เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 383 ฉินอวี่บังเอิญไปเจอฉินฮั่นชิวซื้อจิวเวลรี่ให้ฉินหร่าน
- Home
- เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
- ตอนที่ 383 ฉินอวี่บังเอิญไปเจอฉินฮั่นชิวซื้อจิวเวลรี่ให้ฉินหร่าน
ตอนที่ 383 ฉินอวี่บังเอิญไปเจอฉินฮั่นชิวซื้อจิวเวลรี่ให้ฉินหร่าน
โจวซานรู้ว่าวันนี้เป็นวันทดสอบวันสุดท้าย
เขาอยู่รอมาตลอดจนถึงเที่ยง ซึ่งทางฝั่งห้องปฏิบัติการยังไม่ติดต่อมา
เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
พอตอนนี้เห็นสายจากคณบดีเจียง เขาก็รีบรับสายทันที “ฉินหร่านน่าจะผ่านการทดลองระดับCแล้วใช่ไหม?”
“ผ่านแล้วครับ” คณบดีเจียงที่อยู่ปลายสายพูดด้วยเสียงลอยๆ “ยังมีเรื่องที่ผมต้องแจ้งให้ท่านทราบ”
โจวซานถอนหายใจด้วยความโล่งอก น้ำเสียงผ่อนคลายขึ้น “คุณว่ามา”
คณบดีเจียงชะงักไปสักพัก “อธิการบดีโจว ตอนนี้ท่านกำลังนั่งหรือยืนอยู่ครับ?”
“ยืนอยู่ ทำไมเหรอ?” โจวซานยิ้ม น้ำเสียงหนาทุ้ม
“งั้นท่านไปหาที่นั่งสักที่ดีกว่า” คณบดีเจียงพูดต่อ
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
โจวซานไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เป็นเพราะเขากำลังดีใจจึงไม่ได้ถามหาเหตุผล เขานั่งลงบนเก้าอี้อีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ แล้วถามว่า “นั่งเรียบร้อยแล้ว มีอะไร?”
“อ้อ ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ” คณบดีเจียงที่อยู่ทางด้านห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ก็เพิ่งได้สติกลับมา เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยมาก “ก็แค่อยากจะบอกท่านหน่อยน่ะ ปีนี้คะแนนรวมของมหาวิทยาลัยเมืองหลวงของเราเอาชนะมหาวิทยาลัยAได้แล้วครับ ได้รับการจัดสรรเงินทุนและวัสดุอุปกรณ์การทดลองมากกว่าสองเท่า”
**
“คะแนนการประเมินก็ออกมาเรียบร้อยแล้ว ห้องปฏิบัติการจะจัดทีมปฏิบัติการให้กับพวกเธอ” คณบดีเจียงได้รวบรวมกลุ่มคนที่สอบเข้าห้องปฏิบัติการปีนี้ได้พร้อมกับพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการ “ทั้งหมดเป็นการจับฉลาก เป็นไปได้น้อยมากที่พวกเธอจะถูกจัดอยู่ด้วยกัน ยังมีแฟ้มอีกชุดหนึ่งที่จะระดมกำลังพนักงานทำการบันทึก ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะได้เข้าห้องปฏิบัติการ”
คณบดีเจียงพูดจบก็มองมาทางฉินหร่าน
อดยิ้มไม่ได้
ตลอดสองวันที่ผ่านมาเป็นเซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นติดๆ กัน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็อยากจะเชิญทุกคนไปทานข้าว
ฉินหร่านดึงผ้าพันคอและชี้ไปทางเฉิงเจวี้ยนกับเฉิงเวินหรู หาเหตุผลปฏิเสธคำเชิญของคณบดีเจียง
คณบดีเจียงมองไปทางที่เธอชี้ก็เห็นแววตาที่เยือกเย็นของเฉิงเจวี้ยน เขารีบละสายตาทันทีและตามฉินหร่านเข้าไปทักทายด้วยกัน จากนั้นก็พานักศึกษาคนอื่นๆ ไปทานข้าว
