หมอหญิงยอดมือสังหาร - ต้นเถาเยาเยา 10
ต้นเถาเยาเยา 10
แม้ว่าอำนาจของขององค์รัชทายาทต้าเซี่ยไม่นับว่ามากในเขตนอกกำแพง แต่ก็ไม่นับว่าน้อย เยาเยาอยากตามหาจวินหนานเยี่ยนไม่ใช่เรื่องยากอันใด
หลังจากโหวอวี้ชิวจับตัวจวินหนานเยี่ยนได้แล้วก็ไม่ได้อยู่ที่บริเวณเมืองจูเชวี่ยต่อ ทว่ามุ่งหน้าตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หากเข้าไปในเขตกำแพงละก็พวกเขาคงถูกคนตระกูลจวินล้อมเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว และต่อให้อยู่ในเขตทุ่งหญ้า แม้ว่าเขตทุ่งหญ้าจะกว้างขวางแต่หลายปีมานี้ส่วนใหญ่จวินฉิงเทียนมาพักอาศัยอยู่นอกเขตกำแพง ยากจะบอกได้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับชนเผ่าเหล่านี้เป็นเยี่ยงไร ไม่ปลอดภัยอยู่ดี ดังนั้นโหวอวี้ชิวจึงเดินทางมุ่งหน้าไปตามตะวันตกโดยไม่ลังเล ออกมาจากเขตของหว่าหลาและชนเผ่าทางเป่ยหยวน ต่อให้เมืองจูเฉิงจะมีอำนาจไม่ว่าจะเป็นทางเหนือของต้าเซี่ยหรือในยุทธภพ ก็ไม่อาจยื่นมือออกมาได้ไกลเพียงนี้
ยามนี้โหวอวี้ชิวนั้นบ้าคลั่งหากเขาได้เคล็ดวิชาของตระกูลจวินมาได้อย่างราบรื่น เขาก็ไม่ต้องเร่ร่อนไร้บ้านเช่นนี้อีกแล้ว ปัญหาก็คือเขาถูกเจ้าเด็กจวินหนานเยี่ยนนั่นหลอกแล้ว ในมือของเด็กหนุ่มไม่มีเคล็ดวิชาด้วยซ้ำ อีกทั้งร่างกายของเด็กคนนั้นยังอ่อนแอและปากแข็ง ต่อให้อยากทุบตีหนักๆ ก็ยังต้องระวังไม่ให้เขาตาย
“เจ้าสำนัก”
โหวอวี้ชิวกำลังเดินไปมาด้วยความหงุดหงิดอยู่นอกกระโจม ลูกน้องคนหนึ่งก็เดินออกมาเอ่ยเรียกอย่างนอบน้อม
โหวอวี้ชิวเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรแล้ว”
คนผู้นั้นส่ายศีรษะ “เขายังปฏิเสธ อีกทั้ง…พิษหนาวของเขาดูเหมือนจะกำเริบแล้ว ครั้งนี้เกรงว่าพวกเราคงไม่อาจกดเอาไว้ได้”
สีหน้าของโหวอวี้ชิวทะมึนขึ้นอีกครั้ง หากบุตรชายของจวินฉิงเทียนตายไปเยี่ยงนี้แล้ว จวินฉิงเทียนต้องตามหาเขาจนสุดชีวิตอย่างแน่นอน หากได้เคล็ดวิชามา มีเรื่องกับจวินฉิงเทียนศัตรูที่แข็งแกร่งก็ช่างเถิด อย่างมากก็ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาสักไม่กี่ปี ปัญหาคือเขาไม่ได้สิ่งใดเลยแม้เพียงอย่างเดียว ยังมีศัตรูที่แข็งแกร่งอีก ครั้งนี้ไม่อาจสะบัดทิ้งได้ง่ายๆ อย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว อย่างน้อยครั้งนี้เขามั่นใจได้ว่าจวินฉิงเทียนไม่มีทางเห็นแก่หน้าซ่งเหลียนโยวปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
โหวอวี้ชิวสูดหายใจเข้าลึก เอ่ย “ไม่ต้องสนใจเจ้าเด็กนั่นแล้ว พรุ่งนี้เราจะหนีไปจากที่นี่แต่เช้า”
