Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1209 คำสัญญาของลิ่นฉังเฟิง

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1209 คำสัญญาของลิ่นฉังเฟิง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1209 คำสัญญาของลิ่นฉังเฟิง

ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าองค์ชายอานจี้จะน่าสังเวชเพียงใด จวนตระกูลฉินเพิ่งส่งองค์ชายอานจี้ออกไปไม่นาน นายท่านตระกูลฉินก็กลับมาในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากที่ได้ยินฉินจื่อซวี่รายงานแล้ว นายท่านตระกูลฉินกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ หากมองข้ามความเย็นชาเล็กน้อยในดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้นได้ เจ้าบ้านตระกูลฉินก็นับว่าไม่ได้ถือสาหาความเรื่องนี้เลย แต่สายตาของเขากลับหยุดลงที่คุณชายเสียนเกอ คุณชายเสียนเกอยังคงสงบนิ่งเหมือนยามปกติ ในขณะที่ลิ่นฉังเฟิงที่อยู่ข้างๆ เขากลับกลายเป็นคนเหงื่อแตกพลั่กแทน หลังจากผ่านไปนาน นายท่านตระกูลฉินจึงได้เอ่ยขึ้น “คุณชายเสียนเกอ ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาดื่มชากับข้าสักถ้วยหรือไม่”

ในเมื่อว่าที่พ่อตาเชิญเช่นนี้ เสียนเกอย่อมไม่สามารถเอ่ยว่าไม่มีเวลาได้อยู่แล้ว “แน่นอน”

จากนั้นนายท่านตระกูลฉินจึงพยักหน้าสั่งให้ฉินจื่อซวี่จัดการเรื่องที่เหลือแล้วจึงพาเสียนเกอเดินออกไป ถึงอย่างไรฉินจื่อซวี่ก็เป็นคนจัดการเรื่องราวต่างๆ ในตระกูลฉินอยู่แล้ว จึงไม่ได้รู้สึกว่าตึงมือมากนัก เขาตอบรับด้วยความนอบน้อมและน้อมส่งบิดาของเขา

พอลิ่นฉังเฟิงเห็นร่างทั้งสองเดินลับสายตาไปแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ บิดาของตนไม่ได้น่าเชื่อถือเท่าไรนัก ลิ่นฉังเฟิงเองก็เบื่อหน่ายเขามาตลอด แต่เพราะอย่างนั้นก็เลยทำให้รู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสที่น่าเชื่อถืออย่างนายท่านตระกูลฉิน ฉินจื่อซวี่เห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาก็เลิกคิ้วและเอ่ยคล้ายยิ้มไม่ยิ้ม “พี่ลิ่น ท่านเจอท่านพ่อข้าก็เป็นอย่างนี้แล้ว แล้วถ้าต้องเจอเซี่ยโหวเล่า…” ถึงอย่างไรท่านพ่อของเขาก็ยังดูเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่บ้าง แต่เซี่ยโหวนี่สิเป็นบัณฑิตตัวจริงเสียงจริงที่เกิดในตระกูลใหญ่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ต่อให้เขาจะไม่ตั้งใจแสดงท่าทีอันใดก็ตาม แต่การกระทำและวาจาของเขาก็สูงส่งสง่างามมากตามธรรมชาติอยู่แล้ว

ลิ่นฉังเฟิงกลอกตาอย่างอารมณ์เสีย จะเหมือนกันได้อย่างไรเล่า เซี่ยโหวเป็นผู้อาวุโสที่ใจดีจะตาย ไหนเลยจะเหมือนบิดาเจ้าเล่ห์ของท่าน

คุณชายใหญ่ฉินเงียบไป สายตาในการมองคนของคุณชายฉังเฟิงยังต้องปรับปรุงอีกมาก

“พี่ใหญ่” ฉินซี เซี่ยเพ่ยหวน และเซวียเสียวเสี่ยวเดินออกมาจากโถงด้านหลัง ฉินจื่อซวี่มองน้องสาวของเขาที่มีสีหน้าไม่เลวพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ซีเอ๋อร์ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่” ฉินซีเม้มปากยิ้ม “เรื่องใหญ่แค่ไหนกัน ข้าตกใจง่ายอย่างนั้นที่ไหน อีกอย่างเพ่ยหวนกับเสียวเสี่ยวก็อยู่เป็นเพื่อนข้าด้วยเจ้าค่ะ”

