Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1173 ชาติกำเนิดของคุณชายเสียนเกอ

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1173 ชาติกำเนิดของคุณชายเสียนเกอ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1173 ชาติกำเนิดของคุณชายเสียนเกอ

หนานกงมั่วพูดไม่ออก เมื่อครั้งต้าเซี่ยเพิ่งก่อตั้งประเทศ จึงไม่มีการให้ความสำคัญกับการรักษาพรหมจรรย์นัก บางพื้นที่กระทั่งสนับสนุนให้หญิงม่ายแต่งงานใหม่อีกครั้ง หลายปีมานี้แม้จะให้ความสำคัญขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญได้เท่ากับรัชสมัยก่อน ต่อให้มีสตรีแต่งงานอีกครั้งก็ไม่มีการประณามต่อว่ารุนแรงนัก แต่เมืองหลวงอย่างจินหลิงนั้นแตกต่างจากที่อื่น โดยเฉพาะสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ที่แต่งงานอีกครั้งนั้นมีไม่มาก แม้จะมีแต่ส่วนใหญ่ต่างก็แต่งออกไปต่างแดนหรือแต่งกับพ่อม่ายที่สูญเสียภรรยาเช่นกัน แต่ว่านางจำได้ ซูฮูหยินผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นภรรยาเอกคนแรกของอาจารย์ซูผู้นี้นี่นา

ลิ่นฉังเฟิงเอนหลังพิงต้นไม้ท่าทางเกียจคร้าน เอ่ย “เจ้าไม่สังเกตหรือว่าเหล่าสตรีในจินหลิงต่างเย็นชาต่อนาง”

“…” ข้านึกว่านั่นเพราะนางฐานะต่ำต้อย อย่างไรต่อให้อาจารย์สำนักศึกษาฮั่นหลินจะดูสูงส่งทว่าก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ขั้นห้าเท่านั้น ฮูหยินขุนนางขั้นห้า…ในเมืองจินหลิงนั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นหยดน้ำเล็กๆ เสียด้วยซ้ำ หนานกงมั่วเองก็ไม่ได้สนใจคนเหล่านี้นัก ที่จำได้เพราะนางสวยสะดุดตาเท่านั้น สตรีอายุเกือบห้าสิบยังงดงามเพียงนี้ ช่างเป็นที่น่าอิจฉา

ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ไม่เพียงสตรีเหล่านั้นที่เย็นชาต่อนาง แม้แต่องค์หญิงฉังผิงและองค์หญิงหลิงอี๋เองก็เมินเฉยต่อนาง ฮูหยินคนอื่นเข้าไปถวายพระพร ไม่ว่าฐานะสูงต่ำองค์หญิงทั้งสองต่างก็พูดคุยทักทายประโยคสองประโยค แต่เมื่อซูฮูหยินผู้นั้นเข้ามาถวายพระพร องค์หญิงทั้งสองคล้ายกับไม่ได้เอ่ยตอบแม้เพียงสักคำเดียว

หนานกงมั่วมองลิ่นฉังเฟิง ส่งสัญญาณให้เขารีบเอ่ย

ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้ว “ซูฮูหยินผู้นั้นแซ่จ้าว เกิดในตระกูลมีชื่อเสียง ตระกูลสามีเดิมแซ่หยาง…”

หนานกงมั่วรู้สึกเพียงว่าใบหน้าตนเองกำลังแสดงสีหน้าแปลกประหลาด “เจ้าคงไม่ได้บอกว่าข้าว่า…”

คุณชายฉังเฟิงยักไหล่ “ต้องขออภัยด้วย เป็นอย่างที่เจ้าคิด”

