Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1181 เจอซูซื่ออีกครั้ง

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1181 เจอซูซื่ออีกครั้ง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1181 เจอซูซื่ออีกครั้ง

จะว่าไป นับว่าเป็นครั้งแรกที่หนานกงมั่วมาที่จวนเจิ้งอ๋อง แม้ว่าทั้งสองจวนจะอยู่ห่างกันไม่มาก แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้ดีนัก หนานกงมั่วและจูชูอวี้ยิ่งเรียกได้ว่าคุยไม่ถูกคอ ต่างฝ่ายต่างยุ่งจนไม่ได้ไปมาหาสู่ แม้จวนเจิ้งอ๋องจะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางเท่าจวนฉู่อ๋อง แต่ก็เป็นจวนที่เป็นไปตามระเบียบของจวนชินอ๋อง อีกทั้งมีจูชูอวี้คอยดูแลจัดการด้วยตนเอง แน่นอนว่าไม่เลวเป็นอย่างมาก มีทั้งความยิ่งใหญ่งดงามในแบบของราชวงศ์ และไม่ขาดความเงียบสงบในแบบของปัญญาชน ถูกพาเข้ามาด้านในจวน ทั้งสองก็แยกกันไปแล้ว เว่ยจวินมั่วไปยังเรือนรับรองบุรุษด้านหน้า หนานกงมั่วกลับไปที่เรือนด้านหลังซึ่งเป็นที่พักผ่อนของสตรี

ส่งเยาเยาให้องครักษ์หญิงด้านหลังหนานกงมั่ว ทั้งสองต่างก็แยกไปในทางของตนเอง

ยามนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม เหล่าสตรีต่างถูกเชิญไปดื่มชาชมการแสดงที่ห้องอุ่นกว้างในเรือนด้านหลัง ห้องอุ่นนั้นมีเตาถ่านสว่างไสวอยู่รอบทั้งสี่ทิศ ทั่วทั้งห้องอุ่นนั้นไม่อาจสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บของอากาศด้านนอก เหล่าสาวใช้จวนเจิ้งอ๋องเดินไปมาเพื่อยกเหล้ายกน้ำชาให้แขกทั้งหลาย ไม่ทำให้ผู้ใดรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง

เมื่อหนานกงมั่วถูกคนเชิญเข้ามาในห้องอุ่น ดึงดูดสายตาของผู้คนได้ในทันที สตรีทั้งหลายรีบเข้าไปถวายพระพร หนานกงมั่วส่งยิ้มให้กับทุกคน สายตาไม่น้อยจับจ้องไปยังเด็กน้อยทั้งสอง เด็กน้อยทั้งสองต่างก็ไม่ตื่นกลัว ไม่ว่าจะมีสายตาที่จับจ้องมายังพวกเขามากเพียงใด ก็ยังคงอยู่ในอ้อมกอดขององครักษ์อย่างสบายอกสบายใจ

อากาศเย็นเกินไป อีกทั้งองค์หญิงฉังผิงไม่ชอบความครื้นเครงวันนี้จึงไม่มา ทว่าองค์หญิงหลิงอี๋กลับชอบความครื้นเครง มองเห็นตุ๊กตาทั้งสองก็ยิ่งดีใจไม่น้อย ยื่นมือออกไปอยากอุ้มอานอาน เอ่ยกับหนานกงมั่วด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดเจ้าก็ยอมพาอานอานออกมาด้วยแล้วหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยอย่างจนใจ “ไหนเลยจะเป็นหม่อมฉันที่ไม่พาเขามาเพคะ” เป็นเขาที่มุมานะ แม้แต่นางที่เป็นมารดายังไม่อาจห้ามเอาไว้ได้

“อานอาน จำข้าได้หรือไม่” องค์หญิงหลิงอี๋เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

อานอานพยักหน้า “เสด็จย่าเจ็ด”

“ใช่” องค์หญิงหลิงอี๋ยินดีเป็นอย่างยิ่ง “เด็กดี ให้ย่าอุ้มสักหน่อย”