ฉินจื่อซวี่พยักหน้าและประสานมือแสดงความขอบคุณคนทั้งสอง

เซี่ยเพ่ยหวนและเซวียเสียวเสี่ยวรีบหลบไปข้างๆ ทันที “คุณชายฉินจริงจังเกินไปแล้ว”

ลิ่นฉังเฟิงรู้ตั้งนานแล้วว่าด้านหลังมีคนอยู่ เพียงแต่เขานึกไม่ถึงว่าเซี่ยเพ่ยหวนจะอยู่ที่นี่ด้วย นับเป็นช่วงเวลาแห่งความลำบากใจที่หาได้ยาก เซี่ยเพ่ยหวนกลับเปิดเผยใจกว้าง หันมาพยักหน้าให้เขา “คุณชายฉังเฟิง”

คุณชายฉังเฟิงลูบหน้าผากตนเองก่อนจะทักทายนางกลับอย่างรวดเร็ว “คุณหนูเซี่ย”

เซวียเสียวเสี่ยวมองคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วก็อดขำพรืดออกมาไม่ได้ ฉินซีกะพริบตาปริบๆ “เสียวเสี่ยว เจ้าขำอันใดหรือ” เซวียเสียวเสี่ยวปิดปากตนเองและไปหลบด้านหลังฉินซีพลางเอ่ยเสียงเบา “ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงรู้สึกว่าคุณชายฉังเฟิงกับพี่เพ่ยหวนเหมือนกำลังเล่นละครกันอยู่เลย”

“…”

เซี่ยเพ่ยหวนขึงตาใส่เซวียเสียวเสี่ยวอย่างเหนื่อยใจทันที ตอนนั้นนางไม่ได้รีบหยอกล้อเซวียเสียวเสี่ยวไว้บ้างถือเป็นการขาดทุนครั้งใหญ่แล้วจริงๆ

ฉินจื่อซวี่เองก็รู้เรื่องเล็กๆ นั้นของลิ่นฉังเฟิงเช่นกัน จึงยิ้มให้กับหญิงสาวทั้งสามก่อนจะเอ่ย “พวกเรายังมีเรื่องต้องทำ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด” ฉินซีพยักหน้าก่อนจะจูงมือเซี่ยเพ่ยหวนและเซวียเสียวเสี่ยวคนละข้างแล้วจูงพวกนางออกไปพร้อมรอยยิ้ม

ในห้องโถง ลิ่นฉังเฟิงมองเซี่ยเพ่ยหวนจากไปด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์ ฉินจื่อซวี่จึงอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ “พี่ฉังเฟิง ในเมื่อท่านชอบคุณหนูเซี่ยก็ไปสู่ขอนางสิ ท่าทางกระบิดกระบวนเช่นนี้ดูเหมือนคุณชายฉังเฟิงเสียที่ไหนกัน”

ลิ่นฉังเฟิงนั่งลงและกลอกตาใส่เขา “หากวันนี้คุณชายเสียนเกอมาเจรจาสู่ขอเลยล่ะ ท่านจะตอบตกลงหรือไม่”

ฉินจื่อซวี่ตอบอย่างชัดเจนเรียบง่าย “ไม่ตกลงอยู่แล้ว”

จากนั้นลิ่นฉังเฟิงจึงได้ส่งสายตาที่บอกว่า ‘เพราะอย่างนั้นข้าจึงไม่ไปสู่ขออย่างไรเล่า’ มาให้เขา ฉินจื่อซวี่เอ่ยยิ้มๆ “อันที่จริง…เจ้าและคุณหนูเซี่ยสามก็เหมาะสมกันดี ที่ตระกูลเซี่ยยังไม่ได้แสดงท่าทีอันใด นอกจากเหตุผลเรื่องท่าทีของคุณหนูเซี่ยสามเองแล้ว ก็น่าจะเป็นเพราะตระกูลลิ่นด้วย” ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลลิ่นตั้งนานแล้ว”

