Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1177 การตกหลุมรักที่ไม่เหมาะสม

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1177 การตกหลุมรักที่ไม่เหมาะสม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1177 การตกหลุมรักที่ไม่เหมาะสม

ซีอวี้เซียน จวนตระกูลฉิน

ฉินซีดึงข้อมือกลับคืนมาช้าๆ มองชายตรงหน้าที่ลุกขึ้นเก็บของเตรียมกลับไป เอ่ย “หลายวันมานี้ลำบากคุณชายเสียนเกอแล้ว”

เสียนเกอปรายตามองนางเล็กน้อย เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่จำเป็น”

ฉินซีเองก็จนปัญญา เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “พระชายาฉู่อ๋องระวังเกินไปแล้ว ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว”

คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน “จะเป็นหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัดสินได้”

ฉินซีเพียงยิ้ม ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เห็นนางเป็นเช่นนั้น คุณชายเสียนเกอพลันรู้สึกเบื่อหน่าย ส่งเสียงหึเบาๆ ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

ฉินจื่อซวี่เดินเข้ามาพลันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาด แต่มองดูแล้วกลับไม่มีปัญหาอันใดจึงปล่อยผ่าน ในใจเป็นห่วงอาการป่วยของน้องสาว “คุณชายเสียนเกอ อาการป่วยของน้องสาวข้าเป็นเช่นไรบ้าง” ฉินซีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่ยังเล็ก ตระกูลฉินประคับประคองเลี้ยงดูนางจนเติบโต ทว่ากลับถูกตัดสินว่าจะมีอายุไม่เกินยี่สิบปี โชคดีของพวกเขาที่ได้พบกันผู้มีบุญ หลายปีมานี้ร่างกายของฉินซีดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อกลับมายังจินหลิงจนฉินจื่อซวี่คิดว่าน้องสาวของตนหายเป็นปกติแล้ว ยามนี้พลันป่วยกะทันหัน ทั้งตระกูลต่างก็ตื่นตระหนกขึ้นมา

คุณชายเสียนเกอเอ่ยเสียงเรียบ “ขอเพียงดูแลรักษาเป็นอย่างดีก็ไม่มีปัญหาหากจะอยู่จนแก่เฒ่า เพียงแต่..หากคิดว่าตนเองแข็งแรงเหมือนคนปกติ กระโดดโลดเต้นไปทั่วได้ตามใจ ต้องขออภัยหากคุณชายอย่างข้าไร้ความสามารถ”

ฉินจื่อซวี่ยิ้มเจื่อน เอ่ย “ต่อไปพวกเราจะระวังมากขึ้น หลายวันมานี้ลำบากคุณชายแล้ว” แม้จะเป็นคุณชายสูงส่งในจินหลิง เมื่อเผชิญหน้ากับอาการป่วยของน้องสาวที่รักยิ่งจึงทำได้เพียงยิ้มเจื่อนให้กับท่านหมออย่างระมัดระวังเท่านั้น ไม่กล้าทำให้ขุ่นเคืองแม้เพียงนิด

เสียนเกอเดินไปที่โต๊ะด้านข้าง หยิบพู่กันออกมาเขียนลงไปบนกระดาษแผ่นใหม่ เอ่ย “นี่คือใบสั่งยา ใช้สามเดือนก่อน หลังจากนั้นหากยังมีปัญหา ก็ไปยังเรือนพักนอกเมืองหาอาจารย์ลุงของข้า”

ได้ยินเช่นนั้น ฉินซีพลันหัวใจหดเกร็ง “คุณชายเสียนเกอจะไปจากจินหลิงหรือเจ้าคะ”

คุณชายเสียนเกอมองนางเล็กน้อย หันไปหาฉินจื่อซวี่แล้วยกมือขึ้นประสาน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

มองแผ่นหลังของเขาที่เดินหนีไป ฉินซีถอนหายใจไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

ฉินจื่อซวี่เดินไปส่งคุณชายเสียนเกอด้วยตนเองแล้วจึงเดินกลับมา พลันมองเห็นฉินซีนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างโต๊ะ ฉินจื่อซวี่ขมวดคิ้วเบาๆ กระแอมเล็กน้อย เตือนน้องสาวถึงการมาของตน ฉินซีได้สติ หันไปยิ้มให้พี่ชาย เอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว” ฉินจื่อซวี่เดินไปนั่งลงข้างนาง มองสำรวจใบหน้าสวยของน้องสาว เนิ่นนานจึงเอ่ยถาม “ซีเอ๋อร์ มีเรื่องอันใดในใจหรือ”

