จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์ - บทที่ 881 หมัดของลูกชาย
ณ ท่าอากาศยานเมืองเยี่ยเฉิง
เซี่ยหลู่ยืนกอดอกอยู่ด้านหน้ารถหลายคนที่จอดอยู่ข้างถนน สายตามองเครื่องบินที่แล่นลงจอดเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
“ไอ้ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนนั้นไม่ได้แขนขาขาดสินะ”
“เยี่ยมเลย ดีมากที่กลับมาครบสามสิบสอง”
“ว่าแต่ทำไมข้าง ๆ เขาถึงได้มีคนแปลกหน้าเยอะขนาดนั้นกันล่ะ?”
“มีเพื่อนเป็นคนแก่กับผู้ชายวัยกลางคนหรือไง”
เซี่ยหลู่ยกยิ้มพลางมองหน้าโจวอี้ที่พุ่งมาหาก่อนจะยื่นมือไปทักทาย
“หลู่หลู่ ลูกผมเป็นยังไงบ้าง? ผมถามซินเยว่ทางโทรศัพท์แล้วแต่เธอไม่ยอมบอกผม” โจวอี้รีบคว้าแขนเธอไว้ขณะเอ่ยถาม
“ฉันบอกได้แค่ลูกชายนายแข็งแรงมาก ส่วนที่เหลือน่ะนายเจอแล้วก็จะรู้เอง” เซี่ยหลู่ตอบ
แข็งแรงดีอย่างนั้นหรือ?
แค่แข็งแรงก็เพียงพอแล้ว
ในที่สุดใจที่กระสับกระส่ายของโจวอี้ก็ผ่อนคลายลง
“งั้นรีบไปกัน! ไปหาลูกชายของผมกัน” เขาหัวเราะ
“นี่ เราไม่ได้เจอกันมาตั้งนาน ทำไมนายไม่เป็นห่วงฉันเลยล่ะ คนที่รักกันเจอกันก็ควรหอมหรือกอดกันหน่อยไม่ใช่เหรอ” เซี่ยหลู่ถามอย่างไม่สบอารมณ์
“แค่ก ๆ เงียบไปเลยนะ”
โจวอี้เผยท่าทีเขินอายและหันไปมองคนที่อยู่ด้านหลัง เขาโอบเอวบางของเธอ อีกมือดึงเปิดประตูและดันตัวเธอเข้าไป
“กลับกันเถอะ”
ไม่นานหลังจากนั้น รถหลายคันก็แล่นเข้ามาในคฤหาสน์บนยอดเขาที่อู๋ซินเยว่อาศัยอยู่ โจวอี้เปิดประตูรถลงไปโดยไม่ทันรอให้รถจอด เพียงไม่กี่อึดใจเขาก็พุ่งตัวไปยังห้องนอนของอู๋ซินเยว่
เมื่อมาถึงก็ยืนนิ่งและสูดหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์ตื่นเต้น ก่อนจะค่อย ๆ ผลักประตูเปิดออกและก้าวเข้าไปในห้อง
“กลับมาแล้วเหรอคะ?” เมื่ออู๋ซินเยว่เห็นเขาก็ยิ้มกว้างราวกับดอกไม้บาน
ลูกชายในอ้อมแขนดิ้นไปมาและร้องไห้โยเย
“ครับ กลับมาแล้ว”
โจวอี้เดินไปยังข้างเตียงและยื่นมือไปหา “ลูกร้องไห้ทำไม เขาหิวหรือเปล่า?”
“อืม ได้เวลากินนมแล้วค่ะ” เธอบอกพร้อมสีหน้าแดงเรื่อ
ปกติแล้วเธอจะให้ลูกกินนมผง
ทว่าตอนนี้เธอไม่ได้เตรียมนมผงเอาไว้ แต่ตั้งใจจะให้ลูกชายดูดนมจากเต้า
แต่ในจังหวะที่จะลงมือ โจวอี้ดันกลับมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว
“งั้นคุณก็รีบให้เขาเถอะครับ อย่าปล่อยให้ลูกหิวเลย” โจวอี้ผละมือออก ทว่าสายตายังจับจ้องไปยังใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกชาย
ทันใดนั้น เขาก็ถามออกมาราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ลูกเกิดมาได้กี่วันแล้วครับ?”