ฉินจื่อซวี่ส่ายหน้าพลางเอ่ยยิ้มๆ “ความผูกพันทางสายเลือด ดังคำโบราณที่ว่าถึงกระดูกหักสะบั้น แต่เส้นเอ็นก็ยังคงเชื่อมต่อกัน หากต่อไปท่านไม่ได้อยู่ในจินหลิงก็ยังพอทำเนา จินหลิงก็ใหญ่โตเพียงนี้ ท่านคิดว่าจะตัดขาดได้จริงหรือ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าแม้ตระกูลลิ่นและตระกูลเซี่ยจะไม่ได้เดินทางสายเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาในเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่ของจินหลิง ถึงตระกูลสายหลักจะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ญาติๆ สายอื่นก็ยังมีความเชื่อมโยงกัน ไหนเลยจะแยกแยะให้ชัดเจนได้”

รอยยิ้มบนใบหน้าลิ่นฉังเฟิงเจื่อนไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาก็ดูขี้เล่นน้อยลงและเคร่งขรึมมากขึ้น

ฉินจื่อซวี่เอ่ยอย่างจริงจัง “นายท่านตระกูลลิ่นอาจจะดูเลอะเลือนไปบ้างกับเรื่องในครอบครัว แต่กับเรื่องสำคัญๆ แล้วเขาก็ถือว่ายังมีไหวพริบอยู่ เพียงแต่ว่าเขาแก่แล้ว และยังไม่หายป่วยนับตั้งแต่ตอนที่เขาป่วยในจวนเจิ้งอ๋องจนถึงตอนนี้”

ลิ่นฉังเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “ตระกูลลิ่นไปคบค้าสมาคมกับใครอีก”

ฉินจื่อซวี่ยิ้มเบาๆ โดยไม่เอ่ยอันใดและส่งสายตารู้ทันไปให้เขา

ลิ่นฉังเฟิงโกรธมาก “ตระกูลลิ่นเลี้ยงแต่หมูเอาไว้หรือ”

ฉินจื่อซวี่ยิ้มเบาๆ “ท่านเองก็ไม่ต้องโกรธเพียงนั้น ถ้าคนตระกูลลิ่นเป็นหมู เช่นนั้นแล้วคนมากมายในราชสำนักก็คงเป็นหมูกันหมดแล้ว” ลิ่นฉังเฟิงส่งเสียงหยันออกมาเบาๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ฉินจื่อซวี่โต้แย้งเพื่อปกป้องคนตระกูลลิ่น ฉินจื่อซวี่ไม่รีบร้อน ยิ้มเรียบๆ “ใครจะคาดเดาการเปลี่ยนแปลงในราชสำนักได้ หากเป็นเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ใครจะไปเชื่อว่าคนที่จะได้นั่งบัลลังก์ในตอนนี้จะเป็นฝ่าบาทไปได้ ดังนั้น…สิ่งใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ท่านกับข้าย่อมคิดว่าฉู่อ๋องเฉลียวฉลาดมากความสามารถไม่มีใครเทียบได้ ทว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีคนโดดเด่นที่ได้เป็นผู้ชนะในตอนท้ายสักกี่คนกัน คนตระกูลลิ่นและคนในราชสำนักเหล่านั้นไม่ใช่ว่าโง่หรือมองไม่เห็นความจริงหรอก แต่พวกเขาเชื่อว่าตราบใดที่พวกเขายังมีแรงต่อสู้ ก็ยังมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ทุกอย่างก็ยังไม่แน่นอน หรือต่อให้เรื่องราวจะจบลงแล้ว คนที่ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจและอยากจะพลิกสถานการณ์ก็มีไม่น้อย”

ลิ่นฉังเฟิงเอนหลังพิงเก้าอี้ก่อนจะกลอกตาแล้วเอ่ยถามขึ้น “คงไม่ใช่ว่าตาเฒ่านั่นมาเอ่ยอันใดไร้สาระกับนายท่านตระกูลฉินหรอกนะ”

