Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1183 หน้าด้านไร้ยางอาย

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1183 หน้าด้านไร้ยางอาย
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1183 หน้าด้านไร้ยางอาย

คบชู้ คำนี้ทุบเข้าที่ร่างของซูฮูหยินอย่างแรง แทบทำให้นางต้องโซเซ หลายปีผ่านไปแน่นอนว่าหนานกงมั่วไม่ใช่คนแรกที่ด่านางเช่นนี้ หรืออาจเอ่ยได้ว่าคนที่รู้เรื่องนี้มีไม่กี่คนที่ไม่ด่านาง แต่ตลอดหลายปีมานี้หนานกงมั่วเป็นเพียงคนเดียวที่ด่านางต่อหน้าเช่นนี้ อย่างไรสตรีทั้งหลายต่างก็ต้องรักษาหน้าตา คนที่ฐานะสูงส่งสักหน่อยยิ่งไม่มีทางเข้าใกล้นาง คนที่มีฐานะใกล้เคียงกับนาง นางก็ดูถูกพวกเขาไม่ยอมไปมาหาสู่กับพวกเขา

ซูฮูหยินมองไปยังหนานกงมั่ว ริมฝีปากสั่นเนิ่นนานไม่อาจเอ่ยสิ่งใดออกมาได้

หนานกงมั่วยืนอยู่ริมทะเลสาบ ร่างเพรียวบางยืนหันหน้าปะทะสายลม สีหน้าเรียบนิ่งทำให้คนรู้สึกกดดันไม่น้อย แม้ยืนอยู่ในระดับเดียวกัน ทว่าซูฮูหยินกลับรู้สึกราวกับตนเองกำลังถูกมองต่ำลงมา เรื่องราวความลับของตนที่ไม่อาจเปิดเผยให้ผู้ใดรับรู้ได้กลับถูกอีกคนพลิกมันขึ้นมาโดยไม่ไว้หน้าแม้เพียงนิด น่าละอายราวกับยืนเปลือยกายให้คนตรงหน้าได้เห็น

“ไยท่านจึง…จึงว่าหม่อมฉันเช่นนี้” ซูฮูหยินเอ่ยพึมพำเสียงเบา

หนานกงมั่วไม่รู้สึกเห็นใจต่อท่าทีน่าสงสารของนางแม้เพียงนิด “ข้าควรเอ่ยเยี่ยงไรกับท่านหรือ ซูฮูหยิน ท่านต้องการไขว่คว้าหาความรักเป็นเรื่องของท่าน หากท่านไม่ชอบพอสามีเก่าของท่าน ท่านสามารถแยกทางกับเขาอย่างเปิดเผยแล้วไปตามไขว่คว้าความรักที่ยิ่งใหญ่ของท่านได้ ก่อนแต่งงานท่านไม่เคยคิดว่าสามีจะมีภรรยามากมายหรือ ไม่สิ สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ นี่เป็นเรื่องของท่านเอง ข้าเพียงอยากถาม ไยท่านยังต้องมาหาเขา หลังจากท่านทำเรื่องเช่นนั้นกับเขาแล้ว ยังกล้ามาขอร้องให้เขาช่วยในเรื่องของท่าน ท่านไม่คิดว่าตนเองน่ารังเกียจเลยหรือ สามีในตอนนี้ของท่าน…ไม่รู้สึกว่าท่านน่ารังเกียจเลยหรือ ในเมื่อพวกท่านรักกันเพียงนี้ ก็กอดความรักอันยิ่งใหญ่ของพวกท่านเอาไว้ อย่าได้มาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็พอแล้ว หรือว่าสามีในฝันที่ท่านบอกว่าจะไม่รู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิตนั้น ความจริงก็เป็นเพียงคนไม่ได้เรื่องที่เอาแต่คิดพึ่งพิงบุตรชายจากสามีเก่าหรือ”

“หุบปาก” ซูฮูหยินเสียงดังขึ้นมาโดยไม่อาจห้ามได้

หนานกงมั่วยิ้มเย็น “พาบุตรสาวของท่านไสหัวไปให้ไกลจากสายตาข้า ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกท่านอีก และพวกท่าน…ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับศิษย์พี่ข้าอีก มิฉะนั้นพวกท่านจะต้องเสียใจ”

