Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1216 ตัวตนคนลอบสังหาร

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1216 ตัวตนคนลอบสังหาร
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1216 ตัวตนคนลอบสังหาร

ยามดึก ฮ่องเต้ไท่ชูสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านตั้งแต่หน้าประตูวัง เรื่องการลอบสังหารแน่นอนว่ามีคนสืบหา ทว่าไม่จำเป็นต้องให้องค์ชายทั้งหลายคอยอยู่ทำเรื่องเหล่านี้ไม่หลับไม่นอน หากต้องทุ่มเทจัดการเองทุกเรื่อง ยังจะมีบริพารเหล่านั้นไว้ทำไมกันเล่า เงยหน้าขึ้นไปมองพระจันทร์ที่มีแสงสลัว ทั้งสองเดินเคียงข้างกันมุ่งหน้าไปยังจวนฉู่อ๋อง สองมือจับจูงกันเอาไว้ ระหว่างที่เดินกลับหนานกงมั่วหันกลับไปมองเว่ยจวินมั่วที่เงียบกริบมีความกดดันมากกว่าปกติ เลิกคิ้วพลางเอ่ย “ทำไมหรือ ยังคิดเรื่องลอบสังหารอยู่หรือ” เว่ยจวินมั่วหันกลับมามองนางเล็กน้อยก่อนจะส่ายศีรษะ หนานกงมั่วแปลกใจ “เช่นนั้นทำไมหรือ” เว่ยจวินมั่วมองพิจารณานางขึ้นลงไปหนึ่งรอบ เอ่ย “อู๋สยาร่ายรำ สวยมาก”

หนานกงมั่วพลันนึกขึ้นได้ เหมือนนางคุ้นๆ ว่า จำได้ว่าเคยรับปากใครบางคนว่าจะร่ายรำให้เขาดูเพียงผู้เดียวหรือไม่

“ท่านโกรธหรือ” หนานกงมั่วเหลือบตามองเขา บนใบหน้าหล่อเหลาไร้ข้อบกพร่องไม่มีอารมณ์ใดๆ เงียบไปชั่วครู่ เว่ยจวินมั่วจึงเอ่ย “เปล่า”

“ไม่เหมือนเลย” หนานหันกลับมามองสบตากับเขา กะพริบตายิ้มพลางเอ่ย “ก็ได้ ผิดคำพูดกับท่านเป็นข้าที่ทำไม่ถูก ท่านจะโกรธก็ได้”

เว่ยจวินมั่วส่งเสียงในลำคอ ดวงตาสีม่วงอ่อนโยน “เปล่า ข้าเพียงไม่ชอบใจที่ผู้คนมากมายได้เห็นการท่วงท่าร่ายรำของอู๋สยา” หนานกงมั่วขยับเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของเขา ยกยิ้ม “ท่านอย่าคิดว่าข้าเก่งกาจมากนัก คนส่วนใหญ่ต่างก็ดูองค์หญิงหลิงเซียงกระมัง นางต่างหากที่ร่ายรำได้เยี่ยมยอด อย่างเรานับว่าไปปะปนด้วยก็เท่านั้น มีแต่ท่านที่เห็นว่ามีค่า ฉู่อ๋อง สายตาของท่านไม่ดีหรือ”

เว่ยจวินมั่วโอบนางเอาไว้ “วันนี้ลูกน้องต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกัน ฉู่อ๋องถึงจะไม่มีอันใดดี สายตาก็ยังดีที่สุด”

