หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1179 ตบหน้า
ตอนที่ 1179 ตบหน้า
เซียวเชียนเหว่ยใบหน้าทะมึนให้คนพามามาที่ร้องห่มร้องไห้เข้าไปพักผ่อน รอทุกคนออกไปหมดแล้วฝ่ามือหนักๆ พลันตบเข้าที่ใบหน้าของจูชูอวี้
ถูกฝ่ามือหนักๆ ตบลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว จูชูอวี้กุมใบหน้ามองชายหนุ่มสีหน้าทะมึนตรงหน้า เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “ท่านอ๋อง ท่าน…” เซียวเชียนเหว่ยสีหน้าเย็นยะเยือกมองจูชูอวี้ เอ่ย “ใครใช้ให้เจ้าแตะต้องคนสนิทของเสด็จแม่”
จูชูอวี้กัดริมฝีปาก เอ่ยด้วยความไม่พอใจ “หม่อมฉันทำเพื่อท่านอ๋องนะเพคะ” การซื้อตัวคนสนิทของฮองเฮา นางทุ่มเทไปไม่น้อย โดยเฉพาะคนสนิทข้างกายของฮองเฮา เพียงไม่คิดว่ามามาผู้นั้นทำเกินหน้าที่ไปเล็กน้อย ถูกฮองเฮาไล่ออกมา จูชูอวี้เองก็รู้สึกหงุดหงิด หากรู้แต่แรกคงไม่ไปหยั่งเชิงฮองเฮาแล้ว เสียหมากสำคัญเช่นนี้ไปเสียเปล่าเช่นนี้ แต่ว่าฮองเฮาผู้นี้เป็นอย่างไรกัน เซียวเชียนเหว่ยทั้งสามเป็นลูกของนาง หรือเว่ยจวินมั่วเป็นลูกของนางกัน หรือว่านางจะเป็นแม่เลี้ยงใจดี จนไม่สนใจลูกของตนเองแล้วอย่างนั้นหรือ
มองใบหน้าทะมึนของเซียวเชียนเหว่ย จูชูอวี้เองก็ไม่กล้าทำให้เขากรุ่นโกรธไปมากกว่านี้ เพียงเอ่ยด้วยความน้อยอกน้อยใจ “หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ แต่ว่า…หม่อมฉันเป็นห่วงท่านอ๋อง สถานการณ์ในยามนี้ เสด็จพ่อมีใจเอนเอียงไปทางจวนฉู่อ๋อง พวกเราสืบข่าวได้บ้าง ท่านอ๋องก็จะมีอำนาจในการเคลื่อนไหว เพียงไม่คิดว่า…เสด็จแม่จะโกรธก็สมควรแล้ว หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันจะไปขอรับโทษจากเสด็จแม่เพคะ”
เห็นนางมีท่าทีเช่นนี้ เซียวเชียนเหว่ยก็ใจอ่อน อย่างไรตลอดเวลาที่ผ่านมาจูชูอวี้ก็ช่วยเหลือเขามาโดยตลอด แม้แต่ซื้อตัวคนสนิทของเสด็จแม่ก็เพื่อตนเอง แม้จะไม่พอใจต่อจูชูอวี้พระชายาผู้นี้นัก แต่เซียวเชียนเหว่ยก็เข้าใจ ต่อให้เขามีพระชายาอย่างหนานกงมั่วเขาก็ไม่อาจรับไหว และจูชูอวี้นอกจากชาติตระกูลด้อยไปสักนิด ฝีมือนับว่าโดดเด่นในหมู่สตรี
ถอนหายใจเบาๆ เซียวเชียนเหว่ยเอ่ย “เจ้าส่งสายลับไปอยู่ข้างกายเสด็จแม่ก็ช่างเถิด แต่ยังให้นางไปหยั่งเชิงเสด็จแม่ ต่อให้นางไม่ได้ถูกเจ้าซื้อ วันนี้เอ่ยเช่นนี้ออกไป เสด็จแม่ก็ไม่มีทางปล่อยนางไป” จูชูอวี้ขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างขุ่นเคืองใจ “แม้จะบอกว่า เสด็จแม่ควรเมตตาต่อบุตรทุกคน เรียกได้ว่ามีคุณธรรมอันดีงาม หม่อมฉันไม่คิดว่าเสด็จแม่จะทำเช่นนี้ได้ หากเป็นหม่อมฉัน…คงไม่อาจทำได้”