ซูฮูหยินหดลำคอลงเล็กน้อย การเป็นสตรีที่กล้าฆ่าบุตรชายของตน ผิดใจกับครอบครัวของสามีและครอบครัวของตน ยังสามารถใช้ชีวิตมาได้โดยไร้ความรู้สึกผิดมานานหลายปีเพียงนี้ ซูฮูหยินไม่ใช่แม่ดอกบัวขาวที่ถูกคนรังแกแล้วจะร้องห่มร้องไห้ออดอ้อนบุรุษ ไม่นานนางก็สงบสติลง มองไปยังหนานกงมั่วที่มีสายตาเหยียดหยาม ซูฮูหยินกำสองมือแน่น เนิ่นนานจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเนิบช้าขึ้นมา “ไม่ว่าอย่างไร หม่อมฉันก็เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของเขา ต่อให้เป็นพระชายาอย่างท่านก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้”

หนานกงมั่วมองนางไม่เอ่ยสิ่งใด ซูฮูหยินเอ่ย “หากเขาไม่สนใจมารดาอย่างข้าจริงๆ ตอนนี้พระชายาฉู่อ๋องจะอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร เราแม่ลูกเพียงมีเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น”

“เอ่ยเช่นนี้ เรื่องในปีนั้นไม่ใช่ฝีมือท่านอย่างนั้นหรือ”

ซูฮูหยินเม้มริมฝีปาก ยิ้มพลางเอ่ย “แน่นอนว่าไม่ใช่ หม่อมฉันเคยบอกแล้ว นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น พระชายาฉู่อ๋องคิดว่าหากหม่อมฉันทำเรื่องเช่นนั้นจะยังยืนอยู่ที่นี่ได้อีกหรือ”

หนานกงมั่วยิ้มเย็นไม่เอ่ยวาจา ตอนนั้นตระกูลหยางไม่อาจหาหลักฐานได้ว่านางเป็นคนทำ มิเช่นนั้นต่อให้สามีนางจะขอร้องอ้อนวอนเพียงใด นางก็ไม่อาจหนีพ้นความตายไปได้ แต่ว่านางคิดว่าตระกูลหยางไม่มีหลักฐาน คนอื่นก็จะไม่มีหลักฐานอย่างนั้นหรือ ใช่แล้ว อาจารย์อาเคยบอก ตอนนั้นคนที่รู้เรื่องนอกจากซูฮูหยินแล้วก็มีแม่นม และแม่นมผู้นั้นก็ตายไปได้หลายปีแล้ว แน่นอนว่านางไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีกแล้ว

หนานกงมั่วเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านต้องการอันใด”

ซูฮูหยินเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา เวลานี้นิสัยอย่างสตรีชนชั้นสูงที่นางเคยเป็นปรากฏออกมาชัดเจน นางเรียนรู้ความฉลาดของสตรีชนชั้นสูงหรือไม่หนานกงมั่วไม่รู้ แต่ความโหดร้ายและความโลภนางเรียนรู้มาได้ไม่เลวจริงๆ

ซูฮูหยินเอ่ย “ก่อนหน้านี้หม่อมฉันเอ่ยไปแล้ว หวังว่าบุตรสาวจะได้รับการสั่งสอนจากพระชายาฉู่อ๋องสักช่วงเวลาหนึ่ง เป็นมารดาอย่างหม่อมฉันที่ผิดต่อนาง นางอายุไม่น้อยแล้ว ควรเลือกคนดีๆ แต่งออกไปได้แล้ว”

“ซูฮูหยินคิดว่าตระกูลใดจะไม่กลัวลูกสะใภ้คบชู้และสังหารหลานของตนบ้างหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม

ซูฮูหยินหลุบตาลงราวกับไม่ได้ยินคำเสียดสีของหนานกงมั่ว เอ่ยต่อ “อีกทั้งบุตรชาย ไม่รู้ว่าพระชายาจะเป็นแม่สื่อให้ได้หรือไม่”

หนานกงมั่วยิ้มตาหยี “อ้อ ไม่รู้ว่าซูฮูหยินมองสตรีนางใดไว้เล่า”

ซูฮูหยินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นางสามของตระกูลเซี่ยเป็นอย่างไร” หันมองกลับไปไม่ไกล มองเซี่ยเพ่ยหวนที่นั่งชมหิมะหันหลังให้กับพวกนาง ซูฮูหยินเอ่ยต่อ “แม้คุณหนูเซี่ยจะอายุมากไปสักหน่อย แต่อวี้เอ๋อร์ของหม่อมฉันเองก็อายุไม่น้อยแล้ว กำลังเหมาะสม พระชายาว่าใช่หรือไม่เพคะ”

ดวงตาของหนานกงมั่วมีแววเย็นยะเยือกขึ้นมา ทว่าใบหน้ายังคงอบอุ่น “อ้อ ทำเช่นนี้ข้าจะได้รับประโยชน์อันใดเล่า”

ซูฮูหยินเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “เด็กคนนั้น ไม่เลวเท่าไร ขอเพียงพระชายาช่วยได้ แน่นอนว่าหม่อมฉันจะทำดีกับเด็กคนนั้น หลายปีมานี้นางก็ได้รับความลำบากไม่น้อย…”

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นตัวอันใดกัน” น้ำเสียงของหนานกงมั่วเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก หนาวเหน็บราวกับน้ำแข็ง สายตาที่จับจ้องไปยังซูฮูหยินนั้นราวกับมองหนอนสกปรก “พระชายาอย่างข้าเห็นแก่หน้าศิษย์พี่ยอมพูดคุยกับเจ้าเพียงไม่กี่ประโยค ไม่ใช่ให้เจ้ามาไม้ไว้หน้าข้า ข้าจะบอกอันใดให้ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากศิษย์พี่ของข้าต้องเป็นทุกข์เพราะเจ้าแม้เพียงนิด ข้าจะทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานหลายสิบเท่า ดังนั้นทางที่ดีเจ้าระวังตัวเอาไว้ อย่าได้ทำให้เขาไม่พอใจ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูฮูหยินแข็งค้าง มองหนานกงมั่วที่ไม่ได้รับผลจากการข่มขู่ของตนแม้แต่น้อย เอ่ย “ท่าน…ไม่กลัว…”

หนานกงมั่วยิ้มเย็น “ข้าต้องกลัวอันใด กลัวว่าเจ้าจะทำให้ศิษย์พี่เสียใจหรือ ของแบบนี้ ไม่ควักออกมาดูใครจะรู้ว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ต่อให้บาดเจ็บจริงๆ แน่นอนว่าข้าจะทำให้เจ้าหมดหนทาง พระชายาอย่างข้าไม่เชื่อว่าเขาจะเสียใจให้กับคนตายที่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้งนานสักเพียงใด”

ซูฮูหยินสีหน้าซีดขาว สายตาที่มองไปยังหนานกงมั่วราวกับกำลังมองผี ไหนเลยจะหลงเหลือความลำพองใจแม้เพียงนิด ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะล้มลงไปบนพื้นหิมะ

“อีกทั้ง หากให้ข้าได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเซี่ยสาม ข้ารับรอง…ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้” หนานกงมั่วโน้มต้วก้มลงไปมองซูฮูหยิน สายตาเรียบนิ่งทว่าทำให้ซูฮูหยินที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้าถึงขั้นขนลุกเกลียวรีบขยับถอยหลัง

“ท่านจะทำอันใด” เสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะเดียวกันก็ทำให้เซี่ยเพ่ยหวนที่นั่งอยู่ที่ศาลาห่างออกไปไม่ไกลเองก็ตกใจขึ้นมา เซี่ยเพ่ยหวนหมุนตัวหันมองมาทางนี้ ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงสาวเท้าเดินตรงมา

คนที่เดินเข้ามาเป็นบุรุษวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบ คนที่เดินตามหลังเขามาคือซูหย่า ซูหย่ามองหนานกงมั่วด้วยความโกรธแค้น หนานกงมั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย มองคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาไม่นานก็คาดเดาได้

คนผู้นั้นวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขวางอยู่ตรงหน้าระหว่างซูฮูหยินและหนานกงมั่ว

“อินเอ๋อร์ เจ้าเป็นอันใดไป” บุรุษผู้นั้นหันไปมองซูฮูหยิน เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน

ซูฮูหยินโผเข้าสู่อ้อมแขนของบุรุษผู้นั้น มุดหน้าเข้าไปในอ้อมอกของเขาร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมา

บุรุษผู้นั้นยกมือขึ้นลูบผมนางเบาๆ หันกลับไปมองหนานกงมั่ว เอ่ย “พระชายาฉู่อ๋อง ไม่รู้ว่าภรรยาผู้อ่อนน้อมของกระหม่อมล่วงเกินพระชายาที่ใดหรือ”

หนานกงมั่วเม้มริมฝีปากแล้วเผยยิ้มบาง “ที่แท้ก็เป็นใต้เท้าซูนี่เอง ฮูหยินของท่านไม่ได้ล่วงเกินข้า ข้าเพียงแต่…พูดคุยเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น” บุรุษผู้นั้นขมวดคิ้ว สายตาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจหนานกงมั่ว เมื่อซูหย่าตามมาถึง นางจ้องมองหนานกงมั่วเขม็งแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธ “พระชายาฉู่อ๋อง ท่านทำอันใดท่านแม่ของหม่อมฉัน”

หนานกงมั่วถอนหายใจ “ใต้เท้าซู การอบรมสั่งสอนบุตรสาวของท่านเช่นนี้…มิน่า…”

ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นและซูหย่าจึงไม่น่ามองขึ้นมา

หนานกงมั่วมองสำรวจบุรุษตรงหน้า ดูเหมือนอายุไม่เกินสี่สิบ แม้อายุไม่น้อยแล้ว แต่ยังดูหล่อเหลางามสง่า มีความทะนงของนักวิชาการ เห็นได้ว่าเมื่อครั้งยังหนุ่มนั้นคงจะหล่อเหลาเป็นอย่างมากแน่นอน สมแล้วกับชื่อเสียงทั่นฮวา มิน่าถึงได้ทำให้คุณหนูตระกูลจ้าวผู้สูงส่งหลงมัวเมาจนราวกับคนบ้า

“มั่วเอ๋อร์” เซี่ยเพ่ยหวนเดินเข้ามา ขมวดคิ้วมองไปยังครอบครัวทั้งสาม

หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ไม่มีอันใด ข้าจัดการใกล้จะเรียบร้อยแล้ว เจ้ามาทำไมเล่า ระวังจะเป็นหวัด”

เซี่ยเพ่ยหวนส่ายศีรษะ ยิ้มพลางเอ่ย “ไหนเลยจะบอบบางเพียงนั้น”

ซูฮั่นหลินประคองซูฮูหยินลุกขึ้นมา ขมวดคิ้วมองหนานกงมั่ว เอ่ย “พระชายาฉู่อ๋อง ไม่รู้ว่าภรรยาผู้อ่อนน้อมของกระหม่อมล่วงเกินท่านที่ใด ท่านจึง…”

หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ย “ไม่เห็นกับตาตัวเอง ขอใต้เท้าซูอย่าได้ใส่ร้ายผู้อื่น พระชายาเช่นข้ายังไม่แตะต้องฮูหยินของท่านแม้เพียงปลายเล็บ ส่วนนางล้มลงไปบนพื้นได้อย่างไร ไหนเลยข้าจะรู้ได้ คงจะเพราะสิ่งที่พูดคุยทำให้ซูฮูหยินรู้สึกไม่พึงพอใจกระมัง จะว่าไปก็น่าสนใจ เยาเยาของข้าบางครั้งก็ชอบนั่งเล่นอยู่กับพื้น ไม่คิดว่าฮูหยินของท่านก็มีความชอบเช่นนี้ เห็นได้ว่าซูฮั่นหลินช่างรักฮูหยินของท่านยิ่งนัก จึงทำให้นาง…มีจิตใจแบบเด็กๆ เช่นนี้”

เซี่ยเพ่ยหวนก้มหน้าหัวเราะขึ้นมาสองครั้งอย่างอดไม่ได้

ใบหน้าของซูฮั่นหลินเดี๋ยวแดงเดี๋ยวคล้ำ

หนานกงมั่วยักไหล่ เอ่ย “หากใต้เท้าซูไม่เชื่อ มิสู้ถามฮูหยินของท่าน ความจำของพระชายาเช่นข้ายังนับว่าไม่เลว จะให้เอ่ยวาจาที่เอ่ยไปเมื่อครู่อีกรอบก็ไม่ใช่ปัญหา”

