จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์ - บทที่ 920 เข้าตาจน
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว โจวอี้ก็อยู่ในสนามรบจองจำวิญญาณมาได้สองเดือนแล้ว
ท่ามกลางป่าดิบชื้นที่งดงาม มีเครื่องจักรสังหารหลบซ่อนอยู่
มนุษย์ต่างดาวมากกว่าสองพันตน สัตว์คู่หูและสัตว์ล่าสังหารนับหมื่นตัวออกตามล่าผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกที่ติดอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ไปทั่วบริเวณอย่างไม่ลดละ
การเข่นฆ่าเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ
ทั่วทุกหนแห่งคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด
ระหว่างทางขึ้นเขาใกล้แนวป้องกันชั้นที่ห้า คนทั้งสี่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ห่างออกไปด้านหลังไม่กี่พันเมตร มีมนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารมากมายวิ่งไล่ตาม
“โฮก!”
“เร่งความเร็วแล้วไปฆ่าพวกมันซะ!”
“จับเป็นผู้หญิงคนนั้นมาให้ข้าด้วย!”
“ลุยเลย!”
พวกมนุษย์ต่างดาวตะโกนขณะไล่ตามพวกเขาไปด้วยท่าทีอาฆาตรุนแรง
ตอนนี้พวกมันเป็นผู้ล่า และทั้งสี่คนที่วิ่งหนีอยู่ตรงหน้าก็คือเหยื่อ
“นี่ ผมทนไม่ไหวแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ต่อให้ผมไม่ตายเพราะถูกพวกต่างดาวฆ่าก็คงตายเพราะเลือดหมดตัว พวกคุณหนีไปเลย! ผมจะอยู่ก่อกวนพวกมันเพื่อถ่วงเวลาให้พวกคุณเอง” เยว่หลี่จงเซียงมีบาดแผลเต็มตัวและอยู่ในสภาพสะบักสะบอม เขาตะโกนบอกทั้งที่ลมหายใจถี่ระรัว
“เดี๋ยวสิ ขอแค่คุณอดทนไปจนถึงกับดักที่เราวางเอาไว้ได้ก็ยังมีโอกาสรอดได้นะ” จางไห่โม่บอกเสียงแข็ง
“ผมทนไม่ไหวแล้ว พวกคุณ…”
“อมิตาพุทธ เงียบให้อาตมาหน่อยเถิด” หลวงจีนอู๋ซินโพล่งขัดคำพูดของเยว่หลี่จงเซียง ก่อนจะตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “อาตมาต้องใช้เวลาฟื้นฟูพลังจากการโจมตีครั้งล่าสุด จะอ่อนพลังไปเจ็ดวัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพวกโยมแล้ว”
“หลวงจีนอู๋ซิน ท่าน…”
“เงียบซะ”
หลวงจีนอู๋ซินเอ่ยห้าม ในมือของเขามีไข่มุกพุทธะสีน้ำตาล เมื่อบดขยี้มันเม็ดยาสีใสก็ปรากฏขึ้น
ทันใดนั้นเขาก็อ้าปากกลืนมันลงไป
ปราณน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ราวกับมีสายลมล่องหนพัดผ่านยอดข้าวสาลีจนกระจายไปทั่วสารทิศ
“อาคมเลือดอู๋ซิน!”
หลวงจีนอู๋ซินส่งเสียงร้องออกมา มือของเขากลายเป็นรูปร่างดอกบัว เลือดที่ไหลออกจากร่างกายกลายเป็นไอหมอกสีเลือดโอบล้อมร่างกาย ในขณะเดียวกันยังมีดอกบัวเลือดลวงตาลอยขึ้นเหนือศีรษะของเขา
“จำไว้ ปกป้องอาตมาเป็นเวลาเจ็ดวัน!”
