Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 652 ร่วงหล่น (กลาง)

  1. Home
  2. ร้อยรักปักดวงใจ
  3. ตอนที่ 652 ร่วงหล่น (กลาง)
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 652 ร่วงหล่น (กลาง)
ใบหน้าที่อมชมพูนั้นมาจากการแต่งหน้า แต่สีหน้าที่สงบสุขนั้นไม่ได้มาจากการแต่งหน้า

ถึงแม้สืออีเหนียงจะเศร้าโศก แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างสำรวจมองสือเหนียง

อาจเป็นเพราะตอนมีชีวิตอยู่นางชอบขมวดคิ้ว สือเหนียงเลยมีรอยย่นสองรอยอยู่ระหว่างคิ้ว ตอนนี้มันคลายออก ทำให้สีหน้าของนางดูผ่อนคลาย แต่มุมปากของนางราวกับกำลังยกยิ้ม พลอยทำให้คนที่เห็นรู้สึกแปลกใจ

สืออีเหนียงรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

จากนั้นก็มีคนเชิญนางไปนั่งบนโต๊ะเตียงเตาข้างหน้าต่าง “…นายหญิงเสียชีวิตยามดึก แม่นางอิ๋นผิงและแม่นางจินเหลียนช่วยนายหญิงอาบน้ำเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหนักแน่น

สืออีเหนียงเงยหน้าขึ้นมอง

นางคือสตรีแปลกหน้าคนหนึ่ง อายุราวสามสิบปี สวมเสื้อกั๊กยาวสีฟ้า ผิวขาว หน้าตาสะสวย ปักปิ่นปักผมดอกเหลียนฮวาสองดอก ภายนอกดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย

สตรีคนนั้นเห็นสืออีเหนียงจ้องมองมาที่ตัวเอง จึงพูดขึ้นว่า “สามีของบ่าวเป็นพ่อบ้านใหญ่ในจวนเจ้าค่ะ นายหญิงเสียชีวิต แม่นางอิ๋นผิงกลัวว่าสาวใช้จะทำอะไรได้ไม่ดี จึงบอกให้บ่าวมารับใช้ฮูหยินที่นี่”

ดูเหมือนว่า พ่อบ้านใหญ่ของสือเหนียงจะเป็นคนมีไหวพริบดีและมีความสามารถ

คนที่ยืนข้างเตียงเตาต่างพากันหลีกทาง มีคนถือเบาะรองนั่งบนเตียงเตาขึ้นมาตบเบาๆ

สืออีเหนียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น นางนั่งลงพลางถามป้ารับใช้คนนั้น “เหตุใดถึงไม่เห็นอิ๋นผิงกับจินเหลียนเล่า”

ป้ารับใช้ผู้นั้นรายงานด้วยดวงตาที่ค่อยๆ แดงขึ้นมา “แม่นางอิ๋นผิงและสามีของบ่าวไปขายทรัพย์สินส่วนตัวเจ้าค่ะ ส่วนแม่นางจินเหลียนกำลังจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่ที่ห้องบัญชี”

สืออีเหนียงตกใจ “ทรัพย์สินส่วนตัว?”

ผู้สูงอายุตระกูลร่ำรวยบางคน ไม่ยอมให้บุตรของตัวเองใช้เงินส่งตัวเองยามเสียชีวิต พวกเขาจะซื้อที่ดินหรือเรือนเพื่อทำเป็น ‘ทรัพย์สินส่วนตัว’ ในยามมีชีวิตอยู่ สามารถนำกำไรของทรัพย์สินพวกนั้นมาเป็นของตัวเอง แต่เมื่อเสียชีวิตไปแล้วก็ต้องขายแล้วนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับพิธีศพตัวเอง สือเหนียงยังไม่แก่ขนาดนั้น ตอนที่นางแต่งงานก็ไม่ได้มีสินเดิมมากมาย นางจะมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไหนกัน

ป้ารับใช้ผู้นั้นมองบรรดาญาติผู้หญิงที่มีสีหน้าแปลกใจในห้อง ก่อนจะพูดด้วยท่าทีที่เคารพและเสียงที่ดังฟังชัด “ไท่ฮูหยินซื้อให้นายหญิงตอนที่ไท่ฮูหยินยังมีชีวิตอยู่เจ้าค่ะ เคยพูดต่อหน้าทุกคนในตระกูลเมื่องานฉลองวันเกิดของท่านกั๋วกง ต่อมาก็ไปทำตามขั้นตอนที่ฝ่ายราชการ ตอนนี้นายหญิงเสียชีวิตแล้ว ก็ต้องขายทรัพย์สินนี้ให้นายหญิงเจ้าค่ะ!”