ฉินซีชะงัก ฝืนยิ้ม เอ่ย “ไยพี่ใหญ่จึงถามเยี่ยงนี้เล่า”

ฉินจื่อซวี่เอ่ย “สองวันมานี้เจ้าอารมณ์ไม่ดี เดิมทีข้านึกว่าเป็นเพราะป่วยขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ตอนนี้…”

“พี่ใหญ่”

ฉินจื่อซวี่ถอนหายใจ เอ่ย “เจ้าคิดเช่นไรกับคุณชายเสียนเกอ”

ฉินซีชะงัก เบนสายตาหลบใบหน้าซีดขาว หลุบตาลงต่ำ เอ่ย “แน่นอนว่าคุณชายเสียนเกอเป็นคนดีคนหนึ่ง หากไม่ใช่เขาและท่านผู้เฒ่า เกรงว่าข้าคง…”

ฉินจื่อซวี่ถอนหายใจ ยื่นมือไปลูบแผ่นหลังน้องสาว เอ่ยปลอบใจ “เจ้าไม่ต้องร้อนใจ มีเรื่องอันใดเอ่ยกับพี่ใหญ่ได้ ซีเอ๋อร์ เจ้าชอบคุณชายเสียนเกอใช่หรือใม่…”

“พี่ใหญ่ ข้า…” ฉินซีกัดริมฝีปาก ก้มหน้าไม่เอ่ยวาจา ฉินจื่อซวี่เข้าใจทันใด ยื่นมือไปทัดผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเมื่อฉินซีก้มหน้า ถอนหายใจ เอ่ย “ซีเอ๋อร์ คุณชายเสียนเกอไม่เหมาะสมกับเจ้า”

“ข้ารู้เจ้าค่ะ” ฉินซียิ้มขมขื่น “เป็นตัวข้าเอง…คุณชายเสียนเกอมิได้…”

ฉินจื่อซวี่ส่ายศีรษะ “ข้ามิได้หมายถึงอย่างนี้ นิสัยของคุณชายเสียนเกอไม่เหมาะสมกับเจ้า”

ฉินซีอดไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองฉินจื่อซวี่ ฉินจื่อซวี่เอ่ย “คนอื่นต่างคิดว่าคุณชายเสียนเกอนั้นมีนิสัยอิสระเรียบง่าย สุภาพสง่างาม ไม่สนใจยศฐาบรรดาศักดิ์ ดุจเทพเซียนไม่สนใจโลก”

ฉินซีพยักหน้าเบาๆ ฉินจื่อซวี่เอ่ย “แต่ว่า ในเมื่อเจ้ามีความรู้สึกดีให้เขา ใช่ว่าจะไม่เข้าใจเขาทั้งหมด น้องสาวของข้าฉินจื่อซวี่ไม่ใช่สตรีที่จะหลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอก”

ฉินซีก้มหน้า “ข้ารู้ เขา…เป็นคนเย็นชาไร้ความปรานี อีกทั้ง…” ฉินซีส่ายศีรษะแล้วจึงเอ่ย “พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าเพียงคิดไปเองเท่านั้น ผ่านไปอีกไม่กี่วันก็คงดีขึ้น” เห็นท่าทางของน้องสาว ฉินจื่อซวี่ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างจนใจ เพียงรู้สึกปวดใจยิ่งขึ้น คุณชายเสียนเกอ…ไม่เหมาะสมกับซีเอ๋อร์เอ่ยจริงๆ นี่นา หากสองฝ่ายมีใจตรงกันก็ช่างเถิด ยามนี้เห็นได้ชัดว่ามีเพียงซีเอ๋อร์ฝ่ายเดียวเท่านั้นที่มีใจ เช่นนั้นก็ตัดให้ขาดเสียตอนนี้จะดีกว่า

“เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว” ฉินจื่อซวี่เอ่ยปลอบ “สตรีตระกูลฉินงดงามเพียงนี้ เขาไม่ชอบนั่นเพราะเขาไม่มีวาสนา มีคนมากมายอยากสู่ขอ”

ฉินซียิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกอบอุ่นใจจากการปลอบโยนของพี่ชาย