ลูกน้องตกใจ เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “เราจะหนีกลับไปเยี่ยงนี้หรือขอรับ”
“กลับไปอันใด” โหวอวี้ชิวเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “พวกเราจะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกต่อ อีกสองปีค่อยกลับมา”
ลูกน้องลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ยเสียงเบา “ไยเจ้าสำนักจึงทำเช่นนี้เล่าขอรับ หากพวกเราไปอย่างนี้ ต่อให้อีกสองปีเราค่อยกลับมาจวินฉิงเทียนก็อาจไม่ปล่อยพวกเรา”
“เช่นนั้นเจ้าบอกมา ควรทำเยี่ยงไร”
ลูกน้องมองไปรอบๆ เอ่ยกระซิบ “จวินฉิงเทียนเก่งกาจเพียงใดอย่างไรก็มนุษย์ผู้หนึ่งเท่านั้น จอมยุทธ์ในยุทธภพที่ร้ายกาจกว่าเขาก็ใช่ว่าจะไม่มี ไยเจ้าสำนึกจึงไม่…ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายของเขาอยู่ในกำมือของเรา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เขาก็ไม่กล้าเดิมพันอย่างแน่นอน”
โหวอวี้ชิวเลิกคิ้ว ใบหน้าพึงพอใจและดุร้ายขึ้นมา “เจ้าเอ่ยไม่ผิด ก่อนหน้านี้เพราะข้าคิดน้อยไปแล้ว เอาตามนี้เถิด”
ภายในกระโจม ซ่งเหลียนโยวมองจวินหนานเยี่ยนที่ใบหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงด้วยความกังวล ยื่นมือออกไปคล้ายจะสัมผัสเขา ทว่ากลับดึงกลับมาราวกับเกรงกลัว
“เยี่ยนเอ๋อร์ เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าดีขึ้นหรือไม่”
ดวงตาของจวินหนานเยี่ยนราบเรียบ ดวงตาของเขาราวกับไร้สติและไม่ได้มองมาที่ซ่งเหลียนโยว ซ่งเหลียนโยวร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างอดไม่ได้ ใบหน้าของจวินหนานเยี่ยนนั้นเรียบนิ่ง หากคนคนหนึ่งถูกมารดาทำให้กลายเป็นเช่นนี้ คงยากแล้วที่จะรู้สึกซาบซึ้งต่อมารดาผู้ให้กำเนิด
แม่นางเฉิงคงจะไม่เป็นไรแล้วกระมัง ยังไม่ทันได้ถามนาง ว่านางมีนามว่าอันใด
จวินหนานเยี่ยนไม่ใช่คนโง่ แน่นอนรู้ว่าชื่อเฉิงเสี่ยวเยานี้อาจารย์ของเขาเพียงเรียกไปเท่านั้น อย่างน้อยนางก็คงไม่ได้แซ่เฉิง ทุกครั้งที่เรียกนางว่าแม่นางเฉิง ดูเหมือนเป็นการเรียกคนอื่นอย่างไรอย่างนั้น
น่าเสียดาย เขาคงไม่อาจอยู่ได้ถึงตอนนั้นแล้ว ยังมีท่านพ่อ รอเขากลับมาจากเมืองหลวงทว่าพบว่าตนไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะเสียใจเพียงใด
ในตอนที่ความคิดของจวินหนานเยี่ยนไม่หยุดนิ่ง โหวอวี้ชิวพลันเหาะเข้ามาจากด้านนอก เอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยวและร้อนรน “เจ้าเด็กบ้า เจ้าช่างร้ายกาจนัก”
จวินหนานเยี่ยนขมวดคิ้วเบาๆ ทว่าไม่เอ่ยปาก คนของเมืองจูเชวี่ยมาแล้วหรือ เป็นไปไม่ได้…ต่อให้ข่าวไปถึงในด่านกำแพงแล้วก็ไม่มีทางมาถึงได้เร็วเพียงนี้ เช่นนั้น…โหวอวี้ชิวเป็นอันใดกัน