เขาประกาศกร้าวราวกับกลายเป็นอสูรกระหายเลือดจากนรก ก่อนจะออกหมัดพุ่งตรงไปยังมนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารนับสิบที่กรูกันเข้ามา
“อมิตาพุทธ”
“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”
“พุทธองค์กล่าวว่าอาตมาไม่มีทางตกนรกเด็ดขาด”
“ตอนนี้ดอกบัวเลือดได้กวาดล้างพวกคนชั่ว จงพาอาตมากลับไปยังดินแดนสวรรค์แห่งพุทธองค์”
กระแสลมรอบตัวหลวงจีนอู๋ซินปั่นป่วน ไอหมอกสีเลือดนั้นกลายเป็นมีดดาบขณะที่เขาพุ่งตัวไปหาศัตรู
“แย่แล้ว เขากำลังแข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้พลังการโจมตีมากกว่าระดับจอมพล แล้ว รีบป้องกันตัวซะ!” ผู้นำกลุ่มมนุษย์ต่างดาวปล่อยเถาวัลย์สีเขียวสองเส้นออกมาจากหลัง ก่อนที่มันจะปะทะเข้ากับดาบจากไอหมอกสีเลือด
มนุษย์ต่างดาวคนอื่น ๆ เองก็มีอาวุธในการต่อสู้แตกต่างกันไป พวกมันไม่ได้หวังจะฆ่าศัตรู แต่เป็นการป้องกันตัวมากกว่า
ผิดกับสัตว์ล่าสังหารที่ระดับสติปัญญาด้อยกว่า พวกมันจึงกรีดร้องและตามหลังมนุษย์ต่างดาวหนึ่งตนออกไปโจมตีหลวงจีนอู๋ซิน
“ลุยเลย! ถือว่าเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย” สายตาของหลี่ชิงเฉิงที่ร่างอาบไปด้วยเลือดฉายแววมุ่งมั่น ดาบในมือเธอถูกเหวี่ยงออกไปก่อนที่เงาของดาบนั้นจะกลายเป็นมังกรตัวโต มันส่งเสียงร้องขณะบินโฉบเข้าหาฝูงสัตว์ล่าสังหาร
“ให้ตายเถอะ ผมจะสู้กับพวกมันด้วย แต่น่าเสียดาย… ที่ชีวิตนี้อาจไม่ได้แข่งกับโจวอี้อีกแล้ว” เยว่หลี่จงเซียงพูดขึ้น ดวงตาแดงก่ำพร้อมจู่โจม
“นี่ ถ้าเราตายในการต่อสู้ครั้งนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้เป็นยอดอัจฉริยะไง” จางไห่โม่หยิบยันต์แสงทองออกมา ก่อนจะสาดเลือดลงบนยันต์ ลูกไฟปรากฏขึ้นและพุ่งตรงไปทางพวกต่างดาว
ในขณะเดียวกัน หลวงจีนอู๋ซินแข็งแกร่งมาก ปราณของเขาทรงพลัง พลังการโจมตีน่าทึ่ง สัตว์ล่าสังหารถูกเขากำราบด้วยไม้เท้าปราบมาร ไม่นานก็เข้าปะทะกับมนุษย์ต่างดาวนับสิบ
มีทั้งระดับพลศึกและระดับระดับจอมพล
แม้ว่าพวกต่างดาวจะได้เปรียบด้านกำลังคน ทว่าหลวงจีนอู๋ซินก็มุ่งมั่นว่าต่อให้ต้องสู้จนตัวตายก็ยอม เพียงไม่กี่อึดใจ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลศึกขั้นกลางสองคนก็ถูกเขาฆ่าตาย
ตู้ม!…
เขาถูกค้อนทุบจากด้านหลัง ทว่าหลังจากที่ร่างเขากระเด็นไป เขาก็กลับมาปรากฏตัวต่อหน้ามนุษย์ต่างดาวอีกตน เลือดที่กระอักออกจากปากกลายเป็นมีดคมกริบสีแดงฉานเฉือนร่างศัตรูตรงหน้า
“เวรเอ๊ย เขาแข็งแกร่งเกินไป ถอยเร็วเข้า!” ผู้ฝึกยุทธ์ต่างดาวที่มีเถาวัลย์ออกจากแผ่นหลังล่าถอยพร้อมตะโกนบอก หลังจากที่ส่งเถาวัลย์ไปร้อยรัดคมมีดสีเลือดนั้นไว้
“ลาลาฮู จับพวกมันไว้!” มนุษย์ต่างดาวอีกตนตะโกนบอก
ทันใดนั้น สัตว์สังหารนับสิบก็กรูกันไปหาหลวงจีนอู๋ซิน ราวกับได้รับคำสั่งที่เดิมพันด้วยชีวิต