อานอานยื่นมือเล็กออกไป ยอมให้องค์หญิงหลิงอี๋อุ้มตนเอาไว้ เยาเยากะพริบตาปริบมององค์หญิงหลิงอี๋ องค์หญิงหลิงอี๋ดูเหมือนจะมีความสุขไม่น้อย “เยาเยาเด็กดี ย่าไม่ลืมเจ้าหรอก มาให้ย่าอุ้มสักหน่อย” หนานกงมั่วยิ้ม เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เด็กสองคนนี้น้ำหนักไม่เบาเลยนะเพคะ เสด็จอาอย่าได้ตามใจพวกเขานักเพคะ”

ทุกคนนั่งลงประจำตำแหน่ง องค์หญิงหลิงอี๋พาเด็กทั้งสองไปนั่งลงด้านข้างของตน แม้แต่หนานกงมั่วอยากเอ่ยสิ่งใดก็ไม่ทันแล้ว มองเด็กหน้าตาน่ารักทั้งสอง ผู้คนที่อยู่ตรงนี้พลันรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้พาลูกของตนมาด้วย

“ไยจึงไม่เห็นเหยี่ยนเอ๋อร์แล้วเล่า” หนานกงมั่วเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

องค์หญิงหลิงอี๋เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “กำลังช่วยงานพระชายาเจิ้งอ๋องอยู่ อย่างไรก็เป็นน้องสะใภ้ เวลาเช่นนี้ก็ไม่อาจแยกตัวไม่สนใจได้” ส่วนหนานกงมั่ว หนึ่งเพราะเว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนเหว่ยไม่ได้มีมารดาผู้ให้กำเนิดคนเดียวกัน ไม่ได้สนิทเพียงนั้น สองเพราะฐานะของหนานกงมั่วสูงเกินไป จวนเจิ้งอ๋องก็ไม่กล้าเชิญนางไปช่วยรับแขก หนานกงมั่วไม่ใช่คนกระตือรือร้นมากนัก จวนเจิ้งอ๋องไม่เชิญแน่นอนว่านางเองก็ไม่เสนอตัวด้วยตนเอง

ไม่นานในห้องอุ่นพลันมีเสียงการแสดงเริ่มขึ้น เดิมทีหนานกงมั่วไม่มีความสนใจต่อสิ่งเหล่านี้นัก จึงทำเพียงนั่งพูดคุยกับองค์หญิงหลิงอี๋และเด็กๆ ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม หันมามองเหล่าสตรีในห้องเป็นบางครั้ง สายตาเหลือบไปเห็นเซี่ยเพ่ยหวนที่นั่งอยู่ด้านข้างเซี่ยโหวฮูหยินพลันนึกถึงเรื่องที่เว่ยจวินมั่วบอก ชะงักไปชั่วครู่ เซี่ยเพ่ยหวนเองก็หันมาสบตากับนางพอดี ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน หนานกงมั่วครุ่นคิด หันกลับไปกระซิบเพียงไม่กี่ประโยคกับองค์หญิงหลิงอี๋ จากนั้นหันไปส่งสัญญาณมือให้องครักษ์หญิงทั้งสองก่อนจะลุกขึ้นเดินไปทางเซี่ยโหวฮูหยิน

การเคลื่อนไหวของนางแน่นอนว่าเป็นที่น่าจับตามอง เพียงแต่ทุกคนต่างก็รู้ถึงความสัมพันธ์ของพระชายาฉู่อ๋องกับคุณหนูเซี่ยสามจึงไม่มีใครเอ่ยสิ่งใด

“เซี่ยโหวฮูหยิน” หนานกงมั่วยิ้มหวาน

เซี่ยโหวฮูหยินพาลูกสะใภ้ลุกขึ้น “พระชายา”

หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “เซี่ยโหวฮูหยินอย่าได้มากพิธี ข้าอยากยืมเพ่ยหวนพูดคุยสักไม่กี่ประโยค”

เซี่ยโหวฮูหยินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พระชายาเกรงใจแล้ว ไปเถิดเพคะ หนุ่มสาวอย่างพวกท่านคงไม่ชอบงานเลี้ยงเช่นนี้” หนานกงมั่วเอ่ยขอบคุณและจูงมือเซี่ยเพ่ยหวนออกไปด้านนอก

มองเซี่ยเพ่ยหวนสวมผ้าคลุมหน้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองจึงเดินออกมาด้านนอก เซี่ยเพ่ยหวนมองหนานกงมั่วที่เสื้อผ้าไม่หนานัก อดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ “มีวุรยุทธ์นี่ดีจริงๆ” หนาวอุ่นร้อนเย็น อากาศหนาวเหน็บไม่สะท้าน

หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ใครใช้ให้เจ้าไม่เรียนเล่า”

“ข้ากลับคิดว่า ข้ากลัวทำให้ท่านย่าและท่านพ่อท่านแม่ตกใจ” ตระกูลเซี่ยต่างก็เป็นปัญญาชน อย่าว่าแต่สตรี แม้แต่บุรุษยังมีคนรู้วรยุทธ์เพียงไม่กี่คน อย่างมากก็เพียงเรียนหมัดมวยเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น หากมีสตรีผู้มีวรยุทธ์สูงส่งขึ้นมาจริงๆ คงทำให้ทุกคนในครอบครัวตกใจไม่น้อย

“ซีเอ๋อร์และเสียวเสี่ยวล้วนไม่มา” เซี่ยเพ่ยหวนตื่นเต้นที่หนานกงมั่วลากนางออกมา อายุต่างกันมาก นางไม่มีสิ่งใดจะพูดคุยกับสตรีในห้องหอเหล่านั้น คนอายุไล่เลี่ยกันก็เป็นภรรยาคนเป็นแม่คนแล้ว พวกนางไม่มีสิ่งใดจะเอ่ยด้วย “ร่างกายของซีเอ๋อร์ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ตระกูลฉินมีเพียงฮูหยินน้อยฉินที่มา ไม่สนิทกับนางจึงไม่กล้าเข้าไปถาม”

หนานกงมั่วเอ่ย “เสียวเสี่ยวอยู่ที่บ้าน เกรงว่าคงไม่อาจออกมาได้ง่ายๆ ซีเอ๋อร์ก็ไม่เป็นไร ศิษย์พี่ของข้าบอกว่าดีขึ้นมากแล้ว เพียงดูแลร่างกายให้ดีเท่านั้น”

เซี่ยเพ่ยหวนครุ่นคิด เอ่ยเสียงเบา “ข้าคิดว่า…ซีเอ๋อร์และคุณชายเสียนเกอนั้นเหมาะสม อย่างน้อยมีคุณชายเสียนเกออยู่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการของซีเอ๋อร์”

หนานกงมั่วยิ้มเจื่อนอย่างจนปัญญา ไหนเลยจะคิดว่าเหมาะสมก็พอเล่า ศิษย์พี่ผู้นั้นของนาง จัดการยากเป็นบ้า

หนานกงมั่วจูงมือเซี่ยเพ่ยหวนออกห่างจากผู้คน เอ่ยถามเสียงเบา “ไม่เอ่ยถึงเรื่องของซีเอ๋อร์ ข้ามีเรื่อง…ถามเจ้า”

เซี่ยเพ่ยหวนเลิกคิ้ว บอกใบ้ให้นางมีเรื่องอันใดก็เอ่ยมาตามตรง

หนานกงมั่วพลันรู้สึกลังเล เรื่องของลิ่นฉังเฟิงมีเพียงเว่ยจวินมั่วที่เอ่ย แม้จะไม่ได้ถามลิ่นฉังเฟิงเอง และไม่รู้ว่าเซี่ยเพ่ยหวนมีความคิดนี้ด้วยหรือไม่ หากถามสุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นมาจะดูบุ่มบ่ามเกินไปหรือไม่ เงียบไปเนิ่นนาน หนานกงมั่วจึงเอ่ยปากถาม “เจ้าคิดว่า…ลิ่นฉังเฟิงเป็นอย่างไร” อย่าเพิ่งสนใจว่ามีความคิดนั้นหรือไม่ ถือว่าเป็นการทำความรู้จักกัน ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ช่างเถิด

“เอ๋” เซี่ยเพ่ยหวนชะงัก มองหนานกงมั่วด้วยใบหน้าฉงน หนานกงมั่วกุมขมับ หนานกงมั่วครุ่นคิด “วันนั้นที่สวนดอกเหมย เจ้ากับลิ่นฉังเฟิง…” ลิ่นฉังเฟิงคงไม่ใช่จู่ๆ ก็มาถูกตาเซี่ยเพ่ยหวนกระมัง หากเป็นจะบอกว่าเป็นรักแรกพบ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลิ่นฉังเฟิงเจอเซี่ยเพ่ยหวนนี่นา หากจะชอบคงชอบไปนานแล้ว ดังนั้นหากลิ่นฉังเฟิงคิดเช่นนี้จริงๆ ทั้งสองคงได้ใกล้ชิดกันในตอนที่พวกนางไม่เห็นอย่างแน่นอน