เว่ยจวินมั่วเห็นหนานกงมั่วกลับมาพร้อมใบหน้ากรุ่นโกรธ ขณะที่กำลังวุ่นวายกับกองกระดาษของราชการตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นมามองนางด้วยความประหลาดใจ วางพู่กันในมือลง

ลุกขึ้นมา เดินไปหยุดอยู่ด้านข้างนาง เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ออกไปกับพี่ใหญ่ของเจ้ามิใช่หรือ เกิดเรื่องอันใดขึ้น”

หนานกงมั่วมองเขา ท่าทางอึกอัก เว่ยจวินมั่วรวบเอวนางเอาไว้ พานางเดินไปนั่งริมขอบเตียง “เป็นอันใดไปหรือ ใครทำให้อู๋สยาไม่พอใจเล่า” หนานกงมั่วหันกลับมากอดเอวเขาเอาไว้ เอาหน้าซุกลงกับหน้าอกของเขา เอ่ยด้วยความหงุดหงิด “ท่านว่า ไยบนโลกใบนี้จึงมีมารดาที่ใจร้ายเพียงนี้”

บิดาที่ไม่มีความรับผิดชอบหรือชั่วช้าเพียงใดพวกนางเคยเจอมาไม่น้อย ไม่ใช่มีหนึ่งประโยคเอ่ยเอาไว้ว่า มีแม่เลี้ยงก็จะมีพ่อเลี้ยง[1]มิใช่หรือ แต่น้อยมากที่จะได้ยินว่ามารดาเป็นอย่างไร ต่อให้เป็นมารดาที่อ่อนแอเหล่านั้นแม้จะไม่มีกำลังจะทำสิ่งใดเพื่อบุตรชายของตนได้ แต่ก็ไม่เคยทำร้าย ต่อให้เป็นเฉียวเฟยเยียน เฝิงซื่อ นายหญิงใหญ่ตระกูลเว่ย สตรีที่น่ารังเกียจเหล่านั้นก็ตาม อย่างน้อยพวกนางก็ยังรักลูกของตนเองมิใช่หรือ แต่ไยจึงมีมารดาอย่างซูฮูหยินผู้นี้กันเล่า ทำร้ายลูกของตนเองซ้ำยังไม่คิดว่าตนเองมีความผิด กระทั่งสามารถร้องขอเงื่อนไขมากมาย

หนานกงมั่วนึกถึงบทสนทนาที่ตนได้ยินมาจากห้องข้างๆ นางคิดว่าหากสตรีผู้นี้ไม่ใช่มารดาของเสียนเกอ นางคงสังหารสตรีผู้นี้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว นางคิดกระทั่งว่าจะหาวิธีสังหารสตรีนางนี้โดยไร้ร่องรอยอย่างจริงจัง แต่หนานกงมั่วเองก็รู้ หากนางทำให้สตรีนางนี้ตายไปเยี่ยงนี้ เช่นนั้นปมในใจของศิษย์พี่ก็คงค้างคาไปตลอดชีวิต

เว่ยจวินมั่วก้มหน้าลงลูบหลังของนาง เอ่ย “เพราะซูซื่อหรือ” เดิมทีซูฮูหยินแซ่จ้าว แต่ตระกูลจ้าวได้ลบชื่อของนางออกไปจากตระกูลแล้ว ดังนั้นผู้คนจึงไม่อาจเรียกนางว่าจ้าวซื่อได้ ทำได้เพียงเรียกแซ่ตามตระกูลสามีของนางแล้ว

หนานกงมั่วพยักหน้า เล่าเรื่องที่ได้ยินมาจากโรงน้ำชาให้เขาฟังหนึ่งรอบ

เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยเสียงเบา “มีอันใดน่ากลัดกลุ้มกันเล่า”

หนานกงมั่วเงยหน้ามองเขา “ข้ากลัดกลุ้มที่ใดกันเล่า เพียงรู้สึกว่าคนเยี่ยงนี้ช่าง…”

เว่ยจวินมั่วยิ้มบาง เอ่ย “น่ารังเกียจหรือ”

“ก็มิใช่เยี่ยงนั้นหรือ”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ในเมื่อรังเกียจ ไม่ว่าเจ้าจะจัดการอย่างไรก็ไม่เป็นไร อู๋สยา ไยต้องโกรธเพราะคนไม่สำคัญเช่นนี้ เจ้าคือพระชายาฉู่อ๋อง ซิงเฉิงจวิ้นจู่ นางเป็นเพียงภรรยาของขุนนางเล็กๆ ขั้นห้าเพียงเท่านั้น แม้แต่ตำแหน่งเก้ามิ่งเล็กๆ ก็ไม่มี ต่อหน้าเจ้า นับประสาอันใดกันเล่า”