“เจ้าลิงชั่ว เจ้าออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้” ด้านนอกมีเสียงใสของเยาเยาดังขึ้น โหวอวี้ชิวส่งเสียงหยัน คว้าจวินหนานเยี่ยนขึ้นมาพร้อมลอยตัวออกไป เมื่อออกมาจากกระโจมจึงเห็นว่าพวกเขาถูกคนล้อมเอาไว้แล้ว คนที่ล้อมพวกเขาเอาไว้ล้วนแล้วแต่อยู่บนหลังม้า มือถือคันศร อยู่ในชุดสีน้ำตาลเข้ม เพียงมองก็รู้ว่าจอมยุทธ์ธรรมดาไม่อาจเทียบได้
ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้ กลับเป็นเด็กสาวงดงามอยู่ในเสื้อคลุมสีขาว นั่งหลังตรงเด่นสง่าอยู่บนหลังม้า มองต่ำลงมายังโหวอวี้ชิวที่เพิ่งออกมาจากกระโจม
“เจ้าลิงบ้า ข้าขอสั่งเจ้า ปล่อยตัวจวินหนานเยี่ยน”
โหวอวี้ชิวเอ่ยเสียงเย็น มือข้างหนึ่งคว้าเข้าที่ลำคอของจวินหนานเยี่ยน “เด็กบ้า เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งข้า”
เพียงแต่เด็กสาวกลับไม่ยำเกรงอย่างที่เขาคาดเอาไว้ นางยกมือขึ้นเปิดผ้าขาวบางที่ปิดบังใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเล็กสวย เพียงแต่ยามนี้ใบหน้านั้นมีความเย็นชาหลายส่วน “ข่มขู่ข้า ก็ไม่ดูว่าเจ้าคู่ควรหรือไม่ หากเจ้ากล้าแตะต้องเขาแม้เพียงปลายเส้นขน ข้าจะยิงเจ้าให้กลายเป็นเม่นไปเสีย”
โหวอวี้ชิวเอ่ย “หากเจ้าไม่สนใจชีวิตของเขา ยังจะกลับมาช่วยเขาทำไมกัน”
เยาเยายิ้มตาหยี เอ่ย “เขาช่วยชีวิตข้า แต่ว่า…ชีวิตของเขาเป็นของเขา ชีวิตของเจ้าไม่รู้เป็นของผู้ใด”
แน่นอนว่าโหวอวี้ชิวเข้าใจความหมายของเยาเยา ชีวิตของจวินหนานเยี่ยนต่อให้สำคัญเพียงใดก็เป็นชีวิตของจวินหนานเยี่ยนไม่ใช่ของนาง แต่ชีวิตของโหวอวี้ชิวกลับเป็นของเขาเอง สิ่งไหนสำคัญกว่า เพียงมองก็รู้ได้
โหวอวี้ชิวกัดฟัน เอ่ยด้วยความโกรธ “เจ้าเป็นใครกันแน่ ไยจึงเอาแต่เป็นศัตรูกับข้า”
เยาเยาเอ่ย “เจ้าคิดให้ดี เป็นเจ้าที่ทำตัวเป็นศัตรูกับข้าหรือไม่ ส่วนตัวตนของข้า เอ่ยออกมาแล้วข้ากลัวว่าเจ้าจะตกใจตายน่ะสิ ตอนนี้ข้าให้โอกาสเจ้าหนึ่งครั้ง ปล่อยจวินหนานเยี่ยนแล้วคุยกันดีๆ”
โหวอวี้ชิวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น “ปล่อยเขาแล้วข้ายังจะมีชีวิตรอดไปจากที่นี่หรือ”
เยาเยาไหวไหล่ก่อนจะเอ่ย “ก็ยังมีโอกาสมากกว่าเอาเขาไปด้วยอยู่สักหน่อย อย่างไรข้าก็ไม่ยอมให้พาตัวเขาไปด้วย หากอาจารย์ผู้นั้นของข้ารู้ว่าศิษย์น้องถูกคนชิงตัวไปต่อหน้าข้า ข้าคงถูกทุบเป็นแน่” โหวอวี้ชิวเอ่ย “เพราะไม่อยากถูกตี เจ้าจึงยอมให้เขาตายอย่างนั้นหรือ”
ดวงตากลมสวยของเยาเยากะพริบปริบ “เจ้าจะคิดเช่นนั้นก็ได้”
