต้ซือมีสิ่งใดชี้แนะหรือเจ้าคะ” ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องนอบน้อมกับคนแก่
ไต้ซือเหลี่ยวหรานมองทั้งสองคนแล้วจึงเอ่ย “ทั้งสองท่าน…คงมีความสงสัยต่อเรื่องของเนี่ยนหย่วนอยู่ในใจไม่น้อยกระมัง”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “ไต้ซือ รู้ตัวตนของเนี่ยนหย่วนมานานแล้วหรือเจ้าคะ”
ไต้ซือเหลี่ยวหรานถอนหายใจ ส่ายศีรษะ “เพราะอาตมาไร้ความสามารถสั่งสอน จึงทำให้เขากลายเป็นเช่นนั้น”
หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วเดินมานั่งลงบนเบาะกลมตามที่ไต้ซือเหลี่ยวหรานส่งสัญญาณให้ ฟังไต้ซือเหลี่ยวหรานเอ่ย “เมื่อครั้งนั้นเก็บเนี่ยนหย่วนมาได้อาตมาบ่มเพาะมาตื้นเขิน เพราะเพิ่งพลาดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจิตใจจึงขุ่นมัว บังเอิญไปเจอกับเนี่ยนหย่วนที่ถูกเอามาทิ้งอยู่หน้าประตูวัด ในใจพลันเกิดความคิดอยากสั่งสอนลูกศิษย์ให้ได้ดีกว่าศิษย์ของศิษย์พี่ขึ้นมา เนี่ยนหย่วนมีพรสวรรค์น่าตกใจ สติปัญญายิ่งทำให้คนพึงพอใจ อายุเพิ่งเจ็ดขวบก็สามารถโต้เถียงเอาชนะเหล่าลูกศิษย์ที่อายุมากกว่าเขาหลายสิบปีได้ ในใจของอาตมา…ก็ดีใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่ยี่สิบปีก่อน ศิษย์พี่เจ้าอาวาสมรณะภาพ เหล่าพระในวัดรุ่นอักษรเดียวกันหลายคนลงเขาไปช่วยกองทัพขับไล่เป่ยหยวนไม่อาจกลับมาได้ รุ่นอักษรเนี่ยนนอกจากเนี่ยนหย่วนที่ยังเด็กและไม่อาจรับภาระยิ่งใหญ่ได้ ศิษย์พี่จึงมอบวัดต้ากวงหมิงให้ข้าดูแล เห็นศิษย์พี่ที่กำลังจะตายทว่ากลับห่วงใยวัดต้ากวงหมิงไม่คลาย ความอัดอั้นตันใจที่มีมาหลายปีของอาตมาพลันมลายหายไปจนสิ้น ความรู้สึกต่อพระพุทธศาสนาเองก็ต่างออกไป อาตมาไม่มีใจอยากเป็นเจ้าอาวาส จึงขอให้ศิษย์พี่ส่งต่อตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับคงหรู แม้สติปัญญาของคงหรูจะสู้เนี่ยนหย่วนไม่ได้ แต่ก็มีใจมุ่งมั่นในพระพุทธศาสนา แม้แต่อาตมาหากเป็นเจ้าอาวาสในครั้งนั้นเกรงว่าคงไม่อาจทำได้ดีเท่าเขา”
เอ่ยยืดยาวในคราวเดียว ไต้ซือเหลี่ยวหรานหยุดชั่วครู่จึงเอ่ยต่อ “หลังจากคงหรูรับตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว อาตมาก็พาเนี่ยนหย่วนท่องไปทุกหนทุกแห่ง ไม่มีที่อยู่มั่นคง เนี่ยนหย่วนนั้นฉลาดเฉลียว จดจำเร็ว เพียงอายุสิบสองสิบสาม อาตมาก็ไม่มีอันใดจะสั่งสอนเขาแล้ว ปีนั้นอาตมาไปยังวัดแห่งหนึ่งที่ซีหนาน พบพระไตรปิฎกและคัมภีร์ที่เขียนโดยพระชั้นผู้ใหญ่มากมายอยู่ในถ้ำบนเขาหลังวัด อาตมาเห็นแล้วจึงตื่นตาตื่นใจ ปิดขังตนเองเรียนรู้คัมภีร์เหล่านั้นอยู่ในถ้ำ เวลาผ่านไปหลายปี รอกระทั่งข้ากลับมายังวัดต้ากวงหมิงอีกครั้ง ชื่อเสียงของเนี่ยนหย่วนก็โด่งดังไปทั่วใต้หล้าแล้ว”
“คัมภีร์เหล่านั้น…” หนานกงมั่วขมวดคิ้ว ไหนเลยจะบังเอิญเพียงนั้น คนอื่นเฝ้าถ้ำอยู่กว่าหลายร้อยปี กลับไม่พบคัมภีร์ แต่ไต้ซือที่ไปท่องยุทธภพกลับเจอได้
