Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1178 ความเศร้าโศกของฮองเฮา

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1178 ความเศร้าโศกของฮองเฮา
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1178 ความเศร้าโศกของฮองเฮา

“งานเลี้ยงส่งท้ายปีหรือ” หนานกงมั่วเลิกคิ้วมองเว่ยจวินมั่วที่อยู่ตรงหน้า “มิใช่บอกว่าจะจัดเรียบง่ายหรือ”

เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ต่อให้เรียบง่ายเพียงใดก็ไม่อาจยกเลิกงานเฉลิมฉลองแรกของปีได้” หนานกงมั่วพยักหน้าเห็นด้วย เอ่ย “จะว่าไปก็ใช่ เสด็จพ่อก็คงไม่ชอบใจกระมัง”

คุณชายเว่ยพยักหน้า นึกถึงภาพที่ฮ่องเต้ไท่ชูที่กัดฟันก่นด่าขุนนางในราชสำนักเหล่านั้น “ความจริงก็ไม่นับว่าสิ้นเปลือง” จัดงานเลี้ยงในวังต้องใช้เงินไม่น้อยจริงๆ แต่ขุนนางในราชสำนักเหล่านั้นยังต้องการถวายพระพรขอคำอวยพรจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันในวันปีใหม่ ฮ่องเต้ไท่ซูไม่พอใจอยู่ในใจ ของขวัญวันปีใหม่ที่พระราชทานออกไปเป็นเพียงกระดาษไม่กี่แผ่นนั้น…อักษรความสุขหรือป้ายอักษรที่ฮ่องเต้ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ เช่นนี้นับว่าการจัดงานเลี้ยงส่งท้ายปีก็ไม่ได้เสียหายอันใด

หนานกงมั่วเห็นด้วยกับเรื่องนี้ “เสด็จพ่อช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราเองก็ต้องเตรียมของขวัญใช่หรือไม่”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “อู๋สยาจัดการตามเห็นสมควรเถิด”

หนานกงมั่วกลอกตา นางคิดออกแล้ว “ข้ารู้แล้ว เดี๋ยวข้าจัดการเอง ท่านวางใจเถิด” สำหรับเรื่องเหล่านี้คุณชายเว่ยเชื่อใจภรรยาเต็มร้อย ในเมื่อนางบอกว่าจัดการได้เขาก็ไม่ต้องกังวลแล้ว มองหิมะที่ตกยังไม่หยุดอยู่ด้านนอก ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “วันนี้อานอานยังไปสำนักศึกษาอยู่หรือ”

หนานกงมั่วกลอกตาอย่างจนใจ “วันใดบ้างที่เขาจะไม่ไป ก่อนหน้านี้อาจารย์อาเคยบอก หลายวันมานี้อานอานอยู่ที่เรือนพัก ทุกๆ วันอาจารย์อาจะไปรับเขา เขาจะได้ไม่วิ่งเล่นซุกซน” บุตรชายฉลาดรักการเรียนเป็นเรื่องดี แต่เด็กตัวเล็กเพียงนั้น เด็กคนอื่นยังคงไม่รู้ความ คิดเพียงเรื่องเล่น อานอานกลับวิ่งไปสำนักศึกษาในทุกๆ วันไม่มีวันหยุดแม้ฝนตกลมพัด หนานกงมั่วมองเห็น แม้จะภูมิใจทว่ารู้สึกปวดใจด้วย นางกลับหวังว่าอานอานจะเป็นเพื่อนเด็กทั่วไป เล่นและงอแง ห้าหกขวบค่อยรู้เรื่องก็ไม่ช้าไปเสียหน่อย

เว่ยจวินมั่วเองก็เข้าใจว่านางกำลังคิดสิ่งใด เอ่ยปลอบ “เขารู้ตัวเองดีก็พอแล้ว” พวกเขาเป็นบิดามารดาไม่ได้คาดหวังว่าอานอานจะต้องเรียนอันใดต้องประสบความสำเร็จอย่างไร แต่หากอานอานอยากเรียนด้วยตัวเอง พวกเขาก็ไม่อาจไปห้าม เพียงระวังไม่ให้เขาทำให้ร่างกายตนเองต้องเจ็บปวดเท่านั้น มีคนมากมายคอยดูแลแม้อานอานจะรักการเรียนและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่อย่างไรก็พักผ่อนได้ตรงเวลา ไม่ได้ทำให้ร่างกายต้องลำบาก ยังมีอาจารย์และคุณชายเสียนเกอคอยดูแล สุขภาพร่างกายของอานอานแข็งแรงอย่างแน่นอน รอเติบใหญ่อีกสักนิด ไม่ว่าเว่ยจวินมั่วหรืออาจารย์อาก็ต้องบังคับเขาฝึกวรยุทธ์