หนานกงมั่วกลั้นยิ้ม กะพริบตาเอ่ย “ก็ได้ ต่อให้ท่านสายตาไม่ดีข้าก็ไม่รังเกียจท่าน อย่างไร รังเกียจสายตาของท่านก็เหมือนรังเกียจตนเองใช่หรือไม่ ข้าเป็นคนหยิ่งยโส” ดวงตาสีม่วงคมลึกของเว่ยจวินมั่วปรากฏรอยยิ้มออกมา หนานกงมั่วขยับตัวออกมาจากอ้อมแขนของเขา กอดคอเขาเอาไว้จากด้านหลัง หากเป็นคนทั่วไปทำท่าทางเช่นนี้ ต่อให้ไม่ตายตรงนั้นเกรงว่าชีวิตคงสูญหายไปกว่าครึ่ง ทว่าเว่ยจวินมั่วกลับเอื้อมมือกลับมาประคองร่างของนางเอาไว้ ปล่อยให้นางขึ้นเกาะอยู่บนหลังของตน

“วันนี้ยุ่งสักหน่อย เหนื่อยจังเลย” หนานกงมั่วบ่น

“เช่นนั้นก็อย่าขยับ ข้าจะแบกเจ้ากลับไป” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ สองมือประคองร่างของหนานกงมั่วที่อยู่บนหลัง เดินไม่เร็วไม่ช้ามุ่งหน้าไปยังจวนฉู่อ๋อง ถนนกว้างด้านหลังกลับไม่มีใครแม้เพียงคนเดียว เหลือเอาไว้เพียงสองเงาจางๆ

ในมุมมืด องครักษ์สายลับมองสองคนที่อยู่บนถนนที่ว่างเปล่า ต่างฝ่ายต่างหันมาสบตากัน ลืมเลือนเรื่องรถม้าไปแล้ว อย่างไรจวนฉู่อ๋องก็อยู่ไม่ไกลจากวังหลวง คงไม่ต้องเข้าไปรบกวนอย่างนี้แล้วกระมัง

ความสัมพันธ์ของท่านอ๋องและพระชายา ช่างดีมากจริงๆ

เช้าวันต่อมา ในยามที่หนานกงมั่วลืมตาฟ้าด้านนอกยังไม่สว่าง เว่ยจวินมั่วลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาแล้ว สาวใช้ไม่กี่คนด้านข้างกำลังยืนถือน้ำอุ่นผ้าขนหนูรออยู่อย่างนอบน้อม ทว่าไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปปรนนิบัติอย่างเช่นครอบครัวผู้มีอำนาจทั่วไป อยู่ปรนนิบัติข้างกายท่านอ๋องและพระชายามาสักระยะพวกนางก็เข้าใจแล้ว หากกระตือรือร้นเข้าไปปรนนิบัติในยามนี้ ไม่เพียงไม่ได้รับรางวัลซ้ำอาจถูกไล่ออกไปด้วย จวนฉู่อ๋อง โดยเฉพาะข้างกายท่านอ๋องไม่ต้องการสาวใช้ประจบประแจง ต้องการเพียงสาวใช้ที่ปฏิบัติตามหน้าที่

ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางที่คนอื่นทั่วไปเรียกได้ว่าสะสวย เมื่ออยู่ต่อหน้าพระชายาแล้วจะนับประสาอันใด แม้แต่ผู้ดูแลชวีที่อยู่ข้างกายพระชายาและพี่สาวหลายคนที่เคยรับใช้พระชายามาก่อนยังไม่อาจเทียบได้ มิสู้ตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างสงบ จวนฉู่อ๋องนั้นมีเมตตาต่อบ่าวรับใช้ยิ่งนัก

หนานกงมั่วลุกขึ้นนั่งหาวเบาๆ หนึ่งครั้ง เว่ยจวินมั่วล้างหน้าล้างตาเสร็จจึงเดินกลับมานั่งลงที่ขอบเตียงยื่นมือไปดึงผ้าห่มที่ไหลลงจากหัวไหล่กลับขึ้นมา “หากยังรู้สึกเหนื่อยก็นอนต่ออีกสักหน่อยเถิด”

หนานกงมั่วกลอกตาให้เขา เพราะใครกันเล่า

ด้านหลัง สาวใช้เข้ามาม้วนมวยผมให้เว่ยจวินมั่ว หนานกงมั่วพิงเตียงมอง พร้อมเอ่ยถามอย่างเกียจคร้าน “วันนี้เช้าเพียงนี้ จะเข้าราชสำนักหรือ”