เห็นเซียวเชียนเหว่ยชะงัก จูชูอวี้เอ่ยอย่างเหนียมอาย “ท่านอ๋องอย่าได้ถือสาหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่อยากโกหกท่านอ๋อง อนาคตรับชายารองเข้าจวน หากมีบุตรให้ท่านอ๋อง หม่อมฉันที่เป็นมารดาของจวนแน่นอนว่าต้องทำเพื่อพวกเขา แต่ว่าคนที่หม่อมฉันรักที่สุดอย่างไรก็ต้องเป็นบุตรชายของตนเอง”
เซียวเชียนเหว่ยเงียบไปนาน เอ่ยเสียงเรียบ “ธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น ข้ารู้จักเสด็จแม่ดี”
มองร่องรอยฝ่ามีแดงบนใบหน้าของจูชูอวี้ เซียวเชียนเหว่ยรู้สึกผิด กระแอมไอเบาๆ เอ่ย “เมื่อครู่ข้า…ขอพระชายาอย่าได้ถือสา”
จูชูอวี้ส่ายศีรษะ “เป็นหม่อมฉันที่ทำผิดพลาดไป จะโทษท่านอ๋องได้เช่นไร ต่อไปหม่อมฉันจะระวัง พรุ่งนี้หม่อมฉันจะเข้าวังไปขอรับโทษจากเสด็จแม่ เสด็จแม่มีใจเมตตาไม่มีทางกล่าวโทษท่านอ๋องอย่างแน่นอนเพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยมองใบหน้าขาวที่เริ่มบวมของนาง เอ่ยเสียงเบา “ช่างเถิด เรื่องนี้ข้าจะไปขอรับโทษจากเสด็จแม่ด้วยตนเอง เสด็จแม่ไม่ชอบใจเจ้านัก เจ้าไปคงไม่ดี สองวันนี้ เจ้าก็อยู่ในจวนเถิด”
ได้ยินเช่นนั้น จูชูอวี้พลันยิ้มขึ้นมา หลุบตาลงท่าทางอ่อนหวาน “ของพระทัยท่านอ๋องที่เป็นห่วงเพคะ ท่านอ๋องวางใจ เรื่องการรับชายารองช่วงนี้ หม่อมฉันจะช่วยท่านอ๋องจัดการให้เรียบร้อยเพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้า ทั้งสองคนนั่งลงอีกครั้ง เซียวเชียนเหว่ยเอ่ยถาม “เทียบเชิญของวันนั้นส่งไปแล้วหรือไม่”
จูชูอวี้พยักหน้า “ส่งไปแล้วเพคะ”
“เช่นนั้นก็ดี ปลายปีแล้ว ถึงตอนนั้นคงยุ่งมาก จัดการให้เรียบร้อยจะดีกว่า” เซียวเชียนเหว่ยเอ่ย “จวนฉู่อ๋องตอบรับแล้วหรือไม่”
“พระชายาฉู่อ๋องตอบกลับมาแล้วเพคะ บอกว่าถึงวันนั้นจะมาร่วมยินดีพร้อมกับฉู่อ๋องอย่างแน่นอนเพคะ” จูชูอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง
เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี ยังมีพี่…พี่รอง น้องสี่นั่นก็ไม่อาจละเลยได้”
จูชูอวี้มองเซียวเชียนเหว่ย “ท่านอ๋องมีแผนอันใดหรือไม่เพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยครุ่นคิดชั่วครู่ เอ่ย “เจ้าว่า พี่ใหญ่จะมีใจรักมั่นต่อซิงเฉิงจวิ้นจู่จริงหรือ”
จูชูอวี้ชะงัก “แน่นอนเพคะ” ฉู่อ๋องและพระชายาฉู่อ๋องมีใจรักมั่นใต้หล้าใครบ้างจะไม่รู้ ทั้งสองแต่งงานมาหลายปี จากจินหลิงถึงโยวโจว จากโยวโจวถึงเฉินโจว จากเฉินโจวกลับมาถึงจินหลิง เดินทางไปกว่าครึ่งต้าเซี่ย ข้างกายฉู่อ๋องไม่มีใครอื่นแม้เพียงครึ่งคน เรื่องนี้มีอันใดน่าสงสัยกันเล่า