ซูฮั่นหลินก้มลงไปหาภรรยาที่อยู่ในอ้อมแขน ซูฮูหยินจับแขนเสื้อของสามีเอาไว้แน่น ส่ายศีรษะ เอ่ย “ไม่มีอันใด…เป็นข้าไม่ทันระวังจึงล้มลงไปเอง”

ซูหย่าไม่พอใจ “ท่านแม่ ไยท่านต้องกลัวนางเล่า เมื่อครู่เห็นอยู่ว่านางคิดรังแกท่าน” แม้จะห่างออกไปบ้าง แต่พวกนางก็เห็นท่านแม่เคลื่อนตัวถอยหลังด้วยความหวาดกลัวแล้วล้มลงบนพื้น ไม่ใช่หนานกงมั่วรังแกท่านแม่หรอกหรือ

เซี่ยเพ่ยหวนลอบส่งสายตาให้หนานกงมั่ว เด็กคนนี้สมองมีปัญหาหรือไม่

ต่อให้หนานกงมั่วรังแกซูซื่อจริงๆ ครอบครัวขุนนางขั้นห้าเล็กๆ ไม่ต้องกลัวพระชายาอ๋องหรือ แน่นอนคนอื่นอาจไม่ต้องกลัว อย่างไรญาติของเชื้อพระวงศ์ก็ไม่สามารถทำอันใดได้ อีกทั้งผู้ตรวจการที่ชื่นชอบเรื่องฉาวเหล่านั้นอีก แต่ว่าคนตระกูลซูดูเหมือนจะไม่ใช่หนึ่งในนั้น เหล่าผู้ตรวจการสูงส่งเหล่านั้นไหนเลยจะอยากยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลซูกันเล่า

หนานกงมั่วส่งสายตากลับคืนมาให้นาง พิการทางสมองนับว่ามีปัญหาหรือไม่

อากาศเช่นนี้ เดิมทีก็มีคนไม่มากที่ออกมาเดินเล่น แต่เมื่อครู่ซูหย่ากลัวหนานกงมั่วจะรังแกมารดาของนางจึงให้คนวิ่งไปตามซูฮั่นหลินมา บุรุษคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในส่วนที่พักของสตรี คนจวนเจิ้งอ๋องจะไม่สนใจได้อย่างไร ดังนั้นจึงมีผู้ดูแลและองครักษ์ของจวนเจิ้งอ๋องตามเข้ามา ด้านหลังของคนเหล่านี้ ยังมีลิ่นฉังเฟิงและเจี่ยนชิวหยางที่เห็นได้ชัดว่ามาคอยรับชมความสนุก รวมไปถึง…คุณชายเสียนเกอที่ใบหน้ามองไม่ออกถึงความรู้สึกใดๆ

หนานกงมั่วมองเห็นคุณชายเสียนเกอก็ชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง นางไม่คิดว่าศิษย์พี่จะมาโผล่อยู่ในงานเลี้ยงรับพระชายาของจวนเจิ้งอ๋อง

คุณชายฉังเฟิงอยู่ในอาภรณ์สีแดง เมื่ออยู่ท่ามกลางหิมะจึงยิ่งโดดเด่น รูปร่างสูงอีกทั้งยังใบหน้าหล่อเหลารวมไปถึงฤดูหนาวเพียงนี้ก็ยังถือพัดอย่างสบายอารมณ์ เป็นที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี สำหรับการเป็นที่สนใจของผู้คน คุณชายฉังเฟิงนั้นมีความสุขอย่างยิ่ง เดินเชื่องช้าเข้ามาท่ามกลางหิมะ เอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน “ได้ยินว่าด้านหลังมีเรื่อง ข้าก็คาดเดาได้ว่าเกี่ยวข้องกับแม่นางมั่ว จะว่าไป…พระชายา ท่านไม่อาจร่วมงานเลี้ยงอย่างสงบบ้างมิได้หรือ” สายตาของลิ่นฉังเฟิงหยุดชะงักที่เซี่ยเพ่ยหวนชั่วครู่ จากนั้นหันไปมองหนานกงมั่วอย่างหยอกล้อ