หนานกงมั่วพยักหน้า “ต่อให้เขาฉลาดกว่าเด็กทั่วไปก็ไม่อาจว่าเขาได้” ให้กำเนิดคนฉลาดก็นับว่าเป็นเรื่องน่ากลัดกลุ้มอีกเรื่องหนึ่ง เยาเยาที่เอาแต่เล่นไปวันๆ จนไม่เห็นแม้แต่เงากลับทำให้คนรู้สึกวางใจกว่ามาก เพียงแต่… “เยาเยาถูกเสด็จแม่มารับไปอีกแล้ว เราให้กำเนิดเด็กสองคน ตอนนี้กลับดูเหมือนไม่มีเสียแล้ว” นางไม่บ่นคงไม่ได้ เมื่อครั้งเด็กๆ ยังเล็กพวกเขายุ่งมาก ยามนี้ไม่ง่ายกว่าจะมีเวลาว่างอยากอยู่กับลูกๆ แต่พบว่าแต่ละคนนั้นเติบโตจนรู้จักแหวกว่ายในทะเลอันกว้างใหญ่แล้ว คนหนึ่งเป็นที่รักมาก อาจารย์ อาจารย์อา เสด็จอาองค์หญิงทั้งสอง กระทั่งในวังต่างก็แย่งกันมารับไปเล่นด้วย นางผู้เป็นมารดาอยากเล่นกับบุตรสาวยังต้องรอต่อแถว

ได้ยินเช่นนั้น คุณชายเว่ยจึงเอ่ยเสียงเบาด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ข้าก็ถามอู๋สยา มิสู้ พวกเรามีอีกสักคนหรือไม่”

หนานกงมั่วกลอกตา ตั้งแต่เป็นท่านอ๋องคุณชายเว่ยก็ยิ่งไม่รู้จักอายแล้ว

“เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ข้าที่กำหนดเสียหน่อย”

“พยายามให้มากสักหน่อยแน่นอนก็จะมี” เว่ยจวินมั่วกระซิบอยู่ข้างหูนาง ลมอุ่นๆ รินรดลำคอจนหนานกงมั่วสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เว่ยจวินมั่วใช้กำลังเพียงเล็กน้อย หมุนตัวนางที่หันหลังให้ตนกลับมาเผชิญหน้า โน้มตัวลงไปสัมผัสเบาๆ ลงบนริมฝีปากบางแดงระเรื่อของนาง

แม้ฤดูหนาวในจินหลิงจะไม่อาจเทียบโยวโจวได้ ทว่ายังสัมผัสถึงความเย็นได้ เวลาเช่นนี้ นอกจากถ่านไฟแล้ว ร่างกายของอีกฝ่ายยิ่งทำให้คนรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ

“ฉู่อ๋อง แม่นางมั่ว คุณชายอย่างข้า…” เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างนอก เพียงแต่หยุดชะงักไป เว่ยจวินมั่วตวัดตากวาดมองคุณชายฉังเฟิงที่ยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ เขากอดหนานกงมั่วก้าวถอยหลังไปไม่กี่ก้าว สะบัดแขนเสื้อ หน้าต่างพลันปิดอัดหน้าคุณชายฉังเฟิง

มองหน้าต่างที่ปิดสนิทตรงหน้า เนิ่นนานคุณชายฉังเฟิงจึงได้สติกลับคืนมา… “มีเรื่องมาหาพวกเจ้านะ”

ในห้องนั้นอบอวลไปด้วยความรัก คุณชายฉังเฟิงยืนนิ่งอยู่ในลานบ้าน ปล่อยให้หิมะร่วงโรยมาบนหัวไหล่

ชวีเหลียนซิงที่เดินถือสมุดบัญชีมา มองลิ่นฉังเฟิงที่ยืนนิ่งอยู่ในลานบ้าน อดแปลกใจไม่ได้ “คุณชายฉังเฟิง ท่านมาหาท่านอ๋องและพระชายาหรือเจ้าคะ”