“วันนี้เข้าวันที่สิบสี่แล้วล่ะ” เธอตอบ
“สิบสี่วันแล้ว ทำไมถึงตัวใหญ่ขนาดนี้? คุณผ่าคลอดเหรอครับ?” โจวอี้ถาม
“ฉันคลอดธรรมชาติ”
“ธรรมชาติ…”
เขางุนงงไป
อู๋ซินเยว่ลูบหลังลูกชายคล้ายกับกำลังปลอบพลางยกยิ้มลำบากใจ “คุณออกไปก่อนดีไหม ตอนนี้ฉันขอให้นมลูกก่อน เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
“คุณป้อนไปเถอะครับ ผมจะอยู่ที่นี่ไม่รบกวนคุณ” โจวอี้ไม่อยากออกไป
“คุณ…”
“ป้อนเขาเลยครับ! เรามีลูกด้วยกันแล้ว คุณออกจากชีวิตผมไปไหนไม่ได้หรอกครับ” โจวอี้เอ่ยหน้านิ่ง
หญิงสาวยิ่งหน้าแดง แววตาเขินอายมีหยาดน้ำเอ่อคลอ
เมื่อโจวอี้ไม่ยอมออกไป แต่ลูกชายก็ร้องไห้เพราะความหิว เธอจึงทำได้เพียงเปิดเสื้อขึ้นเพื่อป้อนนมให้ลูกชาย
“ซินเยว่ ลูกอายุแค่สิบสี่วัน แต่ทำไมถึง….” โจวอี้ถามขึ้นอีกครั้ง
“ที่ฉันบอกว่าเขาผิดปกติก็เพราะแบบนี้นี่แหละ เขากินจุมาก หมอเหลียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีที่ฉันจ้างมายังบอกบอกปริมาณนมที่ลูกกินแต่ละวันว่ามันมากกว่าเด็กทั่วไปสี่ห้าเท่า แถมยังโตเร็วจน… น่ากลัวเลยล่ะ” เธอยิ้มอย่างจนปัญญา “ตอนที่คลอดออกมา เขาหนักแค่สี่กิโลกรัม แต่ตอนนี้เจ็ดโลแล้ว”
โจวอี้ชะงักไป
เขาเคยเห็นเรื่องแปลกประหลาดมามาก แต่ไม่เคยพบเจอเรื่องแปลกขนาดนี้มาก่อน
“หมอบอกว่าตรวจร่างกายเขาดีแล้วพบว่าแข็งแรงมากค่ะ ทั้งโรคและอาการอื่น ๆ ที่เด็กคนอื่นอาจเป็นกันก็ไม่มีเลย”
โจวอี้ยิ้มและตัดสินใจรอให้ลูกชายกินนมเสร็จก่อนจะตรวจร่างกายให้ด้วยตัวเอง
เขาไม่ใช่หลี่จิ้ง และอู๋ซินเยว่ก็ไม่ใช่จิ้นฉือเหนียง เขาไม่เชื่อว่าลูกของพวกเขาจะคล้ายนาจาที่เกิดมาไม่นานก็โตเร็วจนวิ่งได้
ไม่นานเจ้าตัวน้อยก็อิ่มแปล้
อู๋ซินเยว่จับลูกเรอ ก่อนจะส่งลูกชายที่ส่งสายตาให้โจวอี้
โจวอี้รับมาอุ้มในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง และสบตาลูกชายด้วยความแปลกใจ
ปกติเด็กแล้วทารกอายุเพียงสิบกว่าวันจะมองเห็นได้เพียงเลือนราง รับรู้ได้เพียงแสง รูปร่าง และการเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ลูกชายของเขากลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น
สายตานั้นจ้องมาอย่างมีจุดโฟกัส เห็นได้ชัดว่ามองเห็นเขา
“รู้แล้วใช่ไหมละคะ?” อู๋ซินเยว่ถาม
“ครับ ลูกชายเราสายตาดีขนาดนี้ ร้านขายแว่นและกล้องส่องทางไกลคงได้ล้มละลายแน่” โจวอี้หัวเราะ
“พรืด…” เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้
เธอรับรู้ได้ถึงความรักลูกผ่านแววตาของโจวอี้
เพียงแค่…เธอลังเลที่จะบอกเขาเรื่องปัญหาอื่นของลูกชาย
ทันใดนั้นก็เห็นลูกชายยกมือเล็กขึ้นและกำหมัดต่อยหน้าโจวอี้
“ผม…”
โจวอี้งุนงงกับความเจ็บข้างแก้ม เขาหันไปมองมือเล็ก ๆ ของลูกชาย
หมัดนั้นสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย!
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ผู้แข็งแกร่งที่หนังด้านเนื้อหนา ปกติแล้วจะไม่ได้รู้สึกเจ็บมากนัก หมัดเล็ก ๆ ของลูกชายจะมีแรงเยอะขนาดนี้ได้อย่างไร?
“รู้แล้วใช่ไหมคะ?” เสียงอู๋ซินเยว่ดังขึ้น
“รู้แล้วครับ ลูกชายเราดูเหมือนจะแรงเยอะมากไปหน่อย” โจวอี้บอกอย่างงุนงง
“มากไปหน่อยเหรอคะ? แบบนี้มันมากไปเยอะเลยไม่ใช่เหรอไง แม้แต่ผู้ใหญ่ทั่วไปยังแรงเยอะไม่เท่าเขาเลย” เธอหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ระคนเหนื่อยใจ
โจวอี้ชะงักไปราวกับถูกฟ้าฝ่า
แรงของผู้ใหญ่ที่เป็นคนทั่วไปยังไม่เท่าลูกชายเขาที่เพิ่งเกิดมาได้เพียงสิบกว่าวันอย่างนั้นหรือ?
ล้อเล่นหรือเปล่า…
ไม่มีทาง!
จริงอยู่ที่แรงจากหมัดที่เพิ่งต่อยเขาไม่ใช่น้อย ๆ
แต่ว่า… จะเป็นไปได้อย่างไร
โจวอี้นั่งลงบนเตียงและเอื้อมมือไปคว้าข้อมือลูกชายมาตรวจร่างกาย
ไม่กี่นาทีต่อมา
เขาก็ปล่อยมือลูกชายและมองท่าทีงุนงงและงัวเงียของอีกฝ่าย ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ก่อตัวขึ้นในใจ
รู้แล้ว!
ปราณแรกกำเนิดในตัวลูกชายเขายังไม่จางหายไปจนถึงตอนนี้ พละกำลังของเจ้าตัวมีมากกว่าเด็กทั่วไปหลายเท่า
แม้แต่เส้นเอ็น กระดูก กล้ามเนื้อ รวมถึงอวัยวะภายในยังมีพลังดวงดาวไหลเวียนอยู่
“ซินเยว่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชายเราน่ะ ผมอาจจะเดาได้ว่าเพราะอะไร” โจวอี้บอก
“เพราะอะไรคะ?” เธอรีบถามทันที