ไต้ซือเหลี่ยวหรานถอนหายใจ ส่ายศีรษะ “ไม่รู้ พุทธศาสนามีลูกศิษย์ที่มีความสามารถเพียงนี้ ทว่าไม่มีใจแก่งแย่งเอาชนะ อาตมาเองก็ชอบยิ่งนัก เพียงแต่…เมื่อได้อยู่ด้วยช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงได้รู้ว่าสิ่งที่เนี่ยนหย่วนร่ำเรียนนั้นเริ่มออกห่างจากพุทธศาสนา หันหน้าเข้าหาอำนาจและการแย่งชิงไปแล้ว เดิมที…ก็ไม่มีอันใด แม้ต้ากวงหมิงจะเป็นวัด เนี่ยนหย่วนเป็นคนที่อาตมาเลี้ยงจนเติบใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ได้รับการอุปสมบท หากยังมีใจคิดเช่นนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่อาตมากลับพบว่า เขามักหายไปไร้ร่องรอย บางครั้งยังมีใครไม่รู้มาหาเขาที่วัด แม้อาตมาจะเคยเอ่ยขึ้นหนึ่งครั้งและคนเหล่านั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีก ในใจของอาตมานั้นกลับครุ่นคิดอยู่ตลอด ต่อมา…ได้รับรู้โดยบังเอิญว่าเขาเกี่ยวข้องกับสำนักหอธารา อาตมาเดินทางท่องไปทุกหนทุกแห่งอีกครั้งเพื่อไปสืบเรื่องบางอย่าง ทำให้อาตมาพบบางสิ่งบางอย่าง”
“ตัวตนของกงอวี้เฉินหรือเจ้าคะ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
ไต้ซือเหลี่ยวหรานพยักหน้า ทั้งส่ายศีรษะ เอ่ย “เนี่ยนหย่วนเขา…มิใช่คนเป่ยหยวน”
“ว่าไงนะเจ้าคะ” ทั้งสองคนตกใจ ไต้ซือเหลี่ยวหรานถอนหายใจ “แม้องค์ชายเป่ยหยวนที่ถูกทิ้งเอาไว้จะมีเชื้อสายของจงหยวน แต่ว่า…รูปร่างหน้าตาของคนเป่ยหยวนและจงหยวนก็แตกต่างกันไม่น้อย ทั้งสองท่าน เนี่ยนหย่วนรูปร่างหน้าตาคล้ายคนเป่ยหยวนหรือไม่”
แน่นอนว่าไม่ มิเช่นนั้น เพียงรูปร่างภายนอกก็เพียงพอที่จะทำให้คนสงสัยตัวตนของเนี่ยนหย่วนแล้ว
ไต้ซือเหลี่ยวหรานถอนหายใจ “พระสนมชาวฮั่นที่หลบหนีในครั้งนั้นกำลังตำครรภ์ก็จริง นางได้ให้กำเนิดลูกจริงๆ แต่ว่า…เนี่ยนหย่วนไม่ใช่ลูกของพระสนมชาวฮั่นผู้นั้น ลูกตัวจริงของพระสนมชาวฮั่นผู้นั้นมีเพียงสตรีคนเดียวนามว่ากงเสี่ยวเตี๋ย ครั้งนั้นองค์ชายเป่ยหยวนจากไปตั้งแต่ยังเด็ก เหลือบุตรสาวเอาไว้เพียงคนเดียว นางกับเนี่ยนหย่วนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้…” หนานกงมั่วไม่รู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใด
ไต้ซือเหลี่ยวหรานเข้าใจความหมายของนาง เอ่ย “เรื่องนี้ เนี่ยนหย่วนเองก็รู้”
“เอ๋”
ไต้ซือเหลี่ยวหรานเอ่ย “อาตมานึกว่าเขาได้รับผลกระทบมาจากคนของสำนักหอธารา ในใจมีความโกรธแค้นของราชวงศ์เป่ยหยวน ในเมื่อสืบเรื่องเหล่านี้แล้ว แน่นอนว่าต้องบอกเขา เกลี้ยกล่อมให้เขาหยุดความคิดเหล่านี้”
หนานกงมั่วถอนหายใจ “เกรงว่านั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย” คนที่มีจิตใจมุ่งร้ายขึ้นมาในใจ อยากดับมันลงคงไม่ใช่เรื่องง่าย
สีหน้าของไต้ซือเหลี่ยวหรานเปลี่ยนเป็นทะมึนขึ้นมาเล็กน้อย “เป็นดังที่โยมเอ่ย เขาไม่เชื่อคำของอาตมา”
“หลายปีมานี้ ไต้ซืออยู่ที่ใดหรือ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยถาม
ไต้ซือเหลี่ยวหรานตอบ “อยู่ที่สำนักหอธารา หนึ่งเดือนก่อน เนี่ยนหย่วนกลับไปที่สำนักหอธาราและปล่อยอาตมาออกมา เขากล่าวว่า…”
“เขาเอ่ยสิ่งใด”
“เขากล่าวว่า ไม่ว่าเขาเป็นคนเป่ยหยวนหรือจงหยวน ในเมื่อเขาใช้ชีวิตในฐานะคนเป่ยหยวนอย่างโดดเดี่ยวมานานหลายปีเพียงนี้ เช่นนั้น ตำแหน่งกษัตริย์ของเป่ยหยวนก็ต้องเป็นของเขา”