หนานกงมั่วเลิกคิ้ว ฉู่อ๋องกำลังสนับสนุนให้นางใช้อำนาจรังแกคนหรือ

เว่ยจวินมั่วสบกับสายตาสงสัยของนางแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ว่าเจ้าจะทำอันใดกับนาง จะไม่มีใครคิดว่าเจ้าใช้อำนาจรังแกคน” หากถามถึงสตรีชั้นสูงที่มีมนุษยสัมพันธ์แย่ที่สุดในจินหลิงคือผู้ใด ซูฮูหยินผู้นี้ไม่แพ้อย่างแน่นอน แน่นอนว่าแม้ความจริงภรรยาของขุนนางขั้นห้าจะไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสตรีชนชั้นสูงก็ตาม

เว่ยจวินมั่วนั่งลงด้านข้างหนานกงมั่ว กอดนางเอาไว้ในอ้อมอก เอ่ย “ตามที่เจ้าได้ยิน ซูซื่อผู้นั้นเห็นแก่ตัวมากอย่างแน่นอน อยากจัดการนางมีโอกาสมากมาย กระทั่งไม่ต้องให้เจ้าไปหานางด้วยตนเอง”

หนานกงมั่วไม่เข้าใจนัก “นางไปหาศิษย์พี่ข้าเชื่อ แต่ว่าท่านมั่นใจหรือว่านางจะมาหาข้า หรือว่านางไม่รู้ว่าสตรีในจินหลิงทั้งหลายต่างรังเกียจนางหรือ หรือว่านางคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องเหล่านั้นของนางอย่างนั้นหรือ” ต่อให้หนานกงมั่วไม่รู้จริงๆ ขอเพียงซูซื่อเข้ามาใกล้ชิดกับนาง แน่นอนว่าต้องมีคนนำเรื่องเหล่านี้มาเล่าถึงหูนาง

เว่ยจวินมั่ววางปลายคางลงบนไหล่ของนาง “นางไม่มีทางคิดว่าตนเองมีความผิด เพียงคิดว่าคนทั้งโลกนั้นต่างก็ไร้คุณธรรม ต่างก็ริษยานางเท่านั้น หากไม่ใช่เช่นนี้ นางคงไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ในจินหลิงได้”

“หลอกตนเองหรือ คนทั้งโลกมัวเมา มีเพียงข้าคนเดียวที่ตื่นอย่างนั้นหรือ”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ

หนานกงมั่วพิงอยู่ในอ้อมกอดของเขา เอ่ยพึมพำเบาๆ “ความจริงข้าไม่สนใจเรื่องของซูซื่อ นางยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความรักของนางนั่นเป็นเรื่องของนาง แต่ว่าศิษย์พี่…เมื่อก่อนข้ามักรู้สึกว่าศิษย์พี่เป็นคนไม่ดี แต่ว่าตอนนี้ข้ากลับรู้สึกว่าโชคดี ความจริงแล้วศิษย์พี่นับว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง อย่างน้อย…เขาไม่เคยคิดจะไปแก้แค้นกับคนบริสุทธิ์”

ชาติที่แล้ว คนแปลกข่าวแปลกอย่างไรจะไม่เคยเจอ แน่นอนว่าเรื่องของซูซื่อนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่คนที่ได้รับบาดแผลอย่างคุณชายเสียนเกอไปทำร้ายกลุ่มคนมากมายนั้นเคยได้ยินมาไม่น้อย หลายปีมานี้คุณชายเสียนเกอเพียงอยู่ห่างจากตระกูลสูงศักดิ์เหล่านั้น แต่ไม่ได้เอาความแค้นไปลงกลับเหล่าตระกูลสูงศักดิ์นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว มิเช่นนั้นด้วยชื่อเสียงและความสามารถของคุณชายเสียนเกอ ยามนี้ไม่แน่ว่าอาจจะชั่วร้ายจนเป็นที่รู้จักไปทั่วใต้หล้า

เว่ยจวินมั่วลูบหลังนางเบาๆ “ไม่ต้องกังวล เสียนเกอมิใช่คนไม่น่าเชื่อถือ”

หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อืม ข้ารู้ เขาเพียงชอบแบกเรื่องเหล่านี้เอาไว้เท่านั้น”

เว่ยจวินมั่วส่งเสียงหึเบาๆ “อู๋สยามีเวลาว่างไปเดินเล่นกับหนานกงชวี่ กังวลเรื่องของเสียนเกอ มิสู้อยู่บ้านเป็นเพื่อนข้า”

หนานกงมั่วเงยหน้ามองใบหน้าเย็นชาของเขาด้วยรอยยิ้ม ยกยิ้มมุมปาก “ฉู่อ๋องกำลังยุ่งมิใช่หรือ”

“อยู่กับข้า” เว่ยจวินมั่วเอ่ยอย่างมั่นคง

หนานกงมั่วไม่ใส่ใจ ยกมือขึ้นคล้องลำคอของเขา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีปัญหา เพียงแต่ท่านมั่นใจว่าท่านว่างจริงหรือ”

คุณชายเว่ยขมวดคิ้วอุ้มนางขึ้นมาแล้วเดินไปด้านหลังโต๊ะหนังสือ “อ่านด้วยกันกับข้า”

“ได้” หนานกงมั่วปล่อยให้เขาอุ้มนางไป ยกยิ้มหวาน อย่างไรคนที่รบกวนก็ไม่ใช่นาง

ปลายเดือนสิบเอ็ด หนานกงมั่วไปเยือนจวนตระกูลเซวียสู่ขอให้หนานกงชวี่พร้อมกับองค์หญิงฉังผิง ตระกูลเซวียเอ่ยก็ตอบรับด้วยความเต็มใจ ทั้งสองครอบครัวแลกเปลี่ยนรายชื่อแขก คำนวณวันเกิด หารือวันแต่งงานซึ่งกำหนดไว้ในปลายเดือนสามของปีที่กำลังมาถึง งานเลี้ยงชมดอกเหมยทำให้เกิดการแต่งงานขึ้นหลายงาน ต่างพากันกำหนดวันแต่งงานระหว่างเดือนสามถึงเดือนห้าของปีหน้า อย่างไรปีหน้าเกรงว่าคงมีพิธีแต่งงานเกิดขึ้นไม่น้อย

เพราะหลายครอบครัวต่างกำหนดการแต่งงาน มีเรื่องมงคลมากมาย เมืองจินหลิงในฤดูหนาวที่ก่อนหน้านี้เงียบเหงาเพราะเพิ่งผ่านการเปลี่ยนยุคสมัยมาไม่นาน กลับมีความชื่นมื่นและความน่ายินดีขึ้นมา ราวกับความสงบและความเจริญรุ่งเรืองกำลังจะเกิดขึ้น

จวนอานเล่อจวิ้นอ๋อง

เซียวเชียนเยี่ยคลุมชุดคลุมตัวหนานั่งอยู่ใต้ชายคา เงยหน้าเหม่อมองหิมะที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าและหิมะที่ปกคลุมไปทั่วลานในเรือน

เตาผิงหนึ่งอันวางอยู่ใกล้มือของเขา ความร้อนทำให้เขามีสติกลับคืนมา ตกใจมองสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้า เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “เป็นเจ้านี่เอง”

อดีตจูกุ้ยเฟย พระชารารองจูในตอนนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา เอ่ยด้วยความกังวล “ท่านอ๋อง ระวังไม่สบายเพคะ”

รอยยิ้มของเซียวเชียนเยี่ยจืดเจื่อนเล็กน้อย โบกมือพลางเอ่ย “ไม่เป็นไร เสด็จแม่เป็นอย่างไรบ้าง”

เพิ่งจะเข้าฤดูหนาว ไท่เฟยก็ป่วยแล้ว ราวกับเรื่องราวทุกอย่างกำลังร่วงหล่นลงพื้น ไท่เฟยเองก็ผ่อนคลาย เมื่อผ่อนคลายแล้วอาการป่วยมากมายก็ทยอยเข้ามา ในวังก็ส่งหมอหลวงมาตรวจ บอกเพียงว่าไท่เฟยเกิดความกลัดกลุ้มระยะยาวจึงส่งผลต่อจิตใจ เซียวเชียนเยี่ยรู้ว่าสาเหตุนั้นเป็นเพราะตัวเขาเอง แม้ว่าจะเป็นไทเฮามาหลายปี เสด็จแม่ก็ไม่เคยมีความยินดีเลยแม้เพียงนิด ไท่เฟยป่วยแล้ว พระชายาจวิ้นอ๋องต้องดูแลไท่เฟย ทั้งยังต้องดูแลบุตรชาย รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ ในจวน แน่นอนว่าไม่มีเวลามาสนใจเซียวเชียนเยี่ย เซียวเชียนเยี่ยก็ไม่สนใจ เขากับภรรยานั้นเดิมทีก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เหนียวแน่น เขาขึ้นเป็นฮ่องเต้มาหลายปีก็ยิ่งจืดจาง