ฉินจื่อซวี่ส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่นะ” เจ้าบ้านตระกูลลิ่นอิจฉาริษยาตระกูลฉินมาก ไหนเลยจะกล้าเอาเรื่องน่ารำคาญและน่าอายของตนเองมาเอ่ยกับเจ้าบ้านตระกูลฉิน

“แต่ข้าคิดว่า การปล่อยให้ตระกูลลิ่นล่มสลายพ่ายแพ้ไปก็น่าเสียดายนะ เดิมทีมันก็ควรจะเป็นของเจ้าไม่ใช่หรือ” ถึงอย่างไรฉินจื่อซวี่ก็เป็นคุณชายตระกูลใหญ่ แม้ว่าจะมีวิสัยทัศน์สูงส่งและมีความคิดกว้างไกลกว่าคนทั่วไป แต่บางสิ่งบางอย่างก็ยังฝังรากลึกอยู่ดี เช่นเรื่อง ทายาท ผู้สืบทอดอันใดทำนองนั้น ฉินจื่อซวี่จึงไม่ค่อยเข้าใจความดื้อรั้นของลิ่นฉังเฟิงนัก เดิมทีก็เป็นของเขาอยู่แล้ว แล้วไยเขาถึงจะไม่ต้องการ คนที่จะต้องออกไปให้พ้นก็คือคนตระกูลลิ่นไม่กี่คนนั้นมากกว่าไม่ใช่หรือ

ลิ่นฉังเฟิงมองเขาอย่างครุ่นคิด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาอยู่นาน ฉินจื่อซวี่ถูจมูกของตนเองก่อนจะเอ่ย “อย่ามองข้าอย่างนั้นสิ พวกเราก็ถือว่าโตมาด้วยกัน ข้าจะทำร้ายท่านได้อย่างไร”

ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้วแต่ก็ยังคงเงียบ พวกเขาเคยเล่นด้วยกันไม่กี่ครั้งตอนเด็กๆ เท่านั้น แบบนี้ก็เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันได้แล้วหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าคุณชายฉินจะมีคู่รักในวัยเด็กที่โตมาด้วยสักกี่คนกันแน่

ฉินจื่อซวี่ถอนหายใจ ยักไหล่แล้วจึงเอ่ยว่า “ก็ได้ ข้าเห็นแก่ตัวนิดหน่อย ตอนนี้เราทุกคนก็อยู่ในสถานะนี้แล้ว ยิ่งมีคนต่อต้านน้อยก็ยิ่งดี ยิ่งมีคนช่วยเหลือมากก็ยิ่งดี”

ลิ่นฉังเฟิงเข้าใจ เขาก็คิดอยู่ว่าฉินจื่อซวี่ใจดีเพียงนั้นตั้งแต่เมื่อใด แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังเอ่ยเตือนออกไปด้วยความจริงใจ “ท่านอย่าคิดอันใดมากไปจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นต่อให้ฝ่าบาทไม่จัดการท่าน เว่ยจวินมั่วก็คงไม่ปล่อยท่านไปแน่” ฉินจื่อซวี่ชะงักไปเล็กน้อย เขาส่ายศีรษะด้วยความขบขันก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านคิดมากไปแล้ว ข้ารู้ขอบเขตดีน่า” แม้จะคาดเดาความคิดของเบื้องบนไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็น่าจะสามารถเข้าใจได้ถึงเจ็ดแปดส่วนกระมัง หากใครเล่นพรรคเล่นพวกในเวลานี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย แต่ก็ไม่ผิดที่จะเตรียมการไว้ล่วงหน้าสักหน่อย หรือในทางกลับกัน แม้ว่าตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยจะยอมจำนนต่อฝ่าบาทแล้วก็ตาม แต่รากฐานเส้นสายของตระกูลขุนนางก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน การเก็บตระกูลลิ่นไว้เพื่อแบ่งเบาความกดดันไปบ้างย่อมดีกว่าจะปล่อยให้คนโง่ตระกูลลิ่นพวกนั้นทำพังหมดในคราวเดียว