เว่ยจวินมั่วส่ายศีรษะ “สองวันนี้ไม่ต้องเข้าราชสำนัก แต่เรื่องการลอบสังหารเมื่อคืนคิดว่าเสด็จพ่อคงถามถึง พรุ่งนี้ก็เป็นวันฉลองบรมราชสมภพแล้ว สองวันนี้คงยุ่งสักหน่อย”

หนานกงมั่วส่งเสียงหยัน “เมื่อใดที่ท่านไม่ยุ่งบ้าง”

เว่ยจวินมั่วไม่เอ่ยวาจา นับตั้งแต่เสด็จพ่อขึ้นครองราชย์เขาก็ยุ่งมาโดยตลอด ความจริงหนานกงมั่วเพียงบ่นไปเท่านั้น พวกเขาอายุยังน้อยไม่ทำอันใดให้มากเอาแต่อยู่ด้วยกันทุกวันอย่างนั้นหรือ ต่อให้เว่ยจวินมั่วรับได้เกรงว่านางคงไม่อาจรับไหว

“จริงสิ เมื่อคืนทิ้งน้องสะใภ้สามกับเหยียนเอ๋อร์ไว้ที่นั่น พวกนางไม่เป็นไรใช่หรือไม่” หนานกงมั่วนึกขึ้นมาได้ รู้สึกผิดเล็กน้อย

เว่ยจวินมั่วไม่สนใจ “หากมีเรื่องคงให้คนมารายงานตั้งนานแล้ว” ยามนี้ยังไม่มีข่าวอันใดส่งมา คิดว่าคงกลับไปอย่างปลอดภัย หนานกงมั่วพยักหน้า “ก็จริง องค์หญิงหลิงเซียงและองค์หญิงตงจูต่างมีฝีมือ คิดว่าคงไม่มีเรื่องอันใดได้” เว่ยจวินมั่วเอ่ยถาม “เซ่าฟั่งคนเมื่อคืน เป็นผู้เข้าสอบขุนนางในปีนี้หรือ”

หนานกงมั่วพยักหน้า พลันมีชีวิตชีวาขึ้นมา “เซ่าฟั่งเป็นผู้เข้าสอบขุนนางที่กำลังเป็นที่ต้องการเลย คนมีชื่อเสียงมีความสามารถแห่งชวีโจว ข้าหยั่งเชิงเขาไปหลายครั้ง นิสัยไม่เลว เหมาะจะเป็นข้าราชการ แต่ความสามารถเป็นอย่างไรยังต้องรอดูอีก” อย่างน้อยดูนิสัย คนผู้นี้ดีกว่าเจี่ยงจื้อเฉิงผู้มีความสามารถแห่งหลิงโจวผู้นั้นหลายเท่า

เว่ยจวินมั่วพยักหน้า บ่งบอกว่าจดจำเอาไว้แล้ว

หนานกงมั่วเอ่ย “เพียงแต่ คนผู้นี้ดูเหมือนจะมีบุญคุณความแค้นบางอย่างกับตระกูลจ้าว”

“ตระกูลจ้าวหรือ” จินหลิงมีตระกูลแซ่จ้าวไม่น้อย สิบตระกูลใหญ่ในจินหลิงเองก็มีตระกูลจ้าวอยู่ ดังนั้นเว่ยจวินมั่วจึงไม่รู้ว่านางหมายถึงตระกูลจ้าวใด

หนานกงมั่วโบกมือ “ไม่เกี่ยวกับตระกูลจ้าวนั่น ตระกูลจ้าวของใต้เท้าจ้าวเฟิ่งเจิ้งต้าฟูพระชายารองคนใหม่ของเซียวเหว่ย”