หนานกงมั่วกุมขมับถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ ลิ่นฉังเฟิงเอ่ย “แต่เมื่อครั้งต้าเซี่ยเพิ่งก่อตั้ง อำนาจของตระกูลขุนนางมีความแข็งแกร่งกว่าตอนนี้มาก ซูฮูหยินเป็นบุตรสาวของภรรยาคนที่สามของตระกูลจ้าว แต่งกับบุตรชายเชื้อสายหลักของสกุลหยาง เดิมควรเป็นคู่สามีภรรยาที่น่าอิจฉา ใครจะรู้ว่าในขณะที่คุณหนูตระกูลจ้าวแต่งเข้าตระกูลหยางและให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนในปีนั้น ครั้งหนึ่งไปวัดบังเอิญพบเข้ากับใต้เท้าซูในตอนนี้ เมื่อครั้งนั้นใต้เท้าซูเป็นเพียงลูกหลานห่างๆ ของตระกูลซู เพราะรีบเข้าวังมาสอบจึงขอพักอยู่ที่เรือนพักของตระกูลซู ไม่รู้ทำไมทั้งสองคนเมื่อได้พบกันก็… เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่อาจหยุดได้ ทั้งสองกลับไม่ได้ลักลอบเชื่อมสัมพันธ์ คุณหนูจ้าวผู้นี้ไปขอหย่าร้างกับสามีทันใด แน่นอนว่าคุณชายหยางไม่ยอม เป็นถึงคุณชายเชื้อสายหลักตระกูลหยาง ว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลหยางแต่กลับพ่ายแพ้ให้แก่ญาติปลายแถวตระกูลซู ไหนเลยคุณชายหยางจะยอมรับได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ยังมีคุณชายเชื้อสายหลักที่เพิ่งให้กำเนิด คุณชายเชื้อสายหลักตระกูลหยางจะมีมารดาที่หย่าร้างได้เยี่ยงไร”

หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วนั่งลงไปยังต้นไม้ด้านข้างด้วยเช่นกัน ฟังลิ่นฉังเฟิงเล่าอย่างตั้งใจ

“เดิมทีเรื่องนี้จัดการได้ง่ายๆ ตระกูลหยางและตระกูลซูเองก็ไม่อาจขัดแย้งกันเพราะญาติห่างๆ เพียงคนเดียว ไล่เขาออกไปจากจินหลิงก็พอแล้ว ตระกูลจ้าวรู้สึกผิดยิ่งไม่อาจเอ่ยสิ่งใดได้ ใครจะรู้ว่าคุณหนูจ้าวผู้นี้จะบ้าคลั่ง เอาชีวิตตนเองเป็นตัวประกัน นายหญิงใหญ่ตระกูลจ้าวในตอนนั้นพามารดาของคุณหนูจ้าวมาเกลี้ยกล่อมถึงตระกูลหยาง ใครจะรู้…กลับทำให้ไฟลุกโหมยิ่งกว่าเดิม”

“อย่างไรหรือ” หนานกงมั่วสีหน้าฉงน มีลางสังหรณ์ไม่ดี

ลิ่นฉังเฟิงเอ่ย “มารดาของคุณหนูจ้าวผู้นั้นเอ่ยเชิงก็อยากให้นางอยู่ต่อเพื่อลูกของนาง จนกระทั่งนางเกิดความโกรธแค้นต่อเด็กผู้นี้ อยากฆ่าเด็กผู้นี้ให้ตาย”

“…”

ลิ่นฉังเฟิงยักไหล่ “เรื่องนี้แน่นอนว่าไม่ได้ จะปล่อยให้นางทำร้ายคุณชายเชื้อสายหลักตระกูลหยางได้เยี่ยงไร นายท่านตระกูลหยางแทบอยากให้หย่ากับคุณหนูจ้าวผู้นั้นทันที ยังจะป่าวประกาศเรื่องที่นางลักลอบเป็นชู้กับชายอื่น แต่ว่าคุณชายหยางผู้นั้น…ไม่ยินยอม ขังคุณหนูจ้าวเอาไว้ในเรือนของตน อุ้มบุตรชายไปขอร้องให้คุณหนูจ้าวกลับใจทุกวัน คุณหนูจ้าวไม่อาจได้เจอกับคนรักอีก ครอบครัวของตนก็ไม่ยอมช่วยเหลือ จึงแสร้งทำเป็นคืนดีกับคุณชายหยาง แต่ไม่คิดว่า…ครั้งหนึ่งพาลูกออกไปจุดธูปไหว้พระ เด็กคนนั้นก็หายไปแล้ว”