พระชายารองจูเอ่ยเสียงเบา “เสด็จแม่อาการดีขึ้นมากแล้วเพคะ พระชายาขอท่านอ๋องไม่ต้องกังวล เพียงแต่…คิดว่าไท่เฟยคงคิดถึงท่านอ๋องมาก ไยท่านอ๋องจึงไม่ไปเยี่ยมเพคะ”

นับตั้งแต่ไท่เฟยป่วย เซียวเชียนเยี่ยก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในห้องของไท่เฟย บ่าวไพร่ในจวนคิดเพียงว่าเซียวเชียนเยี่ยไร้ความรู้สึก แต่จูเฟยกลับรู้ว่าหลายครั้งเซียวเชียนเยี่ยมักยืนเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่างมองไปยังเรือนของไท่เฟย บางครั้งเดินไปถึงหน้าเรือนไท่เฟยกลับครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเดินหนีไป

เซียวเชียนเยี่ยชะงัก เอ่ยเสียงเรียบ “ไหนเลยข้าจะมีหน้าไปพบเสด็จแม่ได้ หากมิใช่เพราะข้า…”

พระชายารองจูเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอันใดขึ้น ในอนาคตหากหม่อมฉันป่วยก็คงคาดหวังให้บุตรชายคอยดูแลอยู่เคียงข้าง”

พระชายารองจูเห็นท่าทางเหม่อลอยของเซียวเชียนเยี่ยจึงเอ่ยต่อ “ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใด คนเป็นแม่ไม่มีทางโทษลูกของตนเอง” นางเองก็เป็นมารดา แน่นอนว่ายิ่งเข้าใจจิตใจของคนเป็นมารดา ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น สิ่งที่พวกนางเป็นห่วงที่สุดก็คงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ออกมาจากร่างกายของตนเอง เพื่อเขาแล้ว ไม่สนใจสิ่งใดเลยก็ย่อมได้

เซียวเชียนเยี่ยเงียบไปนาน “ข้ารู้แล้ว ข้าอยากอยู่ลำพังสักพัก หากไม่มีอันใดแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด”

พระชายารองจูเอ่ย “พระชายาบอกว่า ในวังเชิญท่านอ๋องพาครอบครัวไปร่วมงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าเพคะ”

“เร็วเพียงนี้เลยหรือ” เซียวเชียนเยี่ยตกใจเล็กน้อย

พระชายารองจูยิ้มบาง เอ่ย “ไม่เร็วเพคะ กรมพิธีการได้จัดเตรียมรายชื่อไว้ก่อนจัดงานเลี้ยง”

เซียวเชียนเยี่ยพยักหน้าพลางเอ่ย “ข้ารู้แล้ว”

“หม่อมฉันขอตัวเพคะ”

[1] มีแม่เลี้ยงก็ต้องมีพ่อเลี้ยง ใช้เปรียบว่าเวลาแม่ตายแล้วพ่อแต่งงานใหม่มีแม่เลี้ยง ความรักที่พ่อมีให้ลูกมักจะจืดจางหรือน้อยลง หรืออาจจะฟังแม่เลี้ยงมากกว่า ทำให้พ่อแท้ๆ ก็กลายเป็นเหมือนพ่อเลี้ยงค่ะ เนื้อหาส่วนนี้จะสื่อว่า ได้ยินมาบ่อยๆ ว่ามีพ่อไม่ดีมากมาย แต่น้อยนักจะได้ยินว่าแม่ไม่ดี เพราะแม่ส่วนใหญ่ต่างก็รักลูกที่ตัวเองคลอดออกมากันทั้งนั้น

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1177 การตกหลุมรักที่ไม่เหมาะสม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
84
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
12/06/2026
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
16/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.