หนานกงมั่วเอ่ยอย่างไร้เดียงสา “ข้าเพียงพาเซี่ยสามมาชมหิมะ พูดคุยเรื่องส่วนตัวเท่านั้น”

เซี่ยเพ่ยหวนพยักหน้า เอ่ยอย่างเป็นธรรมชาติ “ใช่ พวกเรากำลังจะไปนั่งที่นั่นสักหน่อย เป็นฮูหยินผู้นี้มาหามั่วเอ๋อร์บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ข้าไม่ได้ยินว่าพวกนางคุยเรื่องอันใดกัน แต่ว่ามั่วเอ๋อร์ไม่ได้แตะต้องนางจริงๆ เป็นนางที่ล้มลงไปเองไม่ยอมลุกขึ้นมา”

ผู้ดูแลจวนเจิ้งอ๋องที่ตามมารู้สึกลำบากใจ อย่างไรคนที่มาก็นับว่าเป็นแขก วันนี้เป็นวันรับพระชายารองของท่านอ๋อง ไม่ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี แต่พระชายาฉู่อ๋องก็ไม่อาจล่วงเกินได้ง่ายๆ พลันไม่รู้ควรทำเช่นไรขึ้นมา

ทว่าเมื่อซูฮั่นหลินได้ยินเช่นนั้นพลันชะงัก หันมองไปที่ภรรยา “เจ้าไปหาพระชายาเองหรือ พวกเจ้าไปหาพระชายาฉู่อ๋องทำไมกันเล่า” ตระกูลซูของพวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับพระชายาฉู่อ๋อง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมปีนขึ้นสูง แต่เพราะถึงเขาอยากปีนทว่าก็ไม่อาจปีนขึ้นไปได้

ซูหย่าดวงตาไหววูบ หันไปมองซูฮูหยินด้วยความไม่เข้าใจ

ซูฮูหยินหลุบตาลง เอ่ยเสียงเบา “นายท่าน เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น ข้ามีเรื่องอยากขอร้องพระชายา ไม่ทันระวังจึงได้ล้มลงไป”

ซูฮั่นหลินขมวดคิ้ว “เรื่องอันใด”

ซูฮูหยินเอ่ยเสียงเบา “เรื่องของหย่าเอ๋อร์”

“เจ้า…” ซูฮั่นหลินขมวดคิ้วอยากเอ่ยบางอย่าง ทว่าไม่รู้นึกอันใดขึ้นมาได้จึงกลืนคำนั้นกลับลงไป ดวงตาฉายแววละอายใจ ยื่นมือไปลูบหลังของนาง เอ่ย “เป็นความผิดของข้าเอง ทำให้ฮูหยินลำบากแล้ว” จากนั้นหันไปยกมือประสานให้หนานกงมั่ว เอ่ย “เมื่อครู่เข้าใจพระชายาผิดแล้ว ต้องขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

หนานกงมั่วยิ้มเจ้าเล่ห์ “ที่แท้…ใต้เท้าซูเองก็รู้เรื่องด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องเช่นนี้ใต้เท้าซูไยต้องให้ฮูหยินมาเอ่ยกับข้า อย่างไรข้ากับฮูหยินของท่านก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ใต้เท้าซูและท่านอ๋องของเราต่างก็เป็นขุนนางในราชสำนัก เอ่ยกับเขาตามตรงเลยคงจะง่ายกว่า มิสู้ตอนนี้พวกเราไปหาเขาเลย ดูซูฮูหยินรีบจนตาแดงแล้ว รีบจัดการเลยจะดีกว่า”

ซูฮั่นหลินงุนงง เห็นได้ชัดว่าไม่รู้ว่าหนานกงมั่วกำลังเอ่ยสิ่งใด

หนานกงมั่วเองก็ไม่ได้สนใจเขา ยิ้มหวานให้คุณชายเสียนเกอ เอ่ย “ศิษย์พี่ท่านก็มาแล้ว ไปหาท่านอ๋องกับข้าเถิด เรื่องเล็กน้อย ดูซูฮูหยินรีบร้อน ช่างน่าปวดใจนัก”

คุณชายเสียนเกอยังไม่ทันเอ่ยปาก ซูฮูหยินกลับเอ่ยขัดขึ้นมา “ไม่จำเป็นแล้ว”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1183 หน้าด้านไร้ยางอาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.