ฟังมาถึงตรงนี้ หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วจึงเงียบลง หนานกงมั่วขมวดคิ้ว จับจ้องลิ่นฉังเฟิงก่อนจะเอ่ย “บอกกับคนอื่นว่า เพราะแม่นมดูแลเด็กไม่ดี ถูกลักพาตัวไปแล้ว แต่เจ้าลองคิด เด็กทารกที่ยังอยู่ในห่อผ้า สาวใช้แม่นมห้อมล้อมมากมาย โจรลักพาตัวผู้นั้นเป็นบ้าหรือถึงได้ลักพาตัวเด็กเยี่ยงนี้ ผู้คนต่างบอกว่า เป็นคนหนูจ้าวที่เอาเด็กออกไปทิ้งเอง”

หนานกงมั่วมองไปยังเว่ยจวินมั่ว พวกเขานึกว่าวัยเด็กของเว่ยจวินมั่วนั้นโชคร้ายแล้ว แต่ต่อให้คนในจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องจะเกลียดเว่ยจวินมั่วเพียงใดก็ไม่มีใครกล้าเอาเขาไปทิ้งนี่นา

หนานกงมั่วขมวดคิ้ว “เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น สตรีผู้นั้น…” ไยจึงยังมีชีวิตรอดมาได้ ทั้งยังได้แต่งงานกับอาจารย์ซูผู้นั้นอีกด้วย

ลิ่นฉังเฟิงยิ้มพลางเอ่ย “เรื่องนี้ในครั้งนั้นโด่งดังไปทั่วเมือง แม้แต่อดีตฮ่องเต้และอดีตฮองเฮายังตกใจ แม้ตระกูลหยางไม่มีหลักฐาน แต่ก็ยืนยันจะสังหารคุณหนูจ้าวให้ได้ อดีตฮ่องเต้ได้ยินเรื่องนี้เข้า จึงโกรธคุณหนูจ้าวผู้นี้มาก มีรับสั่งให้ลงโทษตระกูลจ้าวหนักๆ จนเกือบทำให้สตรีตระกูลจ้าวเหล่านั้นไม่อาจได้แต่งออกเรือน หากไม่ใช่เพราะมีฮองเฮาเกลี้ยกล่อม อดีตฮ่องเต้คงมีรับสั่งตัดหัวคุณหนูจ้าวผู้นั้นด้วยตนเอง แต่น่าเสียดายที่คุณชายตระกูลหยางผู้นั้นยังโง่เขลาไม่เปลี่ยน ยังขอร้องแทนภรรยา ทั้งยังมีตระกูลจ้าว นายท่านตระกูลจ้าวมีบุตรีเพียงคนเดียว ต่อให้ผิดหวังก็ไม่อยากให้นางตาย อีกทั้งใต้เท้าซูผู้นั้นเองก็เป็นคนน่าสนใจ คุกเข่าอยู่หน้าตระกูลหยางสามวันสามคืน สุดท้ายคุณชายตระกูลหยางผู้นั้นรู้สึกสะเทือนใจจึงยอมหย่ากับภรรยา ปล่อยให้คู่รักได้ครองคู่กัน” แน่นอนว่าคนอื่นๆ จะเป็นหรือตาย เรื่องวุ่นวายเหล่านั้น คุณชายฉังเฟิงคร้านจะเอ่ยต่อ

หนานกงมั่วพูดไม่ออกอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยถาม “เช่นนั้น…เช่นนั้นเด็กคนนั้นเล่า”