ลิ่นฉังเฟิงโบกมือ “เปล่า…คุณชายอย่างข้ากลับก่อนแล้ว” คุณชายฉังเฟิงถูกเพื่อนสนิทแสดงท่าทีไร้ความเมตตาเช่นนี้โจมตีเข้าเสียแล้ว ชวีเหลียนซิงมองห้องหนังสือที่ปิดสนิท จากนั้นมองสีหน้าแปลกประหลาดของลิ่นฉังเฟิงพลันเข้าใจ เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอย่างอดไม่ได้ “ท่านอ๋องและพระชายาคงมีธุระ หากคุณชายมีเรื่องเร่งด่วนบอกกับข้าได้ ข้าจะรายงานพระชายาให้เองเจ้าค่ะ”

“เอ่อ ไม่มีอันใด ไม่รีบ” ลิ่นฉังเฟิงพยักหน้า “ขอบคุณแม่นางชวี ข้าขอตัวก่อนแล้ว”

“คุณชายเดินทางระวังด้วยเจ้าค่ะ” มองลิ่นฉังเฟิงส่ายศีรษะเดินออกไป ชวีเหลียนซิงก้มหน้ายิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิม

รอจนชวีเหลียนซิงกลับมาขอพบหนานกงมั่วอีกครั้งก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว หิมะใหม่ลมใหม่ มองออกไปยังหิมะขาวโพลนไกลออกไป หนานกงมั่วคลุมชุดคลุมบางนั่งพิงอยู่บนเตียงนุ่ม สบเข้ากับท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของชวีเหลียนซิงพลันรู้สึกเขินอายขึ้นมา อย่างไร…การร่วมรักในตอนกลางวันเช่นนี้ มิใช่เรื่องที่น่าเอ่ยถึงแต่อย่างใด

“วันนี้มีเรื่องสำคัญอันใดหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถามเสียงเบา

ชวีเหลียนซิงส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีเรื่องสำคัญอันใดเจ้าค่ะ บัญชีของเดือนที่แล้วบ่าวได้คิดคำนวณออกมาเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ เชิญพระชายาตรวจดูได้ นอกจากนี้ เจิ้งอ๋องจะรับพระชายารองในไม่กี่วันนี้ หวังว่าท่านอ๋องและพระชายาจะไปร่วมเจ้าค่ะ” ได้ยินเช่นนั้น คิ้วของหนานกงมั่วพลันขมวดขึ้น “รับพระชายารองหรือ สตรีสกุลใดกัน”

ชวีเหลียนซิงเอ่ย “บุตรีเชื้อสายหลักของใต้เท้าหลี่ว์ผู้ว่าการติ้งโจว บุตรีเชื้อสายรองของใต้เท้าจ้าวเจิ้งเฟิ่งต้าฟู และยังมีบุตรีคนโตของใต้เท้าซูซื่อเฉิงแห่งไท่ฉังซู บุตรีเชื้อสายรองคนรองของท่านอาจารย์สำนักศึกษาฮั่นหลินเจ้าค่ะ”

หนานกงมั่วตกใจ “รับพร้อมกันสี่คนเลยหรือ”

ตระกูลขุนนางเหล่านี้อย่างไรก็ต้องการมีหน้ามีตา นอกเสียจากฝ่าบาทจะพระราชทานสมรสให้เจิ้งอ๋อง มิเช่นนั้นคงไม่เป็นที่พึงพอใจหากต้องแต่งเข้าจวนพร้อมคนอื่นๆ เซียวเชียนเหว่ยเลือกคนเหล่านี้ ดูเหมือนจะไม่เป็นที่สะดุดตา แต่อำนาจที่อยู่เบื้องหลังนั้นไม่น้อย เพียงแต่หากไม่ใช่ตระกูลพระชายารองก็เป็นคนรอบข้าง เพียงอยู่ชนชั้นระดับล่างไม่เพียงพอที่จะเป็นชายาเอกเท่านั้น แต่หากแต่งกับครอบครัวทั่วไปการเป็นนายหญิงของเรือนนั้นเหลือเฟือ