ไท่ฮูหยินสกุลหวังเป็นคนซื้อให้สือเหนียง!?

สืออีเหนียงประหลาดใจ

บรรดาญาติผู้หญิงสกุลหวังล้วนก้มหน้าก้มตาลง ยังมีคนอยากออกมาโต้เถียงด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม แต่กลับถูกมารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่ห้ามปรามเอาไว้

“แม่นางอิ๋นผิงร้อนใจเกินไป” มารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่เหลือบมองสืออีเหนียง “นายหญิงเลี้ยงดูท่านกั๋วกงมาตั้งแต่เล็ก หรือว่าท่านกั๋วกงจะไม่ยอมมอบเงินพวกนั้นให้นายหญิงอย่างนั้นหรือ ท่านกั๋วกงบอกว่า แทนที่จะขายทรัพย์สินพวกนั้น นำเงินมาจัดพิธีศพให้นายหญิง ไม่สู้ให้ท่านกั๋วกงนำเงินของตัวเองออกมาจัดพิธีศพให้นายหญิงเสียดีกว่า ทรัพย์สินของนายหญิง เก็บไว้เป็นทรัพย์สินบูชาของนายหญิงเถิด เช่นนี้ จะได้มีคนคอยจุดธูปให้นายหญิง…”

“ในเมื่อเป็นทรัพย์สินที่ไท่ฮูหยินเหลือไว้ให้” ป้ารับใช้ผู้นั้นมองมารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่ด้วยสายตาที่เย็นชา “แล้วยังเป็นคำสั่งของนายหญิง บ่าวรับใช้อย่างเราคงไม่กล้าขัดคำสั่ง” นางพูดโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

“เจ้า…” มารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่โมโห นางเหลือบมองสืออีเหนียงแล้วกลืนคำพูดที่ติดอยู่ที่ปากลงไป

สืออีเหนียงแอบตกใจ

หลังจากที่สือเหนียงเสียชีวิต ต่อไปบ่าวรับใช้เหล่านี้ต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้เงื้อมมือของหวังเฉิงจู่ ถึงแม้ว่ามารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่จะไม่ใช้มารดาที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ แต่พวกเขาก็เป็นสายเลือดเดียวกัน ทำอะไรในนามของหวังเฉิงจู่ บรรดาบ่าวรับใช้เหล่านี้ไม่มีทางไม่ไว้หน้านาง แต่พอเห็นท่าทีของป้ารับใช้คนนั้น เพื่อผลประโยชน์ของสือเหนียงแล้ว พวกนางกลับกล้าฉีกหน้ามารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่ หรือว่าความสัมพันธ์ระหว่างหวังเฉิงจู่กับสือเหนียงนั้นไม่ธรรมดา? ดังนั้นบ่าวรับใช้ที่เมื่อก่อนเชื่อฟังคำสั่งของสือเหนียงรู้ว่าตัวเองอยู่ที่จวนหลังนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว จึงทุบหม้อให้แตกไปเลย?

ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิด ซื่อเหนียงก็มาพอดี

“น้องหญิงของข้า เจ้าอายุยังน้อย คิดไม่ถึงว่าจะเสียชีวิตเร็วขนาดนี้!” ทันทีที่เดินเข้ามานางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้ “ตอนที่เจ้านำของขวัญปีใหม่ไปให้ข้ายังดีๆ อยู่เลย คิดไม่ถึงว่าเราจะพรากจากกันไปตลอดชีวิตเช่นนี้…ล้วนแต่เป็นความผิดของข้า ที่ตอนนั้นไม่ได้ไถ่ถามอาการป่วยของเจ้าให้ละเอียด…”

สือเหนียงไม่ได้เจอพวกเขามาแปดเก้าปีแล้ว คนที่ไม่รู้อะไร ได้ยินซื่อเหนียงพูดเช่นนี้ คงจะคิดว่าพี่น้องอย่างพวกนางสนิทสนมกันอย่างมาก!