คุณชายฉังเฟิงยักไหล่ “ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บเพียงนั้น หากเด็กถูกโจรลักพาตัวไปก็ช่างเถิด แต่หากถูกทิ้งอย่างที่เล่าลือกัน เจ้าคิดว่ายังจะมีชีวิตรอดได้หรือไม่”

“หรือว่า ปล่อยผ่านไปอย่างนี้หรือ” หนานกงมั่วขมวดคิ้วถาม

ลิ่นฉังเฟิงเอ่ย “ตระกูลจ้าวตัดสัมพันธ์กับบุตรสาว คุณชายตระกูลหยางหมดคุณสมบัติรับตำแหน่งผู้นำตระกูล ผู้นำตระกูลหยางคนปัจจุบันคือญาติผู้น้องของคุณชายหยางผู้นั้น ตระกูลหยางและตระกูลจ้าวไม่ไปมาหาสู่กันเกือบจะยี่สิบปีแล้ว เพิ่งจะดีขึ้นบ้างเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนตระกูลซู เดิมทีตระกูลซูก็ไม่ยอมรับว่าใต้เท้าซูผู้นั้นเป็นคนของตระกูลซู มิเช่นนั้นผู้นั้นไยจึงยังคงเป็นขุนนางขั้นห้ามานานหลายปีเพียงนี้เล่า ปีนั้นเป็นเพราะเขาโชคดี หากเรื่องนี้แดงขึ้นมาเร็วกว่านั้น เกรงว่าแม้แต่การสอบของเขายังไม่อาจรักษาเอาไว้ได้ ฝ่าบาทเห็นแก่หน้าตระกูลจ้าวและตระกูลซู คร้านจะเอาเรื่องพวกเขา แต่ในเมื่อฝ่าบาทไม่ยอมรับพวกเขา จะมีโอกาสโผล่ศีรษะขึ้นมาได้เยี่ยงไร น่าสงสารจอหงวนทั่นฮวา[1] ต้องอยู่ในสำนักศึกษาไปตลอดชีวิต คุณหนูจ้าวผู้นั้น แม้แต่การแต่งตั้งเก้ามิ่งฮูหยินก็ไม่มี”

“อีกทั้งตอนนี้ บุตรชายตระกูลแต่งภรรยาไม่ได้ บุตรสาวยิ่งไม่อาจแต่งออกเรือน” เอ่ยมาถึงตรงนี้ ลิ่นฉังเฟิงรู้สึกมีความสุขที่เห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ “ไม่รู้ว่าเป็นเวรเป็นกรรมหรือไม่ ซูฮูหยินแต่งกับใต้เท้าซูได้สามปีก็ให้กำเนิดลูกหนึ่งคนสติปัญญาธรรมดา ไม่โง่ทว่าซื่อ ผ่านไปอีกไม่กี่ปีก็ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน ไม่ได้โง่เขลาหน้าตาก็ไม่เลว น่าเสียดายที่เขาเป็นลูกผู้ดีที่ไม่เอาไหน ต่อมาให้กำเนิดบุตรสาว ปีนี้อายุสิบเจ็ดแล้ว ในเมืองจินหลิงไม่มีใครยอมเกี่ยวดองกับพวกเขา สุดท้ายเกรงว่าคงต้องแต่งไปต่างแดน”

เล่าจบในคราวเดียว คุณชายฉังเฟิงพลันอารมณ์ดีขึ้นมา ที่แท้การนินทาผู้อื่นก็เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อจิตใจ เพียงแต่…มองทั้งสองด้วยความประหลาดใจ “ไยพวกเจ้าทั้งสองจึงสนใจเรื่องนี้ ที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามสิบปีก่อน”

หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “ไม่มีอันใด บังเอิญได้ยินมาเท่านั้น”