โหวอวี้ชิวจ้องเด็กสาวบนหลังม้าเขม็ง เขาไม่เคยเห็นเด็กสาวที่ชอบเซ้าซี้เพียงนี้มาก่อน ผ่านไปชั่วครู่ โหวอวี้ชิวจึงเอ่ย “ข้า ข้าปล่อยเขาก็ได้”
เยาเยาหรี่ตาลงด้วยรอยยิ้ม “เอ่ยเช่นนี้แต่แรกก็ไม่เรียบร้อยแล้วหรือ” หันไปหาคนด้านข้าง “ไปรับเขามา”
“ขอรับ”
หลงลิ่วตอบรับ พลิกตัวลงจากหลังม้าเดินไปทางเหล่าโหวอวี้ชิว ราวกับไม่กังวลว่าพวกเขาจะลงมือ
โหวอวี้ชิวกัดฟัน ใช้แรงโยนจวินหนานเยี่ยนออกไป ทว่าในเวลาเดียวกันมืออีกข้างก็ยื่นออกไปคว้าตัวซ่งเหลียนโยวที่ยืนอยู่ด้านข้าง มืออีกข้างคว้าจับที่ลำคอของนาง
เยาเยางุนงง หืม ทำอะไรหรือ
ซ่งเหลียนโยวเองก็ตกใจและงุนงง “พะ…พี่ชิว”
โหวอวี้ชิวเอ่ยเสียงเย็น “จวินหนานเยี่ยน ไม่อยากให้แม่เจ้าตายละก็ ให้พวกเขาเปิดทางให้พวกเราเดี๋ยวนี้”
“…” สมองของลิงบ้าตัวนี้มีปัญหาหรือ จวิ้นจู่ข้าต่างหากที่เป็นคนตัดสินใจ
จวินหนานเยี่ยนที่ถูกหลงลิ่วอุ้มกลับมาเอ่ยอย่างยากลำบาก “เสี่ยวเยา…ปล่อยเขาไป
เยาเยาจนวาจา “จวินหนานเยี่ยน เจ้าเป็นพระแม่เจ้าหรือ”
จวินหนานเยี่ยนไม่รู้ว่าพระแม่เจ้าคือสิ่งใด แต่เขารู้ว่าเยาเยากำลังบอกว่าเขาใจอ่อนมีเมตตา
“ข้าจะแก้แค้นด้วยตนเอง”
เยาเยาโน้มตัวลงไปจิ้มใบหน้าของเขา เอ่ย “เจ้าใกล้ตายแล้ว” โหวอวี้ชิวทรมานเขาเช่นนี้ เขาป่วยหนักขึ้นแล้ว หนักกว่าตอนที่กงอวี้เฉินมาเสียอีก หากตามหาอาจารย์ตาไม่เจอ เขาคงได้ตายในเร็ววันจริงๆ
จวินหนานเยี่ยนมองนาง เอ่ยยืนยัน “ข้าจะไม่ตาย”
“ตาย”
“ไม่มีทาง” จวินหนานเยี่ยนเอ่ย
เยาเยาถอนหายใจ “…”
“เจ้าจะให้ข้าปล่อยพวกเขาไปจริงหรือ” เยาเยาเอ่ยถาม
จวินหนานเยี่ยนพยักหน้า เยาเยาส่งเสียงหยันในลำคออย่างไม่พอใจ สุดท้ายจึงโบกมือสั่งให้คนเปิดทาง
เยาเยามองโหวอวี้ชิวพาคนควบคุมตัวซ่งเหลียนโยวออกไป เอ่ยถาม “เจ้าทายว่าหลังจากนี้มารดาของเจ้าจะเป็นอย่างไร”
จวินหนานเยี่ยนไม่ตอบ เยาเยาเอ่ย “ข้าว่าไม่นานนางก็จะยอมให้อภัยเจ้าลิงนั่น สตรีเยี่ยงนี้ ไร้เหตุผลเสียจริง”
จวินหนานเยี่ยนหลุบตา เอ่ย “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า ขอบคุณที่เจ้ามาช่วยข้า”
เยาเยาเอ่ย “เพราะเจ้าช่วยข้าอย่างไรเล่า”
จวินหนานเยี่ยนส่ายศีรษะอยากเอ่ยบางอย่าง ทว่าความหนาวเหน็บที่มาเป็นระลอกและเงามืดตรงหน้าทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงเอ่ยปาก ทำได้เพียงเข้าสู่ห้วงแห่งความมืดโดยไม่อาจเลือกได้
ข้าจะไม่ตาย…
…
รอจนจวินหนานเยี่ยนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งแสงสว่างตรงหน้าก็ทำให้เขาหลับตาลงไปอย่างอดไม่ได้ ความอบอุ่นในร่างกายทำให้เขารู้สึกสบายจนส่งเสียงฮึมฮัมออกมา
เสียงชายชราดังอยู่ข้างหู “เจ้าเด็กผู้นี้ดวงแข็งยิ่งนัก เช่นนี้แล้วยังไม่ตาย”