ลิ่นฉังเฟิงมองเขาแล้วก็รู้สึกโล่งใจ “ท่านเข้าใจก็ดี ส่วนเรื่องของตระกูลลิ่นนั้นข้าจะเก็บไปคิด”

ฉินจื่อซวี่ยิ้ม “ท่านควรคิดเรื่องนี้ให้เร็วหน่อยจะดีกว่า ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ลิ่นฉังอานและลิ่นฉังอวิ๋นค่อนข้างสนิทสนมใกล้ชิดกับตระกูลจูอยู่นะ”

ดวงตาของลิ่นฉังเฟิงวาบขึ้นเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว”

บ่ายคล้อย เซี่ยเพ่ยหวนและเซวียเสียวเสี่ยวก็ออกมาจากบ้านตระกูลฉินและกล่าวคำอำลาก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปบ้านตัวเอง รถม้าเพิ่งออกเดินทางไปได้ไม่ไกล จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาข้างใน ทำเอาสาวใช้ตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เซี่ยเพ่ยหวนตกใจจนเกือบจะกรีดร้องออกมาแล้ว เซี่ยเพ่ยหวนยกมือขึ้นปิดปากของนางไว้ คนที่พุ่งเข้ามาเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจนใจ “ข้าเอง”

บ่าวรับใช้ที่ขับรถม้าอยู่ด้านนอกหยุดรถทันที “คุณหนู…”

“ไม่มีอันใด ไปเถิด” เซี่ยเพ่ยหวนสั่งเบาๆ ก่อนจะมองลิ่นฉังเฟิงพร้อมกับเลิกคิ้ว เอ่ยว่า “ข้าได้ยินมาว่าคุณชายลิ่นทำอันใดไม่มีกฎเกณฑ์ แต่นึกไม่ถึงว่าจะถึงขั้นไม่สนใจอันใดเลยได้เพียงนี้”

สาวใช้ตัวน้อยที่ถูกปล่อยตัวไปแล้วขึงตามองลิ่นฉังเฟิงอย่างดุร้าย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ในฐานะสาวใช้ที่คอยติดตามเซี่ยเพ่ยหวน นางย่อมรู้ว่าคุณชายฉังเฟิงผู้นี้มีใจให้กับคุณหนูของนาง แต่การวิ่งขึ้นรถม้าของคนอื่นกลางทางแบบนี้ก็เป็นการเสียมารยาทจริงๆ!

ลิ่นฉังเฟิงจนใจ ยักไหล่พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอโทษ ข้าทำให้เจ้าตกใจหรือ”

เซี่ยเพ่ยหวนส่ายหน้าพลางมองเขา “คุณชายฉังเฟิงมีเรื่องอันใดหรือ”

ลิ่นฉังเฟิงมองนางด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าอยากจะไปสู่ขอเจ้ากับเซี่ยโหว ไม่ทราบว่าคุณหนูสามจะว่าอย่างไร”

เซี่ยเพ่ยหวนตกใจทันที นางหน้าแดงเล็กน้อยด้วยนึกไม่ถึงว่าลิ่นฉังเฟิงจะถามตรงไปตรงมาเช่นนี้ หลายวันมานี้ลิ่นฉังเฟิงมักจะไปที่บ้านตระกูลเซี่ยอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งเขาก็ฝากของมาให้นางผ่านพี่เจ็ด จึงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่รู้เรื่องนี้เลย และพี่เจ็ดก็ยอมรับของมาส่งต่อให้ด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความพี่เจ็ดก็คงจะชอบเขาพอสมควร เพียงแต่เซี่ยเพ่ยหวนไม่เข้าใจว่าลิ่นฉังเฟิงชอบนางที่ตรงไหน แม้ว่าจากความทรงจำของนาง นางจะเคยพบกับลิ่นฉังเฟิงมาแล้วสองสามครั้ง แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยได้เอ่ยคุยอันใดกันมากนัก จะมีก็แต่วันที่พบกันในสวนบ๊วยเพียงวันเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษนี่