ลิ่นฉังเฟิงยิ้มพลางเอ่ย “จะว่าไป ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ คุณชายอย่างข้ากลับคิดว่า…ตาเฒ่าตระกูลลิ่นนั่นก็ไม่ได้แย่เพียงนั้น” ดังนั้น เรื่องเช่นนี้ต้องเปรียบเทียบ เมื่อเทียบกับสองคนตรงหน้านี้แน่นอนว่าเขาที่ตัวคนเดียวนั้นน่าสงสาร แต่เมื่อเทียบกับคุณชายตระกูลหยางที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยผู้นั้น คุณชายฉังเฟิงคิดว่าตนเองนั้นพึงพอใจแล้ว

หนานกงมั่วกลอกตา อาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศิษย์พี่ของนาง นางดีใจที่เห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ไม่ลง

หนานกงมั่วเอนตัวพิงต้นไม้ด้านหลัง จมอยู่กับความคิด มิน่าอาจารย์อาไม่ให้นางถามเรื่องนี้กับศิษย์พี่ เรื่องเช่นนี้ช่าง…เมื่อเทียบกันแล้ว เรื่องของเว่ยจวินมั่วดูง่ายขึ้นมามาก แม้ว่าเมื่อครั้งยังเด็กเว่ยจวินมั่วจะโดนเหยียดหยามไม่น้อยแต่องค์หญิงฉังผิงปฏิบัติต่อเขาไม่ได้ด้อยไปกว่ามารดาแท้ๆ ในส่วนที่เขาไม่รู้ยังมีมารดาที่คอยห่วงใยกระทั่งตายจากไป มีเยี่ยนอ๋องคอยปกป้องดูแล ต่อให้ถูกเหยียดหยามมากเพียงใด อย่างน้อยก็ไม่มีความเคียดแค้นอยู่ในใจ ทว่าศิษย์พี่ แม้จะถูกอาจารย์และอาจารย์อาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ราวกับไม่ได้รับความลำบากอันใด แต่บุรุษสองคนจะเทียบกับความรักจากมารดาได้เยี่ยงไร ความคาดหวังและเฝ้ารอที่มีต่อมารดาของเด็กน้อยไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ รอเติบโตขึ้นมาอีกหน่อย รู้ความจริงแล้วทว่ากลับเลวร้ายเพียงนี้ ไม่แปลกที่ศิษย์พี่จะ…

ศิษย์พี่ยอมจ่ายเงินให้นางโลมที่แสดงความยินดีเมื่อต้องต้อนรับลูกค้า ทว่าไม่ยอมเหลียวแลคุณหนูผู้มีชื่อเสียงเหล่านั้นแม้เพียงนิด

เว่ยจวินมั่วตบไหล่เบาๆ ปลอบใจหนานกงมั่ว หนานกงมั่วเอนศีรษะหนุนไปที่ไหล่ของเขา รู้สึกโศกเศร้าขึ้นมา

คุณชายฉังเฟิงที่อยู่ด้านข้างส่งเสียงขัดใจ ลุกขึ้นปัดฝุ่นแล้วหมุนตัวเดินหนีไป

ยามเย็น ฟ้าใกล้จะมืด หนานกงมั่วกลับมาถึงศาลาอันอบอุ่นในสวน ในห้องอุ่น เหล่าฮูหยินและคุณหนูที่มาร่วมงานได้มารวมตัวกันรอร่ำลาเจ้าของงานแล้ว

ยังไม่ทันเดินเข้าประตูหนานกงมั่วก็ถูกเซี่ยเพ่ยหวนลากไปด้านข้าง หนานกงมั่วประหลาดใจ “มีอันใดหรือ”

เซี่ยเพ่ยหวนมองไปรอบๆ เอ่ยเสียงเบา “เมื่อครู่คุณชายตระกูลฉินมาถามข้า บอกว่าหาซีเอ๋อร์ไม่เจอ”

หนานกงมั่วตกใจ ครุ่นคิดพลางเอ่ย “ไม่ต้องกังวล ในสวนนี้ไม่อาจมีผู้ใดหลงอย่างแน่นอน” ยื่นมือขึ้นมาดีดเบาๆ หญิงสาวที่อยู่ในชุดบ่าวรับใช้จึงปรากฏตัวขึ้น แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สาวใช้ธรรมดาทั่วไปที่มาโผล่อยู่ตรงหน้า “พระชายา”

