หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1184 หลิงหลงเซียง เกินความคาดหมาย
ตอนที่ 1184 หลิงหลงเซียง เกินความคาดหมาย
“ไม่จำเป็นหรือ” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “ซูฮูหยิน ท่านมั่นใจหรือ”
ซูฮูหยินพยักหน้า มือข้างหนึ่งจูงมือสามี อีกข้างจับมือบุตรสาวกำลังเตรียมตัวเดินออกไป “เราออกมานานแล้ว รีบกลับเข้าไปเถิด” เดิมทีซูฮั่นหลินยังอยากเอ่ยถาม แต่เห็นท่าทีรีบร้อนของภรรยาจึงไม่เอ่ยมากความ พยักหน้าให้หนานกงมั่วแล้วยอมให้นางดึงหมุนตัวออกไป
“ซูฮูหยินและคุณหนูซู ควรขอโทษมั่วเอ๋อร์สักหน่อยหรือไม่” คุณชายเสียนเกอที่ไม่เอ่ยปากมาตลอดพลันเอ่ยขึ้น ทุกคนชะงักนิ่ง ลิ่นฉังเฟิงมองไปยังคุณชายเสียนเกออย่างตกใจ เห็นชัดว่ารู้สึกว่าเขาไม่ปกติ
ได้ยินเสียงของคุณชายเสียนเกอ ซูฮูหยินพลันตัวแข็งค้าง นับตั้งแต่คุณชายเสียนเกอปรากฏตัว ซูฮูหยินก็ไม่มองเขาแม้เพียงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงร่างกายที่แข็งทื่อของนาง ซูฮั่นหลินจึงคิดว่านางตกใจเพราะการเข้าใจผิดเมื่อครู่ ลูบหลังนางเบาๆ บอกให้นางของโทษหนานกงมั่ว
ซูฮูหยินหลับตาลง หมุนตัวกลับมาหาหนานกงมั่ว เอ่ย “เมื่อครู่เป็นหม่อมฉันที่บุ่มบ่ามแล้ว บุตรสาวของหม่อมฉันล่วงเกินพระชายา ได้โปรดอภัยด้วยเพคะ”
หนานกงมั่วมองนาง เอ่ยอย่างเนิบช้า “ซูฮูหยินเอ่ยหนักไปแล้ว ในเมื่อเป็นการเข้าใจผิดเช่นนั้นก็ช่างเถิด เพียงแต่ท่านกับข้ามิได้เหมือนกัน ต่อไปอย่าได้…บุ่มบ่ามเช่นนี้อีก” บุ่มบ่ามคำนี้ราวกับออกมาจากปากหนานกงมั่วซ้ำไปซ้ำมานับพันรอบ คนอื่นฟังคงรู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย
ซูหย่าขอโทษหนานกงมั่วภายใต้สายตาออกคำสั่งของบิดา ทั้งสามคนจึงรีบหนีไปจากริมทะเลสาบ ผู้ดูแลจวนเจิ้งอ๋องเองก็รีบขอโทษหนานกงมั่ว ก่อนจะทิ้งพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้พวกเขา
ลิ่นฉังเฟิงมองหนานกงมั่วอย่างไม่เข้าใจ เอ่ยถาม “แม่นางมั่ว นี่อันใดกันหรือ” หลายวันก่อนหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วเพิ่งถามเรื่องซูฮูหยินจากเขา ไยจึงเจอกันเร็วเพียงนี้ หนานกงมั่วยิ้มบางพลางส่ายศีรษะ “ไม่มีอันใดฉังเฟิง ชิวหยาง ข้านึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องอยากคุยกับศิษย์พี่ รบกวนพวกเจ้าไปส่งเพ่ยหวนได้หรือไม่”
คุณชายฉังเฟิงชะงัก เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ยขึ้นมาก่อนด้วยรอยยิ้ม “เส้นทางไม่กี่เส้นเท่านั้น ข้ากลับไปเองก็ได้”
หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “อากาศหนาว ในสวนคนน้อย อย่าได้เกิดเรื่องอันใดเลย อย่างไรก็ไปทางเดียวกัน ใช่หรือไม่”
ลิ่นฉังเฟิงเก็บพัดในมือ หันไปเอ่ยกับเซี่ยเพ่ยหวนด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูเซี่ยสาม เชิญเถิด”
เซี่ยเพ่ยหวนจนใจ เพียงพยักหน้า “ขอบคุณมาก”
มองส่งทั้งสามคนเดินจากไป หนานกงมั่วจึงหันมาหาคุณชายเสียนเกอ เนิ่นนานก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ศิษย์พี่ ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ”
คุณชายเสียนเกอยืนกอดอกอยู่ข้างทะเลสาบ ใบหน้าไม่มีความเย้ยหยัน สบายๆ หรือล้อเล่นอย่างที่ผ่านมา ทว่ากลับมีความเย็นชามากขึ้น เนิ่นนานจากนั้นคุณชายเสียนเกอจึงถอนหายใจ เขายื่นมือไปลูบศีรษะของหนานกงมั่วเบาๆ เอ่ย “ขออภัยอันใดกัน เป็นศิษย์พี่ที่ให้เจ้าเห็นเรื่องน่าขันแล้ว” อย่างไรก็เป็นศิษย์น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่เล่าเรื่องมารดาผู้ให้กำเนิดของตนให้ฟัง คุณชายเสียนเกอก็รู้ว่าหนานกงมั่วจะต้องสืบอย่างแน่นอน เพียงแต่เขาไม่คิดว่าจะไม่ใช่หนานกงมั่วที่เป็นคนเข้าหาสตรีผู้นั้น ทว่าเป็นสตรีผู้นั้นต่างหากที่เข้าหาศิษย์น้องของเขาก่อน ส่วนเรื่องที่สตรีผู้นั้นจะเอ่ยสิ่งใดกับมั่วเอ๋อร์ ไม่ต้องเสียเวลาคิดเขาก็พอคาดเดาได้
“ศิษย์พี่เอ่ยอันใดกัน” หนานกงมั่วกลอกตา “ใครกล้าขันคุณชายเสียนเกอกันเล่า เพียงน่าโมโหเท่านั้น”
คุณชายเสียนเกอถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าเรียบนิ่งที่มองไปยังทะเลสาบดูเศร้าสร้อยเล็กน้อย
หนานกงมั่วยืนอยู่ด้านข้างเขา เอ่ยถามเสียงเบา “ศิษย์พี่ สำหรับท่านแล้วสตรีผู้นั้น…สำคัญเพียงนั้นเลยหรือ” หนานกงมั่วไม่รู้สึกอย่างไรต่อสิ่งนี้ ชาติที่แล้วนางกำพร้าไม่มีพ่อแม่ ชาตินี้แม้จะมีบิดามารดา แต่เมื่อครั้งที่นางมาเมิ่งซื่อได้ตายจากไปนานแล้ว ส่วนหนานกงไหว ยากนักที่นางจะคิดว่าเขาเป็นบิดา ดังนั้นนางจึงไม่เข้าใจผลกระทบที่ซูซื่อสร้างเอาไว้กับศิษย์พี่นัก แต่ว่าขณะเดียวกัน นางก็ไม่อาจมั่นใจถึงความสำคัญของซูซื่อสำหรับศิษย์พี่
หลายครั้งความยุ่งยากไม่ได้อยู่กับความฉลาดและแข็งแกร่งของศัตรู แต่เป็นการไม่อาจสังหารอีกฝ่ายได้ คงไม่อาจทำเรื่องสังหารศัตรูนับพันทว่าตนเองสูญเสียไปแปดร้อยกระมัง ต่อให้ทำร้ายซูซื่อนับหมื่น ก็ไม่มีทางคุ้มค่า
“ข้าไม่รู้” เสียนเกอเอ่ยเสียงเรียบ หันไปมองศิษย์น้อง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ทำไมหรือ ศิษย์พี่ทำให้เจ้าผิดหวังแล้วหรือ”