แม้จะมีคนตำหนิถึงการกระทำเช่นนี้ของฉู่อ๋องอยู่บ้าง คิดว่าฉู่อ๋องเกรงกลัวต่อภรรยา แต่หากฉู่อ๋องผิดต่อพระชายาจริง เกรงว่าคนที่ไม่พอใจต่อเขาคงมีมากกว่า อย่างไรในใจของผู้คนมากมาย พระชายาฉู่อ๋องก็ไม่ใช่สตรีธรรมดาทั่วไป คนที่โดดเด่นเพียงนี้ หากได้รับมาคงเป็นวาสนาไปกว่าสามชาติ คอยปกป้องคุ้มครองไม่มีความหวาดกลัว หากยังคิดเจ้าชู้ คงไม่อาจยอมได้แล้ว
เซียวเชียนเหว่ยกลับไม่ได้ใส่ใจ “บนโลกใบนี้ ไม่มีบุรุษใดชื่นชอบการถูกสตรีคนหนึ่งควบคุมเอาไว้ โดยเฉพาะยามที่บุรุษนั้นมีอำนาจสูงส่ง หากเขายังเป็นเช่นนั้น ต่อให้เสด็จพ่อไม่มีข้อโต้แย้ง ขุนนางในราชสำนักก็คงไม่เห็นด้วย”
หากเว่ยจวินมั่วมีความสนใจต่อตำแหน่งใด ก็ไม่อาจมีหนานกงมั่วเพียงผู้เดียวไปตลอดชีวิต ไม่ต้องเอ่ยถึงพวกสามภรรยาสี่อนุภรรยา แตกดอกออกผลเหล่านั้น มีฮ่องเต้งี่เง่าเช่นนี้ ขุนนางที่อยากส่งบุตรสาวเข้ามาอยู่ในวังจะทำเยี่ยงไร
จูชูอวี้ขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “ท่านอ๋อง ทางที่ดียามนี้อย่าได้แตะต้องความสัมพันธ์ของฉู่อ๋องและพระชายาฉู่อ๋องเลยเพคะ”
“ทำไมเล่า”
จูชูอวี้เอ่ยเสียงเรียบ “ต่อให้ฉู่อ๋องยอมสานไมตรีจริง รับชายารองเข้าจวนจะมีประโยชน์อันใดต่อท่านอ๋อง เพียงฉู่อ๋องยอมรับชายารองเข้าจวน เกรงว่าคงมีคนไม่น้อยส่งบุตรีเข้าจวนฉู่อ๋อง ยามนี้ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากเข้าร่วมกับจวนฉู่อ๋อง เพียงหาโอกาสไม่ได้ก็เท่านั้น หรือท่านอ๋องอยากให้โอกาสนี้กับพวกเขาหรือ”
เซียวเชียนเหว่ยเอ่ย “แต่ถ้าฉู่อ๋องแตกหักกับซิงเฉิงจวิ้นจู่เล่า” สตรีอย่างหนานกงมั่วไม่เหมาะสมจะเป็นสะใภ้เชื้อพระวงศ์ นางไม่มีทางยอมปล่อยสามีไปเพราะเรื่องใดทั้งนั้น เว่ยจวินมั่วยังยืนหยัดอยู่ได้แน่นอนว่านางก็คงร่วมเดินหน้าและถอยหลังไปพร้อมกับสามี หากเพียงเว่ยจวินมั่วไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้แล้ว หนานกงมั่วคงไม่ยอมเขาอย่างแน่นอน
จูชูอวี้ชะงัก ไม่นานพลันส่ายศีรษะ “เกรงว่าคงไม่ง่ายเพียงนั้น”
อยากให้เว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วแตกหัก ยากเพียงใด เรื่องที่แม้แต่กงอวี้เฉินก็ทำไม่ได้ จูชูอวี้ยิ่งไม่คิดว่าเซียวเชียนเหว่ยจะแข็งแกร่งกว่ากงอวี้เฉินแล้ว
เซียวเชียนเหว่ยเลิกคิ้วยิ้มหยัน เอ่ย “พระชายาไม่ต้องรีบร้อน เรื่องนี้วางแผนยาวไกล พอดียามนี้มีโอกาส ขอเพียงสองคนนี้มีความขัดแย้ง เจ้าว่าหนานกงชวี่ ซังหรง เสียนเกอ ตระกูลเซี่ย ตระกูลฉินคนเหล่านั้น จะอยู่ข้างเว่ยจวินมั่วหรือไม่”