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ยื่นมือเข้ามาช่วยรักษาบุตรชายของข้า” นี่คือเสียงของบิดา จวินหนานเยี่ยนเอ่ยอยู่ในใจ
“ตื่นแล้วก็ลืมตา” เสียงแปลกหูเสียงหนึ่งดังขึ้น จวินหนานเยี่ยนลืมตาขึ้นมาช้าๆ อีกครั้ง แสงที่ส่องเข้ามาในยามนี้ไม่เสียดตา เห็นได้ว่ามีคนเพิ่งปิดหน้าต่าง จวินหนานเยี่ยนมองเห็นชายคนหนึ่งในชุดสีขาวราวกับหิมะ ดูอายุราวๆ ยี่สิบกว่า ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่เหมือนคนหนุ่มอายุยี่สิบกว่า
ด้านข้างของชายชุดขาวเป็นชายชราผมขาวที่ดูมีชีวิตชีวา ยามนี้ชายชรากำลังมองมาที่เขาราวกับกำลังมองสิ่งหายากและแปลกประหลาด
“ท่านพ่อ…” จวินหนานเยี่ยนเอ่ยอย่างยากลำบาก มองไปรอบๆ อย่างอดไม่ได้ ดวงตาเศร้าลงเล็กน้อย
กระบอกตาของจวินฉิงเทียนแดงก่ำ “เยี่ยนเอ๋อร์ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว ฟื้นก็ดีแล้ว…ฟื้นก็ดีแล้ว”
“ข้า…นอนหลับไปนานเพียงใดแล้วขอรับ” จวินหนานเยี่ยนเอ่ยถาม
ชายชุดขาวเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “เจ้านอนหลับไปสี่เดือนเต็มๆ แล้วก็ยังตื่นขึ้นมาได้ หากเป็นข้า คงบอกให้เจ้าเมืองจวินฝังไปแล้ว”
ชายชราปรายตามองอย่างไม่พอใจ “นั่นเพราะวิชาการแพทย์ของเจ้าไม่ได้เรื่อง ยังกล้าเรียกตนเองว่าหมอเทวดา ทำให้ชายชราเช่นข้าขายหน้ายิ่งนัก”
จวินหนานเยี่ยนกระแอมไอให้สบายลำคอขึ้น ก่อนจะเอ่ย “ขอบคุณ…บุญคุณที่ผู้อาวุโสช่วยชีวิตข้า”
ชายชราเอ่ย “ขอบคุณนั้นไม่ต้อง ข้าเองก็ไม่ได้ยื่นมือมาช่วยเพราะเจ้า”
“ท่านพ่อ เสี่ยว…แม่นางเฉิงเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” จวินหนานเยี่ยนเอ่ยถาม
จวินฉิงเทียนถอนหายใจ เอ่ย “เจ้าดีขึ้นมาได้ ต้องขอบคุณแม่นางเฉิงแล้ว เพียงแต่…หนึ่งเดือนก่อนท่านหมอเทวดาบอกว่าเจ้าไม่น่ากังวลถึงชีวิตแล้วนางจึงกลับบ้านไปก่อน”
“ทำไมหรือ เจ้านึกว่ายัยหนูน้อยจะอยู่ที่นี่รอเจ้าฟื้นอย่างนั้นหรือ” เสียงเอื่อยเฉื่อยของกงอวี้เฉินดังเข้ามา เมื่อมองเห็นเขาสีหน้าของชายชุดขาวพลันไม่น่ามองขึ้นมา “เจ้าแซ่กง เจ้ายังกล้าปรากฏตัวอีกหรือ”
กงอวี้เฉินเลิกคิ้ว เดินวางท่าเข้ามา เอ่ย “คุณชายเสียนเกอ ยัยเด็กนั่นทำร้ายอาจารย์ทำลายบรรพบุรุษ ข้ายังไม่คิดบัญชีกับนาง เจ้าเป็นเช่นนี้หมายความเยี่ยงไร”
ชายชุดขาวก็คือคุณชายเสียนเกอหมอเทวดาผู้มีฉายายอดเยี่ยมในเพลงฉิน
คุณชายเสียนเกอแสยะยิ้มเย็น “ทำร้ายอาจารย์ทำลายบรรพบุรุษหรือ อาจารย์ไหนเล่า บรรพบุรุษไหนเล่า เยาเยาของเรายอมรับแล้วหรือ”