เว่ยจวินมั่วครุ่นคิด “เดี๋ยวข้าให้คนไปสืบดู” หนานกงมั่วรับคำสั่งให้ตรวจสอบการสอบในปีนี้เขาเองก็รู้ ในเมื่อเซ่าฟั่งผู้นี้ทำให้นางชื่นชมได้เพียงนี้ เห็นได้ว่าคงเป็นคนมีความสามารถ ยามนี้ราชสำนักกำลังเติมเลือดใหม่ๆ เข้าไป ที่สำคัญก็คือไม่ได้อยู่ฝั่งใดเป็นบุคคลที่มีความจงรักภักดีต่อฝ่าบาทโดยสิ้นเชิง แน่นอนว่าต้องไปสืบพื้นเพของเซ่าฟั่งก่อน

หนานกงมั่วเอ่ย “ท่านไม่ต้องหรอก ข้าส่งคนไปสืบก็พอแล้ว”

เว่ยจวินมั่วเองไม่สนใจ พยักหน้าพลางเอ่ย “ก็ดีเหมือนกัน”

โบกมือให้สาวใช้ที่มวยผมให้ตนเสร็จแล้วออกไป เว่ยจวินมั่วจึงลุกขึ้นเอ่ย “ข้าจะเข้าวังก่อนแล้ว เจ้าพักผ่อนอีกสักนิดเถิด”

หนานกงมั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กระดิกนิ้วเรียกเขา ดวงตาสีม่วงของเว่ยจวินมั่วจมลึก โน้มตัวลงไปตรงหน้านาง “ยังมีอันใดอีกหรือ”

หนานกงมั่วยื่นแขนออกมาคล้องคอของเขา เงยหน้าขึ้นไปประทับจูบให้เขาเบาๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อย่าเหนื่อยจนเกินไปเล่า”

เว่ยจวินมั่วหรี่ตา “อู๋สยา…” หนานกงมั่วหัวเราะ คลายผ้าห่มออกมุดเข้าไปในเตียงนุ่ม โบกมือให้เขาด้วยรอยยิ้มหวาน “รีบไปเถิด อย่าให้เสด็จพ่อต้องรอนาน” คุณชายเว่ยเงียบไปนาน ในที่สุดก็ยืดตัวขึ้นและเดินออกไป

ท่าทีของเจ้านายทั้งสองฝั่งนี้แน่นอนว่าไม่อาจปิดบังต่อสายตาของสาวใช้ได้ ทุกคนรีบก้มหน้าไม่กล้ามองอีก รอจนเว่ยจวินมั่วเดินออกไป หนานกงมั่วนอนอยู่บนเตียงอย่างมีความสุขอยู่ชั่วครู่จึงลุกขึ้นมาเชื่องช้า

“พระชายา ยังเช้าอยู่จะนอนต่ออีกสักหน่อยหรือไม่เพคะ” สาวใช้ก้าวขึ้นมา เอ่ยนอบน้อม

หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “ช่างเถิด ตื่นแล้วก็ลุกเถิด วันนี้ยังมีเรื่องอีกไม่น้อย”

“เพคะ พระชายา”

เป็นเช่นนั้น นางจึงได้รับการปรนนิบัติยามตื่นนอนจากสาวใช้ เพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จก็มีบ่าวรับใช้เข้ามารายงาน “ผู้ดูแลชวี หัวหน้าซิงเวย อีกทั้งใต้เท้าฉินจากเขตอิ้งเทียน แม่ทัพหนานกงกองปัญจทิศคุ้มกันเมืองมาขอเข้าพบเพคะ” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว ตกใจเล็กน้อย “ไยจึงมาพร้อมกันได้เล่า ให้พวกเขามาที่ห้องหนังสือเถิด”

เมื่อเข้ามาในห้องหนังสือ ทุกคนมานั่งรอดื่มชาไปพลางอยู่ก่อนแล้ว เห็นหนานกงมั่วเข้ามาจึงรีบลุกขึ้นแสดงความเคารพ