เซี่ยเพ่ยหวนชะงักนิ่ง เอ่ย “ไม่มีอันใดนี่…เพียงแต่วันนั้นเมื่อเจ้าไปกับคุณชายเสียนเกอแล้ว หลังจากนั้นจึงได้พูดคุยโดยบังเอิญเพียงไม่กี่ประโยค”

“เท่านี้หรือ” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เซี่ยเพ่ยหวนกลอกตา “เจ้ายังคิดอันใด”

“ได้” หนานกงมั่วยักไหล่ จูงมือเซี่ยเพ่ยหวนเอ่ย “เช่นนั้นเจ้าเอ่ยความจริงมา เจ้าคิดว่าลิ่นฉังเฟิงเป็นคนเช่นไร”

“รูปโฉมงดงาม” เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ย แม้ลิ่นฉังเฟิงจะไม่อาจเทียบเว่ยจวินมั่วแต่ก็หล่อเหลาเตะตา แต่เขาก็เหมาะกับนิยามของคำว่าหล่อในใจผู้คนส่วนใหญ่ นิสัยเปิดเผย ไม่ทำให้คนรู้สึกว่าเข้าถึงยาก

หนานกงมั่วกะพริบตา “แล้วอันใดอีก”

เซี่ยเพ่ยหวนครุ่นคิด “โง่นิดหน่อย”

หนานกงมั่วขาอ่อน แทบหกล้ม มองใบหน้าจริงจังของเซี่ยเพ่ยหวน หนานกงมั่วกระตุกริมฝีปากอย่างอดไม่ได้ แม้ว่านางและเว่ยจวินมั่วจะชอบรังแกใครบางคน แต่สมองขอลิ่นฉังเฟิงนั้นดีกว่าผู้คนส่วนใหญ่แน่นอน ไยเมื่อมาถึงเซี่ยเพ่ยหวนจึงกลายเป็นโง่นิดหน่อยไปแล้วเล่า หรือว่าถูกพวกเขารังแกจนส่งผลถึงสมองแล้วหรือ คิดมาถึงตรงนี้ หนานกงมั่วจึงรู้สึกผิดขึ้นมา

ไม่รู้ว่าลิ่นฉังเฟิงไปแสดงความโง่เขลาอันใดต่อหน้าเซี่ยเพ่ยหวน จึงมีภาพลักษณ์โง่นิดหน่อยเช่นนี้ ดูเหมือนว่าหากลิ่นฉังเฟิงมีความคิดนั้นจริงๆ เส้นทางข้างหน้านับว่ายังอีกยาวไกล กระแอมไอเบาๆ หนานกงมั่วเอ่ย “อืม เขาโง่นิดหน่อยจริงๆ เช่นนั้นเจ้ามองว่าเขาน่าสงสาร ดูแลเขาสักหน่อยดีหรือไม่”

เซี่ยเพ่ยหวนชะงัก พลันรู้ตัวขึ้นมาว่าหนานกงมั่วกำลังเอ่ยสิ่งใด “มั่วเอ๋อร์…”

หนานกงมั่วกุมมือของนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจริงใจเป็นที่สุด “เพ่ยหวน หากไม่ลอง เจ้าจะไม่มีทางรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร”

ความจริงหากอายุยังน้อย เซี่ยเพ่ยหวนคงไม่คิดอันใดมากมายเพียงนี้ อย่างไรชาติกำเนิดและความสามารถของลิ่นฉังเฟิงต่างก็ไม่ได้ด้อย เหมาะสมกับตระกูลเซี่ย แม้แต่การแต่งงานของสตรีตระกูลขุนนางก็น้อยมากที่จะจัดการด้วยตนเองอย่างเช่นการหมั้นหมายของเซี่ยเพ่ยหวนและองค์ชายสิบเก้าในครั้งนั้น หรือว่าเซี่ยเพ่ยหวนชอบองค์ชายสิบเก้าหรือ กลับกันตอนนี้อายุมากแล้ว ตระกูลเซี่ยรู้สึกผิดต่อบุตรสาวจึงยอมที่จะเลือกบุตรเขยตามความพึงพอใจของบุตรสาว เซี่ยเพ่ยหวนกลับอึกอักลังเลไม่ยอมก้าวเท้านั้นออกมา คนที่ตระกูลเซี่ยเลือกไม่มีคนเหมาะสมจริงหรือ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพียงแต่เซี่ยเพ่ยหวนไม่ยอมไปดูไปเลือกก็เท่านั้น บางทีอาจเพราะกังวล บางทีอาจยอมไม่มีดีกว่ามีแล้วไม่ดี แต่หากไม่ก้าวเท้านั้นออกมาก็จะไม่ได้สิ่งใดไปตลอดชีวิต อย่างไรยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่ยุคสมัยที่เปิดกว้าง บุรุษสามารถตามจีบสตรีได้ตลอดเวลา