หลังจากคิดคะแนนการ์ดทดลองแล้วก็ไม่จำเป็นต้องส่งคืนกลับไปที่ห้องทดลอง สามารถนำกลับมาเก็บไว้เป็นรางวัลได้
ฉินหร่านถือการ์ดทั้งหกใบเดินไปหาเฉิงเจวี้ยน
เฉิงเวินหรูมองเธอ พูดอะไรไม่ออก เงียบไปนานกว่าจะพูดขึ้นมาว่า “หร่านหร่าน เธอนี่…”
เธอไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบาย
“ไปเถอะ กลับไปกินข้าวกันก่อน” เฉิงเจวี้ยนลุกขึ้น แววตาดูเกียจคร้าน
เฉิงเวินหรูได้สติก็มองไปที่การ์ดทั้งหกใบที่อยู่ในมือฉินหร่าน ดวงตาแวววาว “หร่านหร่าน เอาการ์ดSมาให้พี่จับหน่อย”
ฉินหร่านยื่นการ์ดSให้เธออย่างไม่ใส่ใจ
เฉิงเวินหรูถือมาเล่นไว้ในมือสักพักก่อนจะคืนให้ฉินหร่าน เวลานี้เพิ่งนึกถึงเรื่องฉินหร่านขึ้นมาได้ เธอยิ้มก่อนเอ่ยว่า “มิน่าล่ะ ไม่เห็นเธอโผล่หัวมาตั้งเดือนนึง ที่แท้ก็ยุ่งอยู่กับการประเมินนี่เอง”
พูดถึงเรื่องนี้เฉิงเวินหรูก็ถอนหายใจ
รู้แล้วว่าทำไมฉินหร่านเข้าร่วมประเมินแบบสบายใจ แล้วยังประสบความสำเร็จและคว้าที่หนึ่งมาได้ ทำการทดลองได้ครบถ้วนทั้งหกระดับอีก…
ขณะที่ฉินหร่านเดินตามหลังทั้งสอง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น
เธอหยิบออกมาดูก็พบว่าเป็นฉินฮั่นชิว
“หร่านหร่าน พ่อซื้อของขวัญมาให้ลูกด้วย ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน? พ่อจะเอาของขวัญไปให้” เสียงฉินฮั่นชิวที่อยู่ปลายสายเสียงดังกังวาน ฟังดูก็รู้แล้วว่าตื่นเต้น
ฉินหร่านดึงผ้าพันคอ คิดได้สักพักก็ไม่ได้ทำให้ฉินฮั่นชิวเสียความตั้งใจ
ทั้งสองนัดเจอกันที่ถนนคนเดินของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง
**
ข่าวที่ฉินหร่านประสบความสำเร็จในการสอบเข้าห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ได้แพร่กระจายทางบอร์ดของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง
และในเวลาเดียวกัน
หอพักของฉินอวี่
เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงปัดดูบอร์ดของมหาวิทยาลัย วันนี้บอร์ดของมหาวิทยาลัยเมืองหลวงเต็มไปด้วยชื่อฉินหร่าน
ฉินหร่านสอบเข้าห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ได้แล้ว…
ในกระทู้ทุกแห่งหนล้วนเป็นข่าวของเธอ
ฉินอวี่เรียนอยู่ภาควิชาศิลปะ ตอนแรกเธอไม่รู้ว่าสี่ภาควิชาใหญ่คืออะไร แต่พออยู่มหาวิทยาลัยไปนานๆ ก็ถึงได้รู้ว่าสี่ภาควิชาใหญ่ต่างจากภาควิชาทั่วไป…
เธอปิดหน้าบอร์ดของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง พยายามข่มความริษยาที่ทะลักออกมารวมไปถึงความเสียใจที่มีอยู่น้อยนิด
กดโทรศัพท์แนบอก
หลังจากนั้นไม่นาน
จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเม้มริมฝีปาก เปิดวีแชทหารูปโปรไฟล์เสิ่นอวี่เหวิน จ้องไปที่กล่องแชทที่เคยคุยกับเธอ อ่านอยู่นานในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะพิมพ์ออกมาหนึ่งข้อความ——
(เมื่อก่อนที่เธอเคยบอกว่าเพลงนั้นที่ฉันเล่นไวโอลินเหมือนของเหยียนซีมาก เธอยังจำได้ไหม?)