“ได้อย่างไรกันเจ้าคะ” หนานกงมั่วส่ายศีรษะ ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ข้าเพียงไม่พอใจ คนเยี่ยงนาง เรื่องอันใดต้องให้ศิษย์พี่ไปลำบากใจเพื่อนางด้วย ศิษย์พี่ ท่านยังมีอาจารย์ อาจารย์อาและยังมีข้า อีกทั้งเยาเยาและอานอาน อนาคตยังจะมีภรรยาและลูกของตนเอง ไม่ต้องไปเสียใจเพราะคนอื่นแล้วได้หรือไม่”
คุณชายเสียนเกอเงยหน้ามองท้องฟ้า เอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ “ความจริง ข้าก็ไม่ได้เสียใจ”
เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจจริงๆ เสียใจความรู้สึกเหล่านี้ เพียงไม่อาจปล่อยวางได้เท่านั้น เพียงนึกถึงสตรีผู้นั้น หัวใจพลันแข็งกระด้างรู้สึกไม่สบาย สตรีผู้นั้นให้กำเนิดเขา เป็นนางที่พาเขามายังโลกใบนี้ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสตรีผู้นั้นที่อยากทำลายเขา อยากกำจัดเขาไปจากโลกใบนี้ หากไม่บังเอิญถูกอาจารย์และอาจารย์ลุงเก็บได้ นางคงทำสำเร็จแล้ว เช่นนั้นโลกใบนี้ก็จะไม่มีเสียนเกอคนผู้นี้แล้วใช่หรือไม่
หากไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้อง คุณชายเสียนเกอคงไม่คิดมากเพียงนี้ สังหารแล้วเป็นพอ แต่ว่า…แม้แต่ช่วงที่เขาอายุยังน้อยอารมณ์รุนแรงก็ไม่ได้ลงมือกับสตรีผู้นี้
หนานกงมั่วกลัดกลุ้มใจ นางไม่ถนัดเรื่องปลอบโยนความรู้สึก ซูซื่อสตรีผู้นั้น นางมีวิธีการมากมายที่จะทำให้สตรีผู้นั้นราวกับตายทั้งเป็น แต่นางไม่อาจมั่นใจได้ว่าเป็นสิ่งที่ศิษย์พี่ต้องการหรือไม่ แต่หากปล่อยไปเช่นนี้ สตรีผู้นั้นไม่มีทางปล่อยศิษย์พี่ไปอย่างแน่นอน ศิษย์พี่เองก็ไม่มีวันปล่อยตนเองไปเป็นแน่
“ศิษย์พี่ ปล่อยวางเรื่องและคนเหล่านั้นที่ทำให้ท่านไม่พอใจ ชีวิตยังมีเส้นทางอีกยาวไกล ไม่ต้องรอถึงตอนท่านแก่แล้วค่อยพบว่า ชีวิตทั้งชีวิตของท่านนั้นจมปลักอยู่กับความมืดมน” หนานกงมั่วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
คุณชายเสียนเกอลูบศีรษะของนางเบาๆ เอ่ยอย่างไม่พอใจ “เมื่อไหร่ที่เจ้าต้องมาเอ่ยหลักการเหล่านี้กับข้าแล้วเล่า”
หนานกงมั่วกุมขมับ ส่ายศีรษะยิ้มเอ่ย “ข้ารู้ ศิษย์พี่มีหลักการที่เอ่ยได้มากมาย แต่ก็ไม่มีหลักการใดที่จดจำเข้าไปในใจ ผู้เป็นหมอไม่อาจรักษาตนเองได้มิใช่หรือ”
คุณชายเสียนเกอจนคำพูด
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “อย่างไรก็ตามไม่ว่านางจะมาหาท่านเพราะเรื่องใด สุดท้ายต้องมาให้ข้าช่วยจึงจะได้ ศิษย์พี่ หากครั้งหน้านางมายุ่งจนถึงมือข้า ข้าไม่มีทางเก็บพวกนางเอาไว้เพราะเห็นแก่หน้าท่านอย่างแน่นอน” คุณชายเสียนเกอถอนหายใจ เอ่ย “ศิษย์พี่จะจัดการ ไม่ต้องกังวล”
หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “ศิษย์พี่ วันนี้ไยท่านจึงมาที่นี่ได้” แม้จวนเจิ้งอ๋องน่าจะส่งเทียบเชิญให้คุณชายเสียนเกอ แต่ยากที่จะจินตนาการได้ว่าคุณชายเสียนเกอจะมา
คุณชายเสียนเกอจึงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “มีเรื่องสำคัญนิดหน่อย”
“หืม” หนานกงมั่วตกใจ ศิษย์พี่ของนางจะมีเรื่องสำคัญอะไรได้
คุณชายเสียนเกอลูบปลายคาง เอ่ย “สองวันก่อนมีคนซื้อหลิงหลงเซียงไปหนึ่งขวด”
“ห๊า” หนานกงมั่วยิ่งตกใจ ชี้ไปยังคุณชายเสียนเกอ “ท่าน…ไยท่านจึง…”
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยันอย่างไม่พอใจ ยกมือขึ้นปัดนิ้วของนางที่ชี้มาที่ตน “แปลกอันใด คุณชายข้าว่างจึงมอบของให้คนสนิทเท่านั้น เป็นเรื่องปกติที่สุด เพียงแต่เมื่อวานมีสตรีนางหนึ่งบอกกับข้า ของสิ่งนั้นถูกคนซื้อไปแล้ว” คนสนิทของคุณชายเสียนเกอเป็นใครไม่ต้องถามก็รู้ได้
หนานกงมั่วเอือมระอา “ไยท่านจึงมอบ…สิ่งของเยี่ยงนี้ให้เขากันเล่า”
หลิงหลงเซียง ชื่อฟังดูพิเศษ แต่ฤทธิ์นั้นยิ่งกว่าพิเศษ คุณชายเสียนเกอไม่กลัวว่าคนจะใช้ยานั้นกับร่างกายเขาหรือ อย่างไร ของสิ่งนี้สามารถใช้เป็นยาเร้ากำหนัดได้เป็นอย่างดี
คุณชายเสียนเกอย่นจมูกให้กับศิษย์น้องที่มีความคิดไม่บริสุทธิ์นัก “จะมีสถานที่ใดที่ครอบคลุมสำนักต่างๆ ไปมากกว่าหอคณิกาอีกเล่า คุณชายเช่นข้าเพียงทำอย่างอื่นเล็กๆ น้อยๆ ให้คนช่วยขายก็เท่านั้น ส่วนยานั่น หากใช้ถูกก็เป็นเพียงกลิ่นหอมที่น่าหลงใหลเป็นพิเศษเท่านั้น ไม่เพียงกลิ่นที่หอมมาก อีกทั้งเวลานานไปยังมีผลในการบำรุงความงาม จ่ายเงินเพียงเล็กน้อยทว่าคุณภาพสองพันตำลึงเข้าใจหรือไม่ เพียงแต่…” แต่หากเปลี่ยนวิธีการใช้ ผลลัพธ์ค่อนข้างร้ายแรงเท่านั้น สิ่งที่คุณชายเสียนเกอทำออกมาแน่นอนว่าไม่ใช่ของหาง่าย ร้ายขายยาธรรมดาทั่วไปก็ไม่มีใครกล้าขาย
“ท่านเองก็รู้ยังจะเพียงแต่อีกหรือ” หนานกงมั่วกลอกตาเอ่ย
หากจุดมันในเตาหอมล่ะก็…ก็จะกลายเป็นยาปลุกกำหนัดที่ร้ายแรง อีกทั้งกลิ่นหอมนั้นเมื่อจุดแล้วก็คล้ายไม้จันทร์หอม เพียงสูดดมเข้าไปก็จะ…ยากที่จะป้องกัน นั่นเกี่ยวข้องกับที่ท่านมาที่นี่ในวันนี้หรือ” หนานกงมั่วสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยถาม
คุณชายเสียนเกอเอ่ย “แม่นางผู้นั้นบอกกับข้า คนที่ซื้อยานั้นไปเคยได้ยินนางเอ่ยถึงวิธีการใช้ยานี้มาก่อน แน่นอนนี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ปัญหาก็คือ…คนผู้นั้นยังซื้อยาอีกชนิดที่สามารถควบคุมกำลังภายในของยอดฝีมือได้ แยกซื้อสองแห่ง แต่น่าเสียดายที่เป็นคนเดียวกัน และคนที่ซื้อยานี้เห็นได้ชัดว่าไม่รู้…ว่ายาเหล่านี้ล้วนเป็นของข้า” เอ่ยถึงตรงนี้ คุณชายเสียนเกอจึงเชิดปลายคางด้วยความภาคภูมิใจ ทำของดีออกมาแต่กลับไม่อาจบอกกับใครได้ ก็น่าเบื่อพอๆ กับการสวมชุดผ้าไหมเดินอยู่ท่ามกลางความมืด
“ดังนั้น สรุปว่าอย่างไรหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
คุณชายเสียนเกอยิ้มร่า ราวกับมีความสุขที่เห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ “ข้าสงสัยว่ามีคนคิดจะ…เหอะๆ ขืนใจยอดฝีมืออันดับหนึ่ง” เอ่ยพร้อมถอนหายใจออกมา เอ่ยด้วยความกังวล “เดิมที ศิษย์พี่เป็นห่วงเจ้า อย่างไร…ทั่วทั้งเมืองจินหลิง สตรีงดงามที่จำเป็นต้องใช้ยาสองชนิดนี้ ก็มีเพียงศิษย์น้องอย่างเจ้าแล้ว”
หนานกงมั่วกลับรู้สึกเอือมระอาขึ้นมา จ้องเขม็งไปยังอีกคน กัดฟันเอ่ย “จากนั้นเล่า”
คุณชายเสียนเกอยิ้มบาง “จากนั้นข้าจึงสืบเล็กน้อย พบว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าจริงๆ ข้าจึงเข้ามาในจวนเจิ้งอ๋องกับคนอื่นอย่างไรเล่า แต่เจ้าวางใจ เขาไม่ได้ใช้กับเจ้า…อืม ผิดคาดที่คิดเอาไว้” หนานกงมั่วกลอกตา กัดฟัน “ศิษย์พี่ ให้สามประโยคท่านเอ่ยออกมาให้ชัดเจน มิเช่นนั้น…ศิษย์น้องอย่างข้าไม่รับรองว่าจะไม่เตะท่านตกน้ำปลุกสมองให้ตื่นสักนิด”
ได้ยินเช่นนั้น คุณชายเสียนเกอรีบก้าวถอยหลังเจ็ดแปดก้าว เอ่ยอย่างมีความสุข “ศิษย์น้องที่น่ารักของข้า ดูเหมือนจะมีคนหมายปองเจ้าใบหน้าอัมพาตของเจ้าแล้ว มีเวลามากัดฟันใส่ศิษย์พี่ มิสู้รีบไปช่วยเขาเถิด”
หนานกงมั่วชะงัก มองคุณชายอาภรณ์ขาวตรงหน้าแทบอยากโยนเขาลงน้ำไป “ขอบ คุณ ท่าน ศิษย์พี่”
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว ยิ้ม “ไม่ต้องเกรงใจ”
หนานกงมั่วไร้คำพูด มองไปรอบๆ ก่อนจะถีบตัวกระโดดลอยข้ามทะเลสาบมุ่งหน้าไปยังเรือนด้านหน้า
ด้านหลัง คุณชายเสียนเกอเอ่ยชื่นชมด้วยรอยยิ้ม “วิชาตัวเบาของศิษย์น้อง ไม่เลวเลยจริงๆ”
ความจริงหนานกงมั่วเองไม่ได้รีบร้อนไป ‘ช่วย’ เว่ยจวินมั่วนัก แม้หลิงหลงที่ว่าจะถูกคุณชายเสียนเกอโอ้อวดสรรพคุณยอดเยี่ยม แต่หนานกงมั่วไม่คิดว่าจะยากเกินความสามารถของเว่ยจวินมั่ว เพียงแต่… เมื่อลอยตัวลงมายังด้านล่างหอเล็กๆ แล้ว ดวงตาของหนานกงมั่วก็วาววับขึ้น นางย่อมอยากรู้ว่าใครที่กล้ามาแหย่จมูกเสือเพียงนี้
องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านนอกหอเล็กนั้นพลันตกใจขึ้นมาเมื่อเห็นสตรีร่างเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้า “ผู้ใดกัน”
หนานกงมั่วกวาดตามององครักษ์เล็กน้อย เอ่ยถาม “ที่นี่คือที่ใดกัน” หนานกงมั่วไม่เคยมาจวนเจิ้งอ๋อง ไม่คุ้นเคยกับจวนเจิ้งอ๋องนัก เพียงคิดว่าทิศทางไม่น่าผิด แต่จวนชินอ่อง มีเรือนต่างๆ อยู่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ หากจะตามหาใครสักคน ถามกับคนจะดีกว่า
องครักษ์ทั้งสองตกใจเมื่อเห็นนาง พลันลืมถามถึงฐานะของสตรีที่มาปรากฏตัวตรงหน้า คนหนึ่งเอ่ย “ที่นี่คือหอฉิงอวี่”
หนานกงมั่วมองไปยังแผ่นป้ายหน้าประตู กลืนประโยค ‘ข้าถามว่าที่นี่ใช้ทำอันใด’ กลับลงไป เอ่ยขึ้น “สถานที่พักผ่อนของแขกเรือนหน้าอยู่ที่ใด”
องครักษ์ทั้งสองนิ่งอึ้ง มองสบตากันในที่สุดก็เอ่ยถาม “ท่านเป็นผู้ใดกัน”
หนานกงมั่วเอ่ย “หนานกงมั่ว”
พระชายาฉู่อ๋องหรือ องครักษ์ทั้งสองตกใจ ไม่เข้าใจว่าไยพระชายาฉู่อ๋องจึงมาอยู่ที่นี่ ทว่ากลับไม่คิดสงสัยในตัวตนของหนานกงมั่ว รีบเอ่ยถาม “สตรีพักอยู่เรือนหลัง ไยพระชายาจึง…ให้กระหม่อมพาพระชายากลับเรือนหลังหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “ไม่ต้อง ข้าจะไปพื้นที่ของแขกบุรุษพักผ่อน”
องครักษ์ทั้งสองก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด ชี้บอกทิศทาง เห็นหนานกงมั่วขมวดคิ้ว องครักษ์จึงรีบเอ่ย “พระชายาเลือกหอผิงซินที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนหลักมาทำเป็นเรือนพักของแขกบุรุษพ่ะย่ะค่ะ ห่างจากเรือนหลักไม่ไกลมากนัก”
หนานกงมั่วจึงพยักหน้า เอ่ย “ขอบคุณมาก”
องครักษ์ทั้งสองมองหนานกงมั่วลอยตัวออกไปก่อนจะหันมามองสบตากัน วันครื้นเครงเพียงนี้ พวกเขาถูกส่งมาเฝ้าพื้นที่ห่างไกลเงียบสงบ แน่นอนว่าไม่ใช่คนที่ได้รับความสำคัญนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอพระชายาฉู่อ๋องคนสำคัญเพียงนี้ เพียงแต่…
“ไยพระชายาฉู่อ๋องจึงมายังเรือนหน้าเล่า” องครักษ์คนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ นางเป็นพระชายาฉู่อ๋องจริงๆ หรือ
องครักษ์อีกคนไม่สนใจนัก เอ่ย “ได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของพระชายาฉู่อ๋องและฉู่อ๋องนั้นดีมาก คิดว่าคงมาตามหาฉู่อ๋อง”
องครักษ์ถอนหายใจ “เพิ่งห่างกันชั่วครู่ก็มาตามหาแล้ว ความสัมพันธ์ของฉู่อ๋องและพระชายาช่างดีมากจริงๆ” แม้พวกเขาล้วนเป็นคนที่มีบทบาทเล็กๆ แต่เรื่องราวของทั้งสองคนนี้ย่อมต้องเคยได้ยินมาบ้าง
“…” คนใหญ่คนโตจะมีความสัมพันธ์ดีหรือไม่ดีเกี่ยวอันใดกับพวกเขากันเล่า เพียงแต่เมื่อครู่มัวแต่ตกใจ ไม่ทันได้สร้างภาพจำที่ดีต่อพระชายาฉู่อ๋องนัก