จูชูอวี้ก้มหน้าไตร่ตรอง ไม่เอ่ยไม่ได้ว่าหากสำเร็จจริงๆ คงเป็นการโจมตีเว่ยจวินมั่วอย่างรุนแรง ไม่ต้องเอ่ยถึงการขัดแย้งต่อภรรยาเป็นการโจมตีต่อเว่ยจวินมั่ว แม้แต้อำนาจของเว่ยจวินมั่ว หนานกงชวี่ต้องอยู่ข้างหนานกงมั่วอย่างแน่นอน ซังหรงเป็นพ่อตาของหนานกงฮุย พ่อบุญธรรมของซังเจี้ยว คุณชายเสียนเกอยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ตระกูลฉินตระกูลเซี่ยสองตระกูลไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเว่ยจวินมั่วนัก ส่วนใหญ่เป็นเพราะหนานกงมั่ว เช่นนี้แล้ว…คงน่าเสียดาย จินตนาการได้อย่างสวยงาม ความจริงกลับยากในยาก
“โอกาสอันใดหรือเพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยเอ่ย “เดือนสองปีหน้า แคว้นต่างๆ รอบข้างจะมาร่วมแสดงความยินดีในวันพระบรมราชสมภพของเสด็จพ่อ”
จูชูอวี้ตกใจ “พวกเขาหรือเพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้า “หนานเย่ว์ อานจี้ หว่าหลาต่างก็อยากเกี่ยวดองกับต้าเซี่ยทั้งนั้น”
“เกี่ยวดองหรือเพคะ” จูชูอวี้ครุ่นคิด หากอีกฝ่ายส่งองค์หญิงมาผูกสัมพันธ์ คนของฝั่งพวกเขาก็ไม่อาจมีฐานะต่ำต้อยนัก เหล่าอ๋องละก็ ชายาเอกนั้นเป็นไปไม่ได้ ตำแหน่งชายารองนั้นยังพอได้ หากเป็นเช่นนี้…
จูชูอวี้ส่ายศีรษะ เอ่ยอย่างจนใจ “ไม่แน่ว่าฉู่อ๋องจะสนใจเรื่องเหล่านี้เพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยไม่สนใจ “ยังเร็วไป ดูกันระยะยาวก็พอ”
จูชูอวี้พยักหน้า “หม่อมฉันทราบแล้ว จะลองคิดดูเพคะ”
เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้า เอ่ยว่ายังมีธุระในห้องหนังสือให้จัดการก่อนจะเดินจากไป
รอเซียวเชียนเหว่ยออกไปแล้ว จู๋เอ๋อร์จึงรีบเอ่ยด้วยความห่วงใย “พระชายา ท่านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ” เวลาเพียงไม่นาน ใบหน้าก็บวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว กระบอกตาของจู๋เอ๋อร์บวมขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุมได้ “ท่านอ๋องไยจึงไม่ให้ท่านได้ทายาก่อนค่อยว่ากันเล่า”
แม้เซียวเชียนเหว่ยจะเอ่ยขอโทษจูชูอวี้ด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ได้สนใจบาดแผลของนาง ทว่ากลับพูดคุยกับจูชูอวี้อยู่ชั่วครู่ หากเป็นห่วงภรรยาจริงๆ ไยจะทำเยี่ยงนี้ หากเป็นฉู่อ๋อง แม้แต่ปลายเล็บก็คงไม่แตะต้องพระชายาฉู่อ๋อง หยิบยาขึ้นมาทาให้จูชูอวี้ จู๋เอ๋อร์ลอบไม่พอใจแทนเจ้านายอยู่ในใจ