เสิ่นอวี่เหวินเป็นติ่งดาราที่บ้าคลั่ง
ถือว่าเป็นคนนอกรีตในตระกูลเสิ่น เธอไม่เคยสนเรื่องฉินอวี่กับหนิงฉิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว สนใจแค่ไอดอลของตัวเอง เรื่องไวโอลินที่เกิดเรื่องราวใหญ่โต เสิ่นอวี่เหวินก็ไม่ได้สนใจ
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
คราวที่แล้วตอนที่เสิ่นอวี่เหวินคุยเรื่องเหยียนซี ฉินอวี่ก็เคยสังเกตแต่ก็พบเพียงเพลงดาร์คๆ ไม่กี่เพลงเท่านั้น
แค่เหมือนกันที่สไตล์เพลง ในส่วนของการเรียบเรียงเพลงยังหาจุดที่ทับซ้อนกันไม่ได้
เสิ่นอวี่เหวินไม่ใช่คนที่มีเซนส์ทางด้านดนตรี การที่จำได้ถึงขนาดนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีส่วนที่คล้ายกันบ้าง
ฉินอวี่ส่งไปนานมากแล้วแต่เสิ่นอวี่เหวินก็ยังไม่ตอบกลับ
เธอเม้มริมฝีปาก คลิกไปที่กลุ่มโรงเรียนส่งๆ เรื่องที่คุยกันล้วนเป็นเรื่องฉินหร่าน
ฉินอวี่ลุกขึ้นจากเตียงอย่างหงุดหงิด
ถือกระเป๋าเป้ไปที่ถนนคนเดิน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ จึงมีคนเดินถนนจำนวนไม่น้อย โทรศัพท์ฉินอวี่ในกระเป๋าดังขึ้น เธอเหลือบมองก็พบว่าเสิ่นอวี่เหวินตอบเธอแล้ว เสิ่นอวี่เหวินไม่ได้พูดอะไร แค่ส่งลิงก์ให้เฉยๆ
เดิมทีเธอไม่ได้สนิทกับเสิ่นอวี่เหวินอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เสิ่นอวี่เหวินเย็นชาขนาดนี้ ฉินอวี่จึงไม่ได้ใส่ใจ ถึงขนาดตอบกลับไปแค่ประโยคเดียวว่า “ขอบคุณ”
หลังจากตอบข้อความเสร็จแล้ว ฉินอวี่ก็หยิบหูฟังออกจากกระเป๋า ขณะที่สวมหูฟังก็เปิดลิงก์ไปด้วย
สายตามองไปข้างหน้าไปตามอารมณ์
บริเวณปากทางข้างหน้ามีแผ่นหลังที่คุ้นเคยปรากฏอยู่
ฉินอวี่ชะงักเท้า เธอจ้องมองไปยังร่างที่ดูแปลกตาเป็นพิเศษด้วยชุดสูทและรองเท้าหนังที่อยู่ข้างหน้า
อีกฝ่ายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวแทน หน้าตาหล่อเหลา แต่ไม่มีมาด
ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ฉินอวี่ก็จำได้
นั่นคือฉินฮั่นชิวที่เธอบังเอิญเจอตอนเปิดเทอมมาแล้วครั้งหนึ่ง
ฉินอวี่ไม่ได้สนใจกับการพบกันครั้งนั้น เดิมทีเธอยังคิดอยู่เลยว่าเขาคงกลับไปที่เมืองเล็กๆ นั่นแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าที่แท้แล้วเขายังอยู่ที่เมืองหลวง
สายตาเธอย้ายมามองถุงช้อปปิ้งในมือฉินฮั่นชิว เธอจำได้ว่ามันเป็นจิวเวลรี่แบรนด์ดังที่มีอยู่ไม่กี่แบรนด์ แม้ตอนที่ฉินอวี่มีฐานะสูงส่งในตระกูลหลิน แต่การที่จะซื้อแบรนด์ดังๆ เหล่านี้ก็ใช่ว่าจะซื้อได้
ฉินฮั่นชิวมีของเหล่านี้อยู่ในมือได้อย่างไร?