พวกมันสบโอกาสนี้เอง
มนุษย์ต่างดาวตนอื่น ๆ บุกโจมตีหลี่ชิงเฉิง เยว่หลี่จงเซียง และจางไห่โม่ พวกเขาไม่ได้เจตนาจะฆ่า เพียงแค่ช่วยสัตว์คู่หูฆ่าทั้งสามคนเท่านั้น หลังจากนั้นจึงถอยหนีห่างออกมา
“อย่าตามไป!” จางไห่โม่รีบพุ่งตัวไปขณะเหวี่ยงดาบไปขวางทางเยว่หลี่จงเซียง เพื่อห้ามไม่ให้ตามกลุ่มมนุษย์ต่างดาวที่หลบหนีไป
เยว่หลี่จงเซียงถูกรั้งเอาไว้ แววเดือดดาลในดวงตาค่อย ๆ จางลง
เมื่อเขาเห็นหลวงจีนอู๋ซินถูกฝูงสัตว์ล่าสังหารโจมตี เขากับหลี่ชิงเฉิงและจางไห่โม่ก็รีบไปช่วยจัดการพวกมัน
เพียงไม่ถึงสองนาที พวกเขาก็ฆ่าสัตว์ล่าสังหารไปได้นับสิบ ในขณะที่ตัวอื่นหนีไปได้ เหลือเพียงศพมนุษย์ต่างดาวสี่ศพ และซากสัตว์ล่าสังหารมากกว่ายี่สิบตัว
ท่ามกลางหุบเขาที่ห่างจากพวกเขาไปราวสามร้อยกิโลเมตร มีการต่อสู้ดุเดือดเกิดขึ้น
ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์โลกสิบเก้าคนตกอยู่ในวงล้อมของมนุษย์ต่างดาวมากกว่าสามสิบคน และสัตว์ล่าสังหารเกือบร้อยตัว
เวลาผ่านพ้นไป มนุษย์โลกสิบหกคนที่มีบาดแผลฉกรรจ์เต็มตัวก็ทรุดลงไปทีละคน แม้ว่าจะฆ่ามนุษย์ต่างดาวและสัตว์ล่าสังหารไปได้มากก็ตาม
“คราวก่อนใช้มหาอาคมดาราพิทักษ์ ครั้งนี้เราจะใช้เนตรอาคมของโจวสือปา!” ชายหนุ่มที่มีแผลเหวอะหวะบนใบหน้าตะโกนบอก
ทันใดนั้น ผู้ฝึกยุทธ์เก้าคนได้มารวมตัวกัน คนที่เหลือรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดาบทั้งเก้าราวกับเป็นนางสวรรค์ที่โปรยดอกไม้ กระจายวงกินรัศมีไปร้อยเมตร
ลำแสงจากดาบแต่ละเล่มราวกับมีจิตเทวะ กระจายตัวตามทิศทางไปยังพวกต่างดาวและสัตว์ล่าสังหาร
ดอกไม้สีเลือดระเบิดออก ทำให้อาการบาดเจ็บของพวกมันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม สัตว์ล่าสังหารเองก็ถูกกำจัดไปทันทีเช่นกัน
“ปกป้องอาคมดวงดาวไว้ ให้ฉันระเบิดเอง”
ดวงตาของโจวสือปาที่อยู่ตรงกลางเนตรอาคมมีเลือดไหลออกมา แสงสีแดงฉานกระจายออกมาจากร่าง ดาบยาวในมือถูกยกขึ้น เรียกลำแสงจากดาบอีกแปดเล่มให้มารวมตัวกันทันที
ตู้ม!
ลำแสงจากดาบพุ่งทะยานขึ้นไปราวร้อยเมตร ก่อนจะกระแทกลงฟันไปยังบริเวณรอบข้าง
มนุษย์ต่างดาวห้าหกตนและสัตว์ล่าสังหารมากกว่ายี่สิบตัวถูกฟันศีรษะขาดในทันใด
“โจวสือปา!”
“สือปา!”
อีกแปดคนไม่แปลกใจกับผลการโจมตีของโจวสือปา แต่กลับมีท่าทีเป็นห่วงมากกว่า
เนื่องจากการโจมตีเมื่อครู่ โจวสือปาได้เชื่อมจิตเทวะของตนกับดาบ ทั้งยังใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามของสำนักโอสถที่ต้องพลีชีพไปด้วยกัน
ผลคือเขาต้องเอาชีวิตเข้าแลก
“ฮ่า ๆๆ พี่น้องคนไหนหนีไปได้ ถ้าเจอใครก็ช่วยฉันบอกข่าวดีด้วยนะ” โจวสือปาหัวเราะร่า ร่างของเขาพุ่งออกจากมหาคาถาดาราพิทักษ์ ปราณทะยานไประเบิดใส่มนุษย์ต่างดาวตนอื่นราวกับดอกไม้ไฟงดงามยามระเบิดออก
ทว่าหลังความงดงามนั้นจางหาย มันก็คือความตาย