“ช่างเถิด ไม่ต้องมากพิธี” หนานกงมั่วมองไปยังหนานกงชวี่ด้วยรอยยิ้ม เอ่ย “พี่ใหญ่ ไยท่านจึงมาแต่เช้าเพียงนี้” หนานกงชวี่รับผิดชอบกองปัญจทิศคุ้มกันเมือง ยามนี้เมืองจินหลิงยังมีเรื่องมากมาย อีกทั้งงานแต่งก็ใกล้เข้ามาแล้วยังต้องจัดเตรียม นอกจากเมื่อวานที่เจอกันแม้แต่คุยยังไม่ได้คุยแม้เพียงครึ่งประโยค หนานกงมั่วก็แทบไม่ได้เจอกับหนานกงชวี่

“อีกทั้งใต้เท้าฉิน ท่านเป็นผู้ว่าการเขตอิ้งเทียน ยังวิ่งมาหาข้าที่นี่อีกหรือ จวินมั่วเข้าวังไปแล้ว” หนานกงมั่วเอ่ย

ฉินจื่อซวี่รอยยิ้มอบอุ่น “พระชายาอาจจะยังไม่รู้ เรื่องการลอบสังหาร…ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เขตอิ้งเทียนและกองปัญจทิศจัดการ เอ่อ…ฉู่อ๋องและองค์ชายทั้งหลายคงยุ่งมากในสองวันนี้ ดังนั้น ฝ่าบาทบอกว่าเรื่องนี้คงต้องรบกวนพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”

หนานกงมั่วจนคำพูด นางเป็นเพียงลูกสะใภ้ไม่ใช่บุตรชายนะ ฮ่องเต้ยังจำได้หรือไม่ว่าอดีตฮ่องเต้มีรับสั่งไม่ให้วังหลังเข้ามายุ่งเรื่องการปกครอง แน่นอนว่านางไม่ใช่วังหลัง แต่อย่างไรก็ยังเป็นเรือนหลังกระมัง

“ข้า…” หนานกงมั่วครุ่นคิดจะใช้คำใดมาปฏิเสธงานที่ไม่ได้เงินจากฮ่องเต้ให้ดูประนีประนอม

ฉินจื่อซวี่เอ่ยอย่างมีความสุข “ฝ่าบาทตรัสว่าช่วงหลายวันนี้คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว รอการสอบขุนนางเสร็จสิ้นจะให้วันหยุดกับฉู่อ๋อง อีกทั้งพระราชทานของล้ำค่าจากแคว้นต่างๆ พระชายามีเวลาก็ไปเลือกจากพระคลังในวังไปเล่นสักสิบชิ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“…” เสด็จพ่อช่างรู้วิธีใช้คน หนานกงมั่วเองก็รู้จักตอบรับเมื่อเห็นความดีงาม อย่างไรในยุคสมัยนี้ความกตัญญูนั้นยิ่งใหญ่คับฟ้า ต่อให้ฮ่องเต้จะใช้งานลูกสะใภ้โดยไม่ให้เงินสักตำลึง นางก็ต้องทำอย่างว่าง่าย พยักหน้าเบาๆ พระชายาฉู่อ๋องจึงเอ่ยราวกับจิตใจกว้างดั่งหุบเขา “เสด็จพ่อเชื่อใจ นับว่าเป็นวาสนาของข้า แน่นอนว่าข้าต้องทำอย่างสุดกำลัง”

เอ่ยเรื่องทั่วไปจบแล้ว ก็เข้าสู่หัวข้อสำคัญ

หนานกงมั่วเอ่ยถาม “เรื่องเมื่อคืน มีเบาะแสอันใดแล้วหรือ”

หนานกงชวี่ขมวดคิ้ว เอ่ย “มือสังหารที่ถูกจับได้เมื่อคืนส่วนใหญ่ฆ่าตัวตายแล้ว เหลือคนที่ยังรอดชีวิตอยู่เพียงไม่กี่คน และยังไม่อาจถามอันใดออกมาได้”