จูชูอวี้นั่งนิ่งปล่อยให้นางทายาให้ตนเอง ใบหน้ากลับเรียบเฉย ชินมานานแล้ว ไหนเลยจะรู้สึกเจ็บปวด เพียงแต่หัวใจกลับเย็นชาเล็กน้อย แต่แล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อเส้นทางนี้นางเป็นคนเลือกด้วยตัวนางเอง ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องเดิน ยิ่งไปกว่านั้น…นอกจากเซียวเชียนเหว่ยนางก็ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้วมิใช่หรือ
หันไปมองท่าทางอึกอักของจู๋เอ๋อร์ จูชูอวี้เอ่ย “มีเรื่องอันใดเอ่ยมาตามตรงเถิด”
จ๋เอ๋อร์ลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “พระชายาคิดว่าฉู่อ๋องและพระชายาฉู่อ๋องจะ…”
จูชูอวี้ถอนหายใจ “อย่างไรก็ต้องลองดู ต่อให้ข้าบอกว่าทำไม่ได้ เจ้าคิดว่าเขาจะยอมหรือ”
“ความจริง…ท่านอ๋องก็ไม่ต้องทำเช่นนี้นะเพคะ” จู๋เอ๋อร์ไม่เข้าใจ “ยามนี้ฝ่าบาทเพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ องค์ชายรองและองค์ชายสี่ก็ไม่ได้ทำอันใด เพียงตั้งใจทำงานให้ฝ่าบาท ได้ข่าวว่าช่วงนี้ฝ่าบาทก็มิได้ตำหนิองค์ชายรองบ่อยแล้ว หลายวันก่อนยังชื่นชมเขาที่ทำงานรอบคอบ ไยท่านอ๋องจำต้องแข็งข้อต่อฉู่อ๋องเร็วเพียงนี้…”
จูชูอวี้ยิ้มบาง “สิ่งเหล่านี้ที่เจ้าเอ่ยใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาทำไม่ได้ หลบซ่อนอยู่ในความมืด…จำต้องอาศัยกำลังและโชคชะตา หากความสามารถเพียงพอ แน่นอนเรียกว่าคมในฝัก ความสามารถไม่เพียงพอ…เช่นนั้นคงมิใช่คมในฝักแล้ว นั่นคือการพาตนเองออกห่างอำนาจไปเรื่อยๆ หากเป็นฉู่อ๋อง ต่อให้เขาไม่ทำอันใด หากมีเรื่องอันใดไม่ว่าฝ่าบาทหรือราชสำนักต่างก็นึกถึงเขาเป็นคนแรก เขาไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะลืม แต่หากเป็นคนอื่น…ต่อให้อยู่ในตำแหน่งอ๋อง ใครจะจดจำเขาได้กันเล่า”
ได้ยินเช่นนั้น จู๋เอ๋อร์จำต้องถอนหายใจอยู่เงียบๆ เอ่ยมาถึงตรงนี้ ท่านอ๋องดึงดันอยู่เช่นนี้ก็เพราะตนเองมีความสามารถสู้ฉู่อ๋องไม่ได้
“พระชายา พวกเรา…” จู๋เอ๋อร์เอ่ยด้วยความกังวล
จูชูอวี้เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เดินไปให้ถึงที่สุด ใครจะรู้ผลลัพธ์เล่า นับแต่โบราณมา วีรบุรุษโดดเด่นที่ง้าวหักในครึ่งทางมีไม่รู้เท่าใด ต้องดูว่าใครจะโชคดี”
จู๋เอ๋อร์ไม่เอ่ยปากอีก ทายาบนใบหน้าของจูชูอวี้อย่างระมัดระวัง ยาเย็นค่อยๆ คลายความเจ็บแสบของบาดแผลบนใบหน้าจูชูอวี้ลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง
ฮองเฮาไล่มามาคนสนิทที่ติดตามพระองค์มาหลายสิบปีออกจากวังไม่อาจปิดบังต่อสายตาผู้ใดได้ แม้ฮองเฮาเองไม่ได้สังหาร เพียงส่งมามาผู้นี้ไปยังจวนเจิ้งอ๋อง บอกว่าช่วยจวนเจิ้งอ๋องดูแลจวน แต่คำแก้ตัวนี้มีไว้แก้ตัวกับคนภายนอกเท่านั้น สำหรับคนที่คุ้นเคยกับฮองเฮาแล้ว ไยจะไม่เข้าใจความหมายแฝงที่อยู่ข้างใน ฮองเฮามีความยุติธรรมต่อลูกทุกคน แม้แต่เซียวเชียนจย่งที่เล็กที่สุดและเซียวเชียนชื่อที่ไม่มีชายาคอยช่วยจัดการยังไม่ส่งคนไปให้ อยู่ดีๆ จะส่งคนไปให้เซียวเชียนชื่อโดยไร้สาเหตุ ยังเป็นคนใช้งานข้างกายของตนอีก
ในห้องทรงอักษร ได้ยินขันทีรายงานเรื่องนี้ ฮ่องเต้ไท่ชูที่กำลังเดินหมากอยู่กับเว่ยจวินมั่วเลิกคิ้วขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมามองบุตรชายคนโตตรงหน้า เอ่ยถาม “เจ้าเห็นเช่นไร”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “เสด็จแม่มีความรักและเมตตาแล้ว”
ฮ่องเต้ไท่ชูยิ้มหยัน ไม่ดึงดันให้เขาเอ่ยสิ่งใด แม้เว่ยจวินมั่วจะเรียกฮองเฮาเสด็จแม่ แต่อย่างไรก็ไม่ใช่มารดาผู้ให้กำเนิด
จ้องมองกระดานหมากพลันครุ่นคิด ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าสามสองสามีนั่นมีความกล้าไม่น้อย แม้แต่คนข้างกายฮองเฮายังกล้าสอดมือเข้ามายุ่ง”
“ในเมื่อไม่พอใจนาง ไยจึงไม่กำจัดเสีย” เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเข้ม เป็นถึงฮ่องเต้ กำจัดลูกสะใภ้ของตนแม้ไม่น่าฟังนัก แต่เพียงฮ่องเต้ส่งสัญญาณเพียงนิด แน่นอนว่าฮองเฮาสามารถจัดการได้เป็นอย่างดีแน่นอน สามารถเปลี่ยนภรรยาให้เซียวเชียนเหว่ยได้ แน่นอนไม่มีทางที่ฮองเฮาจะไม่ยอม
ฮ่องเต้ไท่ชูส่งเสียงหยัน เอ่ย “เจ้าคิดว่าเซียวเชียนเหว่ยจะยอมเปลี่ยนพระชายาหรือ”
เว่ยจวินมั่วลูบเบี้ยในมือชะงักไปชั่วครู่ “ก็จริง”
ยามนี้เซียวเชียนเหว่ยกำลังเก็บกดอยู่ในใจ เขาดูถูกตระกูลของจูชูอวี้ได้ แต่หากฮ่องเต้และฮองเฮาคิดจะกำจัดจูชูอวี้ เกรงว่าคงทำให้เซียวเชียนเหว่ยมีท่าทีต่อต้าน อย่างไรเสียจูชูอวี้ไม่เพียงเป็นชายาของเซียวเชียนเหว่ย ยังเรียกได้ว่าผู้วางแผนการกว่าครึ่ง ยามนี้เปลี่ยนจูชูอวี้ออกไป ยากจะที่จะบอกได้ว่าเซียวเชียนเหว่ยจะคิดสิ่งใดอยู่ในใจ
ฮ่องเต้ไท่ชูยังว่าง่าย แต่ฮองเฮาต่อให้ฉลาดเพียงใด แต่เมื่อต่อสู้กับบุตรชายบุตรสาวของตน น้อยนักที่ผู้เป็นมารดาจะเอาชนะได้
“ปล่อยไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เห็นด้วย
ฮ่องเต้ไท่ชูวางหมากลงอย่างมั่นคง เอ่ยเสียงเบา “ปล่อยไปเช่นนี้”
ขอเพียงไม่กระทบต่อแผ่นดิน ให้โอกาสเขา สิ่งที่เขาเลือกตนจะไม่ยื่นมือเข้าไปแทรก หากสุดท้ายสู้ใครไม่ได้ คิดว่าคงไม่มีความแค้นเคืองอันใดได้อีกกระมัง