“คุณหนูสี่ตระกูลฉินไปที่ใดแล้ว”

หญิงสาวเอ่ยรายงานอย่างนอบน้อม “ก่อนหน้านี้คุณชายเสียนเกอให้คนมารายงาน คุณหนูฉินป่วยเพคะ คุณชายพาคุณหนูฉินไปพักที่สวนด้านหลัง ขอจวิ้นจู่ไม่ต้องเป็นห่วง”

หนานกงมั่วหัวใจกระตุก “ไยจึงไม่รีบมารายงาน”

หญิงสาวเอ่ยอย่างลำบากใจ “คุณหนูฉินบอกว่า พระชายามีธุระไม่น้อย นางไม่ได้เป็นอันใดมาก รอพระชายามีเวลาว่างแล้วจึงรายงานก็พอเจ้าค่ะ”

หนานกงมั่วถอนหายใจ มองไปยังเซี่ยเพ่ยหวน “เพ่ยหวน รบกวนเจ้าไปดูซีเอ๋อร์ หากดีขึ้นแล้วก็รับนางกลับมา บอกว่า…”

เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เข้าใจแล้ว บอกว่านางไม่สบาย ข้าพานางไปหาที่พักผ่อน”

หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ยด้วยความซาบซึ้ง “ข้าจะไปบอกกับฉินฮูหยินและเซี่ยฮูหยิน”

เซี่ยเพ่ยหวนพยักหน้า เดินตามหญิงสาวคนนั้นไป

หนานกงมั่วเดินเข้าไปในห้องอันอบอุ่น ด้านในมีผู้คนอยู่ไม่น้อย สตรีหลายคนใบหน้าเต็มไปด้วยความขวยเขิน ฮูหยินหลายคนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ว่าพึงพอใจอย่างมาก ทุกคนรีบลุกขึ้นแสดงความเคารพ “พระชายาฉู่อ๋อง”

หนานกงมั่วพยักหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ให้ทุกท่านต้องรอนานแล้ว”

หนานกงมั่วมองเห็นซูฮูหยิน แม้นางเกิดมาสูงส่ง น่าเสียดายตอนนี้ฐานะต่ำต้อย นั่งอยู่ในตำแหน่งที่นั่งใกล้ประตู แน่นอนว่าหนานกงมั่วมองเห็นได้อย่างชัดเจน หญิงงามวัยกลางคนในอาภรณ์สีอ่อน ดูราวกับอายุสามสิบต้นๆ ใบหน้างดงามและเงียบสงบ หากไม่รู้เรื่องเหล่านั้นของนาง นางดูเป็นสตรีสุภาพเรียบร้อยและอ่อนหวาน ซูฮูหยินที่เป็นเช่นนี้แตกต่างจากเฉียวเฟยเยียนที่ทำตัวเป็นแม่ดอกบัวขาวน่าสงสารผู้นั้น ท่าทางของนางดูอ่อนโอนทว่าสง่างาม เงียบสงบทว่าไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงสาร ด้านข้างของนางมีเด็กสาวอายุสิบเจ็ดในอาภรณ์สีเขียวนั่งอยู่ด้านข้าง รูปร่างหน้าตาคล้ายกับซูฮูหยินอยู่หลายส่วน เพียงแต่สีหน้าและสายตาในยามนี้ไม่ได้ดีนัก ใบหน้าของนางมีความแค้นเคืองและกรุ่นโกรธแตกต่างจากเหล่าคุณหนูที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สายตาของหนานกงมั่วหยุดอยู่ที่สตรีทั้งสอง เอ่ยถาม “คุณหนูซู มีสิ่งใดที่พระชายาฉู่อ๋องอย่างข้าดูแลไม่ทั่วถึงหรือไม่”