หนานกงมั่วเองก็ไม่ได้คิดว่าเซี่ยเพ่ยหวนและลิ่นฉังเฟิงนั้นจะสำเร็จ แต่อย่างน้อยได้เป็นตัวเลือกของกันและกันมิใช่หรือ

เซี่ยเพ่ยหวนหลุบตาลง แพขนตาขยับเบาๆ “ขอบคุณเจ้า มั่วเอ๋อร์”

หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ขอบคุณอันใดกัน ลิ่นฉังเฟิงโง่เพียงนั้น เป็นพวกเราที่ควรขอบคุณเจ้าจึงจะถูก”

“ไหนเลยจะเป็นเช่นที่เจ้าเอ่ย…”เซี่ยเพ่ยหวนจนใจ อย่างไรคุณชายฉังเฟิงก็เป็นขุนนางใหม่ในราชสำนัก ถูกหนานกงมั่วเอ่ยราวกับสินค้าที่ขายไม่ออก หนานกงมั่วกะพริบตา “เขาโง่ ไม่ใช่เจ้าบอกเองหรือ”

“…”

เอ่ยมาถึงตรงนี้ก็หยุดแล้ว ยังต้องให้เวลากับเซี่ยเพ่ยหวนได้ปรับตัว จากนั้นให้ลิ่นฉังเฟิงพยายามด้วยตัวเอง สุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ คงต้องดูที่วาสนาของคนทั้งคู่ หนานกงมั่วก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้แล้ว จูงมือเซี่ยเพ่ยหวนชี้ไปด้านหน้า เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกเราเดินไปนั่งสักพักเถิด ห้องอุ่นวุ่นวายเกินไปข้าปวดศีรษะ”

เซี่ยเพ่ยหวนยิ้มขึ้นมา “เจ้ายังคงไม่ชอบชมละคร”

หนานกงมั่วยิ้มเจื่อน “ข้าคงไม่เคยชินไปทั้งชาติแล้ว” นางเป็นคนหยาบกระด้างไม่มีความเป็นสุภาพชน เห็นอยู่ว่าเพียงสองประโยคก็เอ่ยให้จบได้ ไยต้องพูดพล่ามไปกว่าครึ่งวัน คนใจร้อนสักหน่อยแทบอยากปีนขึ้นไปบีบคอนักแสดงและอ่านบทแทนพวกเขา

ทั้งสองเดินไปยังศาลาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ม่านหนาถูกแขวนเอาไว้ป้องกันอากาศหนาวเย็น มีเพียงช่องเล็กๆ ให้คนได้ชื่นชมหิมะ ในศาลาเองก็มีเตาถ่าน ยังมีสาวใช้หนึ่งคนยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก เพื่อหากว่ามีใครมาถึงแล้วจะได้มีคนคอยปรนนิบัติ

เซี่ยเพ่ยหวนยิ้มเอ่ย “พระชายาเจิ้งอ๋องช่างใส่ใจรายละเอียด”

หนานกงมั่วพยักหน้า “เป็นจริงเช่นนั้น”

“พระชายาฉู่อ๋องหรือ” น้ำเสียงอ่อนหวานแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสเอ่ยขึ้น ทั้งสองหันกลับไปมองพลันเห็นฮูหยินที่อยู่ในอาภรณ์ตัวหนาสีม่วงกำลังเดินเข้ามาหาพวกนาง ด้านหลังของฮูหยินผู้นั้นมีเด็กสาวงดงามอายุสิบเจ็ดสิบแปดและสาวใช้อีกสองคนติดตามมา เซี่ยเพ่ยหวนเลิกคิ้วเบาๆ มองไปยังหนานกงมั่ว แน่นอนว่าหนานกงมั่วจำได้ ดวงตามีแววตาเย็นยะเยือกพาดผ่าน

เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ยเสียงเบา “งานเลี้ยงจวนเจิ้งอ๋องนี้ยิ่งใหญ่จริงหรือ” แม้แต่ครอบครัวของขุนนางขั้นห้าก็เชิญมาด้วยหรือ

หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “อย่างไรก็มีความสัมพันธ์กับตระกูลจ้าวตระกูลซู ด้วยนิสัยของพระชายาเจิ้งอ๋องอย่างไรก็ต้องไว้หน้าพวกเขา” เพียงแต่ตระกูลจ้าวและตระกูลซูจะรับเอาไว้หรือไม่ก็เท่านั้น

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุย กลุ่มคนเหล่านั้นก็เดินมาหยุดลงตรงหน้า

“พระชายาฉู่อ๋อง”

หนานกงมั่วพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้ไปจับผิดมารยาทของนาง เพียงเอ่ย “ฮูหยินผู้นี้ มีเรื่องอันใดหรือ”

ซูฮูหยินชะงัก เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “ครั้งก่อนเจอกันในงานเลี้ยงชมดอกเหมย พระชายาจำมิได้หรือเพคะ”

หนานกงมั่วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ยิ้มบางเอ่ย “ฮูหยินของอาจารย์ซูแห่งสำนักฮั่นหลินหรือ มีสิ่งใดชี้แนะหรือ”

ซูฮูหยินเหลือบมองเซี่ยเพ่ยหวน ลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “ไม่รู้ว่าขอพูดคุยด้วยสักครู่ได้หรือไม่เพคะ”

หนานกงมั่วพยักหน้า หันกลับไปเอ่ยกับเซี่ยเพ่ยหวน “เพ่ยหวน เจ้าไปนั่งฝั่งนั้นสักครู่ อย่าปล่อยให้ตัวเองหนาวเล่า”

เซี่ยเพ่ยหวนยิ้มหวาน พยักหน้าเอ่ย “ก็ดีเหมือนกัน ข้าไม่ได้ทนหนาวเยี่ยงเจ้า จะไปรอเจ้าที่นั่น”

ซูฮูหยินมองเซี่ยเพ่ยหวนเดินเข้าไปด้านในศาลา ขมวดคิ้วเบาๆ สุดท้ายยังจำฐานะของตนเองได้จึงไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่นางรีบตามหนานกงมั่วและเซี่ยเพ่ยหวนออกมา ไม่ทันได้คลุมผ้าคลุม สายลมพัดพาไอหิมะเย็นเข้าไปถึงกระดูก

หนานกงมั่วราวกับมองไม่เห็นร่างกายที่สั่นเทาของนาง ยิ้มหวานพลางเอ่ย “ในเมื่อซูฮูหยินมีธุระ พวกเราไปคุยกันฝั่งนั้นเถิด”

“…” ซูซื่อมองสถานที่ที่หนานกงมั่วชี้ เป็นริมทะเลสาบที่ห่างออกไปจากศาลาสิบกว่าจั้ง เมื่อเช้าวันนี้เพิ่งมีหิมะตกไป เพียงแต่ทะเลสาบในจวนเจิ้งอ๋องไม่ได้จับตัวเป็นน้ำแข็ง สายลมพัดผ่านริมทะเลสาบ หิมะที่เกาะอยู่บนต้นไม้ร่วงโรยลงมาเรื่อยๆ คลื่นสีฟ้ากระเพื่อม อากาศเย็นพัดวูบเข้ามา

หนานกงมั่วไม่สนใจว่านางจะเห็นด้วยหรือไม่ เดินเชื่องช้ามุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ ไม่มีความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้นางต้องโต้ลมหนาวแม้เพียงนิด หากนางใจร้ายอีกสักนิด เดินไปคุยในป่ารอบๆ ความรู้สึกเมื่อเกร็ดหิมะร่วงโรยมาบนร่างกายสบายจนยากจะพรรณนา ซูซื่อมองแผ่นหลังของหนานกงมั่ว กัดฟัน สุดท้ายก็เดินตามไป

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1181 เจอซูซื่ออีกครั้ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
16/06/2026
20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
29/07/2023
novelpdf01ba7bf3a
เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
10/09/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.