การแต่งงานของเซี่ยเพ่ยหวนล่าช้ามาเป็นเวลานานแล้ว แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่ล่าช้าออกไปเป็นเวลานานก็มีสองทางที่จะทำได้ หนึ่งคือป่วยก็รีบไปหาหมอ คือหาคนที่พอจะใช้ได้แต่งไปอย่างรวดเร็ว อีกทางคือถึงอย่างไรมันก็ล่าช้าอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลสิ่งใด และเห็นได้ชัดว่าเซี่ยเพ่ยหวนเป็นแบบหลัง

แต่เมื่อลิ่นฉังเฟิงถามนางต่อหน้าอย่างจริงจังเช่นนี้แล้ว เซี่ยเพ่ยหวนก็ไม่อาจตอบอย่างขอไปทีได้อีก หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบเขาไปว่า “ข้าขอเวลาคิดหน่อย”

ลิ่นฉังเฟิงดีใจมาก “นานแค่ไหน” ตราบใดที่ไม่มีการปฏิเสธต่อหน้า เขาก็ยังมีความหวังไม่ใช่หรือ

เซี่ยเพ่ยหวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หลังจากงานฉลองวันพระบรมราชสมภพเถอะ”

ลิ่นฉังเฟิงพยักหน้า “ตกลง ข้าจะรอข่าวดีจากคุณหนูสาม ขอโทษที่ทำให้เจ้าตกใจ ข้าไปก่อนนะ” หลังจากเอ่ยอย่างนั้นแล้ว ลิ่นฉังเฟิงก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป แต่เขาก็หยุดชะงักอีกครั้งก่อนจะหันกลับมาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ถึงข้าจะไม่กล้าอวดโม้คุยโวว่าตัวเองว่าจะปฏิบัติต่อคุณหนูสามได้ดีกว่าที่เว่ยจวินมั่วทำให้แม่นางมั่ว แต่หากข้าโชคดีได้รับความรักจากคุณหนูสาม ลิ่นฉังเฟิงก็จะทุ่มเทให้เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่มีทางเปลี่ยนใจ” เขาเอ่ยจบก็พุ่งตัวออกจากรถม้าทันทีโดยไม่รอดูสีหน้าของเซี่ยเพ่ยหวน บังเอิญพอดีที่รถม้าเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสาย บนถนนที่ว่างเปล่านั้นมีลิ่นฉังเฟิงเพียงคนเดียวที่กำลังยืนใต้ชายคาเฝ้ามองรถม้าจากไป

ในรถม้า สาวใช้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ใครๆ ต่างก็เอ่ยว่าคุณชายฉังเฟิงทำอันใดตามอำเภอใจ นึกไม่ถึงว่าเขาจะถึงขนาด…” ใครบ้างที่จะไม่รู้ว่าฉู่อ๋องรักใคร่พระชายาฉู่อ๋องอย่างลึกซึ้ง ลิ่นฉังเฟิงสามารถให้คำมั่นเช่นนั้นได้ถือว่าเขามีความจริงใจมากทีเดียว

เซี่ยเพ่ยหวนหน้าแดงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นในดวงตาของนาง “เอาล่ะ ไม่ต้องเอ่ยแล้ว”

สาวใช้เอ่ย “คุณหนู อันที่จริงคุณชายฉังเฟิงก็ไม่เลวเลย ฮูหยินและคุณชายเจ็ดก็เอ่ยอย่างนี้เช่นกัน…”

“ข้ารู้” เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ยเบาๆ

…

“ตระกูลลิ่นกับตระกูลจู?”