ชวีเหลียนซิงเองก็ประหลาดใจ นางเองนับว่าเกิดในครอบครัวปัญญาชน เรื่องเช่นนี้แน่นอนว่าเข้าใจ พยักหน้าพลางเอ่ย “ใช่เจ้าค่ะ ทั้งสี่ท่านนี้ล้วนเป็นชายารอง ได้ยินมาว่าเดิมทีตระกูลซูไม่ยอมนัก อย่างไรตระกูลซูก็เป็นตระกูลขุนนางในจินหลิง เพียงแต่พระชายาเจิ้งอ๋องไปหาด้วยพระองค์เอง ไม่รู้ไปคุยอย่างไรตระกูลซูจึงได้ยกคุณหนูรองของภรรยาคนที่สามให้” เพียงแต่เป็นบุตรีเชื้อสายหลักคนรองเท่านั้น หากเป็นบุตรีจากภรรยาคนแรกละก็ อย่าว่าแต่จูชูอวี้ไปเยือนด้วยตนเอง ต่อให้เซียวเชียนเหว่ยไปเองก็เป็นไปไม่ได้ ตระกูลซูไม่อาจยอมเสียหน้าในเรื่องนี้อย่างแน่นอน

หนานกงมั่วรับเทียบเชิญที่ชวีเหลียนซิงยื่นมาให้ พยักหน้าลงแล้วจึงเอ่ย “ข้ารู้แล้ว ถึงตอนนั้นข้าจะไปกับจวินมั่ว เพียงแต่…เชียนเหว่ยรีบเกินไปหรือไม่”

ชวีเหลียนซิงครุ่นคิด เอ่ย “บางทีอาจเป็น…เพราะว่ายามนี้เจิ้งอ๋องยังไม่มีบุตรกระมังเพคะ รีบสักหน่อยก็เป็นเหตุผลอ้างต่อฝ่าบาทและฮองเฮาได้” สิ่งสำคัญที่สุดของเชื้อพระวงศ์คือการมีบุตรสืบสกุล หากเอ่ยในเรื่องนี้ ต่อให้ฮ่องเต้จะรู้ถึงเหตุผลอีกอย่างของเซียวเชียนเหว่ยก็คงไม่ได้ใส่ใจมากนัก อย่างไรเซียวเชียนเหว่ยแต่งงานมากว่าห้าปีแล้ว กลับยังไม่มีแม้แต่เชื้อสายรองสักคน ลับหลังไม่แน่อาจมีคนนินทาเรื่องเหล่านี้

หนานกงมั่วพยักหน้า เห็นด้วยกับความคิดของชวีเหลียนซิง เพียงแต่… “ตำแหน่งชายารองทั้งสี่เต็มในครั้งเดียว เขาไม่กลัวว่าต่อไปจะมีคนที่เหมาะสมกว่า ไม่น่าเสียดายหรอกหรือ”

ชวีเหลียนซิงยกมือป้องปาก ยิ้มพลางเอ่ย “จัดการเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่ใช่ความคิดของเจิ้งอ๋องเพียงผู้เดียวเพคะ อย่างไรก็ต้องรับชายารอง กับชายารองที่ตนเองไม่อาจควบคุมได้ มิสู้รีบจัดการตั้งแต่ตอนที่ตนเองยังมีอำนาจจัดการได้ไม่ดีกว่าหรือเพคะ” ยามนี้ฮ่องเต้เพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ ตำแหน่งอ๋องของเซียวเชียนเหว่ยยังไม่ทันมั่นคง หลายเรื่องไม่ได้สนใจ อีกทั้งเซียวเชียนเหว่ยยังรีบรับชายารองเพื่อดึงขั้วอำนาจ เวลานี้จูชูอวี้มีช่องว่างยื่นมือเข้าไปยุ่งอยู่มาก แต่หากปล่อยไปอีกสองปี ทุกสิ่งทุกอย่างมั่นคง เมื่อเซียวเชียนเหว่ยมีอำนาจที่มั่นคง ไม่แน่เขาอาจไปแต่ตระกูลที่จูชูอวี้ไม่อาจควบคุมได้เข้ามาก็เป็นได้

หนานกงมั่วส่ายศีรษะ ถอนหายใจออกมา “สองสามีภรรยานี้…”

ชวีเหลียนซิงถอนหายใจ เอ่ย “ว่ากันว่าสามีภรรยาสนิทที่สุดและห่างไกลที่สุด บนโลกใบนี้ไม่ใช่ทุกคู่จะเหมือนพระชายาและท่านอ๋องเพคะ”