ฉินอวี่เรียก “พ่อ” อยู่ในลำคอ ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็เห็นฉินฮั่นชิวยื่นของให้เด็กสาวคนหนึ่งด้วยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม
เห็นได้ชัดว่าคนที่พันผ้าพันคอรับถุงช้อปปิ้งมาอย่างเฉยเมย เผยให้เห็นแค่ใบหน้าที่บอบบางเพียงครึ่งเดียว
ทันทีที่ฉินอวี่มองไปก็สั่นสะท้านตั้งแต่หัวใจยันปลายนิ้ว——
เด็กสาวคนนั้นก็คือฉินหร่าน!
ฉินอวี่แทบคลั่ง ทำไมฉินฮั่นชิวมีจิวเวลรี่แพงๆ นั่น? และยังมอบให้ฉินหร่าน?
ส่วนฉินหร่านก็ไม่มีเสื้อผ้าชิ้นไหนที่ไม่ใช่ของแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า
เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้?
ฉินอวี่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากก็มีรถสีดำคันหนึ่งมาจอด ทางฝั่งคนขับมีชายวัยกลางคนลงจากรถ เปิดประตูหลังแล้วเชิญฉินฮั่นชิวเข้าไปด้วยความเคารพ…
รถคอยๆ ขับเข้าเส้นทางจราจร
“หร่านหร่าน…เธอกำลังมองอะไรอยู่?” เฉิงเวินหรูที่อยู่อีกด้านเดินเข้ามา เธอยื่นชานมร้อนให้ฉินหร่าน
ฉินหร่านละสายตากลับ ยื่นมือรับชานมมาจากเฉิงเวินหรู ยกมุมปากอย่างเอื่อยเฉื่อย “ไม่มีอะไรค่ะ ดูผิดไป”
ทั้งสองเดินทางกลับไปกินข้าวที่ถิงหลาน
วันนี้คนเยอะมากเพราะเป็นวันหยุด
รถของเฉิงเจวี้ยนจอดไว้ที่มหาวิทยาลัย ไม่ได้ขับออกมา เขาหาที่จอดรถเพื่อเตรียมให้เฉิงมู่ขับกลับตอนที่คนยังน้อยๆ
**
ทางด้านนี้ ฉินอวี่เดินกระสับกระส่ายกลับไปถึงอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของเธอกับหนิงฉิง
“อวี่เอ๋อร์ เป็นอะไรไป?” ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ชีวิตหนิงฉิงไม่ได้ราบรื่นเหมือนตอนที่อยู่อวิ๋นเฉิง เธอไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรเมื่อนึกถึงฉินหร่าน
บนใบหน้ายังมีริ้วรอยขึ้นมาเล็กน้อย ดูแก่กว่าปีที่แล้ว
ทว่าความงามของสาวมีอายุก็ยังหลงเหลืออยู่
ฉินอวี่มองหนิงฉิงพลางเม้มริมฝีปาก “วันนี้หนูเจอพ่อ…”
“พ่อลูกอยู่อวิ๋นเฉิงไม่ใช่เหรอ?” หนิงฉิงวางแก้วลง เธอถามด้วยความลังเล การที่หลินฉีมาเมืองหลวงก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดบังพวกเธอ
Novel PDF
“อีกคนนึง” ฉินอวี่ลดเสียงลง หลุบตาลงเพื่อปกปิดแววตา
นั่นก็คือฉินฮั่นชิว
เมื่อคิดได้ว่าเป็นเขา หนิงฉิงก็ไม่ค่อยใส่ใจมาก “เจอก็เจอสิ ไม่เห็นแปลกตรงไหน เมืองหลวงก็ออกจะใหญ่ซะขนาดนี้”
เมื่อฉินอวี่เห็นท่าทีของเธอก็บีบโทรศัพท์แน่น เธอพูดออกไปตรงๆ “แม่ หนูเห็นเขามีคนขับรถมารับด้วย ดูเคารพเขามาก และยังถือจิวเวลรี่ราคาแพงๆ อีกด้วย หนูเห็นเขามอบให้พี่ เขาเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?”