“คนจงหยวนหรือ”

หนานกงชวี่ส่ายศีรษะ “ไม่ คนเป่ยหยวน”

คนเป่ยหยวนหรือ หนานกงมั่วหัวใจกระตุก มีคนเป่ยหยวนมากมายบุกเข้าจินหลิงได้เงียบเชียบเพียงนี้เลยหรือ เอ่ยเช่นนี้ สายลับที่กงอวี้เฉินวางเอาไว้ยังกำจัดไม่หมดหรือ หรือว่า มีคนร่วมมือกับเป่ยหยวน ต่อให้เป็นแบบใดหนานกงมั่วก็ไม่รู้สึกแปลกใจ ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ไม่เคยขาดคนกินข้างในคายข้างนอก[1] นางเชื่อว่าอย่างหลังมีความเป็นไปได้มากกว่า ต่อให้กงอวี้เฉินยังมีสายลับเหลืออยู่ ตอนนี้เขาน่าจะไม่มีเวลาสนใจจินหลิงถึงจะถูก

“เขตอิ้งเทียนเล่า” หนานกงมั่วเอ่ยถาม

ฉินจื่อซวี่เอ่ย “เจ้าหน้าที่เขตอิ้งเทียนสืบเจอที่พักสองแห่งในจินหลิงของอีกฝ่าย แต่ส่งคนไปตรวจสอบกลับว่างเปล่า ตอนนี้กำลังส่งคนไปตรวจสอบผู้คนโดยรอบ ดูว่าจะถามถึงผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้ในช่วงนี้หรือไม่” หนานกงมั่วพยักหน้า ก็ยังไม่มีเบาะแสเช่นเดิม

จะจับมือสังหารเหล่านั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ยากจะดึงผู้อยู่เบื้องหลังออกมาได้

หนานกงมั่วหันมาหาซิงเวย เอ่ยถาม “ซิงเวย คนพวกนี้มีที่มาอย่างไร เกี่ยวข้องกับกงอวี้เฉินหรือไม่”

ซิงเวยส่ายศีรษะ “คนเหล่านี้มีฝีมือการยิงธนูยอดเยี่ยม มีมือสังหารบางส่วนเป็นคนจงหยวน แต่วรยุทธ์ซับซ้อน ยากจะเทียบกับการฝึกฝนหรือสำนักมือสังหาร น่าจะไม่เกี่ยวกับสำนักหอธาราพ่ะย่ะค่ะ แต่จะเกี่ยวกับกงอวี้เฉินหรือไม่…” ชวีเหลียนซิงเอ่ยขึ้น “น่าจะเกี่ยวข้องกับกงอวี้เฉินไม่มากนัก เมื่อเช้าจื่อเยียนส่งข่าวมา ยามนี้กงอวี้เฉินกำลังยุ่งกับการต่อสู้กับฮ่องเต้เป่ยหยวน คงไม่มีเวลามายุ่งเรื่องในจงหยวน อีกทั้งหากเป็นกงอวี้เฉิน แผนการน่าจะลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่านี้เพคะ”

หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ย “ฝั่งจื่อเยียนยังไม่มีข่าวอันใดหรือ”

ชวีเหลียนซิงเอ่ย “จื่อเยียนบอกว่าช่วงนี้มีจอมยุทธ์จากยุทธภพเข้ามาในเมืองจินหลิงมากมาย นางส่งคนไปจับตามอง เพียงแต่ยามนี้ทุกคนทุกอาชีพต่างก็มุ่งหน้ามายังจินหลิง คนให้ใช้งานได้ไม่เพียงพอ นางเองก็ไม่อาจสืบได้ว่าคนเหล่านี้คิดจะทำอันใด จอมยุทธ์ส่วนใหญ่ก็เกรงกลัวต่ออำนาจของฝ่าบาท คล้ายกับไม่ได้มีแผนจะทำอันใด แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังมียอดฝีมือที่ไม่เปิดเผยตัวตนเข้ามาในจิงหลิงหรือไม่เพคะ”