นึกถึงเว่ยจวินมั่วที่ต้องรีบไปเพราะมีงานมากมาย มุมปากของหนานกงมั่วพลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “จะว่าไปก็ใช่” แม้ยุคนี้ไม่ขอบุรุษที่มีความรักมั่นคง แต่ไม่ได้เข้มงวดต่อบุรุษที่มีรักมั่นคงต่อภรรยา สิ่งสำคัญคือบุรุษจะยอมมีใจรักมั่นต่อภรรยาหรือไม่เท่านั้น

ตำหนักฮองเฮาในวังหลวง ฮองเฮาวางซองสีแดงลูกท้อในมือของนางลง ถอนหายใจออกมาเบาๆ

มามาที่ยืนอยู่ด้านข้างมองมายังฮองเฮา เอ่ยเสียงเบา “องค์ชายสามจะรับพระชายารอง นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ไยพระนางจึงถอนหายใจเล่าเพคะ”

คนที่อยู่รับใช้เคียงกายฮองเฮาได้ ล้วนเป็นคนรู้ใจที่ติดตามมากว่าหลายสิบปี เอ่ยสิ่งนี้ขึ้นมาได้อย่างเป็นกันเอง ฮองเฮานวดหว่างคิ้ว เอ่ย “เหว่ยเอ๋อร์อายุไม่น้อยแล้ว ทว่ากลับยังไม่มีบุตร ได้แต่งงานมีภรรยาแตกดอกออกผลไหนเลยข้าจะไม่ยินดี เพียงเกรงว่าพวกเขา…จูซื่อผู้นั้นเองก็ไม่ใช่คนน่าหมดห่วงนัก”

มามาติดตามฮองเฮามาหลายสิบปี ไหนเลยจะไม่รู้ว่าพระนางกังวลสิ่งใดอยู่ในใจ

ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “องค์ชายสามมีใจทะเยอทะยาน ไยพระนางจึงไม่พอใจหรือเพคะ”

ใครเป็นเจ้านาย แน่นอนว่าต้องฝักใฝ่คนนั้น มามาติดตามอยู่เคียงข้างฮองเฮามาหลายปีเพียงนี้ แน่นอนว่ารู้สึกไม่พอใจแทนนายผู้นี้ อยู่ดีๆ ก็มีองค์ชายใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ฝ่าบาทยังให้ความสำคัญมอบหน้าที่สำคัญให้ดูแล รักยิ่งกว่าองค์ชายทั้งสามที่ฮองเฮาให้กำเนิดเสียอีก แม้จะบอกว่าบุตรชายคนโตของฮองเฮาองค์เก่าผู้นั้น จำต้องถูกองค์หญิงฉังผิงนำไปเลี้ยงดู หลายปีมานี้ได้รับความลำบากไม่น้อย แต่สำหรับพวกนางที่อยู่ข้างฮองเฮาแล้ว แน่นอนรู้สึกว่าเจ้านายของตนนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรเสียเรื่องของฮองเฮาองค์เก่าและองค์ชายใหญ่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระนาง

ฮองเฮาเอนตัวพิงเบาะนุ่ม เอ่ยเสียงเรียบ “มีใจทะเยอทะยาน…ก็ต้องมีความสามารถด้วย จะว่าไป เป็นเพราะข้าผู้เป็นมารดาไร้ความสามารถ ไม่อาจสั่งสอนพวกเขาให้ดีได้”

มามาตกใจ “ไยพระนางจึงเอ่ยเช่นนี้เล่าเพคะ องค์ชายทั้งสามต่าง…”

ฮองเฮายิ้มขมขื่น “ข้าติดตามฝ่าบาทมายี่สิบกว่าปี ไหนเลยจะไม่เข้าใจเขา แม้เขาจะรู้สึกผิดต่อจวินเอ๋อร์ แต่สำหรับเรื่องใหญ่แล้วจะไม่มีใจเอนเอียงเพราะรู้สึกผิดต่อเขาอย่างแน่นอน หากเขาไม่มีความสามารถ ฝ่าบาทคงมอบให้เพียงเสื้อผ้าข้าวปลาอาหารให้สุขสบาย อยู่โดยไร้ความกังวล หลายปีมานี้…ฝ่าบาทเคยกดขี่ชื่อเอ๋อร์พวกเขาทั้งสามเพราะจวินเอ๋อร์หรือไม่”