สืออีเหนียงเหงื่อตก

ญาติผู้หญิงสกุลหวังต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ถึงแม้ว่าสิ่งที่ซื่อเหนียงพูดจะเป็นแค่คำพูดทั่วไป แต่การปรากฏตัวของนางทำให้บรรยากาศอึดอัดในห้องผ่อนคลายลงไม่น้อย

พวกนางรีบเดินเข้าไปปลอบใจซื่อเหนียง

มีเสียงดังเข้ามาจากข้างนอก อิ๋นผิงที่สวมชุดไว้ทุกข์ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน

“แม่นางอิ๋นผิง!” สีหน้าของป้ารับใช้คนนั้นมีความดีใจ นางรีบเดินเข้าไป “คุณหนูทั้งสองท่านมาแล้ว…” นางพูดเป็นนัย

อิ๋นผิงเดินเข้ามาคำนับสืออีเหนียงกับซื่อเหนียง นางยืดตัวตรงแล้วพูดว่า “ทรัพย์สินส่วนตัวของนายหญิงขายได้สามพันตำลึงเงินเจ้าค่ะ หนึ่งพันสองร้อยตำลึงนำไปซื้อโลงศพไม้จื่อหลิ่นชั้นดี หนึ่งพันตำลึงนำไปเชิญคนมาทำพิธี สองร้อยตำลึงนำไปซื้อข้าวของที่ใช้ในพิธีศพ หนึ่งร้อยตำลึงนำไปเชิญคนยกโรงศพ อีกหนึ่งร้อยตำลึงนำไปซื้อกระดาษเงินเจ้าค่ะ…”

ซื่อเหนียงและสืออีเหนียงต่างก็ตกตะลึง

พวกนางสองคนเป็นคนดูแลเรื่องในจวน เชิญคนมาทำพิธี คือการเชิญพระภิกษุหรือนักบวชลัทธิเต๋ามาท่องคัมภีร์ เงินแปดร้อยตำลึง อย่างน้อยก็สามารถเชิญพระพระภิกษุมาได้ตั้งแปดเก้ารูป ท่องคัมภีร์ถึงได้เจ็ดวันเจ็ดคืน ข้าวของที่ใช้ในพิธีศพคือสิ่งจำเป็น แต่เงินตั้งสองร้อยตำลึง…อย่างน้อยๆ ก็คงได้สิ่งของสิบกว่าลำรถม้า…

พวกนางหันมามองหน้ากัน

มารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่แทบจะหายใจไม่ออก

อยู่ต่อหน้าซื่อเหนียงและสืออีเหนียง นางไม่กล้าพูดอะไร ทำได้เพียงกัดฟันแล้วถามอิ๋นผิง “แม่นางจัดการเช่นนี้ ได้บอกท่านกั๋วกงแล้วหรือยัง”

“ตอนที่พ่อบ้านไปรายงาน ท่านลุงสองท่านและหย่งผิงโหวก็อยู่ที่นั่นด้วยเจ้าค่ะ” อิ๋นผิงมองตามารดาผู้ให้กำเนิดของหวังเฉิงจู่ “ท่านกั๋วกงบอกแค่ว่าไม่เลว!”

พูดมาถึงตรงนี้ หากสืออีเหนียงกับซื่อเหนียงยังดูไม่ออกว่าหวังเฉิงจู่กับอิ๋นผิงกำลังช่วงชิงอะไรกัน เช่นนั้นพวกนางก็คงจะโง่เขลาเกินไปแล้ว

ยามเที่ยง ซื่อเหนียงแอบกระซิบกับสืออีเหนียง “ในเมื่อเรื่องของน้องหญิงสิบจัดการเรียบร้อยแล้ว ข้าคิดว่า พรุ่งนี้ข้าคงจะไม่มาแล้ว พี่เขยของเจ้าจะไปรับตำแหน่งรองเจ้ากรมโยธาธิการ ที่จวนยังมีเรื่องมากมาย พิธีแห่ขบวนศพน้องหญิงสิบเอาไว้ข้าค่อยมาจุดธูปก็ได้!”