กงอวี้เฉินส่งเสียงหยัน “ข้าพานางขึ้นเขาไปตามหาบัวศักดิ์สิทธิ์อย่างยากลำบาก ของถึงมือแล้วนางก็แทงข้าหนึ่งดาบ เว่ยจวินมั่วช่างสั่งสอนบุตรสาวได้ดีจริงเชียว”
คุณชายเสียนเกอฟังเขาเอ่ยเช่นนั้นก็อารมณ์ดีไม่เลว “เจ้าสำนักกงที่ว่าใต้หล้าไร้ผู้เทียมทาน ยามนี้ต้องมาตายอยู่ในมือของเด็กน้อยที่เพิ่งปักปิ่น รู้สึกอย่างไร”
กงอวี้เฉินกัดฟัน “เด็กไร้หัวใจ”
คุณชายเสียนเกอเอ่ยเสียงเรียบ “เพราะหลายปีมานี้เจ้าสำนักกงอยู่สบายเกินไปกระมัง ตอนนั้นเจ้าสังหารคนต่อหน้าเยาเยา ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ใช่หรือไม่” ตอนนั้นเมื่อเยาเยาถูกช่วยกลับมาพวกเขาต่างไม่ได้ใส่ใจ อย่างไรเยาเยาก็ยังเด็ก มีความเป็นไปได้มากที่เด็กจะลืมไปได้โดยง่าย ผ่านไปปีสองปีไม่แน่ว่าแม้แต่กงอวี้เฉินผู้นี้เป็นใครก็คงจะลืมไปจนสิ้น
แต่พวกเขากลับไม่คาดคิด ยิ่งเยาเยาเติบโตเรื่องราวในครั้งนั้นก็ยิ่งมีผลต่อนางมากขึ้น นางจำเรื่องราวในช่วงที่ตนถูกจับตัวไปได้ทุกเรื่อง เมื่อยิ่งเติบโตก็ยิ่งรู้ความ นึกถึงเรื่องเมื่อครั้งนั้นก็ยิ่งเสียใจ แรกเริ่มเยาเยาอาจรู้สึกดีต่อกงอวี้เฉินบ้าง อย่างไรแม้กงอวี้เฉินจะจับตัวนางทำให้นางตกใจ แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายนางอีกทั้งยังดีกับนางมาก เด็กน้อยไม่รู้ความ มักรู้สึกดีต่อคนที่ดีกับตนแต่เมื่อนางรู้แล้วว่าภาพเหล่านั้นในความทรงจำของนางหมายความเช่นไร เข้าใจแล้วว่าเพื่อปกป้องตน เพื่อตามหาตนต้องชดใช้ด้วยชีวิตของใครหลายคน อีกทั้งรู้ว่ากงอวี้เฉินนั้นเป็นคนเยี่ยงไร
ดังนั้น เยาเยาจึงเกลียดเมื่อมีคนที่ขวางอยู่ตรงหน้านางคอยปกป้องนางต้องบาดเจ็บ เพราะเหตุนี้นางจึงตั้งใจฝึกวรยุทธ์ แม้เพิ่งอายุสิบห้า แต่วรยุทธ์ของนางนั้นสูงกว่าอานอานที่อายุเท่ากันแล้ว
สิ่งที่หนักที่สุดคือการที่เยาเยาหวาดกลัวการอยู่ในความมืดคนเดียวหรือการอยู่ในห้องที่ว่างเปล่าเพียงคนเดียว เรียกง่ายๆ ได้ว่าโรคหวาดกลัวพื้นที่ปิดสนิท ตอนนั้นเว่ยจวินมั่วและพวกเขาแทบอยากตามไปสังหารกงอวี้เฉินที่เป่ยหยวนด้วยซ้ำ
โชคดีที่มีอาจารย์ลุงและพวกเขาคอยอยู่เคียงข้าง เยาเยาจึงค่อยๆ ดีขึ้น พวกเขานึกว่านางเดินออกมาได้แล้ว เรื่องราวในครั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นความผิดของใคร อย่างน้อยก็ไม่ใช่ความผิดของเด็กน้อยอย่างเยาเยา การจำได้เพียงผ่านตาแท้จริงแล้วร้ายกาจมาก ไม่ใช่เรื่องดีกับเด็กตัวน้อยที่ยังไม่รู้ความเลยจริงๆ กระทั่งครั้งนี้เยาเยาออกมายังเขตทุ่งหญ้าตัวคนเดียว พวกเขาจึงได้รู้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้หายไปจากหัวใจของเยาเยาเลย นางอยากมาแก้แค้นกงอวี้เฉิน