ซูฮูหยินผู้นั้นชะงัก รีบหันกลับไปหาบุตรสาว แม่นางซูผู้นั้นเองก็ตกใจ ไม่ทันได้เก็บสีหน้า แขกที่นั่งอยู่ต่างคาดไม่ถึงว่าพระชายาฉู่อ๋องจะทักบุตรสาวของขุนนางขั้นห้าคนหนึ่ง หันไปมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ท่ามกลางผู้คนมากมาย แม้แต่สีหน้าของตนยังไม่อาจแอบซ่อนเอาไว้ได้ สมแล้วที่เป็นบุตรีของสตรีผู้นั้น

ถูกสายตาเย้ยหยันมองมาโดยไม่ปิดบัง คุณหนูซูผู้นั้นทั้งโกรธทั้งอาย ทว่าถูกมารดาดึงชายเสื้อเอาไว้ ทำได้เพียงก้มหน้าลงเงียบๆ

หนานกงมั่วไม่ได้ทำให้นางลำบากใจอีก เดินไปยังที่นั่งด้านหน้า “เสด็จอา”

องค์หญิงฉังผิงยิ้มเอ่ย “เด็กอย่างพวกเจ้านี่เริ่มไม่มีกฎเกณฑ์เสียแล้ว ฝ่าบาทและฮองเฮาเสด็จกลับวังหลวงก็ไม่รู้จักมาส่ง” หนานกงมั่วลอบเดาะลิ้น นั่งลงด้านข้างองค์หญิงฉังผิง เอ่ย “เสด็จอาเข้าใจพวกเราผิดแล้วเพคะ เสด็จพ่อต่างหากที่บอกว่าไม่ต้องส่ง ยังเอาจวินมั่วไปด้วยอีกเพคะ”

องค์หญิงฉังผิงหัวเราะออกมา ความจริงไม่เพียงหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่ว แม้แต่พวกนางก็ไม่ได้ไปส่ง ฝ่าบาทและฮองเฮาออกมาจากวังในอาภรณ์ธรรมดาไม่ได้อยากป่าวประกาศเท่าใดนัก

องค์หญิงฉังผิงลูบหลังมือของนาง “เอาล่ะ เสด็จอาเข้าใจเจ้าผิดแล้วก็ได้ ทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่ เป็นแม่งานให้แขกรอได้เช่นไร”

หนานกงมั่วมองพลางส่งยิ้มขอโทษไปให้ทุกคน เอ่ย “ลำบากทุกท่านต้องรอแล้ว วันนี้ปฏิบัติดูแลไม่ดีนัก หากมีสิ่งใดผิดพลาดไป ขอทุกท่านได้โปรดอภัยด้วย”

ฮูหยินที่นั่งอยู่ด้านหน้าสักหน่อยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พระชายากล่าวหนักไปแล้วเพคะ ได้รับความกรุณาของพระชายาพวกเราถึงได้มาเยี่ยมชมสวนดอกเหมยขององค์หญิงหลิงอี๋ วันใดหากพระชายามีเวลาว่าง ขอเชิญมาดื่มชาร่ำสุราที่จวนได้เลยเพคะ”

หนานกงมั่วเลิกคิ้ว หมายความว่ามีเรื่องมงคลแล้วอย่างนั้นหรือ ยิ้มบางแล้วจึงเอ่ย “แน่นอนอยู่แล้ว กลัวแต่ถึงเวลาฮูหยินจะไม่เชิญข้า”

“พระชายามาเยือน นับว่าเป็นเกียรติแก่จวนของหม่อมฉันแล้วเพคะ”

[1] ทั่นฮวา คือ ผู้ที่สอบจอหงวนได้ลำดับสาม

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1173 ชาติกำเนิดของคุณชายเสียนเกอ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
26/02/2024
65d4753b8ff1a8001d619f2d
ปลายจวักครองใจ
01/11/2024
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
17/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.