หนานกงมั่วขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกกับข่าวนี้เล็กน้อย ครุ่นคิดพลางเอ่ย “บอกจื่อเยียน ต้องสืบให้ได้ว่าจอมยุทธ์เหล่านี้เข้ามาทำไม หากไม่มีแผนร้ายจะดีที่สุด มิเช่นนั้น…” ยุทธภพในจงหยวนเกรงว่าคงได้หายไปนับสิบปีร้อยปีโดยไม่อาจเลี่ยงได้

ชวีเหลียนซิงพยักหน้าตอบรับ

ฉินจื่อซวี่ขมวดคิ้ว “คนในยุทธภพหรือ” ฉินจื่อซวี่เกิดในตระกูลขุนนาง แม้จะรู้จักจอมยุทธ์ในยุทธภพอย่างคุณชายเสียนเกอประเภทนี้ แต่ไม่ว่าด้วยชาติกำเนิดหรือมุมมองในจุดยืนของเขา ต่างก็ทำให้เขาไม่อาจชื่นชอบคนในยุทธภพได้ มีหนึ่งประโยคมิใช่หรือ จอมยุทธ์ใช้วรยุทธ์ทำความผิด ไม่มีเจ้าหน้าที่มากนักที่จะชื่นชอบจอมยุทธ์ที่ลอยไปลอยมาเหล่านั้น

หนานกงชวี่เองก็ขมวดคิ้วตาม มองไปยังหนานกงมั่ว เอ่ยถาม “ต้องเพิ่มกำลังด่านตรวจเข้าเมืองหรือไม่” กักจอมยุทธ์เหล่านี้ไว้นอกเมือง

หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “พี่ใหญ่ท่านไม่เข้าใจคนในยุทธภพ คนเหล่านี้มีนิสัยดื้อดึงไม่ชอบถูกบังคับ หากท่านตั้งใจกลั่นแกล้งไม่แน่ว่าเดิมไม่มีจุดประสงค์ร้ายอาจจะเริ่มเป็นศัตรูกับท่านขึ้นมาก็ได้ อยู่ในยุทธภพ คนไม่กลัวตายก็มีไม่น้อย นอกจากนี้…ยอดฝีมือจริงๆ เจ้าหน้าที่ประจำด่านไม่กี่คนใช่ว่าจะขวางเอาไว้ได้ ควรเข้ามาก็ให้เข้ามา วันฉลองบรมราชสมภพเดิมทีก็เป็นวันเฉลิมฉลอง หากมีการฆ่าฟัน เช่นนั้นก็น่าเบื่อแล้ว เกรงว่ายิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกขบขัน”

ฉินจื่อซวี่รู้สึกปวดหัว “แต่หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นในวันฉลองพระบรมราชสมภพ…”

หนานกงมั่วเองก็จนปัญญา “ดังนั้น การคุ้มกันในวันพระบรมราชสมภพยิ่งต้องสำคัญ พี่ใหญ่ เรื่องนี้ยังต้องหารือกับผู้บัญชาการฝ่ายใน ส่วนของพวกเรา หากจับผู้อยู่เบื้องหลังได้ก่อนงานพิธี แน่นอนว่าจะเป็นการดีที่สุด”

“เป็นไปได้หรือ” ฉินจื่อซวี่สงสัย พรุ่งนี้ตอนเย็นก็เป็นวันฉลองพระบรมราชสมภพแล้ว

หนานกงมั่วยิ้ม เป็นไปไม่ได้ก็ต้องเป็นไปให้ได้สิ

[1] กินข้างในคายข้างนอก เป็นสำนวน คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า เกลือเป็นหนอน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1216 ตัวตนคนลอบสังหาร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
06/06/2026
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
06/06/2026
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.