แน่นอนว่าเยาเยาเอาชนะกงอวี้เฉินไม่ได้ ยิ่งไม่อาจสังหารเขาได้ หนึ่งเดือนก่อนกงอวี้เฉินพาเยาเยาขึ้นเขาไปเก็บดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ถูกเยาเยาแทงไปหนึ่งดาบ คุณชายเสียนเกอไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ เพียงแต่เด็กคนนั้นยังลงมือไม่ลง ทว่ากลับใช้กำลังพากงอวี้เฉินที่ได้รับบาดเจ็บสลบไสลลงมาจากบนเขา จากนั้นก็หนีจากเมืองจูเชวี่ยกลับเมืองหลวงไปแล้ว
เมื่อได้ยินสิ่งที่คุณชายเสียนเกอเอ่ย สีหน้าของกงอวี้เฉินนิ่งชะงักมีความหดหู่เล็กน้อย เขาไม่คิดว่าตอนนั้นตนทำอันใดผิด อยู่ในยุคสมัยนี้ สังหารคนหรือถูกสังหาร มีถูกผิดอันใดให้เอ่ยได้ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเรื่องราวในครั้งนั้นจะทำให้นางได้รับผลกระทบที่ฝังลึกเพียงนี้
เขารู้ว่าเยาเยาไม่ได้โกรธแค้นเขา บางทีนางไม่ได้โกรธเพราะตัวนางเอง แต่นางทำเพื่อคนที่ตายเพื่อนาง ยังเด็กเพียงนั้นทว่าต้องมาแบกรับชีวิตของคนที่ตายเพื่อนางมากมาย และยิ่งนางเติบโตก็ยิ่งเข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้น คนรอบข้างกลับไม่อาจรู้ได้ว่านางคิดอันใดอยู่ ต่อให้เข้าใจแล้วเกรงว่าคงไม่มีประโยชน์ จะเอ่ยสิ่งใดกับเด็กอายุหกเจ็ดขวบได้ ต้องบอกว่าคนเหล่านั้นเดิมทีก็มีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องเจ้า ดังนั้นเจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดอย่างนั้นหรือ
เขาก้มลงมองจุดที่ตนได้รับบาดเจ็บ ช่างเป็นเด็กโง่เสียจริง ไม่มีความโหดเหี้ยมเหมือนแม่ของนางแม้เพียงนิด
เพียงแต่เขาชอบเด็กน้อยผู้นี้จริงๆ
จวินหนานเยี่ยนที่ถูกทอดทิ้งอยู่ด้านข้างตั้งใจฟังสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน สามารถเข้าใจเรื่องราวได้มากมายจากการพูดคุยนั้น
ที่แท้เสี่ยวเยาไม่ใช่ลูกศิษย์ของอาจารย์ แต่เกี่ยวข้องกับหมอเทวดาทั้งสองที่ช่วยรักษาเขาอย่างนั้นหรือ เสี่ยวเยามีความแค้นกับอาจารย์อย่างนั้นหรือ
“เด็กน้อย คิดอันใดอยู่” ทางด้านข้าง คุณชายเสียนเกอมองลงมาพิจารณาเด็กหนุ่มที่คล้ายกำลังท่องอยู่ในความคิด
จวินหนานเยี่ยนเงียบอยู่นาน เอ่ยถาม “ผู้อาวุโส ไม่รู้ว่า…เสี่ยวเยาเป็นใครกัน ช่วยบอกได้หรือไม่ขอรับ”
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้วเล็กน้อย “หา เจ้าอยากรู้ตัวตนของเยาเยาหรือ หรือว่าเพราะตอบแทนบุญคุณ”
จวินหนานเยี่ยนเงียบ คุณชายเสียนเกอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “บุญคุณช่วยชีวิต สมควรตอบแทนจริงๆ เพียงแต่…ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเป็นใครก็ต้องดูว่าเจ้าจะหาทางรู้เองได้หรือไม่”
“…”