แน่นอนว่าไม่มี

“แต่ว่า หากไม่ใช่เพราะอยู่ดีๆ มีองค์ชายใหญ่เพิ่มขึ้นมา องค์ชายทั้งหลายเดิมที…”

ฮองเฮาเอ่ยเสียงเย็น “โลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่เดิมทีควรจะเป็นอันใดทั้งนั้น เดิมทีแผ่นดินนี้ควรเป็นของอดีตองค์รัชทายาทและลูกหลานของเขาเสียอีก”

“พระนางระวังวาจาด้วยเพคะ” มามาสีหน้าซีดขาว ลอบมองออกไปด้านนอกตำหนักก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างวางใจ “พระนางอย่าได้เอ่ยเช่นนี้อีกเลยเพคะ หากมีคนได้ยินเข้า…”

ฮองเฮาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เอ่ย “เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว ข้าไม่คิดเอาความกดดันจากฮองเฮาองค์เก่ามากดทับบุตรชายของตน” ภรรยาและมารดาที่ดี “เพียงแต่…ทำให้ดีที่สุดก็เท่านั้น ข้าเพียงปรารถนาให้พวกเขาอยู่อย่างมีความสุขเท่านั้น”

หลายปีมานี้ฮองเฮาเข้าใจอย่างชัดเจน ความสามารถของเว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนเหว่ยแตกต่างกันมากเกินไป ต่อให้นางเป็นฮ่องเต้ บุตรชายที่มีความสามารถยอดเยี่ยมวางอยู่ตรงนั้นไยจึงจะเลือกคนที่มีความสามารถธรรมดากันเล่า สำหรับฮ่องเต้พระองค์หนึ่งแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่บุตรชายคนใดสามารถเอาอกเอาใจทำให้เขาพึงพอใจได้ แต่เป็นบุตรชายคนใดมีความสามารถมากพอสืบทอดต่องานใหญ่ของเขาได้ สร้างความเจริญรุ่งเรือง ทำให้แผ่นดินเรืองรองไม่มีวันดับสลาย

“พระนาง…”

มามากำลังอยากเอ่ยสิ่งใดอีก ฮองเฮายกมือขึ้นหยุดวาจาของนาง เอ่ยเสียงเรียบ “วาจานี้ เจ้าเอาไปบอกเชียนเหว่ยได้ ให้เขาได้ไตร่ตรองเพื่อจะเดินต่อไปข้างหน้า ยามนี้ฝ่าบาทยังเห็นแก่ความสัมพันธ์พ่อลูก ยังไว้หน้าข้าที่เป็นฮองเฮา แต่ว่าสำหรับองค์ชายผู้หนึ่งแล้ว…เรื่องความรู้สึกนั้น หากหมดไปแล้วก็ไม่อาจมีได้อีกแล้ว”

ฮองเฮายังเอ่ยไม่ทันจบ มามาผู้นั้นก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าซีดขาว เงยหน้ามองสายตาเย็นชาของฮองเฮาที่มองลงมา ร่างกายพลันสั่นเทาอย่างอดไม่ได้

“พระนาง…”

สายตาของฮองเฮาราบเรียบ ยกมือส่งสัญญาณให้สาวใช้เข้ามาประคองมามาผู้นั้น เอ่ย “เจ้าติดตามข้ามายี่สิบปีแล้ว ออกจากวังไปเถิด”

“พระนาง หม่อมฉัน…”

“เอาตัวออกไป” ฮองเฮาเอ่ยเสียงเย็น

“เพคะ” ไม่นานขันทีสองคนพลันก้าวเข้ามา ลากตัวมามาซ้ายขวาออกไป มามาผู้นั้นไม่ยอมยังอยากร้องขอความเมตตา ทว่าทุกคนยัดผ้าอุดริมฝีปากของนางเอาไว้ ไม่นานก็ถูกลากตัวออกจากตำหนักไป ฮองเฮาเหม่อลอยมองประตูหน้าตำหนักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหลุบตาลงพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา มุมปากยกยิ้มขมขื่นอย่างจนใจ

เพิ่งไม่เท่าใด บุตรชายของนางพลันเรียนรู้ที่จะวางคนของตนเองเอาไว้ข้างกายนางแล้วหรือ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1178 ความเศร้าโศกของฮองเฮา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
30/09/2023
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.