เรื่องนี้สวีลิ่งอี๋เคยเล่าให้สืออีเหนียงฟังแล้ว บอกว่าฤดูร้อนปีก่อน เจ้อเจียงถูกน้ำท่วม เขื่อนกั้นน้ำหลายแห่งถูกทำลาย ที่ดินอุดมสมบูรณ์ต่างก็ถูกน้ำท่วม ฮ่องเต้ทรงอยากให้อวี๋อี๋ชิงจัดการเรื่องนี้ นับว่าเป็นงานที่ดี อีกทั้งยังได้คุณงามความดีไม่น้อย แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายเช่นกัน อวี๋อี๋ชิงจึงลังเล

“เช่นนั้นก็หมายความว่า พี่เขยสี่ตัดสินใจไปรับตำแหน่งที่กรมโยธาธิการแล้วหรือ”

ซื่อเหนียงพยักหน้าพลางถอนหายใจ “พี่เขยสี่ของเจ้าบอกว่า ไม่ควรปฏิเสธความเมตตาของฮ่องเต้ ข้าแค่หวังว่าเขาจะผ่านสามปีนี้มาได้อย่างปลอดภัย!”

ขณะที่พวกนางกำลังพูดคุยกัน หู่พั่วก็เข้ามารายงาน “ฮูหยินเจ้าคะ คุณชายใหญ่มาหาท่านเจ้าค่ะ!”

สืออีเหนียงแปลกใจ นางพยักหน้าให้ซื่อเหนียง จากนั้นก็ออกไปที่โถงบุปผากับหู่พั่ว

เขาสวมเสื้อไหมสีฟ้าอ่อน ยืนไพล่มือเอาไว้ข้างหลังอยู่กลางห้องโถง

แสงอาทิตย์ยามเที่ยงของฤดูใบไม้ผลิลอดผ่านใบไม้สีเขียวอ่อน สาดส่องลงบนตัวเขา พลอยทำให้สีหน้าของเขาดูหม่นหมอง

“ประเดี๋ยวข้าคงไม่อยู่ทานอาหารเย็นแล้ว” เขามองไปทางห้องของสือเหนียงด้วยสายตาผิดหวัง “ท่านอาสองกับท่านอาสามกำลังจะกลับมารับตำแหน่งที่เยี่ยนจิง เจ้าก็รู้ว่า ท่านอาทั้งสองท่านทำงานตำแหน่งนั้นมาแปดเก้าปีแล้ว พวกเขาอยากเปลี่ยนสถานที่บ้าง โดยเฉพาะท่านอาสาม น้องห้าและน้องหกเรียนหนังสืออยู่ที่สกุลหลิวเก๋อเหล่า ตอนนี้หลิวเก๋อเหล่าอายุมากแล้ว ท่านอาสามอยากพาพวกเขาทั้งสองคนไปอยู่ด้วยกัน ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ช่วงนี้ข้าจะช่วยท่านอาทั้งสองท่านจัดการธุระต่างๆ หากทางนี้มีเรื่องอันใด เจ้าก็ส่งคนไปรายงานข้าเถิด!”

สืออีเหนียงพลันนึกถึงการเสียชีวิตของนายหญิงใหญ่

หากให้หลัวเจิ้นซิ่งช่วยจัดการเรื่องของสือเหนียงเหมือนเมื่อก่อน คงทำให้เขาลำบากใจไม่น้อย

“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ!” นางพูดเบาๆ “พี่ใหญ่ไปจัดการธุระเถิด!”

หลัวเจิ้นซิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินออกไป

เมื่อถึงยามบ่าย หวังเฉิงจู่กับคนในสกุลหวังก็ปรึกษากันเรื่องตั้งซุ้มไว้ทุกข์ รายงานการเสียชีวิตและเรื่องพิธีแห่ขบวนศพ มารดาผู้ให้กำเนิดหวังเฉิงจู่กับผู้ดูแลหญิงต่างก็ไปฟัง ญาติผู้หญิงสกุลหวังก็ตามไปดูความสนุก ทำให้ห้องที่สือเหนียงอยู่ดูว่างเปล่าในทันที