ในห้องหนังสือของจวนฉู่อ๋อง หนานกงมั่วเงยหน้าขึ้นมองลิ่นฉังเฟิงที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยความประหลาดใจ สีหน้าของลิ่นฉังเฟิงเองก็ดูไม่ค่อยดีนัก เอ่ยเสียงต่ำ “ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่าฉินจื่อซวี่ล้อเล่นเสียอีก พอไปสืบด้วยตัวเองถึงได้รู้ เมื่อสองวันก่อนลิ่นฉังอวิ๋นเพิ่งได้ตำแหน่งเป็นอาจารย์ในกรมพิธีการ เขาเป็นคนกลางที่คอยติดต่อเชื่อมความสัมพันธ์ให้เจิ้งอ๋อง”

“แล้วเงื่อนไขเล่า” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “คงไม่ใช่เพียงเพราะคุณหนูลิ่นหกแต่งงานกับคุณชายใหญ่จูแค่นั้นหรอกกระมัง”

ลิ่นฉังเฟิงแค่นเสียงเยาะออกมาเบาๆ ทันทีก่อนจะเอ่ย “แน่นอนว่าตระกูลจูไม่ได้มีความสามารถมากเพียงนั้นหรอก บุตรชายคนโตของตระกูลจูยังว่างงานอยู่เลย พื้นฐานของตระกูลลิ่นนั้นดีกว่าตระกูลจู ลิ่นฉังอวิ๋นแอบยักยอกเงินหลวง แถมยังจัดการกิจการหลายอย่างของตระกูลลิ่น เขามีเงินทั้งหมดอย่างน้อยก็สองแสนตำลึง เจ้าว่าเขาเอาไปทำสิ่งใด”

หนานกงมั่วเข้าใจในทันที นางเท้าพนักแขนด้วยศอกข้างหนึ่งขณะใช้ความคิด “อิทธิพลของตระกูลลิ่นในจินหลิงนั้นไม่ใช่ธรรมดา หากพวกเขาทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเจิ้งอ๋องจริงๆ ก็รับประกันไม่ได้หรอกว่าตระกูลอื่นจะไม่สั่นคลอน แต่เท่าที่ข้าจำได้ก็คือนายท่านตระกูลลิ่นไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นนี่” หัวหน้าตระกูลลิ่นไม่ได้โง่ ที่เขาสนิทสนมใกล้ชิดกับตระกูลจูตอนนั้นก็เพราะเว่ยจวินมั่วเป็นเพียงหลานชายของเยี่ยนอ๋องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราชบัลลังก์ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะมองจากทางไหน เว่ยจวินมั่วก็มีข้อได้เปรียบมากกว่า แถมเขายังมีลิ่นฉังเฟิงผู้เป็นบุตรชายอยู่อีก แม้ว่าตระกูลลิ่นจะไม่สามารถเข้าข้างฉู่อ๋องได้ แต่พวกเขาแค่วางตัวเป็นกลางก็เพียงพอแล้วที่จะเอาตัวรอดได้

ลิ่นฉังเฟิงหลุบตาลงและเอ่ยเรียบๆ “ตาเฒ่าล้มป่วยนอนอยู่แต่บนเตียง ยังไม่หายดี”

“ถ้าอย่างนั้นก็น่าสนใจแล้ว” หนานกงมั่วยิ้ม นางเลิกคิ้วพลางเอ่ยถามลิ่นฉังเฟิง “ฉังเฟิง เจ้าคิดอย่างไร”

ฉังเฟิงหลุบตาลงและนิ่งเงียบ

หนานกงมั่วถอนหายใจ “หากเจ้าไม่สามารถปล่อยวางได้จริงๆ ก็กลับไปเถิด หากเจ้าไม่อยากเกี่ยวข้องอันใกกับพวกเขาจริงๆ ก็รีบเอาสินสอดของฮูหยินกลับมาและตัดขาดกับตระกูลลิ่นเสีย”

ลิ่นฉังเฟิงนิ่วหน้า “แม่นางมั่วก็คิดเหมือนกันกับฉินจื่อซวี่หรือ” ตระกูลลิ่นจะจบสิ้น

หนานกงมั่วเอ่ย “หลายวันมานี้เกรงว่าเชียนเหว่ยจะทนไม่ไหวอีกต่อไปและต้องการจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องการสอบพิเศษ หากมีอันใดเกิดขึ้น…และฝ่าบาทตัดใจทำอันใดบุตรชายของตนเองไม่ลงจริงๆ ก็ต้องหาที่ระบายและแพะรับบาปที่เหมาะสมก็มีอยู่มิใช่หรือ” ลิ่นฉังเฟิงเอ่ย “ตระกูลลิ่นไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้นหรอกกระมัง” หากต้องการเป็นที่ระบายก็ต้องมีความสามารถ ตระกูลใหญ่ในจินหลิงถูกอดีตฮ่องเต้กดขี่ปราบปรามอย่างรุนแรง แม้ว่าตอนที่เซียวเชียนเยี่ยขึ้นมามีอำนาจพวกเขาจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วงเวลาของเซียวเชียนเยี่ยก็สั้นเกินไปจนพวกเขายังไม่ทันได้สัมผัสตำแหน่งสูงๆ ที่ทรงอำนาจเลย

หนานกงมั่วยิ้มจางๆ “จะมีขุนนางในราชสำนักสักกี่คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลพวกนี้ ยิ่งไปกว่านั้น หากลิ่นฉังอวิ๋นเคลื่อนไหวมากเกินไป… ฉังเฟิง บางครั้งฝ่าบาทก็ไม่มีเหตุผล” ใครจะสนใจว่าเจ้าทำสิ่งใดลงไปจริงหรือไม่ ใครจะสนว่าเจ้าจะเป็นผู้ร้ายตัวการหรือไม่ ถ้าเจ้าขัดหูขัดตา เจ้าก็จะกลายเป็นไอ้สารเลวที่ยุแยงให้บุตรชายของข้าทำชั่ว! ประหารเจ้าได้ทันทีโดยไม่ถามไถ่!

ลิ่นฉังเฟิงพยักหน้าก่อนจะตอบรับเสียงต่ำ “ข้าเข้าใจแล้ว”

หนานกงมั่วมองเขาด้วยความรู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง “แต่ถ้าเจ้ากลับไปตระกูลลิ่นจริงๆ อีกสองปีข้างหน้าเจ้าก็คงอยู่ในจินหลิงต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จื่อซวี่ก็เหมือนกัน”

ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้วและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “รู้แล้ว ก็ตกลงกันมานานแล้วนี่ อีกสองสามปีก็ควรต้องออกไปฝึกแล้ว คุณชายเซี่ยเจ็ดเองก็อยากจะไปด้วย” หากเขากลับไปตระกูลลิ่นก็จะเท่ากับตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยต่างก็อยู่ฝ่ายเดียวกับฉู่อ๋อง ช่วงสั้นๆ ก็ยังไม่เป็นไร แต่นานๆ ไปก็ยากที่จะบอกได้ว่าฝ่าบาทและเหล่าขุนนางในราชสำนักจะคิดอย่างไร เช่นนั้นแล้วไม่สู้พวกเขาสามคนออกไปจะดีกว่า ด้านหนึ่งคือพวกเขายังหนุ่มแน่นจึงเป็นเวลาที่ควรได้ฝึกฝนตนเอง อีกด้านหนึ่งก็ยังสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของคนนอกและสร้างระยะห่างระหว่างสามตระกูลใหญ่และจวนฉู่อ๋องได้ด้วย

หนานกงมั่วอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางของเขา “จวินมั่วโชคดีที่มีเพื่อนอย่างเจ้า”

หากเป็นคนอื่นที่มีเพื่อนที่มีสถานะอย่างฉู่อ๋อง เกรงว่าพวกเขาคงแทบรอไม่ไหวที่จะอาศัยอำนาจบารมีไต่เต้าขึ้นไป

คุณชายฉังเฟิงยักไหล่และเอ่ยยิ้มๆ “ข้าโชคร้ายที่ต้องมาเจอเขา”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1209 คำสัญญาของลิ่นฉังเฟิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6285dc52fibkLeLk (1)
หนีชะตานางร้าย ไปเป็นเจ้าหญิงขนมหวาน
23/07/2022
M0l3ZdE
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
29/01/2025
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
06/06/2026
65d4753b8ff1a8001d619f2d
ปลายจวักครองใจ
01/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.