เหลือเพียงอิ๋นผิงที่อยู่กับสืออีเหนียงในห้อง

นางคอยดูตะเกียงไฟให้สือเหนียง พร้อมกับพูดถึงสือเหนียงที่พึ่งจะเสียชีวิตไป “…ถึงแม้นายหญิงจะเป็นคนเย็นชา แต่นายหญิงก็ดีกับทุกคนเจ้าค่ะ ผ่านมาตั้งหลายปี หากไม่ใช่เพราะมีนายหญิงคอยปกป้อง ไม่รู้ว่าตอนนี้บ่าวและจินเหลียนจะไปอยู่ที่ไหน…แล้วยังมีพ่อบ้าน…” พูดจบ นางก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “นายหญิงให้เขาเป็นคนดูแลเรื่องทุกอย่างในจวน เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ล้วนให้พ่อบ้านเป็นคนตัดสินใจ ไม่ว่าคนสกุลหวังจะใส่ร้ายเขาอย่างไร นายหญิงก็ไม่เคยด่าทอพ่อบ้านแม้แต่คำเดียว…ถึงแม้จะเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังเตรียมการเอาไว้ให้พวกบ่าวกับพ่อบ้านเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ…”

สืออีเหนียงได้ฟังแล้วก็แปลกใจ

อิ๋นผิงสีหน้าหม่นหมองลง “นายหญิงล้มป่วยมาตลอด หากไม่ใช่เพราะสัญญากับไท่ฮูหยินไว้ จะให้ท่านซื่อจื่อไร้ผู้สืบทอดสกุลไม่ได้ ต้องเลี้ยงท่านกั๋วกงให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานมีลูก นายหญิงร่างกายไม่ไหวตั้งนานแล้วเจ้าค่ะ…” นางตาแดงก่ำ “ต่อมาท่านกั๋วกงแต่งงาน นายหญิงจึงคิดว่าตัวเองไปหาไท่ฮูหยินได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดแล้ว จึงหมดลมหายใจ…ราวกับว่าพูดอีกสองประโยคก็ไม่ไหว นายหญิงจึงเตรียมเรื่องหลังจากที่ตัวเองเสียชีวิต…ขายสินเดิมของตัวเอง ซื้อไร่ให้พวกบ่าว ไปเขียนหนังสือสัญญาที่ฝ่ายราชการ ให้พวกบ่าวและพ่อบ้านไปใช้ชีวิตที่ไร่ เช่นนี้ชีวิตที่เหลือของบ่าวกับจินเหลียนก็มีที่ให้พึ่งพิง” นางพูดด้วยสีหน้าที่ซาบซึ้ง “ผ่านมาตั้งหลายปี ถึงแม้ว่านายหญิงจะเป็นคนดูแลเรื่องในจวนของสกุลหวัง แต่นายหญิงไม่เคยได้รับผลประโยชน์ของสกุลหวังเลยแม้แต่ตำลึงเดียว แม้แต่ทรัพย์สินส่วนตัวที่ไท่ฮูหยินมอบให้ ก็คือทรัพย์สินที่เป็นสินเดิมของไท่ฮูหยิน ความกตัญญูของนายหญิงที่มีต่อไท่ฮูหยินนั้น…ท่านกั๋วกงเองก็รู้ดี…ตอนนั้นเขาเลยรับปากต่อหน้าไท่ฮูหยิน แต่ตอนนี้กลับจะเก็บทรัพย์สินพวกนั้นไว้เพราะคำพูดของมารดาผู้ให้กำเนิดของตัวเอง…ทรัพย์สินของสกุลหวังนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับนายหญิงของเราด้วยเล่า นายหญิงของเราไม่เคยใช้แม้แต่นิดเดียว…บ่าวไม่ยอม จึงรีบไปขายที่ดินของนายหญิง…” นางปิดปากร้องไห้เงียบๆ

สิ่งที่สือเหนียงอยากทำให้สำเร็จนั้นคือคำสัญญา

ดังนั้น นางจึงไม่สนว่าหวังเฉิงจู่จะแต่งงานกับใคร ไม่สนใจแผนการของหวังเฉิงจู่…

คิดเช่นนี้ สืออีเหนียงก็มองไปที่สือเหนียง

รอยยิ้มที่มุมปากของนาง คือรอยยิ้มที่มอบให้หวังเฉิงจู่อย่างนั้นหรือ หรือว่านางกำลังหัวเราะเยาะตัวเอง?

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 652 ร่วงหล่น (กลาง)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

M0l3ZdE
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
29/01/2025
book_detail_large
ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน
23/04/2023
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
62a31afafXRc2lUM
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว [ 坑爹儿子鬼医